เมืองไทยในอดีต : สารคดีเกี่ยวกับเมืองไทยเรื่องแรกในเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

เมืองไทยในอดีต : สารคดีเกี่ยวกับเมืองไทยเรื่องแรกในเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

เมืองไทยในอดีต : สารคดีเกี่ยวกับเมืองไทยเรื่องแรกในเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ซึ่งถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1888 จะมีอายุครบ 130 ปีในปีนี้  เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก   ตีพิมพ์สารคดีและภาพถ่ายเกี่ยวกับเมืองไทยเป็นครั้งแรกในฉบับเดือนธันวาคม ปี 1906 (พ.ศ. 2449) ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สารคดีเรื่องนั้นมีชื่อว่า “The Greatest Hunt in the World” ซึ่งเราขออนุญาตแปลเป็นไทยว่า “การคล้องช้างอันยิ่งใหญ่” ถ่ายทอดเรื่องราวน่าสนใจและภาพถ่ายหาดูยากเกี่ยวกับการคล้องช้างครั้งสำคัญในสมัยสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง เหตุการณ์เกิดขึ้น ณ เพนียดหลวง พระนครศรีอยุธยา ผลงานชิ้นนี้เป็นฝีมือของนักเขียนและช่างภาพหญิงในตำนานนามว่า เอไลซา ซิดมอร์ (Eliza Scidmore)

ไปชมภาพถ่ายประวัติศาสตร์ “เมืองไทยในอดีต” เมื่อ 112 ปีก่อนกันได้เลย

เมืองไทยในอดีต
หน้าปกนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนธันวาคม ปี 1906
เมืองไทยในอดีต
ช้างต่อต้อนโขลงช้างข้ามน้ำไปยังเพนียดหลวง ที่เห็นอยู่ลิบๆ ในภาพ คือชาวบ้านที่ลอยเรือดูช้าง
เมืองไทยในอดีต
โขลงช้างป่าขณะเดินเข้าสู่เพนียดหลวง
เมืองไทยในอดีต
ลูกช้างป่าเดินผ่านเสาโตงเตงเข้าเพนียด
เมืองไทยในอดีต
ช้างต่อเข้าช่วยพยุงช้างป่าที่เบียดเสียดกันจนล้มลง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งระหว่างการคล้องช้างในเพนียด

เรื่องแนะนำ

10 อันดับสึนามิร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

คลื่นสึนามิรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เท่าที่เคยมีการบันทึกมานั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อ 14 ปีนี้เอง และประเทศไทยเราเองก็ได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวงด้วยเช่นกัน

พระเจ้าอโศก เป็นใคร

พระเจ้าอโศกได้รับการยกย่องในฐานะผู้น้อมรับพุทธศาสนา และเปลี่ยนแปลงราชวงศ์เมารยะจากเครื่องจักรสงครามไปเป็นสังคมแห่งความอดกลั้นและสันติ ภาพวาดจาก PRIVATE COLLECTION/DINODIA/BRIDGEMAN IMAGES พระเจ้าอโศก แห่งอินเดีย ทรงโศกเศร้าจากการพิชิตดินแดนต่างๆ ซึ่งส่งผลให้ชีวิตเรือนแสนต้องจบลง สิ่งนี้ทำให้พระองค์น้อมรับพุทธศาสนาและปฏิบัติต่อราษฎรอย่างเป็นธรรม พระเจ้าอโศก ผู้เป็นหลานชายของพระเจ้าจันทรคุปต์ เมารยะ (Chandragupta Maurya) มีชีวิตอยู่ในช่วงประมาณ 304 ถึง 233 ปีก่อนคริสตกาล พระองค์ทรงนำจักรวรรดิเมารยะ (Mauryan) ไปสู่ยุคที่มีอาณาเขตกว้างขวางและเรืองอำนาจมากที่สุด กระนั้น การเปลี่ยนแปลงราชอาณาจักรของพระองค์มิได้มาจากการใช้ความรุนแรงอันดุเดือดเหมือนเมื่อครั้งต้นรัชสมัย ตรงกันข้าม มันเป็นผลจากการน้อมรับพุทธศาสนา และสารแห่งขันติธรรมและสันติวิธีที่พระองค์เผยแผ่ไปทั่วทั้งจักรวรรดิอันกว้างขวาง แปดปีหลังการยึดอำนาจในช่วง 270 ปีก่อนคริสตกาล พระเจ้าอโศกได้นำกองทัพเข้าพิชิตราชอาณาจักรกลิงคะ (Kalinga) ในบริเวณชายฝั่งในภาคตะวันออก-กลางของอินเดีย และยังส่งผลให้พระองค์สามารถขยายอาณาจักรให้กว้างใหญ่กว่ากษัตริย์องค์ก่อนหน้าทุกองค์ มีการบันทึกไว้ว่า ผู้คนกว่า 100,000 ถึง 300,000 คนเสียชีวิตระหว่างการศึกครั้งนี้ ความสูญเสียดังกล่าวส่งผลต่อสภาพจิตใจของพระเจ้าอโศกอย่างรุนแรง พระองค์ได้บันทึกไว้ว่า “การฆ่าฟัน ความตาย และการเนรเทศที่เกิดขึ้นเมื่อดินแดนที่ไม่เคยถูกพิชิตกลับถูกพิชิตลง ได้ยังความเจ็บปวดอย่างหนักหนา [ต่อตัวเรา]” หลังจากนั้น พระเจ้าอโศกทรงละทิ้งทั้งการใช้กำลังทหารพิชิตผู้อื่น และความรุนแรงในรูปแบบอื่น รวมถึงการทารุณสัตว์ พระองค์กลายเป็นผู้อุปถัมภ์พุทธศาสนา ซึ่งสิ่งนี้ได้ส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองของศาสนาดังกล่าวในทั่วทั้งอินเดีย […]