ค้นพบเครื่องดนตรีอายุ 1,700 ปี ยังคงเล่นได้ - National Geographic Thailand

ค้นพบเครื่องดนตรีอายุ 1,700 ปี ยังคงเล่นได้

ค้นพบเครื่องดนตรีอายุ 1,700 ปี ยังคงเล่นได้

ประวัติศาสตร์เครื่องดนตรี ในเอเชียต้องมีการบันทึกเพิ่ม เมื่อมีการค้นพบฮาร์ป เครื่องดนตรีสำหรับเป่าชนิดหนึ่งในภูมิภาคของรัสเซีย และนักโบราณคดียืนยันแล้วว่า ฮาร์ปโบราณดังกล่าวยังสามารถใช้งานได้ดี

เครื่องดนตรีชิ้นนี้เป็นหนึ่งในฮาร์ปจำนวนห้าชิ้นที่ถูกพบโดยนักโบราณคดีในสองเขตได้แก่ เขต Chultukov Log 9 และ Cheremshanka ของภูมิภาคเทือกเขาอัลไต ทางตอนใต้ของรัสเซีย

“ตัวผมก็เล่นฮาร์ปจาก  Cheremshanka” Andrey Borodovsky ศาสตราจารย์จากสถาบันโบราณคดีและชาติพันธุ์วิทยา สาขาไซบีเรียศึกษา จากสถาบันวิทยาศาสตร์รัสเซียกล่าว ตัวเขาศึกษาวิจัยเครื่องดนตรีมานานกว่า 20 ปี และเป็นผู้ยืนยันว่าหนึ่งในฮาร์ปจากเขต Cheremshanka ยังคงสามารถใช้เล่นดนตรีได้

นักโบราณคดีคาดว่าเจ้าเครื่องดนตรีชิ้นนี้น่าจะถูกผลิตโดยช่างฝีมือ โดยใช้ซี่โครงของวัวหรือม้า จากการตรวจสอบฮาร์ปชิ้นดังกล่าวมีอายุราว 1,700 ปี ซึ่งเป็นยุคสมัยที่ชาวฮั่นครอบครองดินแดนในภูมิภาคเอเชียกลาง ชนชาติเหล่านี้เป็นที่รู้จักในฐานะชนเผ่าที่เร่ร่อนเดินทางไปเรื่อยทั่วพื้นที่ที่ปัจจุบันกลายมาเป็นประเทศมองโกเลีย, คาซัคสถาน, ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน และทางตอนใต้ของรัสเซีย โดยฮาร์ปที่ Borodovsky เล่นนั้นมีความยาวประมาณ 4.3 กว้าง 3.3 นิ้ว

ความพิเศษก็คือเครื่องดนตรีนี้แตกต่างจากเครื่องดนตรีอื่นๆ ที่เคยถูกค้นพบในเอเชียกลาง ยกตัวอย่างเครื่องดนตรีจากบรรดาช่างฝีมือในมองโกเลียหรือในสาธารณรัฐตูวาของรัสเซีย ฮาร์ปของพวกเขามักทำจากเขากวาง

(นอกจากเครื่องดนตรีแล้ว เครื่องสำอางเองก็มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน อ่านเพิ่มได้ ที่นี่ )

ทั้งนี้แม้ว่าฮาร์ปที่ถูกพบล่าสุดนี้จะยังคงใช้งานได้ดี แต่มันดูใหม่ไปเลยเมื่อเทียบกับเครื่องดนตรีที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลก นั่นคือขลุ่ยอายุ 43,000 ปี ที่ทำจากกระดูกของนกและงาช้าง ถูกพบในถ้ำทางตอนใต้ของเยอรมนี

หลัง Borodovsky เล่นฮาร์ปเสร็จ เขาเล่าว่าเสียงของมันฟังดูคล้ายกับ flageolet เครื่องดนตรีจากยุคสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาที่มีหน้าตาคล้ายขลุ่ย

เรื่อง Heather Brady

 

อ่านเพิ่มเติม

ค้นพบสุสานโบราณของกษัตริย์อาณาจักรมายา

เรื่องแนะนำ

ธงมนต์ จิตวิญญาณแห่งดินแดนหิมาลัย

ในดินแดนอันกว้างใหญ่และสงบบนเทือกเขาหิมาลัยที่ครอบคลุมหลายประเทศ เราพบจุดร่วมทางสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่มีร่วมกัน แม้แต่ละประเทศในภูมิภาคนี้มีความเชื่อทางศาสนาแตกต่างกัน ทั้งฮินดู ซิกข์ พุทธ สัญลักษณ์นั้นคือ ธงมนต์ ที่โบกสะบัดในทุกที่เพื่อแสดงออกถึงความอ่อนน้อมต่อธรรมชาติ ความเคารพในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และประกาศความศรัทธาให้ขยายออกไป ครั้งแรกที่ไปเยือนดินแดนแถบเทือกเขาหิมาลัยนั่นคือเมืองเลห์ แคว้นลาดัก ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ที่นี่ถูกขนานนามว่าทิเบตน้อย ธงมนต์ ถูกผูกตรึงอยู่ในหลายที่ พบได้ทั้งศาสนสถาน พื้นที่เปลี่ยวร้างบนภูเขาสูง เหนือแม่น้ำ บนต้นไม้ใหญ่ และบนสะพาน ธงมนต์สะบัดไหวไม่เคยหยุดนิ่งยกเว้นในช่วงฤดูกาลหนาวที่หิมะปกคลุม ช่วงนั้นผืนผ้าแห่งธงมนต์จะผูกนิ่งแต่ยังคงสีสันตัดกับหิมะสีขาวเฝ้ารอฤดูกาลใหม่ที่จะได้สะบัดปลิวอีกครั้ง เมื่อได้เห็นธงมนต์ในหลายสถานที่ก็อดไม่ได้ที่จะสอบถามคนท้องถิ่นถึงความเป็นมา และได้คำตอบว่านั่นคือธงมนต์ ธงมนตรา หรือธงมนตราธวัช ตัวแทนความศรัทธา ความหวัง และคำขอพรจากผู้ที่นำผ้าหลากสีไปผูกไว้ ทุกครั้งที่ธงมนต์สะบัดปลิว ผู้คนบนเทือกเขาหิมาลัยเชื่อว่า นั่นคือบทสวดมนต์ที่พวกเขาได้เขียนไว้บนผืนผ้า กำลังเปล่งบทสวดดังตามแรงปลิวของสายลมแห่งเทือกเขาหิมาลัย ในสมัยก่อนพุทธกาล ประวัติของธงมนต์ได้กำเนิดขึ้นแถบเทือกเขาหิมาลัยในทิเบต ในยุคนั้น ชาวบ้านใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ไม่มีการสัญจรและการเข้าถึงสาธารณูปโภคอื่นใด เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจได้ถูกกำหนดขึ้นโดยนักบวชในลัทธิบอน ที่ยังคงบูชาภูติผีวิญญาณ ธงมนต์ในยุคแรกถูกย้อมสีด้วยสีธรรมชาติกำหนดขึ้นจากธาตุทั้งห้า นั่นคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และอากาศธาตุ เพื่อใช้เป็นเครื่องปัดเป่ายามเจ็บไข้ได้ป่วย ขอพรยามมีความสุข และเป็นสัญลักษณ์ของความเคารพต่อธรรมชาติ เพื่อให้ภูติผีวิญญาณคุ้มครอง ต่อมาในช่วงพุทธศตวรรษที่สิบสอง สมัยกษัตริย์ซงซัน […]

การปฏิวัตินีโอลิทิค คืออะไร

ผู้หญิงกำลังใช้เคียวเก็บเกี่ยวธัญพืชใน Tras os Monte ในโปรตุเกส ภาพถ่ายโดย VOLKMAR K. WENTZEL, NAT GEO IMAGE COLLECTION การปฏิวัตินีโอลิทิคซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า การปฏิวัติเกษตรกรรม คือการเปลี่ยนจากการล่าสัตว์และหาของป่าไปสู่การทำเกษตรกรรม ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงมนุษยชาติไปตลอดกาล เชื่อกันว่า การปฏิวัตินีโอลิทิค (Neolithic) หรือ การปฏิวัติเกษตรกรรม เกิดขึ้นเมื่อราว 12,000 ปีก่อน มันเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างการสิ้นสุดของยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้ายกับการเริ่มต้นของสมัย (Epoch) ทางธรณีวิทยาที่ในยุคปัจจุบันคือโฮโลซีน (Holocene) การปฏิวัติในครั้งนี้เปลี่ยนแปลงการกินอยู่ และการมีปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ไปตลอดกาล และได้เบิกทางสู่อารยธรรมมนุษย์สมัยใหม่ ในยุคนีโอลิทิค นักล่าหาของป่า (Hunter-Gatheres) เร่ร่อนอยู่ตามธรรมชาติเพื่อตามล่าและหาอาหาร แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น นักล่าอาหารกลายเป็นเกษตรกร และเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตนักล่าหาของป่ามาอยู่เป็นหลักเป็นแหล่งมากขึ้น สาเหตุของการตั้งรกราก แม้ว่าช่วงเวลาและสาเหตุที่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เคยเป็นมาจะยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ โดยมีการคาดเดาว่าการเพาะปลูกของมนุษย์เกิดขึ้นครั้งแรกในบริเวณพระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์ (Fertile Crescent หรือบริเวณเมโสโปเตเมีย) ในแถบตะวันออกกลาง อันเป็นบริเวณที่ผู้คนหลายกลุ่มพัฒนาการเกษตรตามแบบของตัวเอง จึงเป็นไปได้ว่า “การปฏิวัติเกษตรกรรม” เป็นการปฏิวัติที่มีการพัฒนาในตัวเองอยู่หลายครั้ง มีหลายสมมติฐานที่ให้คำตอบว่าเหตุใดมนุษย์จึงหยุดเร่ร่อนเพื่อหาอาหารและเริ่มเพาะปลูก ความกดดันทางประชากร (Population Pressure) อาจทำให้เกิดการแย่งชิงอาหารที่มากขึ้น […]

เมืองไทยในอดีต : สารคดีเกี่ยวกับเมืองไทยเรื่องแรกในเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

สารคดีเกี่ยวกับเมืองไทยเรื่องแรกที่ตีพิมพ์ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ถ่ายทอดเรื่องราวของพิธีคล้องช้างครั้งสำคัญในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตีพมพ์ในนิตยสารฉบับเดือนธันวาคมปี 1906 (พ.ศ. 2449)