9 สมบัติทองคำจาก อาณาจักรโบราณ - เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

9 สมบัติทองคำจาก อาณาจักรโบราณ

9 สมบัติทองคำจาก อาณาจักรโบราณ

เรื่อง คริสติน โรเมย์

มนุษย์เราชื่นชมและยกย่องวัตถุล้ำค่าอย่างทองคำมานานอย่างน้อยก็ 8,000 ปีมาแล้ว ข้อมูลจากบรรดานักโบราณคดีผู้ขุดค้นพบสิ่งประดิษฐ์จากแร่ทองเหล่านี้ทั่วโลก

การค้นหาวัตถุโบราณที่สร้างจากทองคำนั้น ในทางโบราณคดีแล้วถือว่าเป็นเรื่องหายาก เนื่องจากธาตุโลหะเหล่านี้มักละลายหรือไม่ก็ถูกนำไปรีไซเคิลเสียใหม่ นั่นทำให้กระบวนการค้นพบวัตถุทองคำจากอาณาจักรโบราณในแต่ละครั้งนั้น ช่างเป็นที่น่าจดจำ

รูปปั้นทองคำของเทพีแห่งความรักจากอาณาจักรกรีกโบราณ ส่วนหนึ่งของวัตถุโบราณจำนวนหลายพันชิ้นอายุ 2,000 ปี จากอาณาจักร Bactrian ที่ค้นพบในหลุมศพของชนเผ่าเร่ร่อนในอัฟกานิสถานเมื่อปี 1978 ซึ่งเชื่อกันว่าถูกขโมยมา
วัตถุทองคำโบราณอายุ 1,500 ปี ที่ถูกค้นพบในสุสานของนักรบอารยธรรมโมเช ที่เป็นที่รู้จักในชื่อ “Lord of Sipan” ในจำนวนนี้สิ่งที่ค้นพบมีทั้งมีดและโล่ทองคำ นักโบราณคดีได้ปกป้องสุสานแห่งนี้จากพวกโจรล่าสมบัติ ในปี 1987
จี้ทองคำที่ห่อหุ้มด้วยผ้านี้มาจากขุมสมบัติ Galloway ที่ซ่อนสมบัติของชาวไวกิ้งในสกอตแลนด์ จากศตวรรษที่ 10 ได้รับการค้นพบในปี 2014
“Muisca Raft” แพทองคำพร้อมผู้โดยสารถูกสร้างในคริสตศักราช 600 – 1,600 วัตถุโบราณชึ้นนี้มีความสำคัญทางโบราณคดีเท่าที่เคยมีการค้นพบมา และพรรณาให้เห็นถึงตำนานของ El Dorado มหานครลึกลับ ถูกค้นพบพร้อมกับทองคำอีกหลายชิ้นภายในถ้ำทางตอนใต้ของกรุงโบโกตา เมื่อปี 1856
มงกุฏทองคำของชาวไซเธียนโบราณ อายุ 2,000 ปี พวกเขาฝังข้าวของมีค่าเหล่านี้ลงไปในสุสานด้วย ค้นพบครั้งแรกในทศวรรษที่ 1800 โดยจักรวรรดิรัสเซีย
นกทองคำที่ถูกออกแบบมาเพื่อตกแต่งปลายไม้เท้า คาดว่าถูกสร้างขึ้นในอายธรรม Sinu เมื่อหลายพันปีก่อนที่จะกลายมาเป็นดินแดนของโคลอมเบียในปัจจุบัน
หน้ากากทองคำของฟาโรห์ตุตันคามุน น้ำหนัก 22 ปอนด์ หนึ่งในวัตถุโบราณที่โดดเด่นและน่าดึงดูดที่สุดเมื่อสุสานของพระองค์ถูกเปิดในปี 1923 และต้องใช้เวลาอีก 2 ปีต่อมากว่าหน้ากากชิ้นนี้จะถูกค้นพบในโลงศพของพระองค์
วัตถุโบราณที่สูญหายไประหว่างที่เกิดความขัดแย้งในอัฟกานิสถาน บัดนี้มันกลับมาปลอดภัยอีกครั้ง หัวเข็มขัดทองคำประดับด้วยเทอร์คอยซ์ที่มีลวดลายคล้ายศิลปะของชาวจีนนี้เป็นส่วนหนึ่งของขุมสมบัติ Bactrain ที่ถูกค้นพบที่ภูเขา Tillya Tepe ทางตอนเหนือของอัฟกานิสถาน ในปี 1978

 

อ่านเพิ่มเติม : ค้นพบสุสานโบราณของกษัตริย์อาณาจักรมายาถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม แผนที่ในศตวรรษที่ 4 คือเครื่องยืนยัน

เรื่องแนะนำ

Explorer Awards 2018: ดร.วราวุธ สุธีธร

ดร.วราวุธ สุธีธร ทำงานสำรวจซากดึกดำบรรพ์มานานหลายสิบปี และแม้ทุกวันนี้ท่านจะเกษียณอายุราชการแล้ว แต่ยังคงมีความสุขทุกครั้งที่ได้ออกไปขุดค้น และเปิดเผยชั้นหินของไทยให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่าประเทศเราเองก็เป็นสถานที่หนึ่งที่มีฟอสซิลมากมายรอให้ศึกษา

เหตุใดแผนที่เก่าจึงเติมสิ่งแปลกๆ ลงในช่องว่าง

เหตุใดแผนที่เก่าจึงเติมสิ่งแปลกๆ ลงในช่องว่าง แผนที่โลกของ Caspar Vopel ในปี 1558 แสดงให้เห็นว่ามหาสมุทรอินเดียเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดน่าฉงน ปลาดาบขนาดใหญ่เตรียมปะทะเข้ากับเรือเดินสมุทร ถัดไปมีตัววอลรัสกำลังต่อสู้กับงูยักษ์ที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำ และพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ขี่สัตว์ประหลาดหน้าหมูกำลังโบกสะบัดธง Vopel นักเขียนแผนที่ชาวเยอรมัน ผู้อยู่เบื้องหลัง แผนที่เก่า ชิ้นนี้ไม่ได้อธิบายว่าเหตุใดเขาจึงวาดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา แต่เชื่อกันว่าเขาน่าจะได้รับอิทธิพลมาจาก horror vacui รูปแบบงานซิลปะหนึ่งในประวัติศาสตร์ เมื่อบรรดาศิลปินต่างรู้สึกไม่ชอบใจที่จะทิ้งพื้นที่ว่างในผลงานของพวกเขา Chet Van Duzer นักประวัติศาสตร์การเขียนแผนที่ค้นพบแผนที่ที่แตกต่างกันจำนวนหลายสิบแผ่น ทั้งหมดล้วนเติมเต็มพื้นที่ว่างด้วยภูเขาที่ไม่มีอยู่จริง, สัตว์ประหลาด, เมือง และอื่นๆ อีกมากมาย Van Duzer แสดงการค้นพบของเขาในการประชุมการเขียนแผนที่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด นักวิชาการบางท่านระบุว่าความชิงชังที่ผู้สร้างมีต่อช่องว่างเหล่านี้ สร้างอิทธิพลต่อการออกแบบแผนที่ในสมัยก่อน แต่ Van Duzer การสร้างแผนที่รูปแบบ horror vacui เป็นที่แพร่หลายในการทำแผนที่ช่วงศตวรรษที่ 16 – 17 ยกตัวอย่างเช่นแผนที่ของ Vopel ซึ่งไม่ใช่มีแค่สัตว์ประหลาดและเรือเท่านั้น แต่ยังมีกล่องข้อความที่ระบุคุณสมบัติของที่ดินอีกด้วย อันที่จริงข้อมูลเพิ่มเติมเหล่านี้ Vopel สามารถใส่ไว้ที่ขอบของแผนที่ได้ แต่เขากลับเลือกที่จะใส่มันไว้ในมหาสมุทรแทน องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้แผนที่โลกดังกล่าวเหลือพื้นที่ว่างน้อยที่สุด หนึ่งในเหตุผลที่ผู้สร้างแผนที่ทำแบบนี้ […]

สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่งเสี่ยงต่อเหตุร้ายแบบเดียวกับ นอเทรอดาม

นักดับเพลิงดับไฟที่กำลังลุกไหม้ในวิหารนอเทรอดาม ในปารีส ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2019 ภาพถ่ายโดย BENOIT TESSIER, REUTERS บรรดาผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สถานที่ทางวัฒนธรรมหลายร้อยแห่งอันเป็นที่รักทั่วโลก ไม่เคยเตรียมรับมือกับเหตุเพลิงไหม้และอุบัติเหตุอย่างเดียวกับที่ นอเทรอดาม ประสบ ในขณะที่อาสนวิหารชื่อดังที่สุดของฝรั่งเศสเกิดไฟไหม้ ผู้คนรอบโลกนิ่งตะลึงด้วยความสะเทือนขวัญต่อภาพเพลิงไหม้ครั้งหายนะ ขณะนี้ ทุกคนโล่งอกหลังรู้ว่าว่าบรรดานักดับเพลิงสามารถรักษาส่วนใหญ่ของ นอเทรอดาม เอาไว้ได้ไม่น้อย แต่เพลิงครั้งนี้ได้จุดประกายการถกเถียงที่มีมาอย่างยาวนาน ถึงวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องแหล่งมรดกวัฒนธรรม ที่มักขาดการป้องกันจากหายนะหลายประเภท “แหล่งมรดกโลกหลายแห่งไม่มีนโยบาย แผน หรือกระบวนการเพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ” เอกสารของ UNESCO กล่าว “สิ่งนี้ทำให้แหล่งทางมรดกหลายร้อยแห่งเผชิญกับความเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก” ภัยพิบัติเหล่านั้น ซึ่งมีตั้งแต่เพลิงไหม้และน้ำท่วม ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและความขัดแย้ง ได้ทำลายสมบัติทางวัฒนธรรมหลายแห่งของโลกในช่วงหลายปีมานี้ เมื่อปีที่แล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของบราซิลถูกเพลิงไหม้จนวอดวาย และส่งผลให้วัตถุต่างๆ เช่นโบราณวัตถุด้านอิยิปต์วิทยา (Egyptology) ซึ่งถูกรวบรวมไว้ และบันทึกเสียงภาษาพื้นเมืองที่สาบสูญไปแล้ว กลายเป็นเถ้าถ่าน เมื่อปี 2016 กองกำลังรัฐอิสลามได้ทำลายประตู Mashki และ Adad ในโบราณสถานในบริเวณนิเนเวห์ (Nineveh) ในอิรัก และเมื่อปี 2015 […]

ค้นพบสุสานหมู่เก่าแก่กว่าจักรวรรดิแอซเท็ก

ค้นพบสุสานหมู่เก่าแก่กว่าจักรวรรดิแอซเท็ก ทีมนักโบราณคดีจากสถาบันโบราณคดีและประวัติศาสตร์ชาติเม็กซิโกค้นพบสุสานหมู่ที่มีความเก่าแก่ถึง 2.400 ปี บริเวณทางตอนใต้ของเม็กซิโก ภายในประกอบด้วยโครงกระดูกจำนวน 10 ร่างนอนทับซ้อนกัน จากอายุแล้วโครงกระดูกเหล่านี้เป็นของผู้คนในยุคโบราณที่อยู่อาศัยมาก่อนที่อารยธรรมแอซเท็กจะถือกำเนิดขึ้น โครงกระดูกที่พบมีทั้งชายและหญิงซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นวัยรุ่น นอกจากนั้นยังพบโครงกระดูกของเด็กทารก และเครื่องปั้นเซรามิก ทีมนักโบราณคดีเชื่อว่าโครงกระดูกทั้งหมดนี้เสียชีวิตในช่วงเวลาเดียวกัน แต่สาเหตุการตายและเหตุที่ว่าทำไมร่างของพวกเขาจึงถูกนำมาฝังรวมกันนี้ยังคงเป็นปริศนา   อ่านเพิ่มเติม แผนที่เก่าแก่ของชาวแอซเท็กฉายภาพวิถีชีวิตในอดีต