พระราชพิธี บรมราชาภิเษก สองรัชกาล -- เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

พระราชพิธี บรมราชาภิเษก สองรัชกาล

พระราชพิธี บรมราชาภิเษก สองรัชกาล

เรียบเรียง  มธุรพจน์ บุตรไวยวุฒิ

ภาพถ่าย  หอจดหมายเหตุแห่งชาติ

เป็นเวลาถึง 69 ปีแล้วนับจากปีพุทธศักราช 2493 ที่พระราชพิธี บรมราชาภิเษก ตามแบบอย่างโบราณราชประเพณีครั้งหลังสุดเกิดขึ้นในแผ่นดินสยาม เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติอย่างเป็นทางการ (แม้โดยนัยจะถือว่าเสด็จขึ้นทรงราชย์ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489 ก็ตาม) นับเป็นเรื่องมหาปีติสำหรับพสกนิกรชาวไทยอีกครั้ง เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นระหว่างวันที่  4-6 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562

เราขอย้อนอดีตนำภาพถ่ายหาดูยากของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสองรัชกาล ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 มาฝากกัน

————————————————————————–

หลังสิ้นรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระปิยมหาราช” ในปลายปีพุทธศักราช 2453 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพิธี บรมราชาภิเษก (ครั้งแรก) และเฉลิมพระราชมณเฑียรเต็มตามโบราณราชประเพณี ณ หมู่พระมหามณเฑียร ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2453 แต่งดการรื่นเริงใดๆ ด้วยบ้านเมืองยังคงโทมนัสอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระพุทธเจ้าหลวง

บรมราชาภิเษก
พระราชโอรสทั้งห้าพระองค์ในสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ภาพถ่าย: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)
บรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ทรงพระมหามาลาเส้าสูงและฉลองพระองค์ครุยกรองทอง ประทับพระราชยานเสด็จพระราชดำเนินถึงพลับพลาท่าราชวรดิฐ เพื่อเตรียมการเสด็จฯ โดยพยุหยาตราทางชลมารคเลียบพระนครตามโบราณราชประเพณี
(ภาพถ่าย: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

ต่อมาในวันที่ 2 ธันวาคม พุทธศักราช 2454 ได้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชขึ้นเป็นครั้งที่สอง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยมีสมณสงฆ์ พระบรมวงศานวุงศ์  พระประมุข ประมุข และผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ เข้าร่วมใน พระราชพิธีอย่างล้นหลาม ถือเป็นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทั่วโลกได้ประจักษ์ในขัตติยราชประเพณีแห่งกรุงสยาม

บรมราชาภิเษก
ต้นขบวนเสด็จพระราชดำเนินโดยพยุหยาตราทางสถลมารคออกจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หลังแล้วเสร็จพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช วันที่ 3 ธันวาคม พุทธศักราช 2454  (ภาพถ่าย: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ )
บรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวประทับบนรถพระที่นั่ง โดยมี “ย่าเหล” สุนัขที่ทรงรักยิ่งดั่งมิตรแท้อยู่ข้างพระวรกาย  (ภาพถ่าย: หอจดหมายแห่งชาติ)

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ทรงได้รับการศึกษาระดับสูงจากประเทศอังกฤษ ตลอดรัชสมัยที่ยาวนาน 15 ปี ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณูปการใหญ่หลวงนานัปการแก่ประเทศชาติ อาทิ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงเรียนมหาดเล็กหลวง (โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยในปัจจุบัน) และทรงสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อประโยชน์ด้านการศึกษาของพสกนิกร เป็นต้น

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดงานการประพันธ์วรรณศิลป์เป็นอย่างมาก ได้ทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมประเภทต่างๆ ไว้ถึง 1,236 รายการ สมแล้วกับที่ปวงชนชาวไทยพร้อมใจกันถวายพระราชสมัญญาภิไธยแด่พระองค์ว่า ”สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” หรือพระมหากษัตริย์ผู้เป็นปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่

—————————————————————-

บรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงฉลองพระองค์จอมพลทหารบก เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ทรงได้รับการศึกษาด้านวิชาการทหารจากประเทศอังกฤษ หลังจากนั้นทรงรับราชการสนองพระเดชพระคุณในรัชกาลของสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช ก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์  (ภาพถ่าย: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ )

เมื่อสิ้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สยามประเทศในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ถือเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญยิ่ง มีเหตุการณ์ที่กระทบต่อความอยู่รอดและความปกติสุขของบ้านเมือง ตลอดจนอาณาประชาราษฎร์ เกิดขึ้นไม่ว่างเว้น ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งส่งผลกระทบต่อสยามประเทศอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ทำให้ต้องทรงลดทอนงบประมาณแผ่นดิน รวมทั้งค่าใช้จ่ายส่วนพระองค์และราชสำนัก กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลิกและรวมหน่วยงานเข้าด้วยกัน ตลอดจนดุลข้าราชการให้พอเหมาะกับงาน แม้จะทรงเตรียมการเพื่อนำพาประเทศเข้าสู่ยุคสมัยแห่งประชาธิปไตยอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่หลังจากทรงครองราชสมบัติได้เพียง เจ็ดปีเศษ กลุ่มบุคคลคณะหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “คณะราษฎร” ก็ทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่ระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พุทธศักราช 2475

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงยอมรับความเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยน้ำพระทัยเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวและเสียสละอย่างหาที่สุดมิได้ กระนั้นการเปลี่ยนผ่านแห่งยุคสมัยก็หาได้ราบรื่น ดังจะเห็นได้จากความขัดแย้งแย่งชิงอำนาจในหมู่คณะราษฎร และเหตุการณ์กบฏบวรเดช เป็นต้น

บรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2468 ขณะเจริญพระชนมายุ 32 พรรษา ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2468 (นับตามปฏิทินปัจจุบันคือพุทธศักราช 2469) (ภาพถ่าย: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)
บรมราชาภิเษก
แตรวงนำขบวนเสด็จฯเลียบพระนครผ่านถนนสนามไชย (ภาพถ่าย: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พุทธศักราช 2477 ระหว่างประทับรักษาพระเนตรอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ ข้อความตอนหนึ่งในพระราชหัตถเลขาสะท้อนให้เห็นถึงน้ำพระทัยแห่งความเป็นนักประชาธิปไตยโดยแท้ ”ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิม ให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใดคณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร…”

บรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ทรงเจิมพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในวันสถาปนา ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2468  (ภาพถ่าย: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)
บรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวขณะดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา ทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี สวัสดิวัตน์ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พุทธศักราช 2461 และต่อมาเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ได้ทรงสถาปนาพระชายาขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี (ภาพถ่าย: หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

อ่านเพิ่มเติม

เมืองไทยในอดีต : สารคดีเกี่ยวกับเมืองไทยเรื่องแรกในเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

เรื่องแนะนำ

ทำความสะอาดโลกไร้สุขาภิบาล

การขับถ่ายกลางแจ้งเป็นพฤติกรรมเก่าแก่ของมนุษย์ ซึ่งไม่ค่อยมีปัญหาตราบเท่าที่คนไม่แออัดและผืนดินรองรับสิ่งที่มนุษย์ขับถ่ายได้อย่างปลอดภัย แต่เมื่อผู้คนอยู่รวมกันเป็นชุมชนใหญ่น้อยมากขึ้น เราก็ค่อยๆเรียนรู้ว่า สุขอนามัยเชื่อมโยงกับสุขภาพ โดยเฉพาะความสำคัญของการไม่สัมผัสจับต้องอุจจาระ ทุกวันนี้ การขับถ่ายกลางแจ้งทั่วโลกลดลงเรื่อยๆ แต่ประชากรเกือบ 950 ล้านคนยังคงทำกิจวัตรเช่นนั้น โดยราว 569 ล้านคนอยู่ในอินเดีย เมื่อปี 2015 องค์การสหประชาชาติรณรงค์ให้ยุติการขับถ่ายกลางแจ้งภายในปี 2030 การเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่นั้นไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ ดังเช่นเวียดนามที่ทำสำเร็จภายในไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา การพิชิตหลักชัยของโลกซึ่งอยู่ในอันดับหกของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาตินี้ จะยกระดับการสาธารณสุขไปอย่างพลิกฝ่ามือ ทั้งยังจะช่วยบรรเทาความยากจนและความหิวโหย ตลอดจนพัฒนาการศึกษาด้วย เด็กป่วยต้องขาดเรียน เช่นเดียวกับเด็กหญิงที่มีประจำเดือนเพราะโรงเรียนไม่มีห้องน้ำที่สะอาดและปลอดภัย สัดส่วนของประชากรคนอินเดียที่ขับถ่ายกลางแจ้งลดลงอย่างมากในช่วงหลายสิบปีมานี้ แต่ด้วยจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การทำสำมะโนประชากรชี้ว่า คนอินเดียส่วนใหญ่ในปัจจุบันอยู่ในสถานที่ที่เสี่ยงต่อการสัมผัสสิ่งปฏิกูลของผู้อื่นมากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง สุขอนามัยที่ดี เป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพชีวิตที่ดีเช่นกัน สุขาภิบาลสมัยใหม่ช่วยให้มนุษย์กำจัดของเสียที่ไม่พึงประสงค์ได้อย่างปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันก็นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายในการจัดการอันมหาศาล ส่งผลให้ประชากรจำนวนมากในหลายประเทศ ยังคงไม่สามารถเข้าถึงสุขาภิบาลที่สะอาดและปลอดภัยได้   อ่านเพิ่มเติม : สุขาอยู่หนใด, ชีวิตภายในห้องพักขนาดเท่าโลง ที่ชาวฮ่องกงเรียกว่า “บ้าน”

ชีวิตที่โลดแล่นบนรางของพนักงานขับแอร์พอร์ตลิงก์หญิง

 พูดคุยพนักงานควบคุมรถไฟฟ้า แอร์พอร์ตลิงก์ หญิง 2 คน ที่เพิ่งผ่านการฝึกฝนและรับตำแหน่งไม่กี่เดือน กับเรื่องราว “อาชีพในฝัน” ของพวกเธอ “โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไรจ๊ะ” ถ้าในยุคที่ผมยังเป็นเด็กน้อย เราก็มักตอบคำถามยอดฮิตของผู้ใหญ่นี้ว่า “หนูอยากเป็นทหาร… ตำรวจ… หมอ… พยาบาล” กลับกันถ้ามาถามเด็กๆในยุคนี้คำตอบอาจต่างไป ด้วยเรื่องของยุคสมัยและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนผ่าน เมื่อไม่กี่วันก่อนผมเองได้ทำความรู้จักอาชีพหนึ่ง นั่นคือ “พนักงานควบคุมรถไฟฟ้า” พูดง่ายๆก็คือคนขับรถไฟฟ้านั่นแหละ ผมมองว่านี่เป็นอาชีพหนึ่งที่กำลังเติบโตในบ้านเรา เพียงแต่ไม่ได้เป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ทำให้น้องๆที่เรียนจบแล้ว กำลังจะเรียนจบ หรือน้องๆที่ยังอยู่ในวัยฝันหวานยังไม่ค่อยรู้ว่ามีอาชีพนี้อยู่ในบ้านเรา ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับ แนน – นิตยาวรรณ ชื่นชม และ บิว – ธิดารัตน์ งามตา 2 สาวตัวเล็กๆที่ทำหน้าที่เป็นพนักงานควบคุมรถไฟฟ้า อาชีพนี้มีพนักงานหญิงมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่น้องทั้งสองคนนี้ถือว่าเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ด้วยชั่วโมงการทำงานเพียงแค่สองเดือนเท่านั้น ทั้งคู่เป็นพนักงานควบคุมรถไฟฟ้า แอร์พอร์ตลิงก์ ซึ่งจัดว่าเป็นขบวนรถไฟฟ้าที่วิ่งเร็วที่สุดในเมืองไทย เพราะเป็นขบวนที่วิ่งระหว่างเมือง จึงจำเป็นต้องใช้ความเร็วสูง ผมนัดพบทั้ง 2 สาวที่สถานีรถไฟฟ้า แอร์พอร์ตลิงก์ มักกะสัน 2 ร่างบอบบางเดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มอันอ่อนหวาน เมื่อหาที่นั่งได้แล้ว […]

โฮลี: เทศกาลแห่งสีสันแดนภารตะ

ทำความรู้จักกับประวัติความเป็นมาของเทศกาลในศาสนาฮินดูที่โด่งดังที่สุด และเป็นหมุดหมายของบรรดานักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เดินทางไปร่วมสาดสีสันใส่กันอย่างสนุกสนาน