ฟุตบอล กับการจุดประกายความหวังใหม่ของเหล่าผู้ลี้ภัย - National Geographic Thailand

ฟุตบอล กับการจุดประกายความหวังใหม่ของเหล่าผู้ลี้ภัย

ฟุตบอล กีฬาที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ได้จุดประกายไฟความหวังของเด็กที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยซะอะฮฺตารี (Za’atair) ขึ้นมา

เมื่อ Mehdi Ballouchy นักฟุตบอลสัญชาติโมร็อกโค ผู้ที่ใช้เวลากว่า 11 ปีโลดแล่นอยู่บนลีกมะกัน (MLS: Major League Soccer) มาถึงค่ายผู้ลี้ภัยซะอะฮฺตารีในประเทศจอร์แดน เขาก็ไม่ได้มามือเปล่า เขารู้ว่าซีเรีย ก็เป็นเหมือนกับประเทศอื่นทั่วโลก ที่ฟุตบอลถือเป็นกีฬาที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้คน ดังนั้นเมื่อเขาก้าวมายังค่ายผู้ลี้ภัยแห่งนี้ เขาจึงได้นำเสื้อ รองเท้า และอุปกรณ์สำหรับการเตะฟุตบอลมาอย่างมากมายให้กับเด็กๆ ในค่าย

สิ่งที่พวกเราต้องการคือ ให้พวกเด็กๆ ได้สนุกสนานกันตามประสาเด็ก ได้ประลองฝีเท้ากัน ได้ฝึกฝนพัฒนาเพื่อที่จะเป็นนักฟุตบอลที่ดีในอนาคต ผมเชื่อว่าฟุตบอลจะทำให้เด็กพวกนี้ลืมเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นในประเทศของพวกเขาได้ชั่วขณะ – Mehdi Ballouchy

ค่ายซะอะฮฺตารี มีสนามฟุตบอลเป็นของตนเองอยู่แล้ว โดยสนามนั้นได้รับอภินันทนาการมาจากองค์อื่นก่อน หลังจากนั้น การมาถึงของหญ้าสีเขียวขจี ทำให้ค่ายที่ล้อมรอบไปด้วยทะเลทรายแห่งนี้มีความสดใสมากกว่าเดิม และ “บ้านพักนักกีฬา” สีขาวแห่งนี้เป็นที่ให้เหล่าเด็กๆ มาพักผ่อนหย่อนใจก่อนหรือหลังการแข่งขันฟุตบอล ชีวิตภายในค่ายนั้นยากลำบากอย่างมาก เนื่องจากการจ่ายไฟและน้ำสะอาดนั้นไม่แน่นอน อีกทั้งพ่อแม่ของเด็กส่วนใหญ่ก็แยกกันอยู่ หรือถูกพลัดพรากเนื่องจากภาวะสงคราม การตกงาน และอนาคตที่ไม่มีความแน่นอนเอาเสียเลย แต่ Ballouchy กล่าวว่า ฟุตบอลจะช่วยให้พวกเขาลืมสิ่งเหล่านี้ ลืมความยากลำบากของสถานะการเป็นผู้ลี้ภัยไปได้สักพัก

เราใช้ชีวิตอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยแห่งนี้มาปีนี้เป็นปีที่ 5 แล้วครับ ผมอาศัยอยู่กับครอบครัวของผม เราอยู่กันพร้อมหน้า แต่การใช้ชีวิตในค่ายก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยนะครับ เพราะพวกเราเองก็คิดถึงประเทศบ้านเกิดของพวกเรา อีกอย่างหนึ่งคือไฟและน้ำก็ไม่ค่อยเพียงพอต่อการดำรงชีวิตด้วยครับ – Ali Osama Al Wadi เด็กวัย 13 ปีที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยซะอะฮฺตารี โดยเขาใช้ชีวิตอยู่ในค่ายแห่งนี้มาเป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว

ในปี 2012 บริเวณซะอะฮฺตารี อันเป็นดินแดนทะเลทรายที่อยู่ใกล้ชายแดนของประเทศจอร์แดนและซีเรีย ได้เปิดบ้านให้คนซีเรียหลายนับพันคนมาพักพิงและลี้ภัยจากภาวะสงครามในประเทศของพวกเขา จนถึงวันนี้ มีผู้ลี้ภัยวนเวียนเข้ามาในค่ายกว่า 5 แสนคนแล้ว และผู้ลี้ภัยกว่า 8 หมื่นคนยังคงอาศัยอยู่ในค่ายแห่งนี้ หลายคนได้เข้าสู่ช่วงปีที่ 7 ในฐานะผู้ลี้ภัยแล้วเนื่องจากภาวะสงครามยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลง ความทรงจำของเด็กชาวซีเรียในค่ายที่มีต่อประเทศบ้านเกิดของตนเองตอนนี้เหลือแต่การทิ้งระเบิด กับภาพที่พวกเขาต้องวุ่นวายวิ่งหนีตายจากเหตุการณ์ทิ้งระเบิดดังกล่าว

พวกเราต้องหนีตายกันอย่างบ้าระห่ำเพื่อที่จะหลบหลีกไม่ให้โดนระเบิดที่พวกเขาได้มาทิ้งไว้ พวกเรากลัวมากๆ – Laila Shukri Shwanrah เด็กวัย 12 ปีที่ในค่ายผู้ลี้ภัยซะอะฮฺตารี โดยเธอได้อาศัยอยู่ในค่ายแห่งนี้มาเป็นระยะเวลากว่า 6 ปีแล้วด้วยกัน

เด็กชายคนหนึ่งในค่ายวัย 13 ปีวางแผนที่จะเล่นฟุตบอลอาชีพในประเทศซีเรีย ขณะที่อีกคนหนึ่งเป็นเด็กหญิงวัย 12 ปีชื่อ Laila Shukri Shwanrah ซึ่งใช้ครึ่งค่อนชีวิตของเธออยู่ในค่ายแห่งนี้กล่าวกับผู้กำกับหนังสั้นเรื่องนี้อย่าง Austin Meyer ว่า “ฉันอยากบอกเด็กทุกคนที่อาศัยอยู่ในค่ายแห่งนี้ว่า เราไม่ควรย่อท้อต่ออุปสรรคและสู้ต่อไป”

ครอบครัวหนูไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากัน บางคนก็ลี้ภัยไปอยู่ในสถานที่หรือประเทศอื่น บางคนก็ยังติดอยู่ในประเทศ ต้องเผชิญหน้ากับสงคราม มันยากลำบากมากในที่นี้ แต่หนูคิดว่าทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้ และการได้เตะฟุตบอลถือเป็นเรื่องดีที่เกิดขึ้นในค่ายแห่งนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ – Laila Shukri Shwanrah

Kickstart Joy เป็นองค์กรของ Ballouchy ที่มีวัตถุประสงค์และแนวคิดที่จะนำกีฬาไปสู่ค่ายผู้ลี้ภัยทุกแห่งทั่วโลก โดยเริ่มที่ค่ายซะอะฮฺตารีเป็นที่แรก “ทันทีพวกเขาเหยียบสนามแห่งนี้ พวกเขาจะกลายเป็นเพียงแค่กลุ่มเด็กธรรมดาทั่วไป (ไม่ใช่ผู้ลี้ภัย) ที่เตะฟุตบอลกันอย่างสนุกสนาน”

ผมได้ไอเดียของการก่อตั้งแคมป์ฟุตบอลในค่ายผู้ลี้ภัยครั้งแรกในช่วงฤดูกาลสุดท้ายของการค้าแข้งในฟุตบอลลีกในสหรัฐอเมริกาของผม ผมรับรู้ว่ามีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นในประเทศซีเรีย ผมอยากจะยื่นมือเข้ามาช่วย ฟุตบอลคือสิ่งที่ผมทำได้ดีที่สุด และผมก็รู้ว่าฟุตบอลเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศซีเรีย โดยเฉพาะในหมู่เด็กๆ ผมเลยคิดว่าการก่อตั้งแคมป์ครั้งนี้คงจะทำให้พวกเด็กๆ มีความสุขไม่มากก็น้อย อย่างน้อยการได้เล่นฟุตบอล คงจะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจเด็กๆ ไม่ให้คิดมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ อีกทั้งสิ่งที่เด็กพวกนี้ได้เรียนรู้ ขณะที่เตะฟุตบอลก็คือ วินัย การเล่นเป็นทีม และแบบแผนที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตจริง ทั้งหมดนี้มีความสำคัญพอๆ กับความสนุกสนานเลย – Mehdi Ballouchy

รับชมคลิปวิดิโอหนังสั้นได้ ที่นี่ 

เรื่องและวิดิโอโดย และ AUSTIN MEYER

***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม : ConIFA ฟุตบอลของคนไร้รัฐ

ฟุตบอล

เรื่องแนะนำ

จิตวิญญาณของกังฟู วัดเส้าหลิน ในยุคปัจจุบัน

ใต้ร่มเงา วัดเส้าหลิน อันเป็นตำนานลือเลื่อง เหล่าศิษย์ของปรมาจารย์กังฟูกำลังเผชิญหน้ากับโลกแห่งศิลปะการต่อสู้ที่เปลี่ยนแปลงไป ท่านอาจารย์ทอดร่างใต้ผ้านวมฝีมือการตัดเย็บของภรรยาในวันสุดท้ายของชีวิตในห้องนอนเล็กๆ มีเพียงเสียงลมหายใจแหบพร่าดังเป็นห้วงๆ ตลอดวันที่อากาศเย็นสบายของฤดูใบไม้ผลิ อาคันตุกะหลั่งไหลมายังเมืองเหยี่ยนชือตรงตีนเทือกเขาซงชาน เพื่อคารวะท่านอาจารย์หยางกุ้ยอู่ผู้ถ่ายทอดวิชากังฟู วัดเส้าหลิน ให้พวกตนเป็นครั้งสุดท้าย บ้างนุ่งห่มจีวรพระและสวดให้พรขณะก้าวเข้าสู่บ้าน อิฐหลังน้อยแห่งนี้ ภรรยาท่านอาจารย์เจ้าของเรือนผมสีดอกเลาที่หวีอย่างบรรจง บีบไหล่ของทุกคนแน่นราวกับเป็นลูกในไส้ ก่อนจะเดินนำพวกเขาผ่านครัวที่มีเตาถ่านลุกโชนไปสมทบกับสมาชิกครอบครัวและลูกศิษย์ที่รวมตัวกันข้างเตียงท่านอาจารย์ ผู้เป็นภรรยาโน้มตัวลงหาร่างของสามีที่ซุกอยู่ในผ้าห่มเพื่อแนะนำ ผู้มาเยือนคนหนึ่ง เป็นลูกศิษย์คนสุดท้ายที่ท่านอาจารย์รับเข้าสู่ครอบครัวกังฟูเมื่อ 15 ปีก่อน “หูเจิ้งเชิงมาเยี่ยมค่ะ” เธอบอก หูในวันนี้เป็นหนุ่มใหญ่ วัย 33 ที่ช่วงไหล่ผึ่งผาย สวมชุดวอร์มของไนกี้และรองเท้า ผ้าแบบดั้งเดิม เขาน้อมกายลงหาร่างที่ไหวระริกและเอ่ย ปากเรียก “ชือฟู่” ภาษาจีนกลางที่แปลว่าอาจารย์ อย่างแผ่วเบาและเปี่ยมด้วยความเคารพ “ได้ยินผมไหมครับ” เปลือกตาของชายชราที่ขาวซีดและบางราวกระดาษว่าว กะพริบ ชั่วขณะหนึ่งม่านตาของเขาดูราวกับจับจ้องไปที่ใบหน้าของชายหนุ่ม ก่อนจะกลายเป็นเหม่อลอย ก่อนหน้านี้ ท่านอาจารย์เคยเล่าให้ลูกศิษย์คนสุดท้องคนนี้ฟังหลายต่อหลายครั้งว่า บูรพาจารย์ด้านศิลปะการป้องกันตัวหรือเหล่าหลวงจีนจาก วัดเส้าหลิน ที่ล่วงลับได้มาเข้าฝันและถ่ายทอดภูมิปัญญาที่สั่งสมต่อเนื่องมานานนับศตวรรษ และสืบทอดต่อกันมาในหมู่ศิษย์รุ่นแล้วรุ่นเล่า ผู้ฝากรอยฝ่าเท้าเป็นร่องลึกบนพื้นหินในหอฝึก และอัฐิได้รับการเก็บรักษาไว้ในป่าเจดีย์(Pagoda Forest) นอกกำแพงวัด บุรุษเหล่านั้นคือบรรดาหลวงจีนผู้อุทิศชีวิตให้กับการฝึกฝนกังฟูด้วยกระบวนท่าที่มีชื่อเรียกอย่างมหัศจรรย์พันลึก อาทิ หมัดดอกเหมย (Plum Flower Fist) […]

ถอดรหัส แพทย์แผนจีน : ตำรายาหลวงจักรพรรดิมังกร

วิทยาศาสตร์และการแพทย์แผนปัจจุบันกำลังพยายามถอดรหัสเพื่อเรียนรู้ศาสตร์เก่าแก่โบราณอย่าง แพทย์แผนจีน ที่ช่วยชีวิตผู้คนมานานนับพันปี สิ่งที่พวกเขาค้นพบอาจช่วยหลอมรวมศาสตร์การแพทย์จากตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยชีวิตผู้คนในยุคศตวรรษที่ 21

ความสัมพันธ์ของบุคลในช่วงสถานการณ์โควิด-19

ไม่ใช่แค่ร่างกายเท่านั้นที่ต้องการวัคซีน แต่จิตใจก็เช่นกัน เมื่อโควิด-19 ส่งผลให้ความสัมพันธ์ต้องเปลี่ยนแปลงไป ความสัมพันธ์ในยุคโควิด “เพราะมนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาให้อยู่คนเดียว” ผศ.ดร.ไชยันต์ สกุลศรีประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวกับทีมงานระหว่างการพูดคุยกันภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดังนั้น ความสัมพันธ์จึงเป็นสิ่งที่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลย ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ด้านครอบครัว หรือเพื่อนฝูง ความสัมพันธ์ในยุคโควิด และสิ่งที่มีผลต่อความรู้สึกของเราอย่างมากคือ “ความรัก” ไม่ว่าใครก็อยากจะมีความรักที่ดี แต่ปัจจัยมากมายนั้นต่างก็มีผลต่อความรัก การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ก็เช่นกัน มนุษย์จึงต้องการวัคซีนไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่เป็นจิตใจด้วย ภาวะสมดุลที่เปลี่ยนแปลงไป ในสถานการณ์ปกติ ความสัมพันธ์ของแต่ละคู่ต่างก็มีสิ่งที่เรียกว่า “ภาวะสมดุล” ของตัวเอง เป็นภาวะที่ทำให้ทั้งคู่ต่างประคับประคองให้ผ่านไปได้ แม้จะมีเรื่องราวให้ทะเลาะกันบ้าง ร้องไห้กันบ้าง มีทั้งทุกข์และสุขในความสัมพันธ์แต่ทั้งคู่ก็ยังคงอยู่ในภาวะสมดุลและก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน  บางคู่อาจเจอกันในช่วงเย็นของทุก ๆ วันเพื่อรับประทานอาหารด้วยกัน หรือบางคู่อาจเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันทุกเดือน ทั้งหมดนี้เรียกว่า “ภาวะสมดุล” ที่ทั้งคู่ได้ตกลงกัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้ความรักนั้นงอกงามอยู่เสมอ  แต่ด้วยการอุบัติของโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงของภาวะสมดุลที่ทั้งคู่มีอยู่ เช่น จากเดิมที่เคยได้รับประทานอาหารเย็นด้วยกันทุกวันหลังเลิกงาน มาตรการป้องกันการแพร่เชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถนั่งรับประทานอาหารที่ร้านด้วยกันได้ และกลายเป็นว่าต่างคนต่างซื้ออาหารกลับไปรับประทานที่บ้านของตนเอง เพียงแค่การไม่ได้นั่งรับประทานอาหารด้วยกันทุกเย็นอีกแล้ว อาจทำให้ทั้งคู่รู้สึกห่างเหินกันมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม โควิด-19 ก็อาจทำให้คู่รักต้องใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น ซึ่งสามารถส่งผลให้ภาวะสมดุลเสียไป […]

ความตาย : สารพัดวิธีลาโลกให้เป็นที่จดจำ

ตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ผู้คนคิดค้นวิธีพิสดารต่างๆ เพื่อเก็บผู้ล่วงลับไว้ในความทรงจำ เช่น เหล่าพีระมิดแห่งอียิปต์  สุสานแบบกอทิกของยุโรป หรืออนุสรณ์แห่งความรักอันเลื่องลืออย่างทัชมาฮาล ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด เรายังมีทางเลือกสุดไฮเทคอีกมากมายให้ตายอย่างเป็นที่จดจำ