เมื่อเกิดใน"อัฟกานิสถาน" เด็กหญิงบางคนเลือกใช้ชีวิตในร่างเด็กชาย

เมื่อเกิดในอัฟกานิสถาน เด็กหญิงบางคนเลือกใช้ชีวิตในร่างเด็กชาย

เมื่อเกิดใน”อัฟกานิสถาน” เด็กหญิงบางคนเลือกใช้ชีวิตในร่างเด็กชาย

ใน”อัฟกานิสถาน” มีเด็กผู้หญิงจำนวนหนึ่งที่พอใจกับอิสระเสรีเฉกเช่นเด็กผู้ชาย

ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ผู้หญิงเหล่านี้ใช้ชีวิตเช่นเดียวกับผู้ชาย พวกเธอแต่งกายด้วยเสื้อผ้าผู้ชาย เข้าร่วมการต่อสู้ในสงคราม มีส่วนร่วมกับพิธีกรรมในศาสนา หรือแม้แต่การเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาอาชีพ ทั้งหมดนี้คุณสามารถเป็นได้แม้เกิดมาเป็นผู้หญิง หากกลายเป็นผู้ชายแล้วไซร้อนาคตย่อมดีกว่า

“เมื่อเพศหนึ่งมีความสำคัญ ในขณะที่อีกเพศไม่เป็นที่ต้องการ แน่นอนว่าต้องมีใครบางคนต้องการข้ามไปยังอีกฝั่ง” Najia Nasim ผู้อำนวยการองค์กร Women for Afghan Women ในอัฟกานิสถานกล่าว

อัฟกานิสถาน
Ali วัย 14 ปี ถูกเลี้ยงดูมาแบบเด็กผู้ชาย คนที่ยืนอยู่ด้านหลังคือพี่สาวของเธอที่แชร์ห้องนอนร่วมกัน
ภาพถ่ายโดย Loulou d’Aki
อัฟกานิสถาน
Setar และ Ali ขณะกลับจากโรงเรียน “ผู้คนมักเดินมาถามว่าทำไมฉันถึงแต่งตัวเหมือนเด็กผู้ชาย” Setar กล่าว
ภาพถ่ายโดย Loulou d’Aki

ในสังคมของอัฟกานิสถาน เมื่อเกิดเป็นผู้หญิงคุณต้องพึ่งพาผู้ชายทั้งในด้านการเงินและด้านสังคม ดังนั้นแล้วการเกิดมาเป็นลูกผู้หญิงจึงถูกมองว่าเป็นภาระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลูกผู้ชายสามารถหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว และคอยดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่าได้ เพื่อตอบโต้กับความเชื่อนี้บางครอบครัวนิยามเพศของลูกสาวตนเองเสียใหม่ พวกเธอถูกเรียกว่า “Bacha Posh” ด้วยความเชื่อที่ว่าหากเลี้ยงดูลูกสาวอย่างลูกชายแล้วล่ะก็ ในการตั้งครรภ์ครั้งถัดไป ผู้เป็นแม่จะให้กำเนิดลูกชาย

“ธรรมเนียมนี้ช่วยให้ครอบครัวที่ไม่มีลูกชายหลีกเลี่ยงข้อครหาจากสังคม เด็กผู้หญิง Bacha Posh สามารถออกไปซื้อของนอกบ้านได้ด้วยตนเอง หรือแม้แต่ไปส่งพี่สาวน้องสาวไปโรงเรียน หางานทำ เล่นกีฬา ทำอะไรก็ได้เช่นเดียวกับที่เด็กผู้ชายในสังคมทำ” Nasim กล่าว ที่มาของความเชื่อนี้เกิดขึ้นเมื่อใดไม่มีใครทราบ แต่ปัจจุบันกำลังแพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ

อัฟกานิสถาน
Setar และ Ali ออกมาช้อปปิ้งเสื้อผ้า
ภาพถ่ายโดย Loulou d’Aki

ฤดูร้อนปี 2017 Loulou d’Aki ช่างภาพชาวสวีเดนเดินทางไปทั่วอัฟกานิสถานเพื่อบันทึกสารคดีของ Bacha  Posh หลังเธอได้อ่านหนังสือเรื่อง The Underground Girls of Kabul ซึ่งเขียนโดย Jenny Nordberg ตัวเธอเป็นคนแรกที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมนี้แก่สากลโลก และ d’Aki เองก็หลงใหลจนต้องเดินทางมาเห็นด้วยตาตนเอง

ด้วยความช่วยเหลือจากล่ามท้องถิ่น เธอพบกับครอบครัวหนึ่งที่สองในหกของลูกสาวพวกเขาถูกเลี้ยงดูมาแบบเด็กผู้ชาย ในวันหนึ่งที่ Setareh ลืมตาดูโลก เธอเป็นบุตรสาวคนที่สามของครอบครัว ในที่สุดพ่อและแม่ตัดสินใจเลี้ยงเธออย่างเด็กผู้ชายดละตั้งชื่อให้ใหม่ว่า Setar สองปีต่อมา Ali ก็คลอดออกมา และเธอก็ถูกเลี้ยงดูแบบเด็กผู้ชายเช่นกัน และในเวลาต่อมาเมื่อน้องชายและลูกชายคนเดียวของบ้านลืมตาดูโลก เธอทั้งสองก็ยังคงใช้ชีวิตแบบเด็กผู้ชายต่อไป

อัฟกานิสถาน
Setar จัดแต่งทรงผมหลังอาบน้ำเสร็จ
ภาพถ่ายโดย Loulou d’Aki
อัฟกานิสถาน
Setar และ Arezou แฟนสาว ทั้งคู่กำลังพักผ่อนในห้องนั่งเล่น พ่อแม่ของทั้งสองพยายามห้ามไม่ให้พวกเขาเจอกัน แต่ Arezou ไม่สนใจว่าแฟนของเธอจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย
ภาพถ่ายโดย Loulou d’Aki

ปัจจุบัน Setar อายุ 16 ปี เธอชอบเล่นฟุตบอลแะมีแฟนสาวชื่อ Arezou ผู้ไม่แคร์ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ส่วน Ali น้องสาวของเธอปัจจุบันอายุ 14 ปี ได้รับจดหมายรักจากเด็กสาวที่เขียนมาหามากมาย และพวกเธอไม่ได้ช่วยแม่ทำอาหารหรือชงชาเช่นวิถีของเด็กผู้หญิงทั่วไป

“เด็กผู้ชายมีศักดิ์ที่สูงกว่า ใครๆ เลยต้องการเด็กผู้ชาย” d’Aki กล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับครอบครัวที่มีรายได้น้อย “ถ้าคุณมีลูกสาวเต็มบ้าน แต่ไม่มีลูกชายสักที นี่คือสิ่งปกติที่ผู้คนทำกัน”

อัฟกานิสถาน
ภาพถ่ายของ Setar ในวัยเด็ก “เราไม่มีลูกชายเราจึงจับเธอแต่งชุดเด็กผู้ชายตั้งแต่วันแรกที่เธอเกิด” แม่ของ Setar กล่าว “ตอนนี้ฉันเสียใจที่การแต่งกายของเธอทำให้ผู้คนปฏิบัติต่อเธอแย่ไปด้วย”
ภาพถ่ายโดย Loulou d’Aki

แต่หารู้ไม่ว่าเมื่อเด็กหญิงเหล่านี้เติบโตขึ้น และความสะพรั่งบานของวัยสาวปรากฏผ่านเรือนร่าง ชีวิตของเธอกลับยุ่งยากและเต็มไปด้วยอันตราย ครอบครัวนี้ต้องย้ายที่อยู่มาแล้วหลายครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงจากการคุกคาม บนท้องถนนผู้คนทั่วไปตะโกนใส่พวกเธอว่าเป็นพวกนอกศาสนา หรือบางครั้งก็ถูกเรียกว่าพวกผิดเพศ พ่อของ Ali ต้องขับรถไปส่งเธอที่โรงเรียนเพื่อความปลอดภัย ในขณะที่ Setar เลิกไปโรงเรียนแล้ว เนื่องจากว่าเธอเบื่อจากการถูกล้อเลียน

ขณะนี้ทั้งพ่อและแม่ต้องการให้พวกเธอเริ่มแต่งตัวและใช้ชีวิตแบบผู้หญิงอัฟกานิสถานทั่วไป แต่ทั้ง Ali และ Setar ไม่ต้องการ “มันยากที่จะเป็นผู้หญิงในอัฟกานิสถาน คุณจะมีตัวเลือกเหลือในชีวิตไม่มาก ใครต่อใครจะเป็นผู้ตัดสินใจให้คุณแทน” d’Aki กล่าว “พวกเธอได้อิสระเสรีแล้ว จู่ๆ จะมาบอกให้พวกเธอกลับไปเป็นผู้หญิง ในประเทศที่ไม่ยอมรับผู้หญิงเนี่ยนะ”

อัฟกานิสถาน
จดหมายรักที่ Ali ได้รับจากเด็กหญิงหลายคน Ali เคยมีแฟนสาว แต่เมื่อแฟนของเธอบอกกับครอบครัวว่า Ali เป็น Bacha Posh แฟนของเธอก็ถูกส่งไปเรียนต่อยังสหรัฐอเมริกา โดยที่ไม่ได้ร่ำลา
ภาพถ่ายโดย Loulou d’Aki

D’Aki มีโอกาสได้พบกับเด็กหญิงที่ใช้ชีวิตในร่างเด็กชายอีกคน เธอชื่อ Zara เธอเป็นกำพร้าและอาศัยอยู่กับลุงที่เลี้ยงเธอมาในฐานะ Bacha Posh เพื่อที่เธอจะได้มีโอกาสยืนได้ด้วยลำแข้งของตนเอง และแน่นอนว่าเธอทำได้ดีเสียด้วย ทุกวันนี้มีชายปฏิเสธการแต่งงานกับเธอไปแล้ว 8 คน เนื่องจากว่าเธอดูเป็นผู้หญิงแกร่งเกินไป และ d’Aki ยังได้พบกับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอีกคนที่เลี้ยงลูกสาวให้เป็นผู้ชาย เพื่อที่เธอจะได้ปกป้องดูแลครอบครัวได้

ในค่ายผู้ลี้ภัยของกรุงคาบูล องค์กร Women for Afghan Women เคยเห็น Bacha Posh เพียงแค่สองเคสเท่านั้น ในรอบปี กรณีดังกล่าวเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับ Nasim เนื่องจากเด็กผู้หญิงเหล่านี้เผชิญกับการถูกคุกคามทางเพศ วาจาดูถูก และการหมางเมินจากครอบครัว พวกเธอไม่ต้องการที่จะกลับไปใช้ชีวิตเช่นผู้หญิงทั่วไป มีข้อจำกัดทางเพศในสังคมมากมายที่ยากต่อการปรับตัว พวกเธอต้งเรียนรู้วิธีการสวมบุรกา เรียนรู้วิธีการทำอาหารเลี้ยงดูครอบครัว และเผชิญกับสายตาแปลกๆ จากผู้คนรอบข้าง

“เมื่อเธอเติบโตเป็นผู้ใหญ่ หรือแก่ตัวลง เธอจะเรียนรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีชีวิตอยู่ในฐานะผู้ชาย ในขณะเดียวกันก็ไม่มีใครยอมรับเธอในฐานะผู้หญิงเช่นกัน” Nasim กล่าว “นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากการเก็บกด ผู้หญิงในประเทศนี้ถูกมองข้ามความสามารถ พวกเธอไม่มีสิทธิมีเสียง”

เรื่อง นีนา สเตรชลิก

อัฟกานิสถาน
Ali และ Setar แต่งตัวพร้อมออกไปเจอเพื่อนๆ ในกรุงคาบูล
ภาพถ่ายโดย Loulou d’Aki

 

อ่านเพิ่มเติม

เด็กหญิงในร่างเด็กชาย พบได้ที่อัฟกานิสถาน

เรื่องแนะนำ

โลกใหม่ในลมหายใจเดียว

โยฮันนา นอร์ดบลาด อาร์ตไดเร็คเตอร์ ชาวฟินแลนด์ที่เกือบเสียขาไปเมื่อประสบอุบัติเหตุระหว่างขี่จักรยาน แต่กลายเป็นเจ้าของสถิติดำน้ำตัวเปล่าลึก 50 เมตรใต้น้ำที่พื้นผิวด้านบนเป็นน้ำแข็ง ตอนที่เธอประสบอุบัติเหตุ กระดูกขาของโยฮันนาแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนเนื้อบริเวณนั้นเกือบตาย  แต่เพราะการรักษาด้วยน้ำแข็ง (ice therapy) ที่เธอบอกว่าทรมานมากในตอนแรก กลับทำให้เธอหลงรักการดำน้ำตัวเปล่า—ไม่มีถังออกซิเจน มีเพียงชุดดำน้ำกับหน้ากาก—ในทะเลสาบเขตอาร์คติกที่ผิวน้ำกลายเป็นน้ำแข็งและน้ำเบื้องล่างหนาวเหน็บ เอียน เดอร์รี ผู้กำกับหนังสั้นบอกว่าตอนที่ถ่ายทำ อุณหภูมิ –14 องศาเซลเซียส เย็นจัดจนกล้องเสียไปตัวหนึ่ง  ช่างภาพต้องใส่ชุดให้ความอบอุ่นด้วยไฟฟ้าไว้ข้างใน ก่อนดำลงไปถ่ายภาพของเธอ แต่โยฮันนากลับดำน้ำตัวเปล่า เดอร์รี เล่าว่า “โยฮันนาเป็นผู้หญิงที่น่าเหลือเชื่อ  เธอหายใจสั้นๆ ชุดหนึ่งแล้วหายลงน้ำไป  ผมหมายถึงหายไปเลย  ผมยืนอยู่แล้วไม่รู้ว่าเกิดอะไร จนคิดว่าพอแล้ว พอแล้ว ขึ้นมาได้แล้ว  คุณขึ้นมาได้ไหม  ผมรอต่อไป รอๆๆ  และคิดว่าพอแล้วๆ  คงมีอะไรผิดปกติ  ทันใดนั้นเธอก็โผล่ขึ้นมา  …ผมบอกว่าได้แล้ว เธอบอกไม่ๆ จะลงไปอีกครั้ง  เธอตัวเขียวแล้ว แต่เธอบอกว่าถ่ายอีกที   เธอเป็นคนสมบูรณ์แบบ เป็นมืออาชีพ และเชื่อมันจริงๆ” โยฮันนากล่าวไว้ในหนังสั้น Johanna ว่า “ไม่มีที่ให้ความกลัว ความตื่นตกใจ และความผิดพลาด  […]

หายนะแห่งสงครามซีเรีย

วันที่ 15 มีนาคมนี้ถือเป็นวันครบรอบ 8 ปีของ สงครามซีเรีย แม้ว่าความรุนแรงในสงครามจะลดน้อยลง ทว่าผู้ลี้ภัยก็ยังมีจำนวนมหาศาล

มหัศจรรย์แห่งอาหาร ชมกระบวนการทำ “ซุปหิน” ในเม็กซิโก

อาหาร คือวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นตามมา เมื่อมนุษย์รู้จักวิธีการควบคุมไฟ หากคุณผู้อ่านมีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวในเม็กซิโก ขอเชิญชวนให้ไปท่องเที่ยวยังรัฐโออาซากา เพราะที่นั่นมีเมนูอาหารเก่าแก่ ที่อาจเรียกได้ว่ากรรมวิธีการปรุงอาหารของพวกเขานั้นสามารถย้อนรอยไปได้ถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์เลยทีเดียว เมนูที่ว่านี้คือ “ซุปหิน” ครอบครัวนี้กำลังเดินทางไปที่ริมน้ำตกแห่งหนึ่ง เพื่อสาธิตวิธีการปรุงซุปหินให้ชมกัน เริ่มต้นด้วยการจับกุ้งและปลานิลจากแม่น้ำขึ้นมา มองหาหินภูเขาไฟขนาดพอเหมาะจำนวนหนึ่ง นำไปอังไฟไว้ให้ร้อน จากนั้นเทส่วนผสมทุกอย่างทั้งสมุนไพร เนื้อสัตว์ และน้ำเปล่าลงไปในแอ่งหินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หย่อนหินภูเขาไฟที่กำลังร้อนได้ที่ลงไปในน้ำ ความร้อนจากหินจะทำให้น้ำเดือดทันที เท่านี้ก็จะได้เมนูซุปหินอันขึ้นชื่อของภูมิภาคนี้ ปัจจุบันพวกเขานำมรดกตกทอดจากบรรพบรุษนี้มาเปิดร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมือง และได้รับความสนใจจากผู้คนมากมาย เมนูซุปหินถูกเปลี่ยนมาใส่ภาชนะ แต่ลูกค้ายังคงได้รสสัมผัสและความรู้สึกไม่ต่างจากต้นฉบับดั้งเดิม ลองชมภาพยนตร์สั้นที่จัดทำขึ้นโดย เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกนี้ แล้วจะเห็นว่าวัฒนธรรมของพวกเขานั้นงดงามมากแค่ไหน   อ่านเพิ่มเติม : กล้ากินหมึกตัวเป็นๆ ไหม?, การเดินทางของอาหาร

ชีวิตเริ่มต้นที่วัย 9 ขวบ

เรื่อง อีฟ โคแนนต์ ภาพถ่าย โรบิน แฮมมอนด์ หากต้องการคำตอบตรงไปตรงมาว่า เพศสภาพกำหนดชะตาชีวิตของเราอย่างไร ลองไปถามจากปากเด็กเก้าขวบทั่วโลก เมื่ออายุเก้าขวบ เด็กชายหญิงตั้งแต่จีนถึงแคนาดา  และเคนยาถึงบราซิล บรรยายถึงความฝันอันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับอาชีพในอนาคต ขณะที่เด็กผู้ชายไม่เห็นว่าเพศเป็นอุปสรรค แต่เด็กผู้หญิงมากมายกลับไม่คิดเช่นนั้น ณ ช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนเข้าสู่วัยรุ่น เด็กเก้าขวบสามารถประเมินโอกาสของตนเอง และข้อจำกัดที่เพศสภาพมีต่อพวกเขาและเธอได้อย่างไม่ต้องสงสัย เพื่อเข้าใจมุมมองของเด็กๆ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ตระเวนไปยังบ้าน 80 หลังในสี่ทวีป เราถามเด็กวัยเก้าขวบด้วยคำถามชุดเดียวกัน คำตอบนั้นตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม หลายคนยอมรับทันทีว่า การทำตัวให้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่พวกเขาเรียกว่าบ้าน และบทบาทที่ถูกคาดหวัง อาจเป็นเรื่องยากลำบาก เหนื่อยหน่าย สับสน และอ้างว้าง แต่อีกหลายคนไปได้สวยเมื่อพวกเขาทลายกำแพงทางเพศลงได้ การเป็นเด็กผู้หญิงมีอะไรดีที่สุด เอเวอรี แจ็กสัน ปัดปอยผมทำไฮไลต์สีรุ้งและครุ่นคิดกับคำถาม “การเป็นเด็กผู้หญิงดีหมดทุกอย่างเลยค่ะ!” แล้วอะไรเลวร้ายที่สุดในการเป็นเด็กผู้หญิง “ก็เรื่องที่พวกเด็กผู้ชายชอบพูดว่า ‘นั่นไม่ใช่เรื่องของเด็กผู้หญิง เป็นเรื่องของเด็กผู้ชายต่างหาก’ ” เอเวอรีใช้เวลาสี่ปีแรกของชีวิตเป็นเด็กผู้ชาย และไม่มีความสุข ความที่ใช้ชีวิตเป็นเด็กหญิงข้ามเพศอย่างเปิดเผย  มาตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบัน เด็กน้อยชาวแคนซัสซิตีโดยกำเนิดคนนี้จึงกลายเป็นศูนย์กลางของการถกเถียงอภิปรายที่ขยายวงกว้างขึ้นเกี่ยวกับบทบาทและสิทธิทางเพศ ซันนี โภเป เด็กชายวัยเก้าขวบที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆใกล้นครมุมไบ […]