บันทึกประวัติศาสตร์ “โชคดีที่ได้เกิดในรัชกาลที่ 9” - National Geographic Thailand

บันทึกประวัติศาสตร์ “โชคดีที่ได้เกิดในรัชกาลที่ 9”

เรื่อง วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์

ภาพถ่าย จันทร์กลาง กันทอง

หลังมีประกาศให้ประชาชนที่จะเข้าร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 สามารถเข้าพื้นที่รอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวงได้ตั้งแต่เวลา 05.00น. ของวันที่ 25 ตุลาคม สิ่งที่ฉันเห็นผ่านภาพข่าวและจากการตระเวนสำรวจรอบพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม คือภาพประชาชนทุกเพศทุกวัยจากทั่วทุกสารทิศหอบหิ้วเสื้อผ้าสัมภาระที่จำเป็นเข้ามาจับจองพื้นที่ใกล้เคียงจุดคัดกรองทั้งเก้าจุดเพื่อหวังจะมีโอกาสเข้าไปกราบถวายสักการะเป็นครั้งสุดท้าย บางคนตั้งใจมารอตั้งแต่ช่วงดึกของวันที่ 22 ก็มี ไม่นานนัก ตลอดแนวบาทวิถีและหน้าอาคารพาณิชย์บริเวณนั้นก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนในชุดสีดำ…ที่มีหัวใจดวงเดียวกัน

นอกจากต้องลดขั้นตอนการใช้ชีวิตให้ง่ายที่สุด กินน้อย นอนน้อย เข้าห้องน้ำน้อยแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญกับบททดสอบจากธรรมชาติมากมาย ตั้งแต่อากาศร้อนอบอ้าว แสงแดดที่แผดเผาจนผิวแทบไหม้และสายฝนที่กระหน่ำเป็นระยะๆไปจนถึงอาการอ่อนเพลียลมแดด และไข้หวัดที่เริ่มเล่นงานหลายคน แต่ทุกคนก็ยัง “ยิ้มสู้” และยืนหยัดรอต่อไป ภาพเหล่านั้นทำให้ฉันคิดในใจว่าจะต้องใช้ความรักมากแค่ไหนกันกว่าที่คนคนหนึ่งจะยอมเสียสละตัวเองได้ถึงเพียงนี้แต่คำถามเดียวกันนี้ก็ทำให้ฉันอดคิดถึงสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำเพื่อปวงชนชาวไทยตลอด 70 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ เพราะความรักที่ทรงมีต่อบ้านเมืองและประชาชนของพระองค์นั่นเอง

จุดเริ่มต้นของการมีทุกอย่างทีดีในวันนี้คือการต่อสู้กับความยากจนอันเป็นศัตรูตัวฉกาจของคนไทยเมื่อหลายทศวรรษก่อน ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปยังถิ่นทุรกันดารต่างๆตั้งแต่ดอยสูงเสียดฟ้าจรดชายเลนปากทะเลเพื่อทรงรับฟังปัญหาตรวจตราพื้นที่ และเก็บข้อมูลด้วยพระองค์เอง แม้ข้าราชบริพารหลายคนจะเคยกราบทูลว่าพระองค์ไม่จำเป็นต้องลำบากพระวรกายเช่นนั้น แต่ก็ทรงทำเพราะต้องการให้ประชาชนได้รู้ว่าพวกเขาไม่ได้ถูกทอดทิ้งและอยู่ในสายพระเนตรของพระองค์เสมอ  จนมีคำกล่าวในเวลาต่อมาว่า “ไม่มีที่ใดในผืนแผ่นดินไทยที่พระองค์เสด็จฯไปไม่ถึง”

พลฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถและเจ้าพนักงานภูษามาลาถวายบังคมพร้อมกัน เมื่ออัญเชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ ก่อนเคลื่อนริ้วขวบนพระบรมราชอิสริยยศไปยังพระเมรุมาศ

เช้ามืดวันแห่งประวัติศาสตร์  26 ตุลาคม 2560 ดวงจันทร์ยังไม่ตกลับขอบฟ้า แต่พื้นที่รอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวงในเวลานี้ก็แน่นขนัดไปด้วยผู้คนเรือนแสน ส่วนบริเวณใกล้เคียงอย่างถนนราชดำเนินกลาง สะพานพระปิ่นเกล้าท่าพระอาทิตย์ สะพานมอญ ฯลฯ ก็เนืองแน่นไปด้วยคลื่นมหาชนที่บ้างมารอโอกาสเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ บ้างขอแค่ได้มาอยู่ใกล้ๆ มณฑลพิธีให้มากที่สุดก็พอใจแล้ว

ทันทีที่เสียงดนตรีดังขึ้นเป็นสัญญาณบอกให้ประชาชนข้างนอกพระบรมมหาราชวังรู้ว่าการอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ได้เริ่มขึ้นแล้ว หลายคนน้ำตารื้นพร้อมกับชูพระบรมฉายาลักษณ์ไว้เหนือศีรษะบ้างก็ชูธนบัตรขึ้นสูง บ้างนั่งสวดมนต์ถวายเป็นครั้งสุดท้าย

เมื่อริ้วขบวนที่หนึ่งอัญเชิญพระโกศทองใหญ่โดยพระยานมาศสามลำคานจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทผ่านออกไปทางประตูเทวาภิรมย์เสียงร่ำไห้ก็ดังขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ผู้ร่วมริ้วขบวน กำลังพลในริ้วขบวนก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาแห่งความอาดูรไว้ได้  ขณะเดียวกัน พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ (ชวิน รังสิพราหมณกุล) และคณะพราหมณ์ราชสำนักที่อยู่ในริ้วขบวนก็เริ่มแกะมุ่นมวยซึ่งถือว่าเป็นที่สถิตของเทวดาออกปล่อยให้ผมยาวสยายตามธรรมเนียมการไว้ทุกข์ของพราหมณ์ในขบวนแห่พระบรมศพออกพระเมรุ

ริ้วขบวนที่หนึ่งใช้เวลาเคลื่อนขบวนราว 30 นาทีก็มาถึงริ้วขบวนที่สองหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ซึ่งที่นั่นพระมหาพิชัยราชรถจอดเทียบรอเพื่อเตรียมอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ไปยังพระเมรุมาศ พระมหาพิชัยราชรถสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 และได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์เรื่อยมา โดยเฉพาะในครั้งนี้ที่มีการเปลี่ยนกระจก ล้างรักที่งานซ้อนไม้เพื่อแกะคัดลายใหม่ให้คมชัด ทั้งยังปิดทองใหม่ทั้งหมดให้งามสง่าสมดังความหมาย “มหาราชรถแห่งผู้ชนะ”

แม้ฝนจะกระหน่ำลงมาอย่างหนัก แต่ประชาชนบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ยังยืนหยัดไม่ยอมหลบฝน เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพและแสดงความอาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย

เมื่อถึงเวลา กำลังพล 216 นาย เริ่มฉุดชักราชรถให้เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เส้นสายที่พลิ้วไหวตลอดองค์ราชรถนั้นกลับทำให้ฉันคิดจินตนาการว่า ปวงเทพเทวากำลังอัญเชิญราชรถไปในห้วงอากาศ น่าแปลกที่ว่าเมื่อพระมหาพิชัยราชรถเคลื่อนผ่าน จู่ๆ ความร้อนก็พลันหายไปมีแต่ความเงียบสงัดและเสียงสะอื้นไห้มาแทนที่จนกระทั่งขบวนพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จผ่านไป ความร้อนจึงเริ่มกลับมาแผดเผาอีกครั้ง

ริ้วขบวนที่สองซึ่งเป็นขบวนที่ใหญ่ที่สุดใช้เวลาเคลื่อนขบวนราวสองชั่วโมงก็มาถึงบริเวณพระเมรุมาศ จากนั้นจึงเป็นหน้าที่ของริ้วขบวนที่สามอัญเชิญพระโกศทองใหญ่โดยราชรถปืนใหญ่เพื่อเทิดพระเกียรติสูงสุด ทั้งนี้ธรรมเนียมดังกล่าวเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างราชรถปืนใหญ่ขึ้นเพื่ออัญเชิญพระโกศพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศ์ที่ทรงรับราชการทหารเมื่อครั้งดำรงพระชนม์ชีพ

เมื่อราชรถปืนใหญ่เวียนรอบพระเมรุมาศโดยอุตราวัฏ (เวียนซ้าย) สามรอบแล้วจึงเชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธานทางเกรินบันไดนาคพระเมรุมาศด้านทิศเหนือ ครั้นถึงที่แล้วเจ้าพนักงานปิดพระฉากและพระวิสูตรลงเพื่อประกอบพระโกศจันทน์ นับเป็นอันแล้วเสร็จการอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ไปยังพระเมรุมาศ

ภาพพระเมรุมาศสีทองอร่ามมีความงดงามราวกลับสรวงสวรรค์บนพื้นดินทำให้ฉันอดย้อนคิดไปถึงสารพันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขวบปีที่ผ่านมาไม่ได้

ทหารปืนใหญ่ยิงสลุตเพื่อถวายพระเกียรตินาทีละหนึ่งนัด ขณะอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ออกจากพระบรมมหาราชวังไปเทียบยังพระมหาพิชัยราชรถหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และเริ่มยิงปืนใหญ่ต่อเนื่องนาทีละหนึ่งนัดอีกครั้ง เมื่อริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเคลื่อนไปยับงพระเมรุมาศท้องสนามหลวง จนกระทั่งพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธานในพระเมรุมาศแล้วจึงหยุดยิง

ตลอดทั้งวันนั้น รัฐบาลเปิดโอกาสให้คนไทยทั้งในและต่างประเทศถวายดอกไม้จันทน์แสดงความอาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย

แม้ว่าสภาพอากาศแทบทุกภาคของประเทศจะค่อนข้างแปรปรวนเพราะมีทั้งร้อนแดด ฝนพรำ หรือบางพื้นที่ก็มีฝนตกหนักจนมีน้ำท่วมขัง แต่นั่นไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความตั้งใจของปวงชนชาวไทย จุดวางดอกไม้จันทน์เกือบพันแห่งทั่วประเทศแทบไม่เพียงพอต่อคลื่นมหาชนในชุดสีดำที่หลั่งไหลมาอย่างต่อเนื่อง บางแห่งประชาชนต้องรอคอยนานถึงสิบสองชั่วโมงก็มี แต่ทุกคนก็เต็มใจไม่ย่อท้อ แม้ต้องยืนกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมา ฉันเองก็เช่นกัน

22.00 น. มีประกาศให้คนไทยทั้งแผ่นดินได้ร่วมกันหันหน้าเบื้องพระเมรุมาศเพื่อถวายความเคารพสูงสุดแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผ่านไปราวชั่วโมงเศษ ควันที่ลอยขึ้นเหนือพระเมรุมาศก็เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่ามีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว ประชาชนก้มกราบและเสียงสะอื้นร่ำไห้ดังทั่วแผ่นดินอีกครั้ง

ที่หอประติมากรรมต้นแบบ กรมศิลปากร ศิลปินจิตอาสากำลังลงสีเก็บรายละเอียดครุฑ ซึ่งเป็นเทพพาหนะของ พระนารายณ์ตามความเชื่อในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

รุ่งขึ้น 27 ตุลาคม 2560 เป็นพิธีเก็บพระบรมอัฐิ เชิญพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคารไปยังพระบรมมหาราชวังเพื่อประกอบพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิในวันถัดไป และในวันที่ 28 ตุลาคม 2560 มีพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ตามลำดับ

ถึงวันนี้ แม้พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตรผ่านไปแล้ว แต่ฉันกลับรู้สึกว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 จะยังคงสถิตอยู่ในหัวใจคนไทยทุกคนตราบจนชีวิตหาไม่ สมดังพระราชดำรัสที่ก้องอยู่ในใจฉันตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินและคงอยู่ในใจทุกคนเช่นกันว่า “…ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้คือการได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง…” อันเป็นส่วนหนึ่งจากพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรที่ทรงมีไปถึงพระสหายในต่างประเทศ ภายหลังเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ

หลังเสร็จพิธีบวงสรวงตัดต้นจันทน์หอมที่ยืนต้นตายตามธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อนำมาจัดสร้างพระโกศจันทน์ ประชาชนพากันเข้าไปสัมผัสเปลือกไม้จันทน์เพื่อความเป็นสิริมงคล

 

อ่านเพิ่มเติม : วันที่ท้องฟ้ามืดมิด๙ ช่างภาพสารคดีกับในหลวงรัชกาลที่ ๙

เรื่องแนะนำ

วงล้อสีผิวมนุษย์

สีผิวของคุณสีอะไร? ผลงานจากช่างภาพชาวบราซิลเก็บภาพถ่ายบุคคลจำนวน 4,000 ภาพและสีผิวอันหลากหลายใน 18 ประเทศ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าผิวสีดำและผิวสีขาวนั้นไม่มีอยู่จริง

คนรุ่นใหม่ไฮเทคแห่งแอฟริกา

คนรุ่นใหม่ไฮเทคแห่งแอฟริกา วันหนึ่งเมื่อปี 2004 ที่หมู่บ้านเกษตรกรรมเอ็นจิเนียร์ในเคนยา ซึ่งได้ชื่อนี้มาเพราะเคยมีคนอังกฤษเปิดร้านซ่อมเครื่องยนต์กลไกที่นั่น เด็กชายร่างผอมบางผู้มีสายตาสั้นเดินผ่านร้านรับพิมพ์งานแห่งเดียวในหมู่บ้านและเห็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นคือคอมพิวเตอร์ เด็กชายยืนข้างเครื่องที่ส่งเสียงหึ่งๆ สายตาจับจ้องไปที่คำและตัวเลขบนกระดาษที่ส่งผ่านจากคอมพิวเตอร์ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ปีเตอร์ คารีอูคี เด็กชายซึ่งเพิ่งย่างเข้าวัยรุ่นได้ค้นพบอนาคตของตนเอง พ่อแม่ของปีเตอร์ซึ่งปลูกกะหล่ำและมันฝรั่งพอยังชีพ  เริ่มกังวลว่าลูกของตนไปขลุกอยู่ที่ร้านพิมพ์งานนานเกินไปไม่มีชาวบ้านเอ็นจิเนียร์คนใดเข้าถึงอินเทอร์เน็ต แม้แต่บ้านที่มีไฟฟ้าใช้ก็มีอยู่ไม่กี่หลัง การเฟื่องฟูของธุรกิจเทคโนโลยีคือแนวคิดอันไกลห่าง  กระนั้น ปีเตอร์ก็ติดใจเสียแล้ว  เมื่อคะแนนสูงลิ่วในระดับประถมศึกษาส่งให้เขาเข้าโรงเรียนมาเซโนอันทรงเกียรติ (ซึ่งมีศิษย์เก่าอย่างบิดาของบารัก โอบามา) ครูให้เขาถือกุญแจห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ซึ่งปีเตอร์จะเข้าไปนั่งเขียนโปรแกรมทั้งคืน พอถึงปี 2010 พ่อมดคอมพิวเตอร์วัย 18 ปีก็เดินทางไปกรุงคิกาลี เมืองหลวงของรวันดา  เขาได้งานออกแบบระบบออกตั๋วอัตโนมัติให้ระบบรถโดยสารประจำทางของที่นั่น  ถึงแม้คิกาลีจะเป็นหนึ่งในเมืองที่สะอาดและปลอดอาชญากรรมที่สุดในแอฟริกา ทว่าระบบขนส่งมวลชนกลับไม่หนีประเทศอื่นๆ  รถประจำทาง (ที่จริงเป็นเพียงรถตู้) ไม่ตรงเวลา  แน่นเป็นปลากระป๋องและช้ายังกับเต่าคลาน  คนเดินทางส่วนใหญ่พึ่งจักรยานยนต์รับจ้างซึ่งขึ้นชื่อเรื่องขับขี่หวาดเสียว อันที่จริงในภูมิภาคซับสะฮาราของแอฟริกา อุบัติเหตุบนท้องถนนคือสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ไล่ตามเอดส์และมาลาเรียมาติดๆ และสถิติของตำรวจที่คาริอูคีเห็นก็บ่งชี้ว่า  อุบัติเหตุบนท้องถนนราวร้อยละ 80 ในคิกาลีเกี่ยวข้องกับจักรยานยนต์ ข้อเท็จจริงเหล่านี้ทำให้  คาริอูคีกับรูมเมตชื่อ บาร์เร็ตต์ แนช เพื่อนร่วมอุดมการณ์สตาร์ท-อัปจากแคนาดา  จับมือกัน หลังปิดคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปในตอนเย็น คาริอูคีกับแนชจะเดินผ่านย่านเริงรมย์ของคิกาลีไปยังบาร์กลางแจ้งเพื่อนั่งดื่มเบียร์  พลางครุ่นคิดหาคำตอบของคำถามพื้นฐานว่า พวกเขาจะจัดหาบริการจักรยานยนต์รับจ้างที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ […]

สัญชาตญาณความเป็นแม่มีแค่ในผู้หญิงหรือ?

ผลการทดสอบสารเคมีในสมองชี้ให้เห็นว่าเราต้องนิยามคำว่า "สัญชาตญาณความเป็นแม่" เสียใหม่ เมื่อในหนูทดลองเพศผู้เองก็มีสัญชาตญาณนี้เช่นกัน

แผนที่แห่งความสุข

อะไรทำให้คุณมีความสุข แล้วผู้คนจากชาติไหนที่มีความสุขที่สุด ลองชมข้อมูลแผนที่ความสุขที่จัดทำขึ้นโดย มานูเอล กานาเลส และทีโอดอร์ เอ. ซิกลีย์ เชลลีย์ สเปอร์รี แผนที่ดังกล่าวถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ภาษาไทย ฉบับเดือนพฤศจิกายน ที่ว่าด้วยการสำรวจความสุขของผู้คนจากประเทศต่างๆ ใบหน้ายิ้มเหล่านี้แสดงออกซึ่งปริมาณของความสุขในชีวิตประจำวันของผู้คนที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศตั้งแต่ 1 – 100 โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ ผู้คนที่เข้ารับการสำรวจจะได้รับคำถามห้าข้อเพื่อระบุว่าพวกเขามีความสุขหรือไม่ในขณะนั้น เช่น วันนี้ได้หัวเราะไหม ส่วนเฉดสีเหลืองที่แสดงออกมานั้นหมายถึงอัตราร้อยละที่ถือว่ามีความสุข หรือสุขภาวะทางกาย ผู้คนจะถูกถามถึงสุขภาพ และข้อมูลเหล่านี้จะถูกแปลงเป็นระดับคะแนนไล่จาก “ทุกข์” ไปถึง “สุข” ตามเฉดสี ทั้งนี้ในแผนที่ดังกล่าวไม่มีข้อมูลของทุกประเทศ มีเพียงแค่ข้อมูลจากประเทศที่ได้รับการสำรวจเท่านั้น สามารถชมแบบขยายขนาดใหญ่ได้ ที่นี่     อ่านเพิ่มเติม : ความลับของดินแดนแห่งความสุข, 9 วิธีที่ช่วยให้คุณมีความสุขในทุกวันของชีวิต

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.