พบฟรุตเค้กอายุ 100 ปี ในแอนตาร์กติกา ยังรับประทานได้ - National Geographic Thailand

พบฟรุตเค้กอายุ 100 ปี ในแอนตาร์กติกา ยังรับประทานได้

เรื่องโดย คริสตินา เดล อมอร์

ฟรุตเค้กของอังกฤษการันตีแล้วว่าดีจริง เพราะล่าสุดทีมนักสำรวจค้นพบฟรุตเค้กที่ยังคงสภาพดีอยู่ ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็นที่สุด ในสถานที่ขึ้นชื่อว่ามีสภาพอากาศสุดขั้วและแห้งแล้งที่สุดในโลก

องค์กรอนุรักษ์มรดกโลกแอนตาร์กติกา จากนิวซีแลนด์ เป็นผู้ค้นพบฟรุตเค้กอายุ 100 ปีดังกล่าว ภายในกระท่อมหลังเก่าบน Cape Adare ในทวีปแอนตาร์กติกา

ฟรุตเค้กถูกห่ออยู่ในกระดาษและบรรจุอยู่ในกระป๋อง รายงานจากทีมนักสำรวจที่ค้นพบระบุว่าฟรุตเค้ก “อยู่ในสภาพเยี่ยม” ทั้งหน้าตาและกลิ่นของมันที่บ่งชี้ว่ายังสามารถรับประทานได้

ฟรุตเค้กถูกผลิตโดยบริษัท Huntley & Palmers ซึ่งจัดส่งเค้กไปทั่วโลกในช่วงต้นปี 1900

ทีมนักสำรวจชาวอังกฤษของ โรเบิร์ท ฟัลคอน สก็อต เป็นผู้ซื้อฟรุตเค้กชิ้นนี้และนำติดตัวมาด้วยยังแอนตาร์กติกาในระหว่างการเดินทางสำรวจ Terra Nova ในช่วงปี 1910 – 1913 ฟรุตเค้กถูกผลิตโดยบริษัท Huntley & Palmers บริษัทบิสกิตของอังกฤษ

ทีมนักสำรวจในอดีตได้เข้าพักยังกระท่อมดังกล่าว ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยชาวนอร์เวย์ เมื่อปี 1899 ก่อนที่พวกเขาจะออกไปสำรวจและไม่มีโอกาสได้กลับมาอีกเลย จนกระทั่งปี 2016 องค์กรอนุรักษ์มรดกโลกแอนตาร์กติกาค้นพบกระท่อมนี้เข้าและทยอยนำสิ่งของภายในกระท่อมออกมา

“ในช่วงเวลานั้นฟรุตเค้กเป็นที่นิยมอย่างมากในสังคมอังกฤษ และยังคงความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน” ลิซซี่ มีค ผู้จัดการฝ่ายอนุรักษ์กล่าว ผ่านอีเมล์

“การใช้ชีวิตและทำงานในแอนตาร์กติกาจำเป็นต้องได้รับอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง ซึ่งฟรุตเค้กตอบโจทย์และจะดียิ่งขึ้นไปอีกถ้าได้ทานพร้อมชาสักถ้วย”

สก็อตและนักสำรวจอีก 4 คนในทีมของเขาเดินทางถึงขั้วโลกใต้ในปี 1912 แต่น่าเศร้าที่ทั้ง 5 คนเสียชีวิตในระหว่างการเดินทางกลับฐาน ตัวกระท่อมทำจากไม้ มีความยาว 15 เมตร และถือเป็นสิ่งปลูกสร้างในแอนตาร์กติกาที่ใหญ่ที่สุดในยุคนั้น ทั้งนี้หลังการตรวจสอบแล้วทางคณะสำรวจจะนำสิ่งของทุกชิ้นไปวางคืนยังที่เดิม รวมถึงฟรุตเค้กที่ยังคงรับประทานได้นี้ด้วย

ในฐานะอาหารที่มีทนทาน ฟรุคเค้กถูกนำใส่ถุงผ้าและส่งไปยังทหารที่ออกรบในสงครามโลก รายงานจากมีค

“ฟรุตเค้กเป็นอะไรที่เรามักไม่ตื่นเต้นกับมัน แต่การค้นพบครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมของแอนตาร์กติกายังคงรักษาประวัติศาสตร์ไว้อย่างงดงาม” สเตฟานี บาสซิวสกี นักประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคลมสันกล่าวผ่านอีเมล์

นอกจากนั้นสิ่งนี้ยังสะท้อนถึง “ความสำคัญในการปกป้องสิ่งแวดล้อมอันบอบบางนี้ เพราะเรายังไม่อาจรู้ได้ว่าภายใต้น้ำแข็งที่หยุดเวลาเอาไว้ จะมีสิ่งใดรอคอยให้เราค้นพบใหม่อีกครั้ง”

 

อ่านเพิ่มเติม : ภาพถ่ายอันทรงพลังแสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากระเบิดนิวเคลียร์พบเทวรูปโบราณอายุ 800 ปี ใกล้นครวัด

เรื่องแนะนำ

ศิลปะเกาหลีเหนือที่เป็นมากกว่าโฆษณาชวนเชื่อ

งานศิลปะทุกชิ้นคือโฆษณาชวนเชื่อที่ถูกสร้างขึ้นผ่านมุมมองของศิลปิน และดูเหมือนว่าภาพเขียนเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือทำได้ดีทีเดียว

ประวัติศาสตร์กรุงลอนดอน 40,000 ปี ผ่านอนิเมชั่นจากกระดาษ

ประวัติศาสตร์กรุงลอนดอน 40,000 ปี ผ่านอนิเมชั่นจากกระดาษ “ลอนดอน” เมืองหลวงของประเทศอังกฤษคือศูนย์กลางสำคัญทางธุรกิจ การเงิน วัฒนธรรม แฟชั่น และอื่นๆ อีกมากมายแต่กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ได้ลอนดอนผ่านอะไรมาบ้าง ชวนชมประวัติศาสตร์ของเมืองหลวงสากลแห่งนี้ที่ร้อยเรียงตั้งแต่เหตุการณ์ก่อนประวัติศาสตร์ในยุคสำริด มาจนถึงการถูกรุกรานอาณาจักรในสมัยของราชินีโบดิก้า ความยิ่งใหญ่ของมหานครแห่งนี้ต้องเสื่อมสลายลงเมื่อโรคภัยมาเยือนและคร่าชีวิตผู้คนไปจำนวนมาก และปิดท้ายด้วยยุคอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนโฉมหน้าของลอนดอนไปตลอดกาล ทั้งหมดนี้ผ่านอนิเมชั่นจากกระดาษที่กำกับโดย Hans Weise   อ่านเพิ่มเติม 15 ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร

สยามยามเผชิญโรคระบาด

ตลอดประวัติศาสตร์ สยามต้องรับมือกับ โรคระบาด ทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นกาฬโรคไข้ทรพิษ อหิวาตกโรค หรือไข้หวัดใหญ่ มาดูกันว่าคนรุ่นก่อนๆ ทำอย่างไรบ้าง ทั้งระดับบ้านและเมือง โรคระบาด และการระบาดในระดับโลกไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก มนุษยชาติเคยผ่านวิกฤติทำนองนี้มานับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะเมื่อมีการเดินทางติดต่อค้าขายที่เชื่อมต่อผู้คนและระบบเศรษฐกิจทั้งโลกเข้าหากัน แต่พร้อมกันนั้น จากตัวอย่างในประเทศไทยหรืออาณาจักรสยาม เส้นทางการเดินเรือยังได้นำพาเอามิชชันนารีและการแพทย์แผนตะวันตกเข้ามาช่วยให้เรารับมือกับ โรคระบาด ต่างๆ ด้วย ประสบการณ์อันหลากหลายจากกรณีโควิด-19 ตั้งแต่การเตรียมรับมือล่วงหน้าหลังมีข่าวการระบาดในต่างประเทศ การกักกันโรคจากคนเดินทาง การออกประกาศให้ความรู้ นวัตกรรมการรักษา การตั้งโรงพยาบาลเฉพาะกิจ การตรากฎหมายเพื่อควบคุมโรค ไปจนถึงวิถีชีวิตใหม่ (new normal) หรือการสร้าง “ความเคยชินใหม่” ให้เกิดขึ้นในสังคม ล้วนเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในหน้าประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น ไข้ทรพิษ หรือฝีดาษ ถือเป็นโรคติดต่อร้ายแรงอย่างหนึ่งมาตั้งแต่โบราณ ในสมัยกรุงศรีอยุธยามีบันทึกเรื่องการระบาดของไข้ทรพิษบ่อยครั้งตั้งแต่ระดับชาวบ้านจนถึงในรั้วในวังจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โรคนี้ก็ยังแพร่ระบาดเป็นประจำและไม่มีหนทางรักษา จนถูกหยิบยกมาตั้งคำถามคาดคั้นเอาจากมิชชันนารีอเมริกันที่เพิ่งเดินทางเข้ามาถึง ใน พ.ศ. 2378 แดน บีช แบรดลีย์ มิชชันนารี หรือ “หมอสอนศาสนา” ผู้เผยแผ่คริสต์ศาสนานิกายโปรเตสแตนต์ชาวอเมริกัน วัย 31 ปี เดินทางเข้ามาถึงกรุงเทพมหานคร ราชธานีของอาณาจักรสยาม […]