World Update: พบฟันลึกลับที่อาจเป็นหลักฐานแรกของมนุษย์ เดนิโซวาน

World Update: พบฟันลึกลับที่อาจเป็นหลักฐานแรกของมนุษย์ เดนิโซวาน

ฟันลึกลับที่อาจเป็นหลักฐานแรกของมนุษย์ เดนิโซวา ในอาเซียน ที่อาจมาไกลจากทิเบตหรือเทือกเขาอัลไต

นักวิจัยพบฟอสซิลฟันในถ้ำงูเห่าแถบเทือกเขาอันนัมทางตอนกลางของประเทศลาว คาดว่าเป็นหลักฐานชิ้นใหม่ของมนุษย์ เดนิโซวาน ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่เคยพบมาก่อนซึ่งสูญพันธุ์ไปเมื่อราว 40,000 ปีก่อน โดยระบุว่าฟันชิ้นนี้มีอายุ 131,000 ถึง 164,000 ปี และเป็นของเด็กหญิงที่มีอายุประมาณ 3.5 – 8.5 ขวบ

เดนิโซวานเป็นมนุษย์สมัยโบราณที่ลึกลับและศึกษาได้ยากสายพันธุ์หนึ่งเนื่องจากนักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานฟอสซิลของพวกเขาน้อยมาก ชิ้นส่วนกระดูกและฟันก่อนหน้าทั้งหมดที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นของเดนิโซวานนั้นสามารถบรรจุลงในถุงพลาสติกขนาดเท่าแซนวิซได้อย่างง่าย

และทั้งหมดนั้นพบจากสถานที่ขุดค้นเพียงสองแห่งในโลกคือ ไซบีเรีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำเดนิโซวาน ซึ่งเป็นถ้ำที่ค้นพบตัวอย่างของมนุษย์โบราณหลายสายพันธุ์รวมถึงเดนิโซวาน ในเขตเทือกเขาอัลไต และที่ราบสูงทิเบต ซึ่งต่างจากญาติใกล้ชิดของพวกเขาคือนีแอนเเดอร์ทัลที่กระจายไปอย่างกว้างขวางในยุโรป

กระนั้น นักบรรพชีวินวิทยาตั้งสมมติฐานมานานแล้วว่า เดนิโซวาน ต้องอยู่ไกลออกจากยุโรปไปทางใต้ และดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีการผสมพันธุ์กับมนุษย์ยุคแรกก่อนซึ่งทิ้งร่องรอยทางพันธุกรรมไว้ในมนุษย์สมัยใหม่ส่วนใหญ่ที่มีเชื้อสายเอเชีย

“มันทำให้ฉันนึกได้ว่าพวกเขามีความคล้ายคลึงกับเรามากแค่ไหน” ลอร่า แช็คเคิลฟอร์ด (Laura Shackelford) นักบรรพชีวินวิทยาและนักสำรวจของเนชั่นเนล จีโอกราฟิกกล่าวถึงการค้นพบฟอสซิลฟันชิ้นนี้ พร้อมทั้งเสริมอีกว่าสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างสุดขั้วตั้งแต่ภูเขาสูงที่เย็นยะเยือกและที่ราบลุ่มอันร้อนชื้นแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวอย่างน่าทึ่งของมนุษย์เดนิโซวาน

ทีมวิจัยได้ทำงานร่วมกันกับ ธงสา สายาวงศ์คำดี นักโบราณคดีชาวลาวผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยทำให้การขุดค้นเป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อพบฟัน แช็คเคิลฟอร์ดกล่าวว่า “เรารู้ว่าเป็นพวกเดียวกันเกือบในจะทันที แต่ไม่ใช่มนุษย์สมัยใหม่” ในขณะที่เคลมเมนท์ ซานอลลิ (Clément Zanolli) หนึ่งในทีมขุดค้นเสริมว่า “ฟันนั้นเปรียบเสมือนกล่องดำเล็ก ๆ ในชีวิตแต่ละคน”

การวิเคราะห์โครงสร้างกรดอะมิโนของโปรตีนในฟันแสดงให้เห็นว่าฟันนั้นเป็นของบุคคลในสกุลโฮโม (Homo) แทนที่จะเป็นของลิงอุรังอุตังหรือลิงใหญ่อื่น ๆ และมันแสดงให้เห็นว่าเป็นของเด็กหญิงอายุ 3.5 ถึง 8.5 ปีและมีอายุ 131,000 ถึง 164,000 ปี อย่างไรก็ตามนักวิจัยยังไม่ยืนยันว่าเป็นของมนุษย์เดนิโซวานซึ่งต้องการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

หากฟอสซิลฟันชิ้นนี้ได้รับการยืนยัน นี่จะเป็นหลักฐานชิ้นแรกถึงการแพร่กระจายของมนุษย์เดนิโซวานที่ไกลจากยุโรปและมาถึงยังลาวประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสำหรับทีมงานของแช็คเคิลฟอร์ดแล้ว นี่คือความตื่นเต้นที่พวกเขาหวังจะได้พบอีกมากท่ามกลางเทือกเขาสูงใหญ่ของลาว “และเรายังไม่ออกจากภูเขาลูกแรก”

สืบค้นและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล

ที่มา
.
https://www.nationalgeographic.com/science/article/denisovan-tooth-found-in-laos-adds-new-wrinkles-to-their-story?
.

เรื่องแนะนำ

ภาพสะท้อนปริศนาความตายในอดีตกาลแห่งยุคโรมัน

ที่สุสานชาวคริสต์ ยุคโรมัน ยุคแรกๆ นักโบราณคดีกำลังทำงานเพื่อไขปริศนาว่าด้วยตัวตนของสตรีนางหนึ่ง และเหตุใดคนจำนวนมากที่เสียชีวิตตามหลังเธอไปจึงปรารถนาจะอยู่ใกล้เธอในชีวิตหลังความตาย เมื่อโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่เริ่มขึ้นในย่านกลางเมืองของกรุงลูบลิยานา บรรดานักโบราณคดีชาวสโลวีเนีย ในเมืองเก่าแก่โบราณแห่งนี้ย่อมคาดหมายการค้นพบน่าสนใจ แต่พวกเขาคาดไม่ถึงว่าจะได้เห็นอดีตอันไม่ธรรมดาใน ชุมชนชาวคริสต์ ยุคโรมัน แรกเริ่ม และสตรีคนสำคัญที่ยังเป็นปริศนา ผู้เป็นศูนย์กลางของสาวกที่ปรารถนาจะติดตามเธอไปสู่ ชีวิตนิรันดร์ เมืองหลวงของประเทศขนาดเล็กในยุโรปกลางแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 2,000 ปีก่อนในฐานะชุมชนเอโมนา ของจักรวรรดิโรมัน ประชากรคือชาวอาณานิคมหลายพันคนที่ถูกขับออกจากภาคเหนือของอิตาลีเพราะปัญหาขาดแคลน ที่ดินทำกิน และต้องหลีกทางให้ทหารผ่านศึกจากสงครามที่ช่วยก่อกำเนิดจักรวรรดิโรมัน ชุมชนชาวคริสต์ในท้องถิ่น เฟื่องฟูขึ้นหลังสิ้นสุดการกวาดล้างสังหารชาวคริสต์ครั้งใหญ่ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิโรมันในช่วงต้นศตวรรษที่สี่ จากนั้นก็เสื่อมถอยลงพร้อมกับการรุกรานทำลายเมืองเอโมนาโดยชาวฮัน (หรือชาวฮวน) ในศตวรรษที่ห้า จากการขุดสำรวจก่อนหน้านี้ในบริเวณเดียวกัน นักโบราณคดีรู้ว่าส่วนหนึ่งของสุสานโรมันทอดตัวอยู่ใต้ถนน โกสโปสเวตสกา และจะต้องมีการขุดพบหลุมศพโบราณเพิ่มขึ้นอีก การขุดค้นครั้งหลังสุดเริ่มขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2017 ซึ่งเผยให้เห็นสุสานยุคโรมันตอนปลายที่มีหลุมฝังศพมากกว่า 350 หลุม ทั้งหมดตั้งล้อมรอบสุสานใหญ่โอ่อ่าของสตรี ที่น่าจะเป็นผู้ทรงอิทธิพลระดับสูง ตามการวิเคราะห์ของอันเดรย์ กัสปารี นักโบราณคดีชาวสโลวีเนีย “การศึกษาหลุมศพเป็นงานภาคสนามทางโบราณคดีที่จัดว่าหินที่สุดงานหนึ่งครับ” มาร์ติน ฮอร์วัต นักโบราณคดี ผู้นำการขุดค้น กล่าวและเสริมว่า “การกระจุกตัวของหลุมฝังศพทั้งแบบบรรจุโลงหินและหลุมศพเรียบๆอยู่ในระดับสูงมาก ในกรณีนี้ โลงหินขนาดมหึมาทำให้การทำงานเชิงกายภาพและการขนส่งยุ่งยากท้าทายเป็นพิเศษ เพราะต้องยกและเคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวังไปยังสถานที่เก็บในพิพิธภัณฑ์” นักโบราณคดีสนใจใคร่รู้ว่า สถานที่ฝังศพของสตรีผู้นี้มีพัฒนาการอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งดูเหมือนเป็นไปได้ว่าภายในหนึ่งทศวรรษหลังการฝังศพของเธอ […]

เยือนดินแดนซึ่งคนตายไม่เคยหลับใหลบนเกาะ ซิซิลี

เยือนดินแดนซึ่งคนตายไม่เคยหลับใหลบนเกาะ ซิซิลี ซิซิลี – ณ วัดของบาทหลวงคณะกาปูชินในเมืองปาแลร์โม เมืองหลวงของแคว้น ซิซิลี ซึ่งตั้งอยู่ ณ จัตุรัสอันเงียบสงัดใกล้กับสุสาน หากเดินลงบันไดผ่านรูปสลักไม้ของแม่พระมหาทุกข์ เราจะพบประตูที่นำไปสู่ห้องเก็บศพใต้ดิน ห้องนี้มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร พร้อมเพดานโค้งและทางเดินที่ทอดยาวไปทางมุมด้านขวา อากาศภายในห้องเย็นเยียบ อับชื้น และเหม็นเปรี้ยวจากกลิ่นฝุ่นและเสื้อผ้าที่เปื่อยยุ่ย ตามหิ้งบนผนังมีศพร่วม 2,000 ศพตั้งเรียงรายอยู่ในหีบที่ผุพัง พวกเขาแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยเสื้อผ้าที่ดีที่สุดหรือเครื่องแบบชุดเก่งราวกับจะแต่งตัวไปอวดใคร เรื่อง        เอ. เอ. กิลล์ ภาพถ่าย วินเซนต์ เจ. มูซี ในยุโรป การผึ่งศพให้แห้งและการรักษาสภาพศพเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอันเป็นเอกลักษณ์ของซิซิลี แม้จะพบในพื้นที่อื่นๆของอิตาลีบ้างก็ตาม แต่ส่วนใหญ่อยู่ในซิซิลีที่ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับคนตายเหนียวแน่นเป็นพิเศษ ปรากฏการณ์นี้ก่อให้เกิดคำถามว่า พวกเขาทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร และเพราะเหตุใดจึงนำซากศพเหล่านี้มาจัดแสดง ร่างไร้วิญญาณเหล่านี้อยู่ในอากัปกิริยาต่างๆที่บ่งบอกถึงบุคลิกและอุปนิสัยใจคอของแต่ละคน ขากรรไกรของพวกเขาอ้าค้างราวกับกำลังกรีดร้องแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ฟันที่ผุกร่อนแสยะยิ้มคุกคาม เบ้าตาจ้องมองออกมาอย่างสิ้นหวัง ผิวหนังหยาบกร้านหุ้มกระดูกแก้มที่แห้งตอบและข้อนิ้วที่หลุดลุ่ย ซากศพเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นของคนร่างเล็ก แขนทั้งสองข้างอยู่ในท่ากอดอก ขณะที่ลำตัวถูกรั้งให้ตั้งตรงด้วยลวดและตะปู ศีรษะตกพับอยู่บนไหล่ ร่างกายค่อยๆเสื่อมสภาพลงพร้อมๆกับท่วงท่าฝืนสังขารลอกเลียนคนเป็น คูหาเก็บศพเหล่านี้แบ่งแยกชัดเจนระหว่างนักบวชกับฆราวาส ด้านหนึ่งเราจึงพบบรรดาแพทย์ ทนาย และตำรวจในเครื่องแบบ แล้วยังมีคูหาสำหรับสตรีที่มัคคุเทศก์บอกว่า เราสามารถชื่นชมแฟชั่นของวันวานได้ แต่ซากศพเหล่านั้นสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ขะมุกขะมอม […]