๘๙ พรรษา มหาราชในดวงใจ : พระอัจฉริยภาพเกริกไกร - National Geographic Thailand

๘๙ พรรษา มหาราชในดวงใจ : พระอัจฉริยภาพเกริกไกร

รอบนักษัตรที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๐๖ – ๒๕๑๘)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยในจิตรกรรมและดนตรีมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เมื่อครั้งประทับอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ครั้นเสด็จนิวัตประเทศไทยแล้ว ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๑๐ ทรงงานจิตรกรรมอย่างต่อเนื่องโดยทรงอาศัยเวลาในช่วงค่ำที่ว่างจากพระราชกิจต่าง ๆ ภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีนับร้อยองค์ ซึ่งอาจจำแนกได้เป็น ๓ ลักษณะ คือ ภาพเหมือนจริงหรือแนวสัจนิยม ภาพที่สร้างสรรค์ตามคตินิยมแบบเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ และภาพแนวนามธรรม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงชื่นชมผลงานของศิลปินท่านอื่น ๆ และทรงค้นคว้าสร้างสรรค์งานศิลปะรูปแบบใหม่ ๆ อยู่เสมอ ในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ขอพระราชทานทูลเกล้าฯถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาจิตรกรรมแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทางด้านดนตรีนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เพลงไว้รวมทั้งสิ้น ๔๘ เพลง ส่วนใหญ่จะทรงพระราชนิพนธ์ทำนองขึ้นก่อน แล้วทรงมอบให้ผู้อื่นนิพนธ์หรือประพันธ์คำร้อง มีเพียงเพลง ”รัก” และเพลง ”เมนูไข่” ที่ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองขึ้นโดยมีบทประพันธ์คำร้องอยู่ก่อน เพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ เพลงแสงเทียน และเพลงพระราชนิพนธ์หลังสุดคือ เพลงเมนูไข่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เพลงแสงเทียนเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๘๙ แต่ทรงแก้ไขปรับปรุงและนำออกบรรเลงในปี พ.ศ. ๒๔๙๐ เพลงพระราชนิพนธ์ที่นำออกบรรเลงเป็นเพลงแรกคือ เพลงยามเย็น เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ เพลงพระราชนิพนธ์เพลงที่สามแต่ทรงนำออกบรรเลงเป็นเพลงที่สอง ในวันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙ และได้รับความนิยมสูงสุด คือ เพลงสายฝน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริทรงนิพนธ์คำร้อง และได้รับเกียรติจากองค์การยูเนสโกประกาศให้ใช้เป็นเพลงตัวแทนที่แสดงถึงชนชาติในเอเชียเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งถึงเพลงสายฝนว่า มีเรื่องที่เป็นความลับของเพลงนี้ว่า ”เมื่อแต่งเป็นเวลา ๖ เดือน หม่อมเจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริได้เขียนจดหมายถึง บอกว่า มีความปลาบปลื้มอย่างหนึ่ง เพราะไปเชียงใหม่ เดินไปตามถนน ได้ยินเสียงคนผิวปากเพลงสายฝน ก็เดินตามเสียงเขาไปในตรอกซอยแห่งหนึ่ง ก็เห็นคนกำลังซักผ้าแล้วก็มีความร่าเริงใจ ผิวปากเพลงสายฝนและก็ซักผ้าไปด้วย ก็นับว่าสายฝนนี้มีประสิทธิภาพสูง ซักผ้าได้สะอาด…”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เพลงประจำมหาวิทยาลัย ๓ เพลง คือ เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๑๑ เพลงมหาจุฬาลงกรณ์ พระราชทานเป็นเพลงประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๓๖ เพลงยูงทอง พระราชทานเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๔๒ เพลงเกษตรศาสตร์ พระราชทานเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา ”อัครศิลปิน” แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๘

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงพระปรีชาสามารถด้านวรรณกรรม ทรงพระราชนิพนธ์ผลงานไว้หลายองค์ เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ทรงแปลบทความจากข่าวไว้ ๙ เรื่อง และในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ อีก ๑ เรื่อง ส่วนหนังสือพระราชนิพนธ์ที่จัดพิมพ์เป็นเล่มนั้น เรื่องแรกทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๙ คือเรื่อง เมื่อข้าพเจ้าจากสยามสู่สวิสแลนด์,๒๔๘๙ เรื่องต่อมาเป็นบทพระราชนิพนธ์แปล นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ ทรงเริ่มแปลเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๐ สำเร็จในวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ บทพระราชนิพนธ์แปลอีกเรื่องหนึ่งคือ ติโต ตามมาด้วยพระราชนิพนธ์ เรื่องทองแดง และ เรื่องทองแดงฉบับการ์ตูน ทรงเล่าถึงสุนัขทรงเลี้ยงที่ชื่อ ”ทองแดง”

หนังสือพระราชนิพนธ์สำคัญที่ทรงพระราชนิพนธ์ และโปรดเกล้าฯให้เหล่าศิลปินมีชื่อ ๘ ท่าน เขียนภาพจิตรกรรมประกอบคือ เรื่อง พระมหาชนก ที่โปรดเกล้าฯให้สื่อมวลชนทุกแขนงเข้าเฝ้าฯรับฟังพระราชดำรัสเรื่องพระราชนิพนธ์นี้ ในวันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ นอกจากบทพระราชนิพนธ์และภาพจิตรกรรมอันทรงคุณค่ารวมทั้งการจัดพิมพ์อย่างประณีตสวยงามที่สุดแล้ว พระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนกยังแสดงถึงพระอัจฉริยภาพทางด้านอักษรศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และโหราศาสตร์ไทย ต่อมาพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนกนี้ยังได้รับการจัดพิมพ์เป็น พระมหาชนกฉบับการ์ตูน ด้วย

พระอัจฉริยภาพด้านการกีฬาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นไม่ด้อยไปกว่าด้านอื่น ๆ เลย กีฬาที่ทรงสนพระราชหฤทัยและมีความเชี่ยวชาญคือ เรือใบ แบดมินตัน เทนนิส และยิงปืน โดยเฉพาะกีฬาเรือใบนั้นทรงแสดงให้ปรากฏถึงพระอัจฉริยภาพอันสูงยิ่งเมื่อคราวมหกรรมกีฬาแหลมทองหรือ SEAP ames ครั้งที่ ๔ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในปีพ.ศ. ๒๕๑๐ เมื่อทรงได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนนักกีฬาไทยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเรือใบ ทรงปฏิบัติพระองค์เสมือนนักกีฬาทีมชาติอย่างเคร่งครัดทรงเข้าค่ายฝึกซ้อมและรับเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาเช่นเดียวกับนักกีฬาไทยคนอื่น ๆ ซึ่งผลการแข่งขันก็ปรากฏว่าพระองค์ทรงชนะการแข่งขันได้รับรางวัลเหรียญทอง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดกีฬาเรือใบ และทรงเป็นตัวแทนทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันในมหกรรมกีฬาแหลมทอง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประดิษฐ์ ”เรือใบมด” ขึ้นและทรงจดสิทธิบัตรเป็นสากลที่ประเทศอังกฤษ ในประเภทเรือ International Moth Class คำว่า ”มด” ทรงแปลงจากคำว่า ”ม็อธ-Moth” ส่วนเหตุที่ใช้ชื่อมด ทรงมีรับสั่งว่า “ที่ชื่อมดนั้น เพราะมันกัดเจ็บ ๆ คัน ๆ ดี” เรือใบมดมีขนาดความยาว ๑๑ ฟุตกว้าง ๔ ฟุต ๑๑ นิ้ว เนื้อที่ใบเรือ ๗๒ ตารางฟุต เคยทรงนำลงแข่งทดลองที่ประเทศอังกฤษ และได้อันดับที่ ๑ ในบรรดาเรือขนาดเดียวกัน ต่อมาทรงประดิษฐ์ในรุ่นซูเปอร์มดและไมโครมด เพิ่มขึ้นมา มีการจัดแข่งขันเรือใบมดในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติอีกหลายครั้ง รวมทั้งกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ ๑๓ พ.ศ. ๒๕๒๘

จากการที่ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแหลมทองและทรงได้รับรางวัลเหรียญทอง โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นประธานในพิธีทูลเกล้าฯถวายเหรียญรางวัล ในวันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ การกีฬาแห่งประเทศไทยจึงกำหนดเอาวันที่ ๑๖ ธันวาคม เป็น “วันกีฬาแห่งชาติ”

 

 

อ่านเพิ่มเติม : ๘๘ พรรษา มหาราชในดวงใจ : ปวงประชามหาปีติ, ๘๘ พรรษา มหาราชในดวงใจ : เสด็จฯเยี่ยมพสกนิกรทั่วหล้า

เรื่องแนะนำ

ผลตรวจ DNA ชี้โครงกระดูกของนักรบไวกิงผู้โด่งดัง เป็นผู้หญิง

ผลการศึกษา DNA จากโครงกระดูกล่าสุดในสุสานนักรบไวกิงผู้มั่งคั่งออกมายืนยันแล้วว่า เจ้าของร่างที่นอนอยู่ในสุสานนั้นหาใช่บรุษแต่เป็นสตรี

เหตุใด สงครามเกาหลี จึงยังไม่จบสิ้น

ทหารราบเกาหลีใต้รายหนึ่งกับการเดินทัพในแนวหน้าของ สงครามเกาหลี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 1950 ความขัดแย้งปะทุขึ้นในช่วงต้นหน้าร้อนนั้นเมื่อเกาหลีเหนือบุกมาที่เกาหลีใต้ การต่อสู้กินเวลานานกว่า 3 ปี และไม่เคยมีการลงนามสนธิสัญญาสันติภาพแต่อย่างใด ภาพถ่ายโดย AP เมื่อเจ็ดสิบปีที่แล้ว ได้เกิดความขัดแย้งว่าใครจะเป็นผู้มีอำนาจเหนือคาบสมุทรเกาหลี จนเกิดเป็น สงครามเกาหลี ความตึงเครียดยังคงเกิดขึ้น และได้เปลี่ยนมุมมองความสำคัญที่มีต่อสงคราม ในวันที่ 25 มิถุนายน 1950 การที่เกาหลีเหนือบุกโจมตีเกาหลีใต้อย่างไม่คาดคิดเป็นการจุดไฟสงครามระหว่างค่ายคอมมิวนิสต์กับโลกเสรีนิยมในการควบคุมคาบสมุทรเกาหลี สงครามเกาหลีที่มีการต่อสู้ระหว่างปี 1950-1953 ทำให้มีผู้เสียชีวิตนับล้าน ทั้งเกาหลีเหนือและใต้ได้มีการขีดเส้นแบ่งเขตแดนอย่างถาวร แม้จะได้ชื่อว่าเป็น ‘สงครามที่ถูกลืม’ ในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากไม่ได้รับความสนใจทั้งในช่วงระหว่างและหลังจากความขัดแย้งครั้งนี้ ประวัติศาสตร์สงครามเกาหลีก็ยังมีผลลึกซึ้ง ไม่เพียงแค่การสร้างรูปแบบการเมืองในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งยังไม่สิ้นสุดในทางเทคนิค แต่สงครามครั้งนี้เป็นแบบอย่างให้กับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในการทำสงครามโดยไม่ได้ผ่านการยินยอมจากสภาคองเกรส สงครามมีจุดเริ่มต้นมาจากการยึดครองเกาหลีของญี่ปุ่นในช่วงระหว่างปี 1910-1945 เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง ฝ่ายสัมพันธมิตรได้รื้อถอนจักรวรรดิญี่ปุ่นจากเกาหลี ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเครื่องมือต่อรองทางดุลอำนาจของสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต โดยทั้งสองประเทศที่เคยเป็นฝ่ายสัมพันธมิตรร่วมกันมาทั้งคู่ต่างไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ในปี 1948 เพื่อเป็นการถ่วงดุลอำนาจของทั้งสองขั้ว จึงได้มีการขีดเส้นชายแดนแบ่งเกาหลีโดยใช้เส้นขนานที่ 38 เส้นละติจูดที่พาดผ่านคาบสมุทรแห่งนี้ โดยเกาหลีเหนือเป็นรัฐสังคมนิยมที่นำโดย คิม อิล-ซุง ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียต และเกาหลีใต้เป็นรัฐทุนนิยมซึ่งนำโดยนายรี ซึง-มัน ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา แม้จะมีความหวังว่าทั้ง […]

ถอดรหัสม้วนหนังสือเดดซี

ถอดรหัสม้วนหนังสือเดดซี นักโบราณคดีเข้าใกล้ไปอีกก้าวในการไขปริศนาอันลึกลับของ ม้วนหนังสือเดดซี ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไฮฟาในอิสราเอลฟื้นฟูและถอดรหัสหนึ่งในม้วนหนังสือเดดซีที่ยังไม่ถูกแปล ม้วนกระดาษโบราณทั้งหมดประกอบไปด้วยม้วนกระดาษจำนวน 900 ชิ้นจากชาวยิวโบราณ ซึ่งถูกค้นพบเมื่อ 70 ปีก่อน   ปฏิทินโบราณ Eshbal Ratson และ Jonathan Ben-Dov นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยใช้เวลาหมดไปหนึ่งปีกับการรวบรวมชิ้นส่วนกระดาษจำนวน 60 ชิ้นเข้าด้วยกัน เพื่อถอดรหัสข้อความภายใน การค้นพบนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เขียนและปฏิทินแบบโบราณที่เขาใช้ ซึ่งมีจำนวน 364 วัน “ตัวเลขเหล่านี้สามารถแบ่งออกได้เป็นสี่และเจ็ด ดังนั้นแล้ววันในโอกาสสำคัญจึงมักเกิดขึ้นในวันเดิมๆ” Ratson และ Ben-Dov กล่าวระหว่างการแถลงข่าว “ปฏิทินของชาวกุมรันไม่เคยเปลี่ยนแปลง” ภายในม้วนหนังสือปรากฏชื่อของเทศกาลเฉลิมฉลองในแต่ละฤดูกาลตามภาษาฮีบรู แต่เดิมเทศกาลเหล่านี้เป็นที่รู้จักจากตำราอื่นๆ แต่ยังไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ นอกจากนั้นเนื้อหาภายในยังให้รายละเอียดของเทศกาลสำคัญทางศาสนาอีกสองเหตุการณ์ นั่นคือพิธีเฉลิมฉลองไวน์และน้ำมัน ซึ่งอยู่ราวๆ 100 หรือ 150 วัน หลังวันสะบาโต วันสำคัญในศาสนายูดาห์ เนื้อหาในม้วนหนังสือยังให้ข้อมูลของผู้เขียนอีกด้วย ผู้เขียนอาศัยอยู่บนผืนทะเลทรายบนภูมิภาคนี้เมื่อราวๆ 2 ศตวรรษก่อนคริสตกาลถึงคริสต์ศักราชที่ 2 แต่รายละเอียดของวันเฉลิมฉลองกลับถูกเขียนแทรกไว้ตามส่วนต่างๆ ของบรรทัด ทำให้นักโบราณคดีตั้งข้อสังเกตว่าส่วนนี้อาจถูกเขียนเพิ่มขึ้นมาโดยนักเขียนอีกคน (อยากรู้ไหม ศาสนาใดมีวันหยุดมากที่สุดในโลก)   […]

เปิดโลกนักล่าคัมภีร์ ไบเบิล

ในโลก "ลับ ลวง พราง" ที่ศาสนามาบรรจบกับโบราณคดี นักวิทยาศาสตร์ นักสะสม และมิจฉาชีพ ต่างช่วงชิงค้นหาพระคัมภีร์ไบเบิลอันเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของตน