นอเทรอดาม รำลึกอาสนวิหารอันเป็นที่รักของชาวปารีส - National Geographic Thailand

นอเทรอดาม รำลึกอาสนวิหารอันเป็นที่รักของชาวปารีส

นอเทรอดาม : รำลึกอาสนวิหารอันเป็นที่รักของชาวปารีส

“อาสนวิหาร นอเทรอดาม คือประวัติศาสตร์ของเรา  วรรณกรรมของเรา จินตนาการของเรา เป็นสถานที่ที่เราใช้ชีวิตผ่านช่วงเวลาสำคัญๆ ในประวัติศาสตร์ ทั้งโรคระบาด สงคราม และการปลดแอกของเรา สถานที่แห่งนี้คือศูนย์กลางแห่งชีวิตของเรา… ดังนั้น ผมจึงขอให้คำมั่นแก่พวกเราทุกคนในค่ำคืนนี้ว่า เราจะสร้างอาสนวิหารนอเทรอดามขึ้นใหม่ด้วยกัน”

ประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแก่สื่อมวลชนฝรั่งเศสและจากทั่วโลก หลังเพลิงที่เผาผลาญอาสนวิหาร นอเทรอดาม (Notre Dame Cathedral หรือ Church of Our Lady) หนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงปารีส สงบลง พร้อมให้คำมั่นแก่ชาวปารีสว่า จะร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์อาสนวิหารแห่งนี้ขึ้นใหม่อีกครั้ง เพราะ “ประวัติศาสตร์ของเราคู่ควรกับสิ่งนี้”

นอเทรอดาม
15 เมษายน 2562 – ไม่นานหลังนักท่องเที่ยวกลุ่มสุดท้ายออกจากอาสนวิหารนอเทรอดามในเย็นวันที่ 15 เมษายน ควันก็พวยพุ่งขึ้นจากยอดแหลมสูงเกือบหนึ่งร้อยเมตร สาเหตุของเพลิงไหม้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่บางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับการปฏิสังขรณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ แม้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะกอบกู้และรักษาโครงสร้างหลักของอาสนวิหารไว้ได้ แต่ยอดแหลมและโครงสร้างไม้ภายในโดยเฉพาะส่วนหลังคาได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด  (ภาพถ่ายโดย NICOLAS LIPONNE, NURPHOTO/GETTY)

เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เริ่มถ่ายภาพสถานที่ที่มีความสำคัญในระดับโลกแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 1915 ในชุดภาพถ่ายขาวดำ นับแต่นั้นมา ทุกแง่มุมของอาสนวิหารได้ปรากฏบนหน้านิตยสารของเรา ต่อไปนี้คือ 16 ภาพถ่ายแห่งความทรงจำของมหาวิหารนอเทรอดาม

นอเทรอดาม
อาสนวิหารนอเทรอดาม (หรือ Church of Our Lady ในภาษาอังกฤษ) ยืนเด่นเหนือแม่น้ำแซนในภาพถ่ายเมื่อปี 1920 และเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของปารีสมาหลายร้อยปี (ภาพถ่ายโดย CRETE, NAT GEO IMAGE COLLECTION)
นอร์ทเทอดาม
โครงสร้างไม้ภายในของนอเทรอดามเป็นส่วนที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดจากเหตุไฟไหม้ล่าสุด (ภาพถ่ายโดย CRETE, NAT GEO IMAGE COLLECTION)
นอเทรอดาม
ณ ใจกลางกรุงปารีสบนเกาะ L’île de la Cité เหนือแม่น้ำแซน อาสนวิหารนอเทรอดามได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของโลกโดยมีผู้มาเยือนราววันละ 30,000 คน (ภาพถ่ายโดย U.S. ARMY AIR SERVICE, NAT GEO IMAGE COLLECTION)
นอเทรอดาม
การ์กอยล์หรือปนาลีประดับเหนือหอคอยทิศเหนือของอาสนวิหาร โดยได้รับการติดตั้งระหว่างการปฏิสังขรณ์ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 (ภาพถ่ายโดย EMIL P. ALBRECHT, NAT GEO IMAGE COLLECTION)
นอเทรอดาม
ภาพสลักบนบานประตู Portal of Judgement ของนอเทรอดามสร้างขึ้นราวปี 1220 แสดงฉากจากพระวรสารนักบุญมัทธิว (ภาพถ่ายโดย NAT GEO IMAGE COLLECTION)
นอเทรอดาม
ชายสองคนยืนอยู่หน้าแผงขายของที่ระลึกบนฝั่งแม่น้ำแซนในภาพถ่ายจากทศวรรษ 1920 โดยมีนอเทรอดามเป็นฉากหลัง (ภาพถ่ายโดย JULES GERVAIS COURTELLEMONT, NAT GEO IMAGE COLLECTION)
นอเทรอดาม
ภาพอาสนวิหารนอเทรอดามยามพระอาทิตย์อัสดงจากปี 1923 (ภาพถ่ายโดย JULES GERVAIS COURTELLEMONT, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

ชมภาพเพิ่มเติมหน้าถัดไป 

เรื่องแนะนำ

นพ. อุกฤษฎ์ อุเทนสุต นักสะสมแสตมป์พระรูป ร.9 ของเมืองไทย

พูดคุยกับนักสะสมแสตมป์พระรูป ร.9 ผู้ที่รวบรวมและศึกษาข้อมูลเรื่องราวเบื้องหลังแสตมป์ และนำไปเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก ผม (ผู้เขียนบทความ) อายุ 24 ปี ครั้งสุดท้ายที่ผม “จับแสตมป์” คือเมื่อตอนอายุ 9-10 ขวบ เนื่องจากได้รับมอบหมายให้เขียนจดหมายส่งไปหาเพื่อนร่วมชั้น เป็นกิจกรรมที่ต้องทำในวิชาภาษาไทย หลังจากนั้นไม่นานนัก โลกก็เข้าสู่ยุคสมัยที่บ้านแต่ละหลังเริ่มมีอินเทอร์เน็ตเป็นของตัวเอง ทำให้การสนทนาผ่านโปรแกรม MSN หรืออีเมล์ กลายเป็นที่นิยม เนื่องจากเป็นการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วไม่แพ้โทรศัพท์บ้านซึ่งเป็นที่นิยมอยู่แล้วก่อนหน้านี้ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การไปที่สำนักงานไปรษณีย์ ร้านของชำ หรือแม้กระทั่งร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อแสตมป์ติดซองจดหมายที่เขียนด้วยลายมือ เพื่อนำส่งไปให้ถึงผู้รับในอีก 2-3 วันข้างหน้า ก็กลายเป็นสิ่งที่ผมไม่คุ้นเคยอีกต่อไป แต่ถึงแม้โลกการสื่อสารจะเปลี่ยนไป จนผู้คนเริ่มห่างเหินจากแสตมป์มากขึ้น แต่ดูเหมือนว่า บรรดานักสะสมแสตมป์มากมายยังคงพึงพอใจในการเก็บรวบรวมสะสมในสิ่งที่พวกเขารัก ***************** โดยปกติ นายแพทย์อุกฤษฎ์ อุเทนสุต หรือ หมอโป้ง ตำแหน่งนายแพทย์เชี่ยวชาญ หัวหน้าฝ่ายวิชาการและแผนงาน ที่โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร แต่สำหรับในวงการนักสะสมแสตมป์ไทยแล้ว เขาคือนักสะสมแสตมป์พระรูป พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือ “แสตมป์พระรูป ร. 9” […]

เชน ที่เห็น ไม่เป็นอย่างที่คิด

ศาสนา เชน ในอินเดีย 1.ศาสนา เชน (Jainism) ในความรับรู้ของผม คือศาสนาหนึ่งที่อุบัติขึ้นบนโลกในเวลาไล่เลี่ยกับศาสนาพุทธ และยังมีบทบัญญัติกับคำสอน ใกล้เคียงกับศาสนาพุทธมากๆ ยิ่งไปกว่านั้น คือความรับรู้ว่านักบวชนิกายหนึ่งของศาสนานี้ เคร่งครัดในวัตรปฏิบัติและการนุ่งห่มแบบดั้งเดิมอย่างที่สุด คือการไม่นุ่งอะไรเลย เวลาไปไหนก็มีเพียงรองเท้าคีบกับกาน้ำในมือเดินโทงๆ ไปเท่านั้น แต่วันหนึ่ง เมื่อผมมีโอกาสสัญจรไปในหลายเมืองของแคว้นราชสถาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย ได้เห็นวัดของศาสนาเชนหลายแห่ง ความรับรู้เกี่ยวกับศาสนานี้ก็เปลี่ยนไป เพราะแต่ละวัดนั้นช่างโอฬารตระการตา และเกือบทั้งหมดจะตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง ไม่ว่าจะเป็นที่นครทอง-ไจยซัลเมียร์ นครคราม-จ๊อดเปอร์ หรือโยธปุระ และนครหลากสี อย่างบิคาเนอร์ ฯลฯ เชนสถานล้วนโออ่าเทียบเคียง หรือบางแห่งอาจจะใหญ่กว่าเทวสถานฮินดูของประชากรส่วนใหญ่ในเมืองนั้นๆ เสียอีก ในขณะที่เสียเวลาเปล่า ถ้าจะมองหาโบสถ์ วิหารในศาสนาพุทธ “…อย่าลืมสิว่าคุณกำลังอยู่ในแคว้นที่เปรียบได้ดั่ง “เมกกะ” หรือศูนย์กลางของศาสนาเชนในอินเดีย หรือกล่าวได้ว่าในโลกใบนี้….” มัคคุเทศก์ชาวอินเดียที่ถือฮินดูเป็นสรณะ เอ่ยขึ้น ครั้นเห็นแววตาฉงนของผม เขาจึงสำทับขึ้นอีกว่า “…เพราะแคว้นราชสถานนั้น ถึงแม้จะเป็นแคว้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอินเดีย แต่พื้นที่ถึงเกือบร้อยละ 80 เป็นทะเลทราย ซึ่งหมายถึงทะเลทรายธาร์ หรือ Great Indian Desert ที่กว้างใหญ่กว่า 2 […]