ซานตาคลอสเดินทางมาแล้วทั่วโลก - National Geographic Thailand

ซานตาคลอสเดินทางมาแล้วทั่วโลก

ซานตาคลอสเดินทางมาแล้วทั่วโลก

ซานตาคลอส สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับทุกพื้นที่บนแผนที่เก่านี้ ในแอฟริกา ซานตาวัดความสูงของตนกับยีราฟ ขี่ช้างเล่นในอินเดีย ล่องเรือข้ามมหาสมุทร หรือแม้กระทั่งไต่เดินเส้นศูนย์สุตรที่พาดผ่านกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเล่น

แผนที่เก่าแก่นี้มีชื่อว่า “A World of Good Wishes at Christmastime” ถูกสร้างขึ้นในปี 1955 โดยบริษัท General Drafting ผู้ผลิตแผนที่สำหรับถนนหนทาง “มันเป็นอะไรที่คลาสสิกมาก” Stephen Hornsby ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเมนและผู้เขียนหนังสือเรื่อง “Picturing America: The Golden Age of Pictorial Maps” กล่าว “มันสนุกสนานและเต็มไปด้วยจินตนาการ”

แผนที่นี้ถูกผลิตขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกากำลังเติบโต ส่งผลให้ประเทศนี้กลายเป็นมหาอำนาจเช่นเดียวกับแผนที่อื่นๆ จำนวนมากในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ที่นำเสนอประเทศสหรัฐอเมริกาในลักษณะโดดเด่น เต็มไปด้วยความมั่นใจ ดังจะเห็นได้จากแผนที่นี้ที่สหรัฐอเมริกาอยู่ตรงกลางพอดิบพอดี “มันสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่ชนชั้นกลางชาวอเมริกันมองโลกในปี 1950”

ซานตาคลอส
ซานตาคลอสล้มช้างและล่อจระเข้ เหล่านี้คือรายละเอียดบางส่วนที่ปรากฏเมื่อซานตาไปเยือนแอฟริกา

ทุกประเทศในแผนที่นี้ที่ซานตาไปเยือนเต็มไปด้วยความซุกซน เขาทรงตัวบนยอดหอไอเฟลด้วยปลายนิ้ว, เตรียมกระโดดลงมาจากพีรามิดในอียิปต์, ชำเลียงเมียงมองประเทศในตยุโรปตะวันออกที่อยู่ใต้การปกครองของสหภาพโซเวียต, แทงฉมวกใส่วาฬนอกชายฝั่งของไอซ์แลนด์ ตลอดจนคลานหาเครื่องดื่มพลางจินตนาการถึงเบียร์เย็นๆ สักแก้วกลางทะเลทรายลิเบีย

มองในอีกแง่มุมหนึ่ง แผนที่จากปี 1950 ฉายภาพให้เห็นว่าทั่วทั้งโลกต่างเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและรักใคร่ซานตาคลอส ทั้งยังนำเสนอความหลากหลายของประเทศต่างๆ ในแบบเหมารวม เช่นภาพชนพื้นเมืองในแอฟริกาและออสเตรเลียที่ไม่นุ่งผ้า แถมมีกระดูกมนุษย์อยู่บนศีรษะ “ในตอนนั้นประเด็นเรื่องการไม่เหยียดเชื้อชาติยังไม่บูมเช่นวันนี้ครับ” Hornsby กล่าว แผนที่ดังกล่าวสะท้อนวัฒนธรรมของอเมริกาที่ในตอนนั้นการแบ่งชนชั้นยังคงเป็นเรื่องสำคัญในสังคม “เหล่านี้คือภาพสะท้อนที่ทั้งดีและไม่ดีของประเทศต่างๆ”

เรื่อง เกรก มิลเลอร์

ซานตาคลอสยั่วมังกรให้โมโหและนั่งรถลากกินลมชมวิว เหล่านี้คือรายละเอียดบางส่วนที่ปรากฏเมื่อซานตาไปเยือนเอเชีย
ซานตาล่ากวางมูสในแคนาดา ตกปลาในเม็กซิโก และอาบแดดในฟลอริดา
ในยุโรปที่สกอตแลนด์ซานตาคลอสเล่นปี่สก็อต เล่นไวโอลินในยูโกสลาเวีย และเล่นเปียโนที่รัสเซีย

 

อ่านเพิ่มเติม : เผยตำนานเยติ แท้จริงคือสัตว์ป่าเหตุใดแผนที่เก่าจึงเติมสิ่งแปลกๆ ลงในช่องว่าง

เรื่องแนะนำ

คุยเรื่องห้องน้ำกับแมตต์ เดมอน

นอกจากเป็นนักแสดง ผู้อำนวยการสร้าง และนักเขียนบทภาพยนตร์มือรางวัลแล้ว แมตต์ เดมอน วัย 46 ปี ยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Water.org องค์กรไม่แสวงกำไรซึ่งส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งน้ำที่ปลอดภัยและการสุขาภิบาลด้วย ซูซาน โกลด์เบิร์ก บรรณาธิการนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มีโอกาสสัมภาษณ์เดมอนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่างที่เขาเตรียมปราศรัยให้บรรดาผู้นำที่ธนาคารโลก ซูซาน โกลด์เบิร์ก: ในการพยายามรายงานและถ่ายภาพสารคดีว่าด้วยการสุขาภิบาลในฉบับนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องยากที่จะพูดคุยเรื่องนี้กับคนจำนวนมาก แมตต์ เดมอน: ใช่ครับ ถ้าคุณพูดถึงบางเรื่องอย่างมะเร็งหรือโรคเอดส์ หรือแม้แต่เรื่องประเทศกำลังพัฒนา ผู้คนในประเทศพัฒนาแล้วจะรู้สึกเชื่อมโยงได้ทั้งนั้น  เราทุกคนต่างมีคนรู้จักที่ต่อสู้กับหนึ่งในโรคร้ายเหล่านั้น และสามารถเชื่อมโยงได้ทันที แต่บางเรื่องอย่างเรื่องนี้  เราไม่สามารถเชื่อมโยงได้ครับ  พวกเราส่วนใหญ่ในประเทศพัฒนาแล้วเชื่อมโยงไม่ได้จริงๆครับ กับพฤติกรรมอย่างการขับถ่ายกลางแจ้งซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนา โกลด์เบิร์ก: นั่นเป็นเรื่องยากสำหรับบางคนแม้แต่จะพูดคุยกันค่ะ หนึ่งในหลายๆสิ่งที่เราพยายามทำกันอย่างจริงจังในสารคดีเรื่องนี้ก็คือแสดงให้เห็นผลกระทบของการขาดการสุขาภิบาล เพราะบางทีผู้คนอาจอยากเข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน เดมอน: เป็นเรื่องยากที่จะทำให้คนเข้าใจความใหญ่โตของปัญหาว่า ผู้คน 2,400 ล้านคนขาดการเข้าถึงสุขอนามัยอย่างเพียงพอ คนที่มีโทรศัพท์มือถือมีมากกว่าคนที่มีห้องน้ำเสียอีกครับ เราสูญเสียเด็กอายุต่ำกว่าห้าขวบทุกๆ 90 วินาที เพราะขาดการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดและการสุขาภิบาล ทั้งสองอย่างนั้นมาด้วยกันครับ โกลด์เบิร์ก: แล้วคุณจะทำอย่างไรคะ เดมอน: อุปสรรคข้อแรกที่ต้องขจัดคือการทำให้คนเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นปัญหา จากนั้นข้อสองคือการพยายามทำให้เรื่องนี้พูดคุยกันได้ง่ายขึ้น เราสามารถใช้อารมณ์ขันครับ เรามีความคิดว่าจะถ่ายทำโฆษณาเพื่อบริการสาธารณะที่บ้านของคนดังในฮอลลีวูดบางคน […]

ผู้ป่วย โรคแพ้ภูมิตัวเอง ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโรคร้าย

นับถอยหลังในวันที่เริ่มต้น บทสัมภาษณ์ผู้ป่วย โรคแพ้ภูมิตัวเอง หัวใจแกร่ง ผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโรคร้าย การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ แต่ชีวิตคนเราก็เลือกไม่ได้ว่าจะป่วยหรือไม่ป่วย ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับ น้องปริม – ปันนรัตน์ บวรภัคพานิช สาวน้อยวัย 20 ปีที่โชคร้ายป่วยเป็นโรค SLE หรือ โรคแพ้ภูมิตัวเอง แม้เธอจะต้องทุกข์ทนกับอาการเจ็บป่วย แต่ด้วยความที่มีจิตใจของนักสู้ ทำให้ผมอดชื่นชมหัวจิตหัวใจของน้องผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ไม่ได้จริงๆ เรื่อง: ไตรรัตน์ ทรงเผ่า ผมเจอเพจของน้องปริมที่ใช้ชื่อว่า Mom & Me Happiness Inside โดยบังเอิญที่หน้าฟีดเฟซบุ๊กของผม ซึ่งลงภาพวาดสีน้ำพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในพระอิริยาบถต่างๆ ที่ดูสวยงามและน่ารักตามแบบฉบับของน้อง ผมชื่นชอบผลงานของน้องปริมในทันทีที่เห็น แต่เมื่อได้อ่านบทแนะนำตัวของน้องปริมในเพจ ก็อดรู้สึกทึ่งและอึ้งไม่ได้ จึงได้อินบ็อกซ์ไปถามว่าสะดวกคุยไหม น้องตอบมาด้วยความสดใสว่า “หนูกำลังฟอกเลือดอยู่ค่ะ ใกล้เสร็จแล้วคุยได้ค่ะ” คำพูดที่รับรู้ได้จากการพิมพ์โต้ตอบกันทำให้รู้สึกว่าน้องปริมดูแข็งแรงและสดใส ทั้งที่ระหว่างอ่านข้อความที่น้องปริมตอบกลับมาจะทำให้ขอบตาผมพร้อมที่จะมีน้ำใสๆไหลออกมาตลอดเวลาก็ตาม อาจด้วยในฐานะที่เป็นพ่อคนและชื่อของน้องก็เหมือนชื่อลูกผมอีก ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของน้องปริมที่แนะนำตัวกับผมผ่านการส่งข้อความทางอินบ็อกซ์ ซึ่งน่าจะเป็นวิทยาทานให้คุณผู้อ่านที่รักนำไปใช้สังเกตตัวเองและคนใกล้ตัว ซึ่งน้องปริมยินดีอยากแบ่งปันประสบการณ์ของเธอและอยากเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่กำลังทุกข์ทนจากโรคภัยไข้เจ็บครับ จุดเริ่มต้นของโรค SLE หนูเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง เริ่มป่วยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558 ตอนนั้นอายุ 16 […]

รวมเรื่องราวเทศกาลกลับบ้านของชาวเอเชีย

ในพื้นที่ต้อนรับผู้โดยสารขาเข้าของท่าอากาศยานนานาชาติ Manila’s Ninoy Aquino เต็มไปผู้คนที่มารอรับญาติหรือคนที่รักเพื่อกลับบ้านในช่วงเทศกาลคริสต์มาส การขาดแคลนโอกาสในการทำงานและค่าจ้างแรงงานในประเทศที่ต่ำทำให้ชาวฟิลิปปินส์นับล้านคนเดินทางไปทำงานยังต่างประเทศ โดยหลายคนตั้งเป้าหมายว่าอยากมีชีวิตที่ดีกว่าเดิมเมื่อกลับมาบ้าน ภาพถ่ายโดย HANNAH REYES MORALES, NATIONAL GEOGRAPHIC เพราะการ กลับบ้าน คือเวลาแห่งความสุข อันเป็นวัฒนธรรมร่วมของชาวเอเชีย แม้จะมีช่วงเวลาที่ต่างกัน แต่มีจุดประสงค์เดียวกันคือได้การพบกับคนที่ผูกพันซึ่งห่างเหินกันไปนาน อาจไม่ได้มีแค่เราต้องเดินทาง กลับบ้าน ในช่วงเทศกาลหยุดยาว สำหรับประเทศไทย เมื่อถึงเทศกาลที่มีวันหยุดติดต่อกันยาวนาน เช่น เทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลปีใหม่ ผู้ที่จากถิ่นฐานมาทำงานหรือเข้ามาศึกษาตามต่างจังหวัดจำนวนมากได้ใช้โอกาสนี้กลับไปยังบ้านเกิดเพื่อเยี่ยมเยือนครอบครัว คนรัก หรือมิตรสหายที่ผูกพัน ก่อให้เกิดเป็นปรากฏการณ์ของการแห่กัน “ กลับบ้าน ” ที่ตามมาด้วยภาพการจราจรแน่นขนัดตามเส้นทางถนนหลวงสายหลัก ความหนาแน่นผู้โดยสารจำนวนมากที่ต้องการกลับภูมิลำเนาในสถานีขนส่งมวลชนประเภทต่างๆ รวมไปถึงภาวะที่ต้องเบียดเสียดกันในยานพาหนะหนึ่งคันเพื่อให้ถึงจุดหมาย แต่ถึงแม้จะมีอุปสรรคเพียงใด เมื่อได้ไปยังจุดหมายซึ่งเป็นสถานที่ที่ผูกพัน ได้พบเจอคนที่อยากพบและได้มีโอกาสทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันจนความคิดถึงที่สะสมมาตลอดทั้งปีได้บรรเทาลงไป ก็ทำให้ปรากฏการณ์การกลับบ้านในช่วงหยุดยาวนั้นกลายเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขซึ่งคนชาติต่างๆ ในเอเชียนั้นมีร่วมกัน นี่คือเรื่องราวบางส่วนของ เทศกาลกลับบ้าน ของบรรดาประเทศในเอเชีย ประเทศฟิลิปปินส์ – เทศกาลคริสต์มาส ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศฟิลิปปินส์เป็นชาวคริสต์ ดังนั้นช่วงเทศกาลคริสต์มาสจึงเป็นเวลาที่พวกเขาได้กลับบ้านเกิด พร้อมกับฉลองปีใหม่ในคราวเดียวกัน ในโอกาสนี้ ชาวฟิลิปปินส์ที่ออกไปเป็นแรงงานอพยพในต่างประเทศซึ่งมีอยู่จำนวนมากก็ถือโอกาสนี้กลับบ้านมารวมตัวกันกับครอบครัวและมิตรสหาย กิจกรรมรวมญาติที่ชาวฟิลิปปินส์นิยมทำกันคือการทานมื้อเย็น Noche Buena […]