นี่คือสิ่งที่อาวุธนิวเคลียร์ทิ้งเอาไว้ - National Geographic Thailand

นี่คือสิ่งที่อาวุธนิวเคลียร์ทิ้งเอาไว้

Berik Syzdykov วัย 38 ปี นั่งอยู่ในห้องครัวของอพาร์ทเม้นที่เขาอาศัยอยู่กับแม่ ในเมือง Semey ของคาซัคสถาน Berik เกิดมาพร้อมกับความผิดปกติทางใบหน้า หลังแม่ของเขาได้รับกัมมันตรังสีจากการทดสอบนิวเคลียร์โดยสหภาพโซเวียต ขณะกำลังตั้งครรภ์ เขาตาบอด และต้องเข้ารับการผ่าตัดหลายครั้งเพื่อลดอาการบวมของใบหน้า

นี่คือสิ่งที่ อาวุธนิวเคลียร์ ทิ้งเอาไว้

ณ ที่ราบอันอ้างว้างเสื่อมโทรมในพื้นที่ห่างไกลของคาซัคสถาน ทะเลสาบไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เกิดจากการระเบิดของนิวเคลียร์ส่งผลให้ภูมิประเทศกลายเป็นที่ราบ อาคารรอบๆ ว่างเปล่า บ่งชี้ว่าพื้นที่บริเวณนี้ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ความตายหลอกหลอนที่ดินผืนนี้ ส่วนคนที่ยังอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น เหล่านี้คือผลกระทบจากการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 30 ปีก่อน

พื้นที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ โพลิกอน สถานที่ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ในช่วงสงครามเย็น ดินแดนนี้ไม่มีใครเป็นเจ้าของมีเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ที่ทำเกษตรกรรมอาศัยอยู่ แม้ว่าผู้พักอาศัยบางส่วนจะย้ายออกไปแล้วในช่วงของการทดสอบแต่ส่วนมากเลือกที่จะปักหลักอาศัยอยู่ และผลกระทบของมันยังคงส่งผลมาในปัจจุบัน

ฟีล แฮตเชอร์-มัวร์ ช่างภาพใช้เวลา 2 เดือนไปกับการบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ ซึ่งสะท้อนถึง “ความโง่เขลาของมนุษย์” โปรเจคของเขามีชื่อว่า “Nuclear Ghosts” ถ่ายทอดภูมิประเทศที่ถูกทิ้งร้างและภาพถ่ายบุคคลของชาวบ้านที่เผชิญกับผลกระทบจากอาวุธนิวเคลียร์

จำนวนนั้นเป็นที่น่าประหลาดใจ ว่ากันว่ามีผู้คนมากถึง 100,000 คนในพื้นที่นี้ที่ได้รับผลกระทบจากรังสี ซึ่งสามารถส่งต่อได้ถึงสมาชิกในครอบครัว 5 รุ่น แต่ด้วยผลงานภาพถ่ายของมัวร์ เขาพยายามทำให้ตัวเลขเหล่านี้ถูกมองเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น

“การปนเปื้อนนิวเคลียร์เป็นอะไรที่เราไม่ได้เห็นกันด้วยตา” เขากล่าว “เราพูดกันถึงตัวเลขผลกระทบแต่ผมพบว่ามันน่าสนใจกว่าที่จะมุ่งเน้นไปที่เรื่องราวของของแต่ละบุคคล” มัวร์สัมภาษณ์เหยื่อที่ได้รับผลกระทบก่อนที่จะถ่ายภาพ ซึ่งเขาได้เรียนรู้ว่าความลับและข้อมูลที่ผิดพลาดจากรัฐก่อให้เกิดประสบการณ์มากมายแก่ชาวบ้านที่นี่

อาวุธนิวเคลียร์
ทหารเดินขบวนอยู่บนท้องถนนของชานเมือง Semey ท่ามกลางลมพัดกรรโชก
อาวุธนิวเคลียร์
สภาพภายในอดีตฐานทัพของ KGB ในเมือง Kurchatov คาซัคสถาน

“ในทศวรรษ 50 ชายคนหนึ่งพร้อมด้วยเต้นท์ของเขาถูกสั่งให้ขึ้นไปอยู่บนภูเขาเป็นเวลา 5 วันพร้อมกับฝูงแกะ ตัวเขาได้รับผลกระทบจากนิวเคลียร์ในฐานะผู้สังเกตการณ์การทดสอบ” มัวร์กล่าว “พวกเขาไม่เคยเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น แน่นอนรวมถึงอันตรายที่พวกเขาเผชิญมาด้วย”

แม้ว่าเรื่องราวของมนุษย์จะถูกใช้เป็นศูนย์กลาง แต่มัวร์ยังจัดทำเอกสารทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับผลกระทบของการทดลอง การเผยแพร่ข้อมูลจากห้องปฏิบัติการควบคู่ไปกับภาพถ่ายบุคคลของผู้คนที่ได้รับผลกระทบส่งผลให้งานของเขาเต็มไปด้วยความอึดอัดมากขึ้น และนั่นคือเจตนาของช่างภาพ

“ในประวัติศาสตร์มีเรื่องราวของมนุษย์มากมายที่กลายเป็นเหยื่อทดลอง” มัวร์กล่าว “ผมต้องการผสานไอเดียทั้งสองนี้เข้าด้วยกัน คือวิธีการที่ผู้คนตกเป็นเหยื่อกับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นอย่างไรต่อชีวิตประจำวันของพวกเขา และมีความหมายใด”

เหยื่อบางรายของมัวร์นั้นต้องเผชิญกับความผิดปกติรุนแรง หลายคนป่วยจากปัญหาทางสุขภาพที่มองไม่เห็นเช่นมะเร็ง, โรคในระบบเลือดหรือความเครียดหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจ ซึ่งผลกระทบที่ซ่อนเร้นอยู่เหล่านี้คือเรื่องที่น่าหนักใจที่สุด

“เป็นเวลานานแล้วที่ไม่ได้มีการพัฒนานิวเคลียร์ต่อ แต่ปัญหาที่แท้จริงเกิดขึ้นแล้วในตอนนี้” มัวร์กล่าว “แต่เราไม่ได้ต้องการให้อาวุธนี้กลับมาอีกครั้ง ผู้คนเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่เราทำนั้นมีจุดจบอย่างไร”

เรื่อง อเล็กซานดรา เกโนวา

ภาพถ่าย ฟีล แฮตเชอร์-มัวร์

อาวุธนิวเคลียร์
Alijan Imanbaev ในบ้านของเขาที่เมือง Semey เด็กน้อยป่วยเป็นโรคลมบ้าหมู ส่งผลให้เรียนรู้ได้ช้า
อาวุธนิวเคลียร์
Ayman Norgazinova วัย 49 ปี เจ้าหน้าที่ประจำห้องปฏิบัติการกำลังตรวจหนูทดลองที่ใช้สำหรับการทดสอบหาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกัมมันตรังสี ในมหาวิทยาลัยแพทย์ ของเมือง Semey ทางตะวันออก หนูทดลองเหล่านี้จะสูดแมงกานีสในปริมาณเล็กน้อยเข้าไปในร่างกาย เพื่อดูว่ากัมมันตรังสีจะส่งผลใดต่ออวัยวะภายใน
อาวุธนิวเคลียร์
ครอบครัวหนึ่งเดินผ่านชุมชนที่ถูกทิ้งร้างในเมือง Kurchatov ของคาซัคสถาน ประชากรในเมืองนี้ลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง เมื่อการทดสอบนิวเคลียร์สิ้นสุดลง
อาวุธนิวเคลียร์
ภาพถ่ายของควันรูปเห็ดที่เกิดขึ้นจากระเบิดอะตอมถูกจัดแสดงไว้บนผนังของพิพิธภัณฑ์ในเมือง Kurchatov
อาวุธนิวเคลียร์
Zulfiya Tunkushgojine วัย 35 ปี อาศัยอยู่กับพี่น้องและแม่ของเธอในหมู่บ้าน Shakaman ตัวเธอป่วยเป็นโรคสมองพิการ ซึ่งแพทย์ระบุว่าเป็นผลกระทบมาจากการทดสอบนิวเคลียร์ แม่ของเธอเคยอาศัยอยู่ใกล้กับพื้นที่ทดสอบนิวเคลียร์มาก่อน จนถึงปี 1962
อาวุธนิวเคลียร์
พยาบาล Marjan Kasenova เล่นกับ Kanat Rahimov วัย 15 ปี ภายในแผนกเด็ก ของศูนย์บริการเพื่อเด็กในเมือง Ayagoz โดย Kanat ป่วยเป็นโรคสมองพิการ
อาวุธนิวเคลียร์
คนไข้เตรียมเข้ารับการรักษามะเร็งผิวหนังด้วยรังสีแกมมา ในศูนย์รักษาเนื้องอกของเมือง Semey ทางตะวันออกของคาซัคสถาน
อาวุธนิวเคลียร์
เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลท้องถิ่นเมือง Kurchatov โชว์วิดีโอบันทึกการทดสอบนิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นในเมืองนี้ช่วงสงครามเย็นให้ดู
Kairat Yesimhanov วัย 35 ปี นอนอยู่ในบ้านของเขาที่เมือง Sulbinsk ตัวเขาและน้องสาวป่วยเป็นโรคสมองพิการทั้งคู่
Rustam Janabaev วัย 6 ขวบ นอนรักษาตัวอยู่ในแผนกเด็ก ของโรงพยาบาลเด็ก เมือง Ayagoz ตัวเขามีภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ (hypdrocephalus)
ฝูงนกบินผ่านสุสานของเมือง Semey ในช่วงฤดูหนาว

 

อ่านเพิ่มเติม

ภาพถ่ายอันทรงพลังแสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากระเบิดนิวเคลียร์

 

เรื่องแนะนำ

ความรู้ประจำวัน : คุณอาจเป็นญาติกับเจงกิส ข่าน

หลายคนคงรู้จักเจงกิส ข่าน บรุษนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ผู้สร้างอาณาจักรมองโกล แต่รู้หรือไม่ว่าบนโลกใบนี้ทุกๆ 200 คนจะมีอยู่หนึ่งคนที่มีความเกี่ยวข้องทางดีเอ็นเอกับเจงกิส ข่าน ผลการศึกษาโครโมโซม Y โครโมโซมเพศที่พบในผู้ชาย นักวิทยาศาสตร์พบว่า ผู้ชายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เคยเป็นดินแดนของอาณาจักรมองโกลในอดีต ผู้ชายจำนวนมากมีโครโมโซม Y ที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งเชื่อกันว่าพวกเขาเหล่านี้คือลูกหลานที่สืบเชื้อสายมาจากบรรดาลูก หลาน เหลน โหลนของจักรพรรดิเจงกิส ข่านอีกที ความเป็นไปได้มีมากน้อยแค่ไหนว่ากันว่ามีโอกาส 0.5% ที่คุณจะเป็นญาติกับเจงกิส ข่าน แต่หากคุณเป็นชาวเอเชีย โอกาสดังกล่าวจะเพิ่มเป็น 8% ทั้งนี้แม้ว่าบรรพบรุษของคุณ (หากคุณอยู่ใน 8%) เจงกิส ข่าน จะเป็นนักรบจอมกระหายเลือด (จากสถิติว่ากันว่าในยุคที่มองโกลเรืองอำนาจ ชาวมองโกลรุกรานและเข่นฆ่าผู้คนไปมากถึง 40 ล้านคน) แต่ก็มีตำนานกล่าวถึงความรักของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ว่าจุดเริ่มต้นของอาณาจักรอันไพศาลนี้มาจากความต้องการแก้แค้นให้แก่ผู้หญิงคนหนึ่ง จะเป็นอย่างไรลองชม   อ่านเพิ่มเติม : 7 โบราณสถานที่เชื่อกันว่าถูกสร้างโดยเอเลี่ยน, บังเกอร์ทหารจากยุคเผด็จการ กลายเป็นสารพัดประโยชน์

เลียบหัวเมืองชายทะเลจีน

เลียบเลาะริมฝั่ง สำรวจชีวิตชาวจีนบริเวณหัวเมืองชายทะเลของจีน ดินแดนที่ได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตกมาตลอด นับจากสงครามฝิ่นเมื่อปีพ.ศ. 1843 ราวร้อยปีที่แล้วเป็นต้นมา เมืองท่าเหล่านี้ที่เป็นต้นทางของคลื่นชาวจีนอพยพที่ออกมาเผชิญโชค เป็นบรรพบุรุษผู้ตั้งรกรากในดินแดนทั่วโลก รวมถึงชาวไทยเชื้อสายจีน ดับเบิลยู. โรเบิร์ตมัวร์ บันทึกไว้ในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1934 ถนนในฮ่องกงมีขึ้นและมีลง ร้านรวงและถนนสร้างเกาะไปตามความลาดชันของเนินใหญ่น้อยในฮ่องกง ถนนบางสายจึงเปิดให้เฉพาะผู้คนและเกี้ยวสัญจร ข้ามอ่าวไปก็จะเป็นมาเก๊า หญิงขายหนังสือพิมพ์ไม่ร้องขายแจ้งพาดหัว แต่จะคลี่พาดหัวให้ผู้ซื้อเลือกอ่านเอง ระบุยศไว้ที่หมวก เครื่องแต่งกายอันประกอบด้วยหมวกทรงพุ่ม กระดุมยศเยี่ยงนี้ล้าสมัยเสียแล้ว แต่ที่มองโกเลีย ข้าราชการยังสวมใส่เป็นเรื่องปกติ ชายหนุ่มผู้นี้เป็นเชื้อพระวงศ์มองโกเลียตะวันออก นอนหลับแทบเท้าเจ้า ร่มเงาในศาลเจ้าที่กวางตุ้งกลายเป็นที่แสนสบายเหมาะแก่การนอน หรือเอกเขนกอ่านหนังสือ พระนางฉือซีไท่โฮ่ว (ซูสีไทเฮา) นำงบประมาณที่จัดไว้เพื่อซื้อเรือรบมาสร้างพระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้ ระเบียงยาวหนึ่งไมล์นี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยาน ถนนเมืองไป่ปิง ถนนสายนี้ตัดตรงจากพระราชวังต้องห้าม พระแมนจูรอขบวนงานศพ หลังจากพวกแมนจูลงจากอำนาจ พระราชพิธีต่างๆก็คลายความยิ่งใหญ่ลงไป แผงปลาที่มาเก๊า พ่อค้าอวดปลาเค็มไว้เป็นแผง ปลานี้เป็นกับข้าวสำคัญของชาวจีน ส่วนปลาสดตามตลาดนั้น เขาก็ใส่กะละมังไว้ให้คนซื้อเลือกไปทุบหัวให้กันสดๆ ม้าสวมหมวกในโอกาสพิเศษ ดูเหมือนม้าจะไม่เดือดร้อนรำคาญทั้งหมวกและตาซ้ายที่พาดอยู่เลย ม้าสวมเครื่องประดับสำหรับเข้าขบวนแห่ในพิธีแต่งงาน กระต่ายวันไหว้พระจันทร์ วันไหว้พระจันทร์เป็นวันสำคัญตามปฏิทินแบบจีน เนื่องจากชาวจีนมองว่าบนพระจันทร์นั้นมีกระต่าย จึงทำตุ๊กตาเช่นนี้ไว้ให้เด็กๆในวันไหว้พระจันทร์

รำลึก 20 ปีการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานา

รำลึก 20 ปีการสิ้นพระชนม์ของ เจ้าหญิงไดอานา The People’s Princess หรือ “เจ้าหญิงของปวงชน” คือฉายาที่พระองค์ทรงได้รับ ทว่าตลอดพระชนม์ชีพที่สั้นเพียง 36 ปี เจ้าหญิงไดอานาหาได้ทรงมีชีวิตชวนฝันแบบเจ้าหญิงในเทพนิยาย พระองค์ทรงผ่านประสบการณ์เลวร้ายมากมาย ทรงทำผิดพลาดหลายอย่างเฉกเช่นสามัญชนทั่วไป ทว่าท่ามกลางเรื่องอื้อฉาวมากมายที่เกี่ยวข้องกับพระองค์  โลกจะจดจำเจ้าหญิงไดอานาในฐานะพระมารดาผู้อุทิศตนให้รัชทายาทแห่งราชบัลลังก์อังกฤษถึงสองพระองค์  และเจ้าหญิงผู้ทรงงานการกุศลเพื่อผู้ด้อยโอกาสในสังคม เช่น เด็กกำพร้า เหยื่อกับระเบิดในโลกที่สาม และผู้ป่วยโรคเอดส์ เป็นต้น เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ขอร่วมรำลึกวาระครบ 20 ปีแห่งการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1997 ด้วยภาพยนตร์สารคดี Diana: In Her Own Words ย้อนหลังไปเมื่อปี 1991 ณ พระราชวังเคนซิงตัน ในกรุงลอนดอน เจ้าหญิงไดอานา ทรงบันทึกเทปสัมภาษณ์ลับชุดหนึ่ง พระองค์ตรัสถึงหลายเรื่องที่ทำให้เราเห็นภาพชีวิตที่หาได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของพระองค์ เช่น เมื่อผู้สัมภาษณ์กราบทูลให้ทรงเล่าถึงชีวิตวัยเด็ก พระองค์ทรงตอบว่า “เป็นชีวิตวัยเด็กที่ไม่มีความสุข ข้าพเจ้าจำตอนที่พ่อตบหน้าแม่ ข้าพเจ้าซ่อนอยู่หลังประตู แม่ร้องไห้” การสัมภาษณ์ทำโดยพระสหายสนิทคนหนึ่งในนามของผู้สื่อข่าว […]