ไดโนเสาร์กกไข่ ตัวเองอย่างไรไม่ให้แตก คำตอบอยู่ที่การวางไข่ภายในรัง

ไดโนเสาร์กกไข่ตัวเองอย่างไรไม่ให้แตก

ภาพกราฟิกแสดงให้เห็นโอวิแรปตอโรซอร์กำลังกกไข่ภายในรัง

ไดโนเสาร์กกไข่ตัวเองอย่างไรไม่ให้แตก

จินตนาการถึงนกฮัมมิ่งเบิร์ดกำลังกกไข่ใบจิ๋วของพวกมัน น่ารักดีใช่ไหม? แต่หากเปลี่ยนจากเจ้านกเล็กจ้อยเป็นไดโนเสาร์ตัวใหญ่บิ๊กบึ้มล่ะ ดูจากขนาดตัวแล้วหาก ไดโนเสาร์กกไข่ ไข่ของมันทั้งหมดคงเละแบบออมเลทเป็นแน่แท้

แต่ผลการศึกษาใหม่เกี่ยวกับรังของไดโนเสาร์ ประกอบกับหลักฐานจากฟอสซิลแสดงให้เห็นว่าไดโนเสาร์ที่มีน้ำหนักตัวมากนั้นมีกลยุทธ์ในการหลีกเลี่ยงไม่ให้ไข่โดนทับจนแตก ด้วยการวางไข่ไดโนเสาร์เรียงเป็นวงแหวนไว้ภายในรัง

ผลการค้นพบครั้งนี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Biology Letters พิสูจน์ให้เห็นว่าพฤติกรรมการทำรังของนกในทุกวันนี้ มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่บรรพบุรุษไดโนเสาร์ “พฤติกรรมการนั่งกกไข่ในรังนั้นวิวัฒนาการมาจากไดโนเสาร์” Darla Zelenitsky หนึ่งในนักบรรพชีวินวิทยาผู้ร่วมศึกษาวิจัยจากมหาวิทยาลัย Calgary ในแคนาดากล่าว

 

ระวังแตก!

ทีมนักวิจัยของ Zelenitsky ศึกษารังของไดโนเสาร์โอวิแรปตอโรซอร์จำนวน 40 รัง สายพันธุ์ไดโนเสาร์เหล่านี้มีชีวิตอยู่เมื่อ 65 ล้านปีก่อน และมีความหลากหลายมากชนิดที่ว่าพวกมันมีน้ำหนักตั้งแต่ไม่กี่ปอนด์ไปจนถึงราว 4,000 ปอนด์ (1,800 กิโลกรัม) ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่พอๆ กับฮิปโปโปเตมัส และแรดในปัจจุบัน ส่วนรังของพวกมันนั้นมีขนาดความกว้างตั้งแต่ฟุตเดียวไปจนถึง 10 ฟุต

ในรังขนาดเล็ก Zelenitsky กล่าวว่า ไข่ถูกวางกระจุกรวมกันหรือมีพื้นที่ว่างเพียงน้อยนิด แต่หากว่าเจ้าของรังมีขนาดใหญ่มากขึ้น พวกมันต้องเพิ่มพื้นที่ว่างตรงกลาง ในขณะที่ไข่ถูกวางเป็นวงแหวนรอบๆ พื้นที่ว่างอย่างประนีตบรรจง ว่าแต่ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? Zelenitsky กล่าวว่ามันยากที่จะรู้คำตอบแน่ชัด “นกส่วนใหญ่นั่งกกไข่เพื่อให้ความอบอุ่น” เธอกล่าว “แต่เราไม่ทราบว่าในกรณีของโอวิแรปตอโรซอร์เป็นอย่างไร เราไม่แน่ใจว่าไดโนเสาร์กกไข่เพื่อแค่ปกป้องไข่หรือให้ความอบอุ่น”

(และนี่คือ สัตว์ดึกดำบรรพ์ ที่เชื่อกันว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา)

ไดโนเสาร์กกไข่
ฟอสซิลของรังไดโนเสาร์โอวิแรปตอโรซอร์จากจีน แสดงให้เห็นวิธีการเรียงไข่ที่เหลือพื้นที่ว่างไว้ตรงกลาง โดยอาจมีไว้เพื่อรองรับน้ำหนักตัวของมันขณะกกไข่
ภาพถ่ายโดย Kohei Tanaka

 

ฟอสซิลหายาก

เมื่อเดือนเมษายน ทีมนักวิจัยอีกทีมหนึ่งเปิดตัวฟอสซิลรังไดโนเสาร์ที่สวยงามสมบูรณ์ จากทะเลทรายโกบี ของมองโกเลีย จัดแสดงโดยพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาอเมริกัน

“นี่เป็นสิ่งหายากของสิ่งที่หายากมากๆ” Greg Erickson นักบรรพชีวินวิทยา จากมหาวิทยาลัยฟลอริดา ในเมืองแทลลาแฮสซีกล่าว เจ้าของรังเป็นไดโนเสาร์ที่มีชื่อว่า Citipati osmolskae หนึ่งในสายพันธุ์โอวิแรปตอโรซอร์ที่มีขนาดตัวเท่ากับนกอีมู ดูเหมือนว่ามันจะตายจากทรายถล่มไม่ก็พายุทราย โดยดูจากท่าทางที่มันยังคงปกป้องรัง Erickson รายงานจากฟอสซิลแสดงให้เห็นว่าไข่ถูกเรียงเป็นวงแหวน เหลือพื้นที่ว่างไว้ตรงกลางสำหรับรองรับน้ำหนักไดโนเสาร์ขณะกกไข่

ไม่เป็นที่ชัดเจนว่าไดโนเสาร์กกไข่ตัวนี้เป็นเพศเมีย หรือเพศผู้ ซึ่งทีมนักวิจัยกล่าวว่ามีความเป็นไปได้ว่าหน้าที่สร้างรังอาจเป็นของไดโนเสาร์ตัวผู้ เช่นเดียวกับนกสมัยใหม่ อย่างไรก็ตามจากหลักฐานที่ปรากฏบ่งชี้ว่ามันเป็นพ่อแม่ไดโนเสาร์ที่ดีมากๆ เพราะไดโนเสาร์ตัวนี้ตายในขณะที่ส่วนแขนหรือปีกของมันกางเหยียดออกเพื่อปกป้องไข่ทั้ง 12 ใบ ซึ่งพฤติกรรมการกางปีกออกเพื่ออำพรางรัง หรือปกป้องไข่จากสภาพอากาศยังคงพบเห็นได้ในนกสมัยใหม่

ไดโนเสาร์กกไข่
ภาพกราฟิกแสดงให้เห็นโอวิแรปตอโรซอร์กำลังกกไข่ภายในรัง
กราฟิกโดย Zhao Chuang

 

นกยุคแรก

“ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ว่านกวิวัฒนาการมาจากไดโนเสาร์” Stephen Brusatte นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ ในสกอตแลนด์กล่าว “ใครๆ ก็เชื่อกันว่าไดโนเสาร์คือกิ้งก่าตัวใหญ่ยักษ์ ที่เคลื่อนไหวอย่างอุ้ยอ้าย แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่” ตรงกันข้ามไดโนเสาร์หลายชนิดเหมือนนกเสียด้วยซ้ำ

และในความเป็นจริง Erickson เสริมว่า “คุณสามารถเดินออกไปข้างนอกและพบเห็นไดโนเสาร์กว่า 10,000 สายพันธุ์กำลังกระพือปีกอยู่”

เรื่อง Erika Engelhaupt

 

อ่านเพิ่มเติม

ไข่ไดโนเสาร์เป็นสีฟ้า!

 

เรื่องแนะนำ

ทำความรู้จักกับฮีโร่ผู้ปกป้องแรดขาวเหนือ

ทำความรู้จักกับฮีโร่ผู้ปกป้องแรดขาวเหนือ แม้แรดขาวเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายบนโลกจะจากไปแล้ว แต่เรื่องราวของมันจะยังคงอยู่ตลอดกาลและคอยย้ำเตือนให้มนุษย์ตระหนักถึงผลกระทบจากการล่าสัตว์ป่า เมื่อหนึ่งในสายพันธุ์สัตว์ที่ดำรงอยู่มานานหลายล้านปี กลับต้องสูญสิ้นไปในยุคสมัยของเรา ชวนชมสารคดีสั้นที่ผลิตโดย United for Wildlife ร่วมกับ Black Bean Productions ถ่ายทอดเรื่องราวและความรู้สึกของกลุ่มนักอนุรักษ์ผู้ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองแรดขาวเหนือกลุ่มสุดท้าย เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ในทุกวัน ภายในศูนย์อนุรักษ์โอล เพเยตาของเคนยา พวกเขาต้องใช้ความกล้าหาญแค่ไหนในการต่อสู้กับบรรดาพวกลักลอบค้าสัตว์ป่า และพวกเขาได้เรียนรู้อะไรจากงานคุ้มครองสัตว์พิเศษเหล่านี้บ้าง? ปล. สารคดีเรื่องนี้เป็นสารคดีเก่าที่เคยเผยแพร่เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 ในช่วงที่ “ซูดาน” แรดขาวเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายยังคงมีชีวิตอยู่   อ่านเพิ่มเติม แรดขาวเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายตายแล้ว หรือนี่คือจุดจบ?

เรื่องรักข้ามสายพันธุ์

เรื่องรักข้ามสายพันธุ์ ที่เกาะแห่งหนึ่ง ของจังหวัดยะคุชิมะ ในญี่ปุ่น ลิงกังอาศัยอยู่ร่วมกันกับกวางซีกาอย่างสงบสุขดี แต่แล้ววันหนึ่งมีคนสังเกตเห็นลิงกังตัวผู้พยายามผสมพันธุ์กับกวางซีกาตัวเมีย จากนั้นพฤติกรรมแปลกๆ ทำนองนี้ก็เกิดขึ้นตามมาอีกหลายครั้ง ก่อนหน้านี้เรื่องราวรักๆ ใคร่ๆ ของสัตว์ข้ามสายพันธุ์เคยมีบันทึกไว้เช่นกัน โดยเป็นความสัมพันธ์ของแมวน้ำกับเพนกวินจักรพรรดิ แต่สำหรับลิงกับกวางนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องใหม่ นักวิทยาศาสตร์เองเชื่อว่าพฤติกรรมแปลกๆ ของลิงเหล่านี้เกิดขึ้นจากความพยายามเรียนรู้หรือฝึกฝนของลิงหนุ่มก่อนลงสนามรักจริง เนื่องจากว่าพวกมันเป็นลิงที่ยังมีอายุน้อย ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะได้ผสมพันธุ์กับลิงตัวเมียค่อนข้างต่ำ ฉะนั้นแล้วกวางเหล่านี้จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่ดีสำหรับการปลดปล่อยพลังทางเพศออกมา   อ่านเพิ่มเติม ลิงกังญี่ปุ่นเมคเลิฟกับกวาง

จากหมาป่าสู่หมาบ้าน: กว่าจะมาเป็นเพื่อนรักแสนรู้ของมนุษย์

ในระดับดีเอ็นเอสุนัขป่ากับสุนัขบ้านไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ว่าแต่มนุษย์เริ่มนำสุนัขป่ามาเลี้ยงตั้งแต่เมื่อใดกัน?

ฟังเสียงร้องของปลาคางคก

ฟังเสียงร้องของปลาคางคก เสียงที่คุณจะได้ยินต่อไปนี้ไม่ใช่เสียงโทรศัพท์มือถือสั่น แต่มันคือเสียงร้องของปลาคางคก ปลาทะเลชนิดหนึ่งที่มีหัวขนาดใหญ่และปากกว้างเป็นเอกลักษณ์ เสียงอันแปลกประหลาดของมันนี้ถูกเปล่งออกมาจากกล้ามเนื้อรอบๆ กระเพาะปัสสาวะ โดยนักวิจัยพบว่าในปลาคางคกแต่ะตัวก็จะมีเสียงร้องและจังหวะเป็นของตนเอง วิดีโอใต้น้ำนี้ถ่ายทำโดย Bob Mazu ในตอนแรกที่ได้ยินเสียง Bob คิดว่ามันดังมาจากอุปกรณ์ดำน้ำของเขา แต่ในที่สุดเขาก็พบว่าเจ้าของเสียงคือสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่ใต้โขดหิน นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าพวกมันใช้เสียงร้องเหล่านี้ในการดึงดูดตัวเมีย บ้างก็ใช้เพื่อเตือนภัยปลาคางคกด้วยกัน ซึ่งในระหว่างดำน้ำอาจได้ยินเสียงของพวกมันโต้ตอบกันไปมา   อ่านเพิ่มเติม ปลาถ้ำตาบอดอาจเป็นกุญแจใหม่ในการรักษาเบาหวาน