ขนย้าย ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ไปยังบ้านหลังใหม่ - National Geographic Thailand

ขนย้ายฟาโรห์รามเสสที่ 2 ไปยังบ้านหลังใหม่

ขนย้าย ฟาโรห์รามเสสที่ 2 ไปยังบ้านหลังใหม่

รูปปั้นอายุ 3,200 ปีนี้ เป็นรูปปั้นของฟาโรห์รามเสสที่ 2 กษัตริย์ผู้เคยปกครองอาณาจักรอียิปต์ในปีที่ 1279 – 1213 ก่อนคริสต์กาล เชื่อกันว่าในรัชสมัยของพระองค์นั้น พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงอำนาจมากที่สุด และขณะนี้ทางการอียิปต์ได้เคลื่อนย้ายรูปปั้นของพระองค์ไปยังพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่

กระบวนการขนย้ายรูปปั้นฟาโรห์รามเสสที่ 2น้ำหนัก 83 ตัน สูง 30 ฟุต กินเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น ขั้นตอนถูกปฏิบัติอย่างเป็นมืออาชีพและสมพระเกียรติ ท่ามกลางประชาชนมากมายที่มารอดูด้วยความสนใจ โดยรูปปั้นของฟาโรห์รามเสสที่ 2 จะถูกจัดแสดงยังบ้านหลังใหม่คือพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองกีซา ในอียิปต์

 

อ่านเพิ่มเติม

เผยภาพถ่ายสมาชิกราชวงศ์ผู้ใกล้ชิดที่สุดของ ตุตันคามุน

เรื่องแนะนำ

ภาพความสนิทสนมของคนรักงูกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก

โดย อเล็กซานดรา เกโนวา ภาพถ่าย จาน่า โรมาโนว่า งูเป็นที่น่าหลงใหลและน่ารังเกียจผ่านสายตามนุษย์มานานนับสหัสวรรษ ในอารยธรรมกรีกโบราณ งูคือสัญญาณแห่งความอุดมสมบูรณ์และการเกิดใหม่ ในขณะที่บรรดาชาวคริสต์มองว่างูคือสัญลักษณ์ของการหลุดพ้น ทุกวันนี้งูไม่ใช่แค่อยู่ในวัฒนธรรมป๊อป แต่พวกมันคือสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน จาน่า โรมาโนว่า ช่างสาวภาพชาวรัสเซียผู้เป็นโรคกลัวงู เริ่มต้นโปรเจคเก็บภาพระยะยาวของงูและเจ้าของตามบ้าน ซึ่งการเลี้ยงงูกลายมาเป็นเรื่องปกติธรรมดา เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายลง “ฉันต้องการสำรวจความหวาดกลัวของตนเองและหาคำตอบว่าทำไมผู้คนถึงเก็บสิ่งมีชีวิตนี้ไว้เป็นสัตว์เลี้ยง” เธอกล่าว แต่ภาพถ่ายของโรมาโนว่าไม่ใช่ภาพถ่ายของงูแบบทั่วๆ ไป “ภาพถ่ายของงูในสิ่งแวดล้อมต่างๆ” ผลักการมีส่วนร่วมของผู้ชมออกไป เธอกล่าว ในบรรดารูปที่น่าสนใจของเธอ งูโบอาตัวอ้วนเลื้อยไปมารอบๆ ตู้ไม้, งูเหลือมเลื้อยพันเตารีดที่ตั้งเอาไว้ และงูข้าวโพดเลื้อยไปมาระหว่างแม่เหล็กที่ติดบนตู้เย็นลายเสือดาว   แก้ปัญหาความกลัวงู การถ่ายภาพให้งูกลมกลืนไปกับลวดลายและพื้นหลังไม่ได้แค่เป็นเรื่องน่าสนใจ แต่ยังเป็นการท้าทายตัวเธอเองอีกด้วย “ในตอนแรกเริ่ม ฉันไม่แม้แต่จะมองภาพของพวกมันด้วยซ้ำ” เธอกล่าว “ทุกวันนี้ถ้าให้เลี้ยงสักตัวเป็นสัตว์เลี้ยง ก็โอเคนะ” จากการสำรวจผ่านโปรเจคดังกล่าว เธอสามารถวิเคราะห์จุดเริ่มต้นของความกลัวงูออกมาได้ “ความกลัวงูส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ผ่านวัฒนธรรม” เธอกล่าว “เช่นในหนังสยองขวัญ, พ่อแม่ที่เตือนลูกๆ ว่างูเป็นสัตว์อันตรายหรือแม้กระทั่งข่าวปลอมๆ ที่ว่างูกลืนเจ้าของลงท้องไป” โรมาโนว่ายังประหลาดใจมากที่พบว่าผู้ชายจำนวนมากเลี้ยงงูเป็นสัตว์เลี้ยง “ฉันคิดมาตลอดว่าผู้หญิงน่าจะเลี้ยงงูเยอะกว่า เพราะภาพถ่ายจำนวนมากของงูที่กำลังพันรอบตัวพวกเธอ”   สเตอริโอไทป์แบบโซเวียต อีกหนึ่งความท้าทายของเธอในการทำโปรเจคนี้คือ “การแสวงหาความงดงามของยุคหลังโซเวียต” “มันมีความเชื่อหรือภาพลักษณ์ที่มองว่าชาวรัสเซียและบรรดาอดีตประเทศโซเวียตเป็นคนยังไง” […]

เมื่อสนามกีฬาโอลิมปิกถูกทอดทิ้ง

เมื่อสนามกีฬาโอลิมปิกถูกทอดทิ้ง ในขณะที่กีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2018 ณ พยองชาง ประเทศเกาหลีใต้กำลังดำเนินไป สนามกีฬาโอลิมปิกที่ถูกใช้งานมาก่อนหน้าในประเทศอื่นๆ กลับถูกทิ้งร้างเมื่อการแข่งขันกีฬาจบลง ทุกสองปี เมืองต่างๆ ทั่วโลกแข่งขันกันเสนอชื่อตนกับคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Commission-IOC) สำหรับโอกาสในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิก ผู้ชนะจะถูกเลือกด้วยกระบวนการที่เข้มงวด ซึ่งส่วนหนึ่งประกอบด้วยการทำให้ชาวเมืองเชื่อว่าผลประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกจะมีมากกว่าภาษีที่จะเพิ่มสูงขึ้น เมืองที่สมัครอาจมองเห็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยง ด้วยความหวังว่าจะช่วยเพิ่มยอดนักท่องเที่ยว การเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ และการใช้งานสนามกีฬาต่อไปในอนาคต แต่ในขณะที่การถูกเลือกเป็นเจ้าภาพถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูง เมืองหลายแห่งก็กำลังตั้งคำถามว่ามันคุ้มค่าหรือไม่กับความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะยาว มีผู้ประเมินต้นทุนการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2014 ที่เมืองโซชี ประเทศรัสเซียไว้ราว 12 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 370 ล้านล้านบาท) แต่กลับบานปลายถึง 50 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,500 ล้านล้านบาท) ซึ่งรัสเซียจ่ายได้เพียง 53 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,600 ล้านบาท) เท่านั้น สนามกีฬาหลายแห่งที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ รวมทั้งลู่สกีกระโดดไกลและบ็อบสเลตถูกทอดทิ้งไว้โดยไม่มีการใช้งานอีกในอดีตเมืองเจ้าภาพหลายแห่ง โครงสร้างที่ถูกทอดทิ้งเหล่านี้ยังคงตั้งอยู่และค่อยๆ ผุกร่อนไป หลายแห่งถูกพ่นภาพกราฟฟิตีเต็มไปหมด กรุงซาราเยโว เมืองหลวงของบอสเนีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1984 และเป็นโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งแรกที่มีประเทศคอมมิวนิสต์เป็นเจ้าภาพ […]

จากตรุษจีนถึงเช็งเม้ง: แนวคิดชีวิตหลังความตายของชาวจีน

ชีวิตหลังความตาย : ในประเทศจีน การเซ่นสรวงด้วยชีวิตมนุษย์เมื่อครั้งบรรพกาล แปรเปลี่ยนมาเป็นพิธีกรรมเซ่นไหว้ฮวงซุ้ยบรรพบุรุษในปัจจุบัน กระนั้น คนตายยังคงเรียกร้องความสนใจจากคนเป็น

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.