ผจญภัยไปบนเส้นทางสายไหม

ร่วมเดินทางผจญภัยไปในอุซเบกิสถาน กับ พอล ซาโลเพก ช่างภาพจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟฟิก กับตอนที่ 6 ของโปรเจค “Eden Walk” โปรเจคเดินเท้าเป็นระยะทาง 33,700 กิโลเมตร ในเวลา 7 ปี เพื่อตามรอยการอพยพออกจากแอฟริกาของบรรพบรุษมนุษย์ ตลอดเส้นทางในอุเบกิซสถาน ตัวเขาได้พบเจอกับเรื่องราวน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมและผุ้คนท้องถิ่น ไปจนถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ซึ่งคุณผู้อ่านสามารถติดตามการเดินทางของเขาได้ผ่านวิดีโอนี้

สำหรับโปรเจค “Eden Walk” ซาโลเพกเริ่มต้นการเดินทางของเขาจากเอธิโอเปีย เมื่อปี 2013 ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาซาโลเพกเดินเท้าผ่านหลายประเทศในแอฟริกามาจนถึงซาอุดิอาระเบีย, ตุรกี, จอร์เจีย และคาซัคสถาน และล่าสุดพวกเขากำลังอยู่ระหว่างการสำรวจเส้นทางสายไหม ในอุซเบกิสถาน เส้นทางที่หลากหลายอาณาจักรโบราณใช้ในการค้าขายและขนส่งสินค้าและเปลี่ยนกัน

 

อ่านเพิ่มเติม : พบกับบรุษผู้ยังคงอาศัยอยู่ในนครหินโบราณปาฏิหาริย์เกิดขึ้นทุกวันในอียิปต์

เรื่องแนะนำ

กำพล วัชรพล ในเส้นทางเจ้าของหนังสือพิมพ์สู่บุคคลสำคัญของโลก

เส้นทางชีวิตคุณ กำพล วัชรพล เจ้าของหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ หนึ่งในองค์กรสื่อที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย กับการได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกโดยยูเนสโก ในประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 39 ขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ในวันที่ 30 ตุลาคม – 14 พฤศจิกายน 2560 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้มีมติให้ประกาศยกย่องนาย กำพล วัชรพล อดีตผู้อำนวยการ และผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และผู้ต่อตั้งโครงการโรงเรียนไทยรัฐวิทยาเพื่อชุมชนในชนบท และมูลนิธิไทยรัฐ ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านการสื่อสารมวลชนและการศึกษา ประจำปี พ.ศ. 2561 – 2562 เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาล เป็นบุคคลสำคัญของโลกชาวไทยโดยยูเนสโกลำดับที่ 28 ซึ่งเป็นคนล่าสุดที่ได้รับการยกย่อง ด้วยตำแหน่งผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ จึงไม่ต้องสงสัยถึงผลงานอันสำคัญที่คุณกำพล วัชรพล สร้างไว้ให้กับประเทศไทยในฐานะผู้วางรากฐานองค์กรหนังสือพิมพ์ – สื่อสารมวลชนที่มีขนาดใหญ่ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้คนในประเทศ และทำให้ประชาชนคนไทยได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารเพื่อพัฒนาตัวเองและส่งเสริมความเข้าใจในสังคมนับตั้งแต่ครั้งที่ไทยรัฐตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ  พ.ศ. 2505 เป็นต้นมา อาจกล่าวได้ว่าผู้ที่เป็นคนไทย หรืออาศัยอยู่ในประเทศไทย ต้องเคยอ่านข่าวจากไทยรัฐ ไม่ว่าจะในหนังสือพิมพ์หรือข่าวสารในรูปแบบดิจิทัล รวมไปถึงชื่อของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา […]

กิจการเพื่อสังคม เมื่อธุรกิจช่วยให้โลกน่าอยู่ขึ้น

“มึงจะไปขายใคร” พ่อพูดในวันที่เรากำลังขนข้าวของออกไปวางขายใน กิจการเพื่อสังคม ของเราในวันแรก “น้ำยา” ต่างๆ อย่างแชมพู สบู่เหลว น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน ฯลฯ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันบรรจุในแกลลอนซึ่งเสียบหัวปั๊มเอาไว้สำหรับแบ่งขาย แทนที่จะขายเป็นขวดเล็กๆ อย่างที่พบเห็นในท้องตลาดหรือตามร้านสะดวกซื้อ ฉันวาดหวังให้ผู้ซื้อนำขวดเปล่ามาซื้อน้ำยาเหล่านั้นเพื่อลดการใช้ขวดพลาสติก ุจุดเริ่มต้น ความคิดนี้เกิดขึ้นตอนที่ฉันได้ดูทอล์กทางยูทูบของลอเรน ซิงเกอร์  สาวสวยชาวอเมริกันผู้ใช้ชีวิตแบบ “ขยะเหลือศูนย์”  หรือ zero-waste “นี่คือขยะทั้งปีของฉัน” เธอพูดพร้อมโชว์โหลแก้วใบเล็กที่มีขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยบรรจุอยู่เต็ม หลายคนเห็นแล้วร้องว้าว! แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกฝึกมาให้ตั้งคำถามอย่างฉันแล้ว สิ่งแรกที่ฉันคิดคือ “โกหกหรือเปล่าวะ” ถึงแม้ฉันจะเคยเห็นว่า สบู่เหลวบางยี่ห้อมีแบบบรรจุถุงรีฟิลสำหรับเติมใส่ขวดเดิมขายด้วย แต่กลับไม่เคยเห็นแชมพูขายแบบรีฟิลเลย ขวดหัวปั๊มสภาพดีที่เคยมีแชมพูบรรจุอยู่ภายในย่อมกลายเป็นขยะ ซึ่งต้องล้นโหลแก้วของลอเรนแน่ๆ  แต่เธอใช้ชีวิตให้ขยะเหลือศูนย์ได้อย่างไร พอหาข้อมูลมากขึ้น ฉันก็พบว่าลอเรนใช้บริการร้านค้าแบบเติมหรือบัลก์สโตร์ (bulk store) ที่ลูกค้าต้องนำขวดหรือบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ไปเติมสบู่ แชมพู หรือแม้กระทั่งของกินด้วยตัวเอง  ฉันรีบค้นหาร้านค้าแบบเดียวกันในบ้านเรา แต่พบว่าไม่มีอยู่เลย “ในเมื่อไม่มี ทำไมเราไม่ทำเองเลยล่ะ” “นั่งตบยุง” ดูจะเป็นคำที่อธิบายผลประกอบการของวันแรกได้ดีที่สุด คนที่มาจับจ่ายในตลาดหลายคนมองอยู่ห่างๆ แล้วเดินจากไป แม้จะมีสินค้า แต่เรายังไม่มีลูกค้า พอฟ้าเริ่มมืดและยุงจริงๆ เริ่มมา พวกเราก็เตรียมเก็บข้าวของ และแล้วลูกค้ารายแรกก็มาซื้อน้ำยาล้างจานใส่ขวดรียูสที่เรารวบรวมมาและเตรียมเผื่อไว้ ลูกค้าคนนั้นคือคุณป้าแม่ค้าร้านข้างๆที่มาช่วยซื้อเพราะคิดว่า พวกเราทำาโครงงานส่งอาจารย์ […]

เพื่อจะไปโรงเรียน เด็กๆ ชาวอินเดียเหล่านี้ต้องข้ามแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว

โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์ การเดินทางไปโรงเรียนของเด็กๆ ในรัฐหิมาจัลประเทศ ของอินเดีย ต้องเผชิญกับอุปสรรคอันยากลำบากนั่นคือกระแสน้ำอันไหลเชี่ยวที่ลงมาจากหุบเขา ผลกระทบจากมรสุม วิดีโอฟุตเทจนี้ถูกบันทึกไว้ใกล้กับหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า ชัมบา ได้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากพายุมรสมที่เกิดขึ้นกับคนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะกับเด็กๆ พวกเขาพร้อมใจกันพับขากางเกงขึ้น ค่อยๆ ก้าวเดินอย่างช้าๆ ลงไปในสายน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากท่ามกลางโขดหินที่ลื่น ซึ่งบางช่วงของแม่น้ำสายนี้ทีความกว้างถึง 14 เมตรเลยทีเดียว การเดินข้ามแม่น้ำเป็นไปอย่างเชื่องช้า รายงานข่าวระบุว่าเด็กๆ เหล่านี้ใช้เวลาในการข้ามถึง 40 นาทีด้วยกัน ในบางครั้งพวกเขาต้องหยุดพัก หรือทรงตัว เด็กบางคนจีบมือกันเป็นโซ่มนุษย์เพื่อไม่ให้ถูกพัดไป ส่วนเด็กที่โตกว่าแบกเด็กเล็กไว้บนหลัง รายงานจากสำนักข่าว Times of India หมู่บ้านแห่งนี้มีประชากรราว 400 คน และเด็กๆ ต้องเดินทางเป็นระยะทางมากกว่า 1.6 กิโลเมตรเพื่อที่จะไปเรียนหนังสือ ในการให้สัมภาษณ์กับ India TV News เด็กหญิงคนหนึ่งอธิบายว่า เธอพยายามขอร้องให้ผู้ใหญ่ช่วย แต่ในเวลานั้นไม่มีใครอยู่ “เสื้อผ้าของหนูเปียกไปหมด รองเท้าและหนังสือก็ด้วย” เธอกล่าวเป็นภาษาฮินดู ทุกๆ ปี ภูมิภาคนี้ในอินเดียจำต้องเผชิญกับฤดูมรสุม ที่ช่วยให้ชาวบ้านมีน้ำกินมีน้ำใช้ แต่ก็ต้องแลกมากับการใช้ชีวิตที่ยากลำบากขึ้นผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature […]

หลังตอลิบานหวนคืน ชีวิตของ ชาวอัฟกานิสถาน ที่ถูกแบ่งแยกจะเป็นเช่นไร

ชาวอัฟกานิสถาน ต้องเดิมพันด้วยอะไร และเสี่ยงจะสูญเสียอะไร เมื่อกลุ่มตอลิบานหวนคืนสู่อำนาจ หลังสหรัฐฯ ถอนกำลังทหารออกไป 15 สิงหาคม 2021 กลุ่มตอลิบานที่ฟื้นคืนชีพอีกครั้งยาตราเข้าสู่กรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสาน ขณะที่มีรายงานว่า ประธานาธิบดีอัชราฟ ฆานี หนีออกจากประเทศแล้ว  การระดมยิงและความแตกตื่นเริ่มปรากฏตามท้องถนนแทบจะในทันที  ก่อนหน้านี้หลายวัน กองกำลังอิสลามสายสุดโต่งเข้ายึดกันดะฮาร์ เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ รวมทั้งเมืองหลวงของแคว้นต่างๆ อีกหลายแห่ง ระหว่างนั้น กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ และเพนตากอนเร่งอพยพเจ้าหน้าที่สถานทูตและ ชาวอัฟกานิสถาน บางส่วนที่เคยทำงานให้กับรัฐบาลอเมริกัน ยี่สิบปีผ่านไปนับตั้งแต่สหรัฐฯบุกอัฟกานิสถานเพื่อกำจัดกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ ผู้อยู่เบื้องหลังการก่อวินาศกรรมในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 11 กันยายน ปี 2001 และโค่นล้มการปกครองของตอลิบานในอัฟกานิสถานซึ่งให้ที่พักพิงแก่กลุ่มดังกล่าว ส่งผลให้มีการเสริมกำลังทหารและอัดฉีดเงินทุนเพื่อการพัฒนาให้รัฐบาลยุคหลังตอลิบาน โดยมียอดรวมเป็นกองกำลังนานาชาติกว่า 150,000 นาย  กับเงินช่วยเหลือรายปีสูงเกือบเจ็ดพันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงตึงเครียดที่สุดของปี 2011 แต่การทุ่มหนนี้กลับถอนรากถอนโคนตอลิบานไม่สำเร็จ ท้ายที่สุด สหรัฐฯก็ตัดสินใจยุติสงครามยุคใหม่ที่ยาวนานที่สุดของประเทศลง  ในสัปดาห์กลางเดือนสิงหาคม กองกำลังตอลิบานยึดเมืองใหญ่เกือบทั้งหมดคืนสำเร็จ และเข้ากุมอำนาจเขตต่างๆใน 34 แคว้นของอัฟกานิสถานได้เกือบทั้งหมด ปัจจุบัน พลเมืองอัฟกานิสถานกว่าสามในสี่อายุไม่ถึง 25 ปี ยังเยาว์เกินกว่าจะจดจำการปกครองด้วยความหวาดกลัวของกลุ่มตอลิบานได้  และเคยชินกับเสรีภาพเกินกว่าจะสละเสรีภาพเหล่านั้นไป โดยเฉพาะคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ๆ  […]