ดาวินชี : 500 ปี มรณกาลอัจฉริยะก้องโลก - National Geographic Thailand

ดาวินชี : 500 ปี มรณกาลอัจฉริยะก้องโลก

ดาวินชี : 500 ปี มรณกาลอัจฉริยะก้องโลก

ชั่วขณะหนึ่ง อดีตอันยาวนานหลายร้อยปีได้มาบรรจบกับปัจจุบัน ฉันมาที่พระราชวังวินด์เซอร์เพื่อชมชุดภาพวาดเส้นของเลโอนาร์โด ดาวินชี อันเป็นของสะสมส่วนพระองค์ในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบทที่สอง

นอกกำแพงหินสูงตระหง่านของพระราชวัง นักท่องเที่ยวถ่ายภาพเซลฟีและเลือกซื้อของที่ระลึก ด้านใน หลังซุ้มประตูโค้งประดับปนาลี เลโอนาร์โดก็พาฉันย้อนเวลากลับไปยังสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาอีกครั้ง

ฉันแทบจะได้ยินเสียงกระซิบของศิลปินเอกผู้นี้ ขณะจ้องมองอัลบั้มปกหนังจากปลายศตวรรษที่สิบหกในห้องเก็บภาพพิมพ์ของพระราชวัง สันหนังสือหนา 6.5 เซนติเมตรตกแต่งด้วยลวดลายพิมพ์ทอง หน้าปกมีรอยเปื้อนและเก่าคร่ำคร่าจากรอยนิ้วมือที่มองไม่เห็นของคนรุ่นแล้วรุ่นเล่า มีตัวหนังสือเขียนว่า ดีเซญญี ดี เลโอนาร์โด ดา วินชี เรสเตาราตี ดา ปอมเปโอ เลโอนี (ภาพวาดเส้นของเลโอนาร์โด ดาวินชี อนุรักษ์โดยปอมเปโอ เลโอนี)

เลโอนีผู้เป็นประติมากรชาวอิตาลี ได้รับภาพวาดเส้นของเลโอนาร์โดจากลูกชายศิษย์เอกของเลโอนาร์โด นั่นคือ ฟรันเชสโก เมลซี และรวบรวมไว้ด้วยกันอย่างน้อยสองเล่ม พอถึงปี 1690 หนังสือที่รู้จักกันในชื่อ หนังสือเย็บเล่มเลโอนีก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชุดสะสมส่วนพระองค์ ภายในอัดแน่นไปด้วยกระดาษแผ่นใหญ่ 234 แผ่นและบันทึกการเดินทางด้านสติปัญญาของเลโอนาร์โด

มาร์ติน เคลย์ตัน หัวหน้าแผนกภาพพิมพ์และภาพวาดเส้นของกองทุนชุดสะสมส่วนพระองค์ (Royal Collection Trust) จัดวางหน้าหนังสือที่คัดเลือกมาแล้ว ซึ่งทำให้เห็นความสนใจด้านต่างๆของเลโอนาร์โดได้อย่างชัดเจนขึ้น มีทั้งพฤกษศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สถาปัตยกรรม วิศวกรรมการทหาร เรขาคณิต การทำแผนที่ และกายวิภาคศาสตร์  เขาร่างภาพเพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่ยังไม่รู้ให้ดีขึ้น โดยมุ่งหาคำตอบให้กับปริศนาต่างๆ

“สิ่งที่เราเรียนรู้มากที่สุดจากภาพวาดเส้นของเลโอนาร์โดบนกระดาษบางแผ่น คือการกระโดดจากหัวข้อหนึ่งไปอีกหัวข้อหนึ่งอย่างเสรี” เคลย์ตันบอกและเสริมว่า “การได้เห็นวิธีทำงานของความคิดที่เปิดกว้างเช่นนี้น่าตื่นเต้นมากครับ”

เลโอนาร์โดค้นหาคำตอบให้กับคำถามยาวเป็นหางว่าว ไม่ว่าจะเป็นทำไมเราถึงมองเห็นดาวในตอนกลางคืน แต่มองไม่เห็นในตอนกลางวัน อะไรแยกน้ำออกจากอากาศ วิญญาณอยู่ที่ไหน การจาม การหาว ความหิว ความกระหาย และตัณหาคืออะไร

ดาวินชี
หลังการบูรณะนานห้าปี ภาพ “การนมัสการของโหราจารย์” ของเลโอนาร์โด ดาวินชี ก็เผยให้เห็นฝีแปรง สีสัน และภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ฝุ่นเขรอะและน้ำน้ำมันขัดเงาที่ทำให้ภาพหมองลง งานจิตรกรรมซึ่งยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดีชิ้นนี้ที่เลโอนาร์โดได้รับว่าจ้างให้วาดขึ้นเมื่อปี 1481 ยังเผยให้เห็นกระบวนการทางความคิดของศิลปินเอก รวมถึงการปรับเปลี่ยนต่างๆ ระหว่างการทำงาน
ดาวินชี
งานวิศวกรรมสร้างลูกทรงกลมทองแดงหุ้มทองที่สำเร็จลงระหว่าง เลโอนาร์โด ดา วินชี เป็นลูกมือฝึกหัดของศิลปินนาม อันเดรอา เดล แวร์รอกกีโอ ในเมืองฟลอเรนซ์ ฝากรอยประทับอันยืนยงในใจของดา วินชี ในภาพนี้ ซันโดร สกีเอเวนิน ที่กำลังตรวจดูความเสียหายจากฟ้าผ่า โผล่หน้าจากลูกทรงกลมบนยอดมหาวิหารซานตามาเรียเดลฟีโอเร

ในวาระครบรอบ 500 ปีแห่งมรณกาลของเลโอนาร์โดในปีนี้ สมุดบันทึกของศิลปินเอกก็ได้รับการฟื้นฟูด้วยเช่นกัน พิพิธภัณฑ์หลายแห่งจัดนิทรรศการ และนักวิชาการก็ตีพิมพ์บทวิเคราะห์ใหม่ๆที่เจาะลึกมากขึ้นเกี่ยวกับผลงานสร้างสรรค์ประดามีของเขา

เลโอนาร์โดทิ้งบันทึกเรื่องราวชีวิตตนเองไว้น้อยมาก แต่เรายังพอได้เห็นตัวตนของชายผู้นี้ เขาน่าจะเป็นเกย์  เป็นคนรักสัตว์และเคยซื้อนกในกรงที่ตลาดเพื่อนำมาปล่อย เป็นคนถนัดซ้าย หน้าตาหล่อเหลา ร้องเพลงได้ไพเราะ  และเข้าสังคมเก่ง

ตลอดระยะเวลา 46 ปีที่เป็นศิลปิน ซึ่งใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในฟลอเรนซ์และมิลาน เลโอนาร์โดอุทิศตนให้กับการศึกษาหาความรู้อย่างไม่ลดละ เขาเรียนภาษาละติน สะสมบทกวี และอ่านยูคลิดกับอาร์คิมีดีส เขาพินิจพิเคราะห์รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เช่น มุมเรขาคณิต การขยายของรูม่านตา โดยกระโดดจากสาขาวิชาหนึ่งไปยังอีกสาขาวิชาหนึ่ง  เขาร่างภาพดอกไม้ ออกแบบเครื่องจักรกลสงครามสำหรับผู้อุปถัมภ์ และออกแบบเชิงวิศวกรรมเพื่อผันน้ำจากแม่น้ำอาร์โน

เลโอนาร์โดบันทึกทุกสิ่งทุกอย่างไว้ด้วยรายละเอียดถี่ยิบบนด้านหลังและมุมของกระดาษ โดยเขียนเป็นตัวหนังสือกลับด้านจากขวาไปซ้ายอย่างเป็นระเบียบ ปัจจุบัน บันทึกบางหน้าไม่ได้อยู่รวมกับเอกสารอื่นๆ บางหน้ามัดรวมไว้กับฉบับที่ตอนนี้รู้จักกันในชื่อสมุดบันทึกหรือโคเดกซ์ (codex) ไม่มีการจัดลำดับบันทึกอย่างชัดเจน แม้แต่บนหน้ากระดาษเดี่ยวๆ หนึ่งหน้า และหัวข้อที่คล้ายคลึงกันก็มักอยู่บนเอกสารคนละแผ่นห่างกันหลายปี เปาโล กัลลุซซี ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์มูเซโอกาลิเลโอในฟลอเรนซ์ บอกว่า ทุกครั้งที่เลโอนาร์โดตั้งข้อสังเกต จะมีคำถามใหม่เกิดขึ้นในใจทุกครั้ง ซึ่งจะนำไปสู่คำถามใหม่อีกข้อ “ความคิดของเขากระโดดไปกระโดดมาครับ”

ในโคเดกซ์เลสเตอร์ (Codex Leicester) เลโอนาร์โดตรวจสอบว่า น้ำขึ้นไปถึงยอดเขาได้อย่างไร โดยปฏิเสธความเชื่อแต่เดิมของตนที่ว่า  ความร้อนดึงให้น้ำไหลย้อนขึ้นไป เขาตระหนักว่า น้ำมีกระบวนการไหลเวียนผ่านการระเหย เมฆ และฝน “สิ่งที่สำคัญกว่าการค้นพบว่าธารน้ำบนภูเขาทำงานอย่างไร คือการค้นพบวิธีการค้นหาคำตอบต่างหากล่ะครับ” วอลเตอร์ ไอแซกสัน นักเขียนชีวประวัติ บอก “เขาช่วยคิดค้นระเบียบวิธีแบบวิทยาศาสตร์ครับ”

ดาวินชี
เชื่อกันว่า ภาพ “โมนาลิซา” ของเลโอนาร์โด น่าจะเป็นภาพเหมือนของลีซา เกราร์ดีนี ภรรยาของฟรันเชสโก เดล โจกอนโด พ่อค้าผ้าไหมชาวฟลอเรนซ์ ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวหลายล้านคนมาเบียดเสียดกันเพื่อชมภาพวาดภาพนี้ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ในกรุงปารีส งานจิตรกรรมที่มีกระจกหนาคุ้มกันและต้องทำความสะอาดเป็นประจำชิ้นนี้ไม่เคยได้รับการบูรณะเลย
ดาวินชี
แม้จะเป็นแบบร่างพื้นฐาน แต่การออกแบบอุปกรณ์ใต้น้ำของเลโอนาร์โดก็อาจทำนายถึงอุปกรณ์ที่กองทัพใช้ ในปัจจุบัน ที่เมืองท่าเมสซีนา กองกำลังพิเศษของกองทัพเรืออิตาลีฝึกฝนการใช้ชุดดำน้ำควบคุมความดันบรรยากาศ ซึ่งสามารถดำน้ำได้ลึกถึง 300 เมตร

ไม่มีที่ใดจะเห็นได้ชัดเท่ากับงานศึกษากายวิภาคศาสตร์ของเขาอีกแล้ว เลโอนาร์โดผ่าศพมนุษย์ แหวกดูระบบกล้ามเนื้อในร่างกาย ศิลปินร่วมสมัยของเขา รวมทั้งมีเกลันเจโล ซึ่งเป็นคู่แข่ง ศึกษากล้ามเนื้อและกระดูกเพื่อพัฒนาการใช้ศิลปะถ่ายทอดร่างกายมนุษย์ ออกมาให้ดียิ่งขึ้น “แต่เลโอนาร์โดทำมากกว่านั้น” โดเมนีโก เลาเรนซา นักประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ที่ทำงานในกรุงโรม บอกและเสริมว่า “แนวทางการศึกษากายวิภาคศาสตร์ของเขาไม่ต่างจากนักกายวิภาคศาสตร์ตัวจริงเลยละครับ”

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เลโอนาร์โดรวบรวมไว้ในสมุดบันทึกสะท้อนให้เห็นในทุกฝีแปรงของเขา การศึกษาเชิงกายวิภาคศาสตร์ของเขาเจาะลึกไปถึงชีววิทยาของการแสดงสีหน้า เส้นประสาทไหนทำให้เกิด “การขมวดคิ้ว” หรือ “การยื่นริมฝีปากล่าง การยิ้ม หรือการแสดงความประหลาดใจ” เขาตั้งคำถามไว้ในสมุด เขาเลิกใช้วิธีร่างภาพด้วยเค้าโครงตามขนบ แต่ทำให้ขอบของรูปร่างและวัตถุดูนุ่มนวลด้วยเทคนิคที่เรียกว่า ภาพสีม่านหมอก (sfumato) การสังเกตอย่างเฉียบคมทำให้เขาแสดงภาพอารมณ์ของผู้คนออกมาได้อย่างลุ่มลึก ซึ่งมองแล้วจะรับรู้ความรู้สึกของคนในภาพได้ แทนที่จะดูแข็งทื่อ

ยิ่งเลโอนาร์โดได้ความรู้ใหม่ๆมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้นที่จะเห็นเส้นชัยในงานศิลปะของเขา การวิเคราะห์ผลงานของเลโอนาร์โดด้วยรังสีเอกซ์เผยให้เห็นการแก้ไขงานซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือที่เรียกกันว่า การแก้จิตรกรรม (pentimenti) ความไม่มีที่สิ้นสุดกลายเป็นแนวคิดที่ทำได้จริง นั่นคือยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเสมอ

ดาวินชี
ในฟลอเรนซ์ เลโอนาร์โดกลายเป็นที่รู้จักเพราะพรสวรรค์ล้ำเลิศและได้รับการว่าจ้างงานครั้งแรก เปาโล กัลลุซซี นักวิชาการบอกว่า เขาเป็น “เครื่องประดับและสัญลักษณ์แห่งอำนาจ” ในภาพนี้ วัลแตร์ กอนตี ศิลปินข้างถนนชาวอิตาลี ผู้แต่งกายเป็นเลโอนาร์โด กำลังเดินไปยังหอศิลป์อุฟฟีซีเพื่อโพสท่าถ่ายภาพกับนักท่องเที่ยว

นี่อาจช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมเลโอนาร์โดถึงไม่เคยตีพิมพ์สมุดบันทึกของตนเองเลย เขาตั้งใจเขียนศาสตรนิพนธ์เกี่ยวกับหลายหัวข้อให้จบ แต่แบบร่างและต้นฉบับของเขาถูกทิ้งไว้กับคู่ชีวิตผู้ซื่อสัตย์นาม เมลซี เพื่อให้รวบรวมและจัดเก็บ หลายสิบปีหลังมรณกรรมของเลโอนาร์โด ต้นฉบับดั้งเดิมราวสองในสามถึงสามในสี่น่าจะถูกขโมยหรือสูญหายไป เวลาล่วงเลยมาถึงปลายศตวรรษที่สิบแปด หรือกว่า 200 ปีหลังเขาเสียชีวิตไปแล้ว ต้นฉบับที่เหลือส่วนใหญ่จึงเริ่มได้รับการตีพิมพ์ เลาเรนซาบอกว่า ด้วยเหตุนี้ “เราจึงมีความรู้เกี่ยวกับมรดกทางความคิดของเลโอนาร์โดในฐานะนักวิทยาศาสตร์น้อยมาก”

คำถาม การตั้งสมมุติฐาน และการค้นพบของเลโอนาร์โด จึงตกเป็นหน้าที่ของคนรุ่นหลัง ทว่าหลายร้อยปีผ่านไป เราก็ยังตามไม่ทันเขาอยู่ดี

เรื่อง คลอเดีย คัลบ์

ภาพถ่าย เปาโล วูดส์ และกาบรีเอล กาลิมเบอร์ตี

 

อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ใน นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนพฤษภาคม 2562


อ่านเพิ่มเติม

ค้นพบภาพวาดทางวิทยาศาสตร์อันงดงามที่หายสาบสูญไปกว่า 190 ปี

 

เรื่องแนะนำ

เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ร่วมพันธมิตรกับเอมมา วัตสัน เพื่อเฉลิมฉลองวันสตรีสากล

ชมตัวอย่างโปรเจคภาพถ่ายจากช่างภาพหญิงซึ่งสะท้อนเรื่องราวของผู้หญิงในหลายหัวข้อไม่ว่าจะเป็น ความไม่เท่าเทียมหรือการถูกลิดรอนสิทธิสตรี นำเสนอโดยเอมมา วัตสัน ร่วมกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เนื่องในวันสตรีสากล

My Octopus Teacher : บทเรียนจากหมึกยักษ์

My Octopus Teacher: บทเรียนจากหมึกยักษ์ สารคดีที่จะทำให้คุณอบอุ่นหัวใจ และหลงรักในธรรมชาติอีกครั้ง ที่งานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 93 ปี 2021 ภาพยนตร์สารคดีที่คว้ารางวัลในสาขานี้ไป ได้แก่ My octopus teacher : บทเรียนจากหมึกยักษ์ ในกลุ่มนักวิจารณ์ภาพยนตร์ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นหนึ่งในสารคดีธรรมชาติที่ควรรับชม สารคดีเรื่องนี้ได้นำเสนอเรื่องราวของ เครก ฟอสเตอร์ ผู้ที่ใช้เวลาร่วมปีกับการดำน้ำในบริเวณเดิมเพื่อตามหา ‘เธอ’ หมึกยักษ์ตัวหนึ่งที่อาศัยอยู่ในดงสาหร่ายเคลป์ ซึ่งเป็นเขตน้ำเย็นของแนวชายฝั่งประเทศแอฟริกาใต้ นอกจากความตระการตาของโลกใต้น้ำ สารคดีเรื่องนี้ยังถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก และแง่มุมต่างๆ ของการศึกษาธรรมชาติออกมาได้อย่างดีเยี่ยม อบอุ่นหัวใจไปกับความผูกพันระหว่างคนและหมึกยักษ์ เครก ฟอสเตอร์ ผู้กำลังดิ้นรนเพื่อหาจุดมุ่งหมายในชีวิต ตัดสินใจเดินตามแรงบันดาลใจในวัยเด็ก ด้วยการดำน้ำโดยปราศจากถังออกซิเจน หรือ free diving ลงไปในน้ำทะเลเย็นเฉียบ ใกล้เมืองเคปทาวน์ในประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของเขา ในช่วงแรก มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่มนุษย์คนหนึ่งจะดำดิ่งลงไปสำรวจโลกใต้ทะเลโดยปราศจากถังออกซิเจน เขาต้องเผชิญกับคลื่นลมที่รุนแรง และอุณหภูมิของน้ำที่เย็นจัด แต่โลกใต้น้ำที่เขาได้พบเจอช่างเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์และน่าหลงใหล ราวกับเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่ง เครกกล่าวว่า “การมีถังออกซิเจน ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด เพราะ เขาต้องการเป็นเหมือนสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และต้องการใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” […]

ธรรมธุดงค์เพื่อสันติภาพของคนทั้งโลก

ระหว่าง “ยศฐา” กับ “ประชาชน” หากเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร – พระสุธรรม ฐิตธัมโม สำหรับ นายสุธรรม นทีทอง อดีตเลขารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ในวันนั้นตัดสินใจเลือกเด็กและประชาชน เป็นผลให้ต้องหลุดจากตำแหน่งสำคัญทางการเมือง ก่อนที่ในที่สุดก็เลือกก้าวสู่ร่มกาสาวพัสตร์ โดยได้รับฉายาทางธรรมว่า “ฐิตธัมโม” จากนั้น หลวงพี่หมี – พระสุธรรม ฐิตธัมโม ก็เดินหน้าเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยธรรมธุดงค์สร้างสันติภาพ ซึ่งหนึ่งในเส้นทางสุดหฤโหดที่ท่านเลือกเดินคือการเดินข้ามทวีปอเมริกา และได้รับความสนใจจากชาวอเมริกันเป็นอย่างมาก จุดเริ่มต้นสู่เส้นทางธรรม “ตอนนั้นเมื่อว่างจากการทำงานแล้ว เคยคิดไว้ว่าอยากเป็นลูกศิษย์ท่านพุทธทาสภิกขุ  และพอดีช่วงนั้นทางสวนโมกข์เปิดอุปสมบทหมู่เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 อาตมาจึงได้บวชเป็นลูกศิษย์ท่านสมใจ ก่อนหน้านั้นได้อ่านหนังสือคู่มือมนุษย์ของท่านแล้วก็เกิดความคิดแน่วแน่ในการบวชครั้งนี้ เมื่อบวชแล้วก็ได้ศึกษาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ยิ่งศึกษามากขึ้นเท่าใดก็อยากจะรู้ให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น  เราได้เห็นธรรมะของพระพุทธองค์ที่ทรงสอนว่า ‘สุขอื่นใดเหนือความสงบเป็นไม่มี’ นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาตมายังคงอยู่รับใช้พระศาสนา”  แล้วการเดินเพื่อสันติภาพเกิดขึ้นได้อย่างไร “ในหลักขั้นต้น พระพุทธเจ้าสอนว่า ‘ทำอย่างไรให้พ้นทุกข์’ ในความคิดของอาตมา ตอนนั้นคิดว่าเราพ้นทุกข์ได้แล้วในหลักการ แต่พอขั้นสูงขึ้น พระพุทธเจ้าทรงสอนอีกว่าเมื่อพ้นทุกข์แล้วเราจะเข้าสู่มรรคผลนิพพานได้อย่างไร เราเริ่มมองเห็นแสงสว่างว่าเรามีทิศทางสู่มรรคผลของเราได้อย่างไร มันเป็นความสุขที่สุขเหนือสิ่งอื่นใด ในการปฏิบัติสู่มรรคผลนิพพานพระพุทธเจ้าท่านทรงสอนไว้ใน 4 กิริยาหลัก นั่นคือ ยืน เดิน นอน นั่ง […]

หยุดการกลั่นแกล้ง หรือ Bullying

เด็กที่ถูก กลั่นแกล้ง มักมีภาวะซึมเศร้าเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ในขณะเดียวกัน คนที่ข่มเหงผู้อื่นพบว่า มีความเครียดเรื้อรังน้อยกว่