น้ำท่วมกรุงเทพ พุทธศักราช 2485 ภาพเก่าเล่าเรื่อง - เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

น้ำท่วมกรุงเทพ พุทธศักราช 2485

 น้ำท่วมกรุงเทพ พุทธศักราช 2485

สยามประเทศได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ นครหลวงอย่างกรุงเทพฯนั้นเล่าก็ได้ฉายาว่า เวนิสแห่งโลกตะวันออกเพราะมากด้วยลำคลองน้อยใหญ่ ทุกปีเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก แม่น้ำลำคลองเอ่อท้นล้นฝั่งเข้าท่วมเรือกสวนไร่นาและบ้านเรือนผู้คนจนต้องระดมความช่วยเหลือกันเป็นการใหญ่ แม้จะเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า แต่ชาวสยามก็ขึ้นชื่อว่าสามารถปรับตัวได้เป็นเลิศ ดังสะท้อนให้เห็นในภาพเก่าเล่าเรื่องชุด น้ำท่วมกรุงเทพ  พุทธศักราช 2485

เรียบเรียง มธุรพจน์ บุตรไวยวุฒิ

ภาพถ่าย หอจดหมายเหตุแห่งชาติ

สิบปีหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง สังคมไทยในพุทธศักราช 2485 ถือเป็นยุคแห่งการปรับตัวของประชาชนในหลายๆ ด้าน บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะลำบากยากเข็ญจากสงครามโลกครั้งที่สองที่ลุกลามไปทั่วโลก การถือกำเนิดของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในปีเดียวกัน ทำให้ประเทศชาติเกิดความระส่ำระสาย เพราะผู้นิยมในลัทธิต้องการแบ่งแยกดินแดน รัฐบาลที่นำโดยจอมพล แปลก พิบูลสงคราม จึงต้องปราบปรามการก่อการร้ายเพื่อรักษาความมั่นคงและอธิปไตยภายในพระราชอาณาจักร นอกจากประกาศนำนโยบาย ”รัฐนิยม” มาใช้เพื่อปลุกใจคนไทยให้รักชาติแล้ว อนุสรณ์สถานการเมืองและการศึกสงครามที่สำคัญ เช่น อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ล้วนเกิดขึ้นในยุคสมัยนี้เช่นกัน

ขณะที่ความบอบช้ำของภัยสงครามยังไม่ทันจางหาย ปลายเดือนกันยายน ปีเดียวกันนั้นเอง ได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์แผ่ขยายไปทั่วทั้งฝั่งพระนครและธนบุรี เมื่อน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ต้องรองรับน้ำปริมาณมหาศาลจากทางเหนือในยุคที่ยังไม่มีเขื่อนใหญ่อย่างเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ เอ่อท้นเข้าท่วมจนหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯกลายสภาพไปไม่ต่างจากทะเลสาบกลางเมือง ระดับน้ำบางแห่งสูงกว่าสองเมตรครึ่ง ทำให้เกิดข้อจำกัดในการคมนาคมทางบก เช่น รถไฟ รถรางและรถเมล์

กระนั้น ท่ามกลางความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่กินเวลาประมาณเดือนเศษนี้ ผู้คนโดยเฉพาะคนหนุ่มคนสาวดูจะตื่นตาตื่นใจและเพลิดเพลินไปกับการสัญจรหลักทางเรือเป็นอย่างมาก นัยว่าเป็นวิธีผ่อนคลายจากนานาปัญหาของประชาชนอย่างหนึ่งในสมัยนั้น

น้ำท่วมกรุงเทพ
หน้าสถานีรถไฟหัวลำโพงดูคึกคักจอแจ ระดับน้ำที่สูงเพียงครึ่งน่องทำให้ผู้คนสามารถสัญจรผ่านไปมาได้อย่างไม่ลำบากมากนัก รถรายังพอวิ่งให้บริการรับส่งผู้โดยสารได้ แต่สำหรับผู้โดยสารรถไฟก็ได้อาศัยเรือจ้างขนสัมภาระชักลากเข้าออกจากตัวสถานีพอไม่ให้ข้าวของเสียหาย ด้านขวาของภาพเป็นหัวรถเมล์สายสีเขียว เส้นทางคลองเตย-หัวลำโพง
น้ำท่วมกรุงเทพ
การยืนตรงเคารพธงชาติทั้งเช้าเย็นเป็นสิ่งที่ประชาชนชาวไทยพึงปฏิบัติตามประกาศรัฐนิยมในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ไม่เว้นแม้ยามน้ำท่วมเช่นนี้
น้ำท่วมกรุงเทพ
ถนนและตรอกซอกซอยย่านบางลำพูกลายสภาพไปไม่ต่างจากลำคลอง จนผู้คนต้องเดินด้วยเท้าหรือใช้เรือพายแทนรถ
น้ำท่วมกรุงเทพ
พระลานพระราชวังดุสิตที่น้ำท่วมสูงระดับเอว คลาคล่ำไปด้วยบรรดาเรือแจวของหนุ่มสาวและเรือจ้างนำเที่ยว
น้ำท่วมกรุงเทพ
ขณะที่พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 เชิงสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์หรือสะพานพุทธ ซึ่งอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ก็มีสภาพไม่ต่างกันเท่าไรนัก
น้ำท่วมกรุงเทพ
เจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุขฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดแก่ประชาชนผู้ประสบภัย
น้ำท่วมกรุงเทพ
ชายสวมหมวกกะโล่ตามรัฐนิยมเข้าแถวรับแจกข้าวสารจากทุนทรัพย์ส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีจอมพล ป. พิบูลสงครามเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัย
น้ำท่วมกรุงเทพ
ด้านหน้าโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุงระดับน้ำไม่สูงมากนัก ถ้าไม่เดินลุยน้ำหรือนั่งเรือแจว ผู้คนก็ยังสามารถใช้บริการรถเมล์ที่ยังคงแล่นได้อย่างช้าๆ เมื่อรถแล่นผ่านที เรือก็โคลงที เพราะคลื่นน้ำ
น้ำท่วมกรุงเทพ
หลักกิโลเมตรที่ศูนย์ของไทย ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และถนนราชดำเนินทั้งสายในวันที่น้ำเอ่อท้นจนดูคล้ายทะเลสาบใหญ่กลางพระนคร
น้ำท่วมกรุงเทพ
เรือจ้างกลายเป็นอาชีพที่ทำเงิน เพราะสามารถพายรับส่งผู้โดยสารแทนรถเมล์และรถราง และล่องไปได้ทุกที่ เช่นท้องสนามหลวงอย่างในภาพ

 


อ่านเพิ่มเติม

เมืองไทยในอดีต : บอกลาเวนิสตะวันออก

เรื่องแนะนำ

พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์: ทหาร-นายกฯ-องคมนตรีแห่งประวัติศาสตร์ไทย

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ขอบคุณภาพจาก https://www.posttoday.com/politic/news/590212 พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ คือผู้ที่ไต่เต้ามาจากสามัญชน มาสู่ประธานองคมนตรี และเป็นผู้ที่มีบทบาทและอิทธิพลในประวัติศาสตร์การเมืองไทยร่วมสมัยมาตลอดช่วงชีวิต หลังจากที่ประเทศไทยได้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปเมื่อวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 ก็ได้มีข่าวสำคัญที่สร้างความสั่นสะเทือนเป็นอย่างยิ่งในประเทศไทย นั่นคือข่าวที่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ได้ถึงแก่อสัญกรรม ในวัย 98 ปี 9 เดือน ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อเช้าวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นคนไทยในยุคสมัยใด ก็คงจะมีภาพจำของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ในฐานะประธานองคมนตรี ที่ทำงานสนองเบื้องพระยุคคลบาท รัชกาลที่ 9 และ รัชกาลที่ 10 และได้มีบทบาทสำคัญทั้งในการทหารและการเมืองไทยมาหลายทศวรรษ จากสามัญชนจากจังหวัดสงขลา พลเอกเปรมฯ ได้กลายมาเป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ไทยได้อย่างไร นักเรียนทหารบกจากจังหวัดสงขลา พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เกิดเมื่อวันที่ 26 […]

พระเจ้าอโศก เป็นใคร

พระเจ้าอโศกได้รับการยกย่องในฐานะผู้น้อมรับพุทธศาสนา และเปลี่ยนแปลงราชวงศ์เมารยะจากเครื่องจักรสงครามไปเป็นสังคมแห่งความอดกลั้นและสันติ ภาพวาดจาก PRIVATE COLLECTION/DINODIA/BRIDGEMAN IMAGES พระเจ้าอโศก แห่งอินเดีย ทรงโศกเศร้าจากการพิชิตดินแดนต่างๆ ซึ่งส่งผลให้ชีวิตเรือนแสนต้องจบลง สิ่งนี้ทำให้พระองค์น้อมรับพุทธศาสนาและปฏิบัติต่อราษฎรอย่างเป็นธรรม พระเจ้าอโศก ผู้เป็นหลานชายของพระเจ้าจันทรคุปต์ เมารยะ (Chandragupta Maurya) มีชีวิตอยู่ในช่วงประมาณ 304 ถึง 233 ปีก่อนคริสตกาล พระองค์ทรงนำจักรวรรดิเมารยะ (Mauryan) ไปสู่ยุคที่มีอาณาเขตกว้างขวางและเรืองอำนาจมากที่สุด กระนั้น การเปลี่ยนแปลงราชอาณาจักรของพระองค์มิได้มาจากการใช้ความรุนแรงอันดุเดือดเหมือนเมื่อครั้งต้นรัชสมัย ตรงกันข้าม มันเป็นผลจากการน้อมรับพุทธศาสนา และสารแห่งขันติธรรมและสันติวิธีที่พระองค์เผยแผ่ไปทั่วทั้งจักรวรรดิอันกว้างขวาง แปดปีหลังการยึดอำนาจในช่วง 270 ปีก่อนคริสตกาล พระเจ้าอโศกได้นำกองทัพเข้าพิชิตราชอาณาจักรกลิงคะ (Kalinga) ในบริเวณชายฝั่งในภาคตะวันออก-กลางของอินเดีย และยังส่งผลให้พระองค์สามารถขยายอาณาจักรให้กว้างใหญ่กว่ากษัตริย์องค์ก่อนหน้าทุกองค์ มีการบันทึกไว้ว่า ผู้คนกว่า 100,000 ถึง 300,000 คนเสียชีวิตระหว่างการศึกครั้งนี้ ความสูญเสียดังกล่าวส่งผลต่อสภาพจิตใจของพระเจ้าอโศกอย่างรุนแรง พระองค์ได้บันทึกไว้ว่า “การฆ่าฟัน ความตาย และการเนรเทศที่เกิดขึ้นเมื่อดินแดนที่ไม่เคยถูกพิชิตกลับถูกพิชิตลง ได้ยังความเจ็บปวดอย่างหนักหนา [ต่อตัวเรา]” หลังจากนั้น พระเจ้าอโศกทรงละทิ้งทั้งการใช้กำลังทหารพิชิตผู้อื่น และความรุนแรงในรูปแบบอื่น รวมถึงการทารุณสัตว์ พระองค์กลายเป็นผู้อุปถัมภ์พุทธศาสนา ซึ่งสิ่งนี้ได้ส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองของศาสนาดังกล่าวในทั่วทั้งอินเดีย […]

ทัวร์เกาะร้างฮาชิมะ

ทัวร์เกาะร้างฮาชิมะ ร่วมออกเดินทางไปกับคณะสำรวจชาวญี่ปุ่นที่เดินทางไปยังเกาะฮาชิมะ หรือ Battleship Island เกาะเทียมที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่นห่างจากเมืองนางาซากิราว 15 กิโลเมตร ฮาชิมะถูกสร้างขึ้นในปี 1887 เพื่อเป็นที่พักของคนงานเหมืองถ่านหิน ในอดีตสถานที่แห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีความหนาแน่นมากที่สุดของญี่ปุ่น เพราะบนพื้นที่เพียง 16 เอเคอร์มีผู้อยู่อาศัยมากถึง 5,000 คน ภายในมีอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปเมื่อน้ำมันถูกนำเข้ามาแทนที่ถ่านหิน ในที่สุดถ่านหินก็หมดความนิยมและเกาะฮาชิมะก็ปิดตัวลง ทุกวันนี้เมื่อไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่บรรดาพืชพรรณนานาชนิดก็เติบโตขึ้นยึดครองแทน ขอเชิญชวนคุณผู้อ่านออกเดินทางไปสำรวจเกาะฮาชิมะพร้อมกับคณะสำรวจที่เดินทางมาตรวจสอบสภาพของอาคารทุกปี ซึ่งพวกเขาพบว่าขณะนี้มีหลายอาคารที่ทรุดโทรมจนเสี่ยงที่จะถล่มลงมา   อ่านเพิ่มเติม โรงแรมแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากฆาตกรต่อเนื่อง

ทำความรู้จักกับอิกทิโอซอรัส

ทำความรู้จักกับ อิกทิโอซอรัส ในโลกดึกดำบรรพ์ทั่วแผ่นดินถูกไดโนเสาร์ยึดครอง ในขณะที่ท้องฟ้าก็เป็นของเทอโรซอร์ แล้วผืนน้ำล่ะ? ใครกันที่เป็นเจ้าของ มันคือ “อิกทิโอซอรัส” สัตว์เลื้อยคลานในยุคไดโนเสาร์ ซึ่งอันที่จริงมันดำรงอยู่มาก่อนไดโนเสาร์เสียอีก อิกทิโอซอรัสเริ่มปรากฏขึ้นบนโลกเมื่อราว 251 ล้านปีก่อน ในช่วงต้นของยุคไทรแอสซิก หรือราว 20 ล้านปีก่อนที่โลกจะมีไดโนเสาร์ ชื่ออันน่าจดจำของมันมาจากภาษากรีก โดยคำว่า อิกทิโอ แปลว่าปลา ส่วนคำว่าซอรัส หมายถึงกิ้งก่า ย้อนกลับไปดูบนเส้นทางวิวัฒนาการของมันจะเห็นว่าร่างกายของอิกทิโอซอรัสนั้นคล้ายกับกิ้งก่ามาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป 100 ล้านปี รูปร่างของมันก็คล้ายปลามากขึ้นเรื่อยๆ พวกมันมีกะโหลกศีรษะยาว และดวงตาขนาดใหญ่ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการมองเห็น ช่วยให้มันสามารถล่าเหยื่อในโลกใต้ทะเลที่มีแสงสว่างไม่มากนัก นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีดวงตาขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา ด้วยเส้นผ่านศูนย์กลางดวงตา 10 นิ้ว (วาฬสีน้ำเงินสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในปัจจุบันมีเส้นผ่านศูนย์กลางดวงตา 6 นิ้ว) ในขณะเดียวกันอิกทิโอซอรัสก็เป็นสัตว์ที่มีความหลากหลายมาก พวกมันมีขนาดตัวตั้งแต่ 2 ฟุต ไปจนถึง 85 ฟุต หรือราว 26 เมตร และด้วยวิวัฒนาการหลายล้านปีที่ปรับเปลี่ยนมันให้กลายมาเป็นนักล่าอันน่าหวาดหวั่นแห่งท้องทะเลโดยเฉพาะ พวกมันทำความเร็วได้ถึง 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นั่นทำให้พวกมันอยู่ ณ […]