เหตุใดแผนที่เก่าจึงเติมสิ่งแปลกๆ ลงในช่องว่าง - National Geographic Thailand

เหตุใดแผนที่เก่าจึงเติมสิ่งแปลกๆ ลงในช่องว่าง

เหตุใดแผนที่เก่าจึงเติมสิ่งแปลกๆ ลงในช่องว่าง

แผนที่โลกของ Caspar Vopel ในปี 1558 แสดงให้เห็นว่ามหาสมุทรอินเดียเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดน่าฉงน ปลาดาบขนาดใหญ่เตรียมปะทะเข้ากับเรือเดินสมุทร ถัดไปมีตัววอลรัสกำลังต่อสู้กับงูยักษ์ที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำ และพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ขี่สัตว์ประหลาดหน้าหมูกำลังโบกสะบัดธง

Vopel นักเขียนแผนที่ชาวเยอรมัน ผู้อยู่เบื้องหลัง แผนที่เก่า ชิ้นนี้ไม่ได้อธิบายว่าเหตุใดเขาจึงวาดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา แต่เชื่อกันว่าเขาน่าจะได้รับอิทธิพลมาจาก horror vacui รูปแบบงานซิลปะหนึ่งในประวัติศาสตร์ เมื่อบรรดาศิลปินต่างรู้สึกไม่ชอบใจที่จะทิ้งพื้นที่ว่างในผลงานของพวกเขา Chet Van Duzer นักประวัติศาสตร์การเขียนแผนที่ค้นพบแผนที่ที่แตกต่างกันจำนวนหลายสิบแผ่น ทั้งหมดล้วนเติมเต็มพื้นที่ว่างด้วยภูเขาที่ไม่มีอยู่จริง, สัตว์ประหลาด, เมือง และอื่นๆ อีกมากมาย

เรือเดินสมุทรและกล่องข้อความมากมายช่วยเติมเต็มมหาสมุทรอินเดียอันว่างเปล่า

Van Duzer แสดงการค้นพบของเขาในการประชุมการเขียนแผนที่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด นักวิชาการบางท่านระบุว่าความชิงชังที่ผู้สร้างมีต่อช่องว่างเหล่านี้ สร้างอิทธิพลต่อการออกแบบแผนที่ในสมัยก่อน

แต่ Van Duzer การสร้างแผนที่รูปแบบ horror vacui เป็นที่แพร่หลายในการทำแผนที่ช่วงศตวรรษที่ 16 – 17 ยกตัวอย่างเช่นแผนที่ของ Vopel ซึ่งไม่ใช่มีแค่สัตว์ประหลาดและเรือเท่านั้น แต่ยังมีกล่องข้อความที่ระบุคุณสมบัติของที่ดินอีกด้วย อันที่จริงข้อมูลเพิ่มเติมเหล่านี้ Vopel สามารถใส่ไว้ที่ขอบของแผนที่ได้ แต่เขากลับเลือกที่จะใส่มันไว้ในมหาสมุทรแทน องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้แผนที่โลกดังกล่าวเหลือพื้นที่ว่างน้อยที่สุด

แผนที่เก่า
แผนที่ที่ตกแต่งอย่างงดงามของ Pieter van den Keere สร้างขึ้นในปี 1611
ทวีปอเมริกาเหนือถูกประดับด้วยสัตว์, พรรณไม้ และบรรดานักสำรวจผู้ค้นพบ

หนึ่งในเหตุผลที่ผู้สร้างแผนที่ทำแบบนี้ ก็เพื่อปิดบังความไม่รู้ของพวกเขา รายงานจาก Van Duzer  เมื่อ Pieter van den Keere ผู้สร้างแผนที่ชาวดัชต์สร้างแผนที่โลกขึ้นมาในปี 1611 (ภาพด้านบน) ขณะนั้นทวึปอเมิรกายังไม่ได้ถูกสำรวจอย่างละเอียด แต่แทนที่เขาจะเว้นพื้นที่ว่างไว้ Van Duzer เติมเต็มพื้นที่นั้นด้วยคาร์ทูช (ลวดลายที่อยู่ในฟอร์มรูปไข่) อันประณีต ด้วยกรอบรูป

ไข่ที่ล้อมรอบด้วยอัลลิเกเตอร์, นก และใบไม้นานาพรรณ ส่วนที่ด้านบนจะเห็น Christopher Columbus, Ferdinand Magellan และ Amerigo Vespucci กำลังเพ่งพินิจแผ่นดินอเมริกา

ทวีปแอฟริกาเองก็ยังไม่ถูกสำรวจถี่ถ้วนดีในเวลานั้น แต่กลับมีข้อความบรรยายรายละเอียดของทวีปเอาไว้ ซึ่ง Van Duzer เองระบุว่าบางครั้งก็ไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่ ยกตัวอย่างเช่น แม่น้ำไนล์ที่ไหลอยู่ใต้ดินเป็นระยะทาง 60 ไมล์ ก่อนจะโผล่ขึ้นอีกครั้งในทะเลสาบ ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น

อีกหนึ่งอิทธิพลที่มีผลต่อนักทำแผนที่เองก็คือตลาด บรรดาขุนนางและเศรษฐีจ่ายค่าตอบแทนอย่างงามเพื่อแลกกับการได้เป็นเจ้าของแผนที่อันหรูหราและตกแต่งอย่างประณีตฟุ่มเฟือย แผนที่ทางการเดินเรือที่ประดิษฐ์ขึ้นโดย Giovanni Battista Cacallini นักทำแผนที่ชาวอิตาลี  ในปี 1640 แสดงให้เห็นทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่เต็มไปด้วยสีสัน บนแผ่นดินมีเมืองมากมาย และในแผนที่ประกอบไปด้วยเข็มทิศอันงดงามมากเกินความจำเป็น

น่าเสียดายที่อิทธิพลในการทำแผนที่รูปแบบนี้สูญหายไปตามกาลเวลา แต่ในช่วงกลางของศตวรรษที่ 18 บรรดาผู้สร้างแผนที่ยังคงตกแต่งแผนที่ของพวกเขาให้งดงาม ต่างตรงที่พวกเขาทิ้งพื้นที่ว่างของแผ่นดินและผืนน้ำที่ยังคงไม่ได้รับการสำรวจเอาไว้ “นักทำแผนที่เริ่มทำอะไรที่เป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น” Van Duzer กล่าว

เรื่อง เกรก มิลเลอร์

ในทางตรงกันข้าม ข้อมูลที่เป็นจริงในมหาสมุทรอินเดียก็คือที่ตั้งของกลุ่มเกาะ (แต่มีเพียงกลุ่มเกาะด้านบนเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่มีอยู่จริง)
เข็มทิศรูปดอกกุหลาบ, เรือเดินสมุทร สิ่งเหล่านี้ถูกประดับตกแต่งในแผนที่ของ Pieter van den Keere ที่สร้างขึ้นในปี 1611
แผนที่การเดินเรือของ Giovanni Battista Cavallini ในปี 1640 ประกอบด้วยเมืองมากมายที่ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้มีอยู่จริง
และเข็มทิศอีก 15 อัน ที่ถูกใส่มาอย่างฟุ่มเฟือย

 

อ่านเพิ่มเติม : ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม แผนที่ในศตวรรษที่ 4 คือเครื่องยืนยันแผนที่กรุงโรมอายุเก่าแก่ 100 ปี ยังคงเป็นผังเมืองที่ดีในปัจจุบัน

เรื่องแนะนำ

เยือนดินแดนซึ่งคนตายไม่เคยหลับใหลบนเกาะ ซิซิลี

เยือนดินแดนซึ่งคนตายไม่เคยหลับใหลบนเกาะ ซิซิลี ซิซิลี – ณ วัดของบาทหลวงคณะกาปูชินในเมืองปาแลร์โม เมืองหลวงของแคว้น ซิซิลี ซึ่งตั้งอยู่ ณ จัตุรัสอันเงียบสงัดใกล้กับสุสาน หากเดินลงบันไดผ่านรูปสลักไม้ของแม่พระมหาทุกข์ เราจะพบประตูที่นำไปสู่ห้องเก็บศพใต้ดิน ห้องนี้มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร พร้อมเพดานโค้งและทางเดินที่ทอดยาวไปทางมุมด้านขวา อากาศภายในห้องเย็นเยียบ อับชื้น และเหม็นเปรี้ยวจากกลิ่นฝุ่นและเสื้อผ้าที่เปื่อยยุ่ย ตามหิ้งบนผนังมีศพร่วม 2,000 ศพตั้งเรียงรายอยู่ในหีบที่ผุพัง พวกเขาแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยเสื้อผ้าที่ดีที่สุดหรือเครื่องแบบชุดเก่งราวกับจะแต่งตัวไปอวดใคร เรื่อง        เอ. เอ. กิลล์ ภาพถ่าย วินเซนต์ เจ. มูซี ในยุโรป การผึ่งศพให้แห้งและการรักษาสภาพศพเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอันเป็นเอกลักษณ์ของซิซิลี แม้จะพบในพื้นที่อื่นๆของอิตาลีบ้างก็ตาม แต่ส่วนใหญ่อยู่ในซิซิลีที่ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับคนตายเหนียวแน่นเป็นพิเศษ ปรากฏการณ์นี้ก่อให้เกิดคำถามว่า พวกเขาทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร และเพราะเหตุใดจึงนำซากศพเหล่านี้มาจัดแสดง ร่างไร้วิญญาณเหล่านี้อยู่ในอากัปกิริยาต่างๆที่บ่งบอกถึงบุคลิกและอุปนิสัยใจคอของแต่ละคน ขากรรไกรของพวกเขาอ้าค้างราวกับกำลังกรีดร้องแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ฟันที่ผุกร่อนแสยะยิ้มคุกคาม เบ้าตาจ้องมองออกมาอย่างสิ้นหวัง ผิวหนังหยาบกร้านหุ้มกระดูกแก้มที่แห้งตอบและข้อนิ้วที่หลุดลุ่ย ซากศพเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นของคนร่างเล็ก แขนทั้งสองข้างอยู่ในท่ากอดอก ขณะที่ลำตัวถูกรั้งให้ตั้งตรงด้วยลวดและตะปู ศีรษะตกพับอยู่บนไหล่ ร่างกายค่อยๆเสื่อมสภาพลงพร้อมๆกับท่วงท่าฝืนสังขารลอกเลียนคนเป็น คูหาเก็บศพเหล่านี้แบ่งแยกชัดเจนระหว่างนักบวชกับฆราวาส ด้านหนึ่งเราจึงพบบรรดาแพทย์ ทนาย และตำรวจในเครื่องแบบ แล้วยังมีคูหาสำหรับสตรีที่มัคคุเทศก์บอกว่า เราสามารถชื่นชมแฟชั่นของวันวานได้ แต่ซากศพเหล่านั้นสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ขะมุกขะมอม […]

โครงกระดูกมอดไหม้ หลักฐานการรุกรานของชาวกอท

โครงกระดูกของเด็กและผู้ใหญ่ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในบัลแกเรีย เป็นร่องรอยสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าสถานที่แห่งนี้เคยถูกชนเผ่าเจอร์มานิกรุกรานเมื่อ 1,700 ปีก่อน

ภาพเก่าเล่าเรื่อง: ย้อนอดีต รถไฟไทย

ภาพเก่าเล่าเรื่อง: ย้อนอดีต "รถไฟไทย" ร่วมรำลึกความหลังไปกับภาพเก่าหาดูยากของรถไฟไทยที่เดินทางนำความเจริญไปทั่วสยามประเทศมายาวนานกว่า 120 ปี