สำรวจโลก: ดินศักดิ์สิทธิ์ แห่งการรำลึกยุคเหยียดสีผิว - National Geographic Thailand

สำรวจโลก: ดินศักดิ์สิทธิ์

ดินศักดิ์สิทธิ์

ชุดสีในขวดโหลเหล่านี้เป็นการเรียงแถวของสีนํ้าตาล ทั้งดินเหนียวสีแดงอันอุดมที่พบทั่วรัฐแอละแบมา ดินดีสีดำจากตอนกลางของรัฐแอละแบมาและทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐมิสซิสซิปปี และดินทรายตามแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของสหรัฐฯ “ดินเป็นสื่อกลางที่ทรงพลังจริง ๆ ในการพูดถึงประวัติศาสตร์เรื่องนี้ครับ” ไบรอัน สตีเวนสัน บอกฉัน ขณะเราเดินผ่านขวดโหลเหล่านั้น

“ในหลาย ๆ ด้าน หยาดเหงื่อของผู้คนที่ตกเป็นทาสฝังอยู่ในดินนี้ เลือดของเหยื่อการลงประชาทัณฑ์อยู่ในดินนี้ นํ้าตาของคนที่ถูกแบ่งแยกและดูหมิ่นในช่วงเหยียดผิวก็อยู่ในดินนี้ครับ”ดินในขวดโหลเหล่านี้เป็นตัวแทนของชีวิตชาวอเมริกันนับไม่ถ้วนที่ไม่เคยมีการฝังศพอย่างเหมาะสม ผู้ที่ต้องพบกับความตายอันเหี้ยมโหดสุดจะพรรณนาสำหรับ “คดีอุกฉกรรจ์” อย่างการโต้เถียงกับชายผิวขาว นี่คือเหยื่อที่ได้รับเกียรติในฐานะส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์มรดกและอนุสรณ์สถานแห่งใหม่ของโครงการริเริ่มด้านความยุติธรรมที่เท่าเทียม หรืออีเจไอ ในเมืองมอนต์กอเมอรี รัฐแอละแบมา

สตีเวนสันเป็นผู้ก่อตั้งอีเจไอ (EJI: Equal Justice Initiative) เขาให้ความสำคัญกับงานนี้เพื่อแสวงหาความยุติธรรมให้กับผู้ที่ด้อยโอกาส เสียเปรียบ และถูกทารุณกรรม ในหมู่พวกเราอนุสรณ์สถานสำหรับเหยื่อการลงประชาทัณฑ์แห่งใหม่จะเปิดให้เข้าชมในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ พร้อมกับพิพิธภัณฑ์ที่จะตามรอยประสบการณ์สยองของชาวอเมริกัน เชื้อสายแอฟริกัน ตั้งแต่การเป็นทาสจนถึงการกักขังหมู่ นิทรรศการหนึ่งจะจัดแสดงขวดโหลเกือบ 300 ใบซึ่งใส่ดินจากสถานที่ที่มีการลงประชาทัณฑ์ทั่วทั้งภาคใต้ปีที่แล้วฉันได้ชมพิพิธภัณฑ์ก่อนเปิดให้เข้าชม ฉันเดินเข้าไปในห้องและเห็นแถว11 แถวที่วางขวดโหลใส่ดินจำนวนหลายใบแต่ละใบมีชื่อของคนที่ถูกลงประชาทัณฑ์ส่วนใหญ่มาจากรัฐแอละแบมา ทั้งชายหญิง และเด็ก

ฉันรับรู้เรื่องราวของเอลิซาเบท ลอว์เรนซ์ ครูในเมืองเบอร์มิงแฮม ซึ่งดุว่าเด็กผิวขาวกลุ่มหนึ่งที่ขว้างก้อนหินใส่เธอ เด็กพวกนั้นไปฟ้องพ่อแม่ ฝูงชนมาที่บ้านเธอ ฆ่าเธอและเผาบ้านเธอ ฉันรับรู้เรื่องราวของทอมัส ไมล์ส ซีเนียร์ จากรัฐลุยเซียนา ชายผิวดำผู้ถูกกล่าวหาว่าเขียนจดหมายหาหญิงผิวขาว หลังจากผู้พิพากษาปล่อยตัวเขา เขาก็ถูกฝูงชนที่อยู่นอกห้องพิจารณาคดีลักพาตัว และพาไปยังต้นไม้ที่ซึ่งเขาถูกทุบตี ถูกแทง ถูกยิง และถูกแขวนคอ

ฉันรับรู้เรื่องราวของเมมี ซึ่งใช้ชีวิตวัยเด็กในรัฐมิสซิสซิปปีตอนที่พ่อของเธอและเพื่อนของเขาถูกคุกคามจากการลงประชาทัณฑ์ครอบครัวของเมมีหลบหนีไป ส่วนเพื่อนของพ่อเธอยังอยู่และถูกแขวนคอ เมมีไม่ได้เอ่ยชื่อรัฐนี้อีกเลยจนกระทั่งเธอหวนกลับมาหลังจากผ่านไปหลายสิบปีเพื่อเก็บดินจากสถานที่ที่มีการลงประชาทัณฑ์สำหรับขวดโหลที่ระลึกถึงเพื่อนของพ่อเธอ ในชั่วขณะนั้น “ฉันรู้สึกเหมือนได้ปลดเปลื้องภาระลงค่ะ” เมมี เคิร์กแลนด์ บอก เธอมีอายุ 107 ปีลูกหลานบางคนเดินทางไกลมากเพื่อการพักแรมอันน่าเศร้าในสถานที่ที่ร่างบรรพบุรุษของพวกเขาถูกผืนดินกลืนกินเมื่อนานมาแล้ว

อีเจไอบันทึกเรื่องราวของผู้คนกว่า 4,400 คนที่ถูกลงประชาทัณฑ์ใน 35 รัฐ ส่วนใหญ่อยู่ในจอร์เจีย ลุยเซียนา และมิสซิสซิปปี ในระหว่างปี 1877 ถึง 1950 สตีเวนสันมองดูขวดโหลเหล่านั้น “เราปลูกอะไรบางอย่างด้วยดินนี้ได้ครับ” เขาบอกฉัน “เราสามารถสร้างบางอย่างด้วยสิ่งนี้ซึ่งจะมีความหมายใหม่” นั่นเพราะว่าขณะที่ดินอาจล้อมรอบตัวเราเมื่อตายแล้ว มันก็ยังเป็นที่ซึ่งใช้เพาะปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังสำหรับการเริ่มต้นครั้งใหม่

เรื่อง เคที คูริก

 

อ่านเพิ่มเติม

สีผิวที่แตกต่าง

เรื่องแนะนำ

วาดมังกรด้วยการลงแปรงเพียงครั้งเดียว

วาดมังกรด้วยการลงแปรงเพียงครั้งเดียว ศิลปะอันงดงามน่าทึ่งที่ต้องอาศัยความฝึกฝนจนชำนาญนี้มีชื่อเรียกว่า “Hitofude-ryu” เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยเอโดะ (ปีคริสต์ศักราช 1603 – 1867) โดยชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อกันว่าการสร้างงานศิลปะลักษณะนี้จะช่วยบันดาลโชคด้านทรัพย์สินเงินทองและความรักให้แก่ตัวศิลปิน ความโดดเด่นของงานศิลปะแขนงนี้ก็คือ การวาดภาพของลำตัวมังกรด้วยการลงพู่กันหรือแปรงเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ลวดลายและเกล็ดอันละเอียดอ่อของมังกรที่เกิดขึ้นบนภาพนั้นต้องอาศัยประสบการณ์สั่งสมนานนับปี จากนั้นศิลปินจะเพิ่มรายละเอียดอื่นๆ ตลอดจนถ้อยคำอวยพรลงไปในชิ้นงาน ซึ่งขึ้นอยู่กับลูกค้ากำหนด มาชมฝีมือของศิลปินด้าน Hitofude-ryu กันว่าจะงดงามเพียงใด ทั้งนี้การสร้างชิ้นงานต้องใช้สมาธิ และความตั้งใจอย่างมาก นั่นทำให้ปกติแล้วศิลปินจะผลิตผลงานได้เพียง 3 – 5 ภาพต่อวันเท่านั้น   อ่านเพิ่มเติม ภาพวาดอันน่าทึ่งจากศิลปินออทิสติก

สถิติคลื่นการอพยพย้ายถิ่นของชาวโลก

คาราวาน ผู้อพยพ ชาวเอลซัลวาดอร์ข้ามแม่น้ำซูเชียเต (Suchiate River) ที่แบ่งพรหมแดนของประเทศกัวเตมาลาและเม็กซิโก เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของเม็กซิโกปฏิเสธคำขอร้องเข้าประเทศเป็นหมู่คณะ เนื่องจากพวกเขาจะมุ่งหน้าที่ชายแดนทางตอนเหนือที่ติดกับสหรัฐอเมริกา ภาพถ่ายโดย MOISES SAMAN, MAGNUM PHOTOS/NATIONAL GEOGRAPHIC นี่คือสถิติของ ผู้อพยพ ย้ายถิ่นฐานของผู้คนบนโลกปัจจุบัน ทั้งประเทศที่มีประชากรอพยพไปนอกประเทศมากที่สุด และประเทศที่เปิดรับผู้อพยพมากที่สุด กระแสเข้าออกของผู้คนข้ามแนวพรมแดนกำหนดประวัติศาสตร์โลกมาช้านาน ข้อมูลการอพยพย้ายถิ่นระหว่างประเทศในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา ช่วยให้เราเข้าใจว่า เพราะเหตุใดผู้คนจึงเลือกที่จะทิ้งบ้านเมืองของตน และพวกเขามุ่งหน้าไปไหน ผู้อพยพเหล่านี้ไม่ถึงร้อยละสิบถูกบีบให้ต้องหนีจากภัยร้าย ส่วนใหญ่ต้องการแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า และจะโยกย้ายถิ่นฐานเมื่อมีเงินมากพอ การอพยพย้ายถิ่นทั้งโลกมีจำนวนไม่ถึง 100 ล้านคนในทศวรรษ 1960 และแม้ตัวเลขจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนแต่นั้นมา ผู้อพยพย้ายถิ่นยังคงมีจำนวนเพียงเสี้ยวเดียวของประชากร 7,600 ล้านคนของโลกในปัจจุบัน 258 ล้านคือจำนวนผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่นอกประเทศบ้านเกิดของตนในปี 2017 ร้อยละ 3 ของผู้คนทั่วโลกเป็นผู้อพยพย้ายถิ่น ตัวเลขนี้คงที่อยู่เป็นเวลา 50 ปี ความยากจนรั้งให้อยู่กับที่ เงินตราช่วยให้การโยกย้ายเกิดขึ้นได้ บังกลาเทศ ผู้คนนับล้านหนีตาย จากความขัดแย้งในทศวรรษ 1970 และในทศวรรษ 1980 อีกนับล้านเริ่มออกไปทำงานในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย […]

ทำโมจิแบบคนญี่ปุ่น

ทำโมจิแบบคนญี่ปุ่น เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ Shoichi Sugiyama ได้แบ่งปันสูตรและวิธีการทำขนมโมจิแบบชาวญี่ปุ่นแท้ๆ ให้แก่ผู้คนที่สนใจในเมืองซีแอตเทิล ขั้นตอนของเขาเริ่มต้นด้วยการหุงข้าวญี่ปุ่นนาน 30 – 40 นาทีจนข้าวสุก จากนั้นนำข้าวร้อนๆ มาตำในครกซึ่งต้องใช้ความร่วมแรงร่วมใจอย่างมากในขั้นตอนนี้ เมื่อตำไปเรื่อยๆ ก็จะได้ก้อนแป้งเหนียวๆ จากนั้นนำก้อนแป้งที่ได้มาตัดแบ่งพอดีคำก็จะได้โมจิแบบดั้งเดิม “การตำโมจิในตอนที่มันกำลังร้อนๆ เป็นช่วงเวลาที่พิเศษครับ เพราะจะได้พูดคุยกับญาติหรือเพื่อนบ้านที่มาช่วยทำโมจิ” Sugiyama กล่าว ทั้งนี้เชื่อกันว่าโมจิมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ก่อนที่จะแพร่หลายไปยังญี่ปุ่นและเกาหลีในช่วงศตวรรษที่ 10 ซึ่งในเกาหลีจะเรียกว่า “ต็อก”   อ่านเพิ่มเติม บริการร้องไห้กับหนุ่มหล่อในญี่ปุ่น

ประวัติย่อของเซ็กส์ทอย

เซ็กส์คือความรื่นรมย์ของชีวิต และอุปกรณ์เสริมเหล่านี้อยู่คู่กับเรามานานกว่าที่คิด มาร่วมสำรวจโลกแห่งเซ็กส์ทอยผ่านยุคสมัยของอดีต ปัจจุบัน และอนาคตกัน