ฟอสซิลนิ้ว อายุ 88,000 ปี รอยต่อของการอพยพในอดีต - NGThai.com

ฟอสซิลนิ้วอายุ 88,000 ปี รอยต่อของการอพยพในอดีต

ฟอสซิลนิ้ว อายุ 88,000 ปี รอยต่อของการอพยพในอดีต

ย้อนกลับไปราว 85,000 ปีก่อน คาบสมุทรอาหรับมีหน้าตาแตกต่างจากที่เห็นเป็นทะเลทรายเช่นในทุกวันนี้ ภูมิภาคแห่งนี้เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวจากทุ่งหญ้าไกลสุดลูกหูลูกตา ฝนตกตามฤดูกาลก่อกำเนิดทะเลสาบมากมายนับร้อยแห่ง นักวิจัยพบหลักฐานการมีอยู่ในอดีตของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่าง ฮิปโปโปเตมัส สัตว์ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกา นอกจากนั้นพวกเขายังพบเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำจากหิน แสดงให้เห็นถึงการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในประวัติศาสตร์ แต่ไม่เคยมีรายงานการค้นพบฟอสซิลของมนุษย์มาก่อน จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ที่มีการค้นพบ ฟอสซิลนิ้ว

ฟอสซิลของกระดูกนิ้วมนุษย์ถูกค้นพบในปี 2016 ในบริเวณทะเลสาบโบราณของซาอุดิอาระเบียที่มีชื่อว่า Al Wusta ย้อนอายุกลับไปได้เก่าแก่ถึง 88,000 ปี รายงานล่าสุดนี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Nature Ecology and Evolution

ในการหาร่องรอยเพิ่มเติม นักโบราณคดีใช้ภาพถ่ายดาวเทียมช่วยเพื่อมองหาร่องรอยของมนุษย์โบราณและแหล่งน้ำจืดในอดีต “เราพบทะเลสาบโบราณในคาบสมุทรอาราเบียถึง 10,000 แห่ง ในจำนวนนี้ตรวจสอบแล้ว 200 แห่ง และกว่า 80% มีหลักฐานทางโบราณคดี” Michael Petraglia จากสถาบัน Max Planck ผู้นำการวิจัยครั้งนี้กล่าว

ทะเลสาบหลายแห่งในภูมิภาคนี้เกิดขึ้นตามฤดูกาล สังเกตได้จากการหดตัวในหน้าแล้งและขยายเพิ่มขึ้นเมื่อถึงฤดูมรสุม อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าทะเลสาบในเขต Al Wusta จะอุดมสมบูรณ์ตลอดปี รายงานเพิ่มเติมจาก Huw Groucutt นักโบราณคดีผู้ร่วมการวิจัย ซึ่งตัวเขาพบเครื่องมือหินกว่าร้อยชิ้นบริเวณทะเลสาบ Al Wusta

 

ปฐมบทแห่งการอพยพ

ช่วงเวลาที่แท้จริงของการเริ่มต้นอพยพเป็นประเด็นถกเถียงระหว่างนักบรรพชีวินวิทยาและนักโบราณคดีมานาน ก่อนหน้านี้ผู้เชี่ยวชาญหลายรายกล่าวว่าไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่าบรรพบุรุษมนุษย์เดินเท้าอพยพออกจากภูมิภาคทางตะวันออกของแอฟริกาเร็วกว่า 60,000 ปีก่อน

ในปี 2007 Petraglia ยกหลักฐานใหม่ที่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์สมัยใหม่เดินทางไปไกลทางตะวันออกถึงอินเดีย ตั้งแต่เมื่อ 74,000 ปีก่อนแล้ว “ผมถกเถียงประเด็นนี้มาเป็นสิบปีแล้วครับ” เขากล่าว “เราเชื่อว่ามนุษย์โฮโมเซเปียนส์เดินทางมาถึงทางตอนใต้ของเอเชียตั้งนานแล้ว ดูจากหลักฐานของเครื่องมือเครื่องใช้ที่เป็นหิน เพียงแต่ว่าหลักฐานที่เป็นฟอสซิลจริงๆ นั้นยังไม่มี”

ต่อมาในปี 2014 เขามุ่งความสนใจไปที่ภูมิภาคอาหรับ เนื่องจากในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นทุ่งหญ้ามาก่อน ภูมิทัศน์เช่นนี้เอื้อต่อการอยู่อาศัยและล่าสัตว์ ดังนั้นแล้วเขาจึงตั้งทฤษฎีขึ้นว่าต้องมีร่องรอยบางอย่างที่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ที่อพยพออกจากแอฟริกาเดินทางผ่านยังบริเวณนี้

ฟอสซิลของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่พบในโมร็อกโกชี้ให้เห็นว่าในภูมิภาคทางตะวันตกของแอฟริกามีมนุษย์อาศัยอยู่แล้วตั้งแต่เมื่อ 300,000 ปีก่อน จากนั้นในเดือนมกราคม ปี 2018 ก็มีการค้นพบฟอสซิลขากรรไกรของมนุษย์อายุ 180,000 ปี ในอิสราเอล

(อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการค้นพบฟอสซิลในอิสราเอล ที่นี่ )

ทั้ง Petraglia และ Groucutt กล่าวว่า การค้นพบกระดูกนิ้วในซาอุดิอาระเบียบ่งชี้ว่าการย้ายถิ่นฐานของมนุษย์มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์มากกว่าที่เคยเชื่อกันมา

“เราพบร่องรอยเป็นร้อยแห่งในคาบสมมุทรอาหรับ และเกือบทุกแห่งมีเครื่องมือหิน” Groucutt กล่าว “ไม่มีทางที่คุณจะไม่พบเครื่องมือเครื่องใช้เหล่านี้ แต่ความท้าทายก็คือแล้วฟอสซิลมนุษย์ล่ะ”

สำหรับฟอสซิลกระดูกนิ้วที่ถูกค้นพบนี้ ทีมนักวิจัยทราบข้อมูลเพียงน้อยนิด พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าของนิ้วนี้เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ไปจนถึงอายุของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์คนนี้

“ต่อให้เป็นกระดูกของมนุษย์ปัจจุบันก็ยากที่จะบอกว่าเป็นของใคร จากหลักฐานเพียงชิ้นเดียว” John Hawks นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิล-เมดิสัน ผู้ไม่ได้มีส่วนร่วมในการวิจัยกล่าว “ฉะนั้นผมเลยมองว่ามันเร็วเกินไปที่จะเป็นหลักฐานสรุปการอพยพของมนุษย์สมัยใหม่”

“อย่างไรก็ดีมันแสดงให้เห็นว่าคาบสมุทรอาหรับยังมีอะไรอีกมากให้สำรวจ” Hawks กล่าว

ฟอสซิลนิ้ว
ฟอสซิลกระดูกมนุษย์ที่พบใน Al Wusta ทางภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซาอุดิอาระเบีย
ภาพถ่ายโดย Ian Cartwright

 

หลักฐานเพิ่มเติมกำลังมา

Petraglia เห็นด้วยว่าซาอุิอาระเบียเพิ่งเป็นดินแดนที่บรรดานักวิทยาศาสตร์เข้าถึง และการค้นพบครั้งนี้มีนัยยะสำคัญ

“ทุกครั้งที่เรามาที่นี่เราจะพบอะไรใหม่เสมอ” เขากล่าว “เรามีแผนใหญ่ที่จะสำรวจทะเลสาบโบราณกันต่อไปครับ รวมไปถึงขยายขอบเขตให้ถึงภายในถ้ำด้วย ที่นี่เป็นดั่งเหมืองทองคำเลยทีเดียว”

เรื่อง ซาร่าห์ กิบเบ็นส์

 

อ่านเพิ่มเติม

12 ทฤษฎี เราวิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์ได้อย่างไร?

เรื่องแนะนำ

ดาวินชี : 500 ปี มรณกาลอัจฉริยะก้องโลก

แม้จะอำลาโลกนี้ไปแล้วถึง 500 ปี แต่ความคิดสร้างสรรค์อันบรรเจิดกับวิสัยทัศน์ล้ำยุคทางวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และวิศวกรรมศาสตร์ ของเลโอนาร์โด ดาวินชี ยังทำให้โลกตื่นตะลึงได้เสมอ

ฟุตบอลมีถิ่นกำเนิดที่ใด? โบราณคดีมีคำตอบ

คนเราเล่นฟุตบอลกันมาตั้งแต่ 3,000 ปีก่อน หลักฐานทางโบราณคดีชี้ว่าชาวมายา และชาวแอสเท็กซ์ในทวีปอเมริกามีการแข่งขันกีฬาที่ใช้ลูกบอลกลมๆ เดาะไปเดาะมาให้เข้าเขตแดนของฝ่ายตรงข้าม

ชมนวัตกรรมอุโมงค์ส่งน้ำโบราณในอิหร่าน ที่ยังคงถูกใช้งานในปัจจุบัน

เรื่อง เรเชล บราวน์ มองจากด้านบนพื้นผิวทะเลทรายอันแห้งแล้งล้วนไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่หารู้ไม่ว่าลึกลงไปใต้ผืนดินอีก 100 ฟุต มี อุโมงค์ส่งน้ำโบราณ ที่นำพาความชุ่มชื้น และหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวบ้านในอิหร่านไว้ ระบบชลประทานใต้ดินนี้มีชื่อเรียกว่า “คานัต” (Qanats) นับเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมที่น่าอัศจรรย์ในยุคโบราณ ซึ่งถึงจะมีอายุเก่าแก่กว่า 3,000 ปี แต่คานัตยังคงถูกใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน อุโมงค์น้ำเหล่านี้จะทอดยาวจากแหล่งต้นน้ำในหุบเขา หรือแม้แต่ทะเลสาบในถ้ำลึก ด้วยพื้นผิวที่ลาดเอียงในองศาที่พอเหมาะ เพื่อให้น้ำสามารถไหลลงไปยังสถานที่ที่ต้องการในปลายอุโมงค์ได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังไม่ให้องศาของความลาดเอียงนั้นมากเกินไป มิฉะนั้นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงอาจไหลบ่าแรงเกินไปจนทำลายอุโมงค์ได้ ตลอดเส้นทางของอุโมงค์ บนพื้นดินจะมีหลุมตั้งอยู่เป็นระยะๆ หลุมเหล่านี้ช่วยให้อากาศภายในถ่ายเทแก่บรรดาคนงานที่ทำหน้าที่ขุดอุโมงค์ด้วยมือในอดีต นอกจากนั้นในตอนที่อุโมงค์ถูกขุดเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลุมเหล่านี้ยังทำหน้าที่เป็นบ่อน้ำให้แก่ชาวบ้านอีกด้วย กระบวนการสร้างอุโมงค์คานัตนี้เป็นงานที่หนักหนาเอาการ อย่างไรก็ตามผลตอบแทนที่ได้รับนั้นคุ้มค่า เทคโนโลยีโบราณนี้ช่วยหล่อเลี้ยงต้นไม้ในทะเลทรายที่แห้งผากให้เบ่งบานมาแล้ว รวมทั้งยังเป็นที่นิยมอย่างมากในภูมิภาคตั้งแต่เส้นทางสายไหม ยาวไปจนถึงหลายประเทศในตะวันออกกลาง หรือแม้กระทั่งในสเปน และโมร็อกโกก็มีการค้นพบคานัตเช่นเดียวกัน Gholamreza Nabipour ชายชาวอิหร่านวัย 102 ปี เป็นหนึ่งในคนขุดอุโมงค์ไม่กี่คนที่ยังคงมีชีวิตอยู่ หรือที่เรียกกันว่า “มิรับ” (Mirab) ตัวเขาพยายามถ่ายทอดภูมิปัญญานี้ไปยังชาวอิหร่านรุ่นใหม่ ซึ่งในจำนวนนั้นก็รวมถึงลูกชายของเขาเองด้วย ผู้ใช้คานัตในการลำเลียงน้ำมายังฟาร์มถั่วพิสตาชิโอของเขา ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกสมัยใหม่ ในช่วงค.ศ. 1960 – 1970 การจัดสรรปันส่วนที่ดินส่งผลให้คานัตหลายแห่งถูกทิ้งร้าง […]