งานวิจัยล่าสุดหักล้างทฤษฎีวิทยาการผลิตอาวุธยุคโบราณ - National Geographic Thailand

งานวิจัยล่าสุดหักล้างทฤษฎีวิทยาการผลิตอาวุธยุคโบราณ

กองทัพทหารถูกสร้างขึ้นเพื่อรับใช้ จิ๋นซีฮ่องเต้ ในชีวิตหลังความตาย

ภาพถ่าย IRA BLOCK, NAT GEO IMAGE COLLECTION

งานวิจัยล่าสุดหักล้างทฤษฎีวิทยาการผลิตอาวุธยุคโบราณ

เป็นเวลากว่าสี่ทศวรรษที่นักวิจัยต่างเชื่อว่า อาวุธทองสัมฤทธิ์อายุ 2,200 ปีของเหล่าทหารดินเผานั้นถูกสงวนไว้อย่างน่าประหลาด เหตุเพราะอาวุธเหล่านั้นชุบโครเมียมแทบทั้งสิ้น แต่ทว่าอาจไม่ใช่เช่นนั้นแล้ว จากผลการศึกษาครั้งล่าสุด

หากก๊อกน้ำในห้องน้ำของคุณมีสีเงินมันวาว แสดงว่ามันคงผ่านการชุบโครเมียมมาแล้ว โดยยุโรปได้เริ่มการทดลองกับเทคโนโลยีป้องกันสนิมนี้เมื่อศตวรรษที่ 19 แต่ก็นับเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้วที่ทฤษฎีทางเลือกเช่นนี้ได้แพร่หลายในแวดวงวิชาการและสื่อซึ่งเป็นที่นิยม ทฤษฎีนี้คือ: การชุบโครเมียมประดิษฐ์ขึ้นในศตวรรษที่สามก่อนคริสตกาล ณ แผ่นดินจีน เพื่อป้องกันไม่ให้อาวุธทองสัมฤทธิ์ที่ฝังอยู่กับกองทัพทหารดินเผาในหลุมฝังศพของจักรพรรดิจิ๋นซีนั้นเกิดสนิม

โดยทฤษฎีการชุบโครเมียมนี้มีมาตั้งแต่ปี 1970 ซึ่งเป็นช่วงที่มรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งนี้ถูกค้นพบครั้งแรก หลังจากรายงานการขุดค้นบ่งชี้ว่า การเคลือบผิวบนวัสดุสามารถอธิบายวิธีรักษาอาวุธทองสัมฤทธิ์อายุ 2,200 ปีได้อย่างดีเยี่ยม นักวิทยาศาสตร์ชาวจีน ใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงบุกเบิกที่เรียกว่า การทำแผนที่องค์ประกอบเพื่อเผยให้เห็นชั้นของโครเมียมที่อยู่ภายในตัวต้นแบบอาวุธ โดยนักวิจัยบ่งชี้ว่า อาวุธต่างๆ สามารถจุ่มลงไปในสารละลายโครเมียมออกไซด์ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่รู้จักกันในชื่อ การชุบโลหะ ซึ่งเทคนิคนี้จะแตกต่างกับวิธี การชุบโครเมียม แบบสมัยใหม่

วิธีการทั้ง 2 ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นมีการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงมาเป็นระยะเวลากว่าสองพันปีที่แล้วในช่วงราชวงศ์ฉิน แต่ปรากฎว่ากระบวนการเหล่านั้นไม่ได้นำมาใช้กับอาวุธโดยตรง และข้อมูลเหล่านี้ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Scientific Reports

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอนและพิพิธภัณฑ์รูปปั้นทหารและม้าศึกของจักรพรรดิจิ๋นซี ได้ร่วมกันศึกษาหัวลูกธนูสัมฤทธิ์ ปลอกโลหะ ดาบ และอาวุธอื่นๆ โดยใช้กล้องจุลทรรศน์คุณภาพสูงที่เผยให้เห็นพื้นผิวและโครงสร้างของโลหะต่อมาคือ X-ray Fluorescence (XRF) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ธาตุซึ่งแสดงให้เห็นองค์ประกอบทางเคมี กลุ่มตัวอย่างในการทดลองเหล่านี้เผยให้เห็นว่ามีโครเมียมอยู่ตรงส่วนไหน และไม่มีอยู่ตรงส่วนไหนบ้าง

เป็นเรื่องปกติที่โลหะจะเชื่อมต่อกับด้ามจับแบบไม้ ไม้ไผ่ หรือสปริง ซึ่งจะถูกเคลือบด้วยแลคเกอร์แล้วทาสี แต่ทว่าสิ่งเหล่านี้กลับไม่พบในส่วนของสัมฤทธิ์ที่มีสภาพบูรณ์ การวิเคราะห์เพิ่มเติมพบว่าแลคเกอร์เป็นแหล่งที่มาของโครเมียมซึ่งตรวจพบโดยนักวิจัยช่วงก่อนหน้านี้

จิ๋นซีฮ่องเต้
นักวิจัยเคยเชื่อว่าโครเมียมปกป้องอาวุธทองสัมฤทธิ์จากการกัดกร่อนเป็นเวลากว่า 2,000 ปี
ภาพถ่าย O. LOUIS MAZZATENTA, NAT GEO IMAGE COLLECTION

การตรวจสอบดินในบริเวณนั้นทำให้เกิดปมปัญหามากขึ้น: ดินเป็นด่างและเนื้อละเอียด ซึ่งส่งผลให้การเติมอากาศและการเจริญเติบโตของอินทรีย์ถูกจำกัด แม้เวลาจะผ่านไปอย่างเนิ่นนาน ปัจจัยของดินที่เป็นด่างและเนื้อละเอียดก็สามารถทำให้วัตถุโลหะ (ซึ่งก็คืออาวุธ) ยังคงมีความทนทานอยู่ด้วยเช่นกัน

“ทางทีมงานได้ปฏิบัติงานอย่างยอดเยี่ยมในการพิสูจน์เพื่อหักล้างทฤษฎีการชุบโครเมียมพร้อมกับให้คำอธิบายที่เป็นทางเลือกอื่นๆ ” — W. Thomas Chase, ผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์เทคโนโลยีสัมฤทธิ์ของจีน กล่าว

““การวิเคราะห์วัสดุหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นโลหะ หรือดิน เป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้เราเข้าใจในเรื่องกัดกร่อน รวมไปถึงการรักษาอาวุธโบราณเหล่านี้ในระยะยาวได้อย่างไร พร้อมกับช่วยให้เราคิดค้นวิธีการเก็บรักษาสิ่งประดิษฐ์ที่ทำมาจากโลหะได้อีกด้วย” — W. Thomas Chase กล่าว

Robert Murowchick, รองผู้อำนวยการแห่งศูนย์เอเชียศึกษา มหาวิทยาลัยบอสตัน กล่าวว่า ความคิดเดิมที่ว่าการชุบอาวุธด้วยโครเมียมเป็นสิ่งที่ผู้คนเชื่อถือกันมานาน เขากล่าวและเสริมว่า “ซึ่งไม่ใช่ความคิดธรรมดาเลยหากจะบ่งชี้ว่า โรงงานในราชวงศ์ฉินนั้นได้ตั้งใจสร้างวิธีการชุบโครเมียมอย่างประณีต เพื่อป้องกันการถูกกัดกร่อน”

“มันน่าจะเป็นคำอธิบายที่น่าสนใจสำหรับนักวิชาการและสาธารณชน” Murowchick ตั้งข้อสังเกต “ตามที่ได้เสนอไปว่า เรื่องราวในอดีตจากบันทึกของนักประวัติศาสตร์จีนสมัยก่อน ซึ่งได้ระบุเกี่ยวกับการสร้างมหาสุสานขนาดใหญ่โตมโหฬารนั้นเป็นความปรารถนาของจักรพรรดิองค์แรกแห่งราชวงศ์ฉินเพื่อไว้เป็นที่ประทับชั่วกัลปาวสาน”

***แปลและเรียบเรียงโดย กุลธิดา ปัญญาเชษฐานนท์
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม

ขงจื๊อ

ขงจื๊อคือใคร

เรื่องแนะนำ

CHAOS : CALM โกลาหล : สงบสุข ธีมครั้งใหม่ของ Bangkok Art Biennale 2022

ศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินชั้นนำทั่วโลก กับการมุ่งผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครแห่งศิลปวัฒนธรรมของโลก โลกในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา สอนอะไรให้กับพวกเราบ้าง? ภายใต้ความวุ่นวายจากวิกฤตการณ์ที่รายล้อมผู้คนทั่วโลก ความนิ่งสงบยังคงเป็นขั้วตรงข้ามที่อยู่ในภายในจิตใจ ถึงแม้สองคำจะดูขัดแย้งกันด้วยความหมาย หากแต่ทั้งสองสิ่งกลับปรากฏอยู่ในชีวิตของทุกคนเสมอมา จากแนวคิดของความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในจิตใจครั้งนี้ ส่งทอดต่อมาสู่การเป็นแนวความคิดหลักของงาน เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 ภายใต้ธีม Chaos : Calm โกลาหล : สงบสุข โดยมีแก่นของแนวคิดคือ การค้นพบความสงบสุขท่ามกลางความวุ่นวาย เพื่เปิดโอกาสและปูทางนำไปสู่ความรู้ใหม่ๆ Chaos : Calm โกลาหล : สงบสุข ในส่วนของงานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ หรือ BAB ในปี 2020 ที่ผ่านมา ถึงแม้จะอยู่ในช่วงการระบาดครั้งใหญ่ของโควิด-19 ที่หลากหลายวงการกำลังสับสนวุ่นวาย และต้องเตรียมการรับมือในแบบฉุกเฉิน หากแต่ครั้งนั้น งาน BAB2020 นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมศิลปะระดับนานาชาติที่ยังคงยืนหยัดจัดงานตามกำหนด ด้วยแนวความคิด ‘ศิลป์สร้าง ทางสุข’ งานครั้งนั้นจึงต้องการให้เป็นความสุขของผู้คนในช่วงระหว่างอุปสรรคที่หลากหลายทั้งระดับบุคคล สังคม และโลกกว้าง แม้จะออกเดินทางได้จำกัดบนพื้นที่จริงในช่วงมาตรการกึ่งล็อคดาวน์ แต่ผู้ชมงานกว่า […]

ธรรมเนียมการแข่งขันอูฐ

ธรรมเนียมการแข่งขันอูฐ ใครจะคิดว่าอูฐสามารถทำความเร็วได้มากถึง 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกเหนือจากการเป็นสัญลักษณ์ของการปรับตัวให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศรุนแรงสุดขั้วอย่างทะเลทรายแล้ว อูฐยังเป็นสัตว์สำคัญของมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง พวกเขาใช้อูฐในการขนส่ง, ใช้เป็นอาหาร ไปจนถึงเป็นความบันเทิง เช่น การแข่งอูฐ ในโอมาน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของผู้คนในภูมิภาคอาหรับ จากวิดีโอภาพมุมสูง การแข่งขันครั้งนี้ถูกบันทึกผ่านโดรนให้เรามีโอกาสได้ชมธรรมเนียมของชาวอาหรับกัน ปกติแล้วในการแข่งขันนิยมใช้อูฐหนอกเดียวมากกว่าอูฐสองหนอก ทว่าการแข่งจะต่างจากการแข่งขันสัตว์อื่นๆ เนื่องจากจ็อกกี้จะไม่ขึ้นขี่หลังอูฐ แต่จะใช้รีโมทคอนโทรลควบคุมแส้ให้ตวัดไปมาในอากาศเป็นการสั่งอูฐ โดยจ็อกกี้แต่ละคนนั้นจะนั่งอยู่ในรถยนต์ที่วิ่งขนานไปกับอูฐนั่นเอง หากสงสัยว่าเหตุใดอูฐจึงเอาชีวิตรอดท่ามกลางทะเลทรายได้ และเหล่านี้คือวิวัฒนาการที่มันปรับตัวขึ้นมาโดยเฉพาะ ภายในหนอกของอูฐประกอบด้วยไขมันที่มันจะนำมาใช้เมื่อไม่มีอาหารกิน นอกจากนั้นอูฐยังมีขนตายาวมากเพื่อป้องกันทรายพัดเข้าตา นอกจากนั้นอูฐยังสามารถอุดจมูกได้ทันทีที่ต้องการ พายุทรายจึงไม่มีผลใดๆ กับมัน และพวกมันยังมีมีพื้นเท้าที่กว้างกว่าสัตว์อื่นๆ ช่วยไม่ให้จมลงในทรายอ่อนๆ ได้อีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม สัตว์เหล่านี้ดื่มน้ำด้วยวิธีแปลกๆ

ชีวิตไร้หน้ากากของผู้ได้รับวัคซีนโควิด-19 ในสหรัฐฯ

แนวปฏิบัติใหม่ในสหรัฐฯ ตั้งเป้าสร้างความมั่นใจกับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไวรัสจากการฉีด วัคซีนโควิด-19 ในเรื่องกิจกรรมกลางแจ้งที่มีความเสี่ยงต่ำ อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้เชี่ยวชาญที่กังวลว่าอาจสร้างผลกระทบที่คาดไม่ถึง ตลอดช่วงปีที่แล้ว สาธารณชนต่างมองว่าพื้นที่กลางแจ้งเป็นพื้นที่แห่งความหวังในช่วงเวลาแห่งการเว้นระยะห่างทางสังคม พื้นที่กลางแจ้งกลายเป็นสถานที่เดียวในช่วงเวลาแห่งการปิดเมืองที่ผู้คนมาออกกำลังกาย ผ่อนคลาย หรือรวมตัวภายใต้การเว้นระยะห่างของที่นั่ง และในช่วงที่มีหลักฐานชัดเจนว่าขณะนี้การรวมตัวกลางแจ้งที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ในระดับต่ำแล้ว เนื่องจากการได้รับ วัคซีนโควิด-19 ในวงกว้าง หลายคนก็รู้สึกผ่อนคลายที่จะถอดหน้ากากอนามัยและลดการป้องกันตัวเองลง อย่างไรก็ตาม การตีความของผู้คนว่ากิจกรรมใดที่สามารถทำได้ปลอดภัยโดยไม่ต้องสวมหน้ากากยังคงไม่ชัดเจน ในบางพื้นที่อาจเชื่อว่าการออกไปบาร์ข้างนอกสามารถทำได้ ในขณะที่บางคนยังคงสวมหน้ากากในตอนที่พาสุนัขไปเดินเล่น ในปัจจุบัน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (Centers for Disease Control and Prevention – CDC) ได้ประกาศแนวปฏิบัติใหม่ที่หวังจะประกาศให้ชัดเจนว่ากิจกรรมใดปลอดภัยในบรรยากาศที่บริสุทธิ์ และมีคำตัดสินว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วสามารถถอดหน้ากากในกิจกรรมการรวมตัวขนาดเล็กในพื้นที่กลางแจ้ง หรือสามารถทานอาหารกลางแจ้งกับคนที่ได้รับวัคซีนแล้วและไม่ได้รับวัคซีนได้ “โดยปกติ สำหรับคนที่ได้รับวัคซีน สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยได้อย่างปลอดภัยแล้ว” โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการ CDC กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวในทำเนียบขาวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และเสริมว่า “อย่างไรก็ตาม เรายังคงแนะนำให้มีการสวมหน้ากากอนามัยในช่วงที่มีการรวมตัวกลางแจ้งของคนหมู่มากในสถานที่เช่นสนามกีฬาที่มีคนจำนวนมาก และคอนเสิร์ตที่ไม่สามารถทำระยะห่างทางสังคมได้โดยง่าย อันเป็นสถานที่ซึ่งอาจมีผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนปรากฎตัวอยู่” แนวปฏิบัติใหม่ คำแนะนำวิถีชีวิตกลางแจ้งของสหรัฐฯ แบบใหม่ล่าสุดกำหนดขึ้นเพื่อขยายเสรีภาพของผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว เมื่อเดือนที่ผ่านมา CDC ประกาศว่าผู้ที่มีภูมิคุ้มกันโดยสมบูรณ์สามารถรวมตัวกันกลางแจ้งได้โดยไม่ต้องใส่หน้ากาก จากข้อมูลตัวเลขของการฉีดวัคซีนล่าสุดพบว่า […]

โลกร้างใบจิ๋ว

เรื่อง เจเรมี เบอร์ลิน ภาพถ่าย ลอรี นิกซ์ และ แคทลีน  เกอร์เบอร์ เมืองที่กลายเป็นซากปรัก รถไฟจอดนิ่งสนิทอยู่บนราง โรงเรียนที่เงียบสงัด ห้องสมุด และเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ทรุดโทรมผุพังไปตามกาลเวลา  ผู้คนอันตรธานไป นี่คือจุดจบของโลกที่เรารู้จักแต่ลอรี นิกซ์ กลับรู้สึกสบายดี อันที่จริงเธอและแคทลีน เกอร์เบอร์ ซึ่งเป็น คู่หูทั้งในเรื่องศิลปะและชีวิตจริง คือสถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลังฉากสิ้นโลกเหล่านี้ วันฟ้าหม่นวันหนึ่งในฤดูหนาวทั้งคู่ กำลังทำงานอยู่ในห้องเช่าซึ่งเป็นทั้งที่พักและที่ทำงาน พวกเธอกำลังบรรจงสร้างฉากจำลองสามมิติของหายนะ นิกซ์เล่าว่าเป้าหมายของพวกเธอคือการสร้างและ ถ่ายภาพ “เรื่องราวที่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป นั่นคือแบบจำลองของเมืองยุคไร้มนุษย์ หลังเกิดภัยพิบัติปริศนาทำลายล้างทุกสิ่ง” เพื่อ “ปลดปล่อย กระตุกต่อมคิด และปลุกเร้า” จินตนาการของผู้ชม “เราต้องการ[ให้ผู้ชม] ใคร่ครวญถึงปัจจุบันเราจะยังมีอนาคตอยู่หรือ ไม่ เราจะสามารถปกป้องตัวเองได้หรือเปล่า” นิกซ์ได้ความคิดส่วนใหญ่ในการรังสรรค์ผลงานอันสลับซับซ้อนนี้จากการนั่งรถไฟใต้ดิน หรือไม่ก็การเปิดหนังสือ ท่องเที่ยวต่าง ๆ แรงบันดาลใจอื่น ๆ มาจากความทรงจำในอดีตของเธอ ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตขึ้นในพื้นที่ที่เกิด พายุทอร์นาโดช่วงทศวรรษ 1970 หรือจากภาพยนตร์แนว ภัยพิบัติและแฟนตาซีอย่าง ตึกนรก (The Towering Inferno) และ […]