ค้นพบภาพวาดโบราณในเปรู - National Geographic Thailand

ค้นพบภาพวาดโบราณในเปรู

ค้นพบภาพวาดโบราณในเปรู

ศิลปะและลายเส้นอายุ 1,000 ปี ทางตอนใต้ของเปรูเหล่านี้ยากที่จะสังเกตได้จากมุมมองบนพื้นดิน ภาพวาดเหล่านี้เรียกว่า “จิโอกลิฟ” ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานการค้นพบจิโอกลิฟมาแล้ว แต่การสำรวจทางอากาศช่วยให้นักโบราณคดีพบภาพวาดเพิ่มเติมกว่า 50 ภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาพนกกระทุง ภาพคนบินได้

นักโบราณคดีเชื่อกันว่าเจ้าของผู้สร้างลายเส้นเหล่านี้คือชาวนาซกา ชนเผ่าในเปรูที่มีอาณาจักรรุ่งเรืองเมื่อ 2,300 ปีก่อน พวกเขาสร้างภาพขนาดใหญ่ด้วยการขุดเอาหน้าดินออก ชั้นดินที่อยู่ต่ำกว่าซึ่งมีสีอ่อนจะปรากฏให้เห็น และตัดกับผืนทรายรอบๆ สำหรับเหตุผลของการสร้างภาพเหล่านี้ยังคงเป็นปริศนา แต่เชื่อกันว่ามีความเกี่ยวข้องกับพระผู้เป็นเจ้าในการขอฝน เพื่อบรรเทาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้

 

อ่านเพิ่มเติม

ยลศิลปะข้ามกาลเวลา จากผนังถ้ำในยุโรป

เรื่องแนะนำ

ความเป็นมาของพาสปอร์ต: การควบคุมโลกของประเทศตะวันตก

คุณมีอภิสิทธิ์มากแค่ไหน หรือมีความกังวลแค่ไหนเมื่อต้องเดินทาง ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับพาสฟอร์ตของคุณว่ามาจากประเทศใด? ย้อนกลับไปในอดีตผู้คนเดินทางได้อย่างเสรี จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเกิด "หนังสือเดินทาง"

การปฏิวัตินีโอลิทิค คืออะไร

การปฏิวัตินีโอลิทิคซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า การปฏิวัติเกษตรกรรม คือการเปลี่ยนจากการล่าสัตว์และหาของป่าไปสู่การทำเกษตรกรรม ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงมนุษยชาติไปตลอดกาล เชื่อกันว่า การปฏิวัตินีโอลิทิค (Neolithic) หรือ การปฏิวัติเกษตรกรรม เกิดขึ้นเมื่อราว 12,000 ปีก่อน มันเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างการสิ้นสุดของยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้ายกับการเริ่มต้นของสมัย (Epoch) ทางธรณีวิทยาที่ในยุคปัจจุบันคือโฮโลซีน (Holocene) การปฏิวัติในครั้งนี้เปลี่ยนแปลงการกินอยู่ และการมีปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ไปตลอดกาล และได้เบิกทางสู่อารยธรรมมนุษย์สมัยใหม่ ในยุคนีโอลิทิค นักล่าหาของป่า (Hunter-Gatheres) เร่ร่อนอยู่ตามธรรมชาติเพื่อตามล่าและหาอาหาร แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น นักล่าอาหารกลายเป็นเกษตรกร และเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตนักล่าหาของป่ามาอยู่เป็นหลักเป็นแหล่งมากขึ้น สาเหตุของการตั้งรกราก แม้ว่าช่วงเวลาและสาเหตุที่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เคยเป็นมาจะยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ โดยมีการคาดเดาว่าการเพาะปลูกของมนุษย์เกิดขึ้นครั้งแรกในบริเวณพระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์ (Fertile Crescent หรือบริเวณเมโสโปเตเมีย) ในแถบตะวันออกกลาง อันเป็นบริเวณที่ผู้คนหลายกลุ่มพัฒนาการเกษตรตามแบบของตัวเอง จึงเป็นไปได้ว่า “การปฏิวัติเกษตรกรรม” เป็นการปฏิวัติที่มีการพัฒนาในตัวเองอยู่หลายครั้ง มีหลายสมมติฐานที่ให้คำตอบว่าเหตุใดมนุษย์จึงหยุดเร่ร่อนเพื่อหาอาหารและเริ่มเพาะปลูก ความกดดันทางประชากร (Population Pressure) อาจทำให้เกิดการแย่งชิงอาหารที่มากขึ้น และนำไปสู่ความจำเป็นของการเพาะปลูกอาหารใหม่ๆ ผู้คนอาจเปลี่ยนมาทำการเพาะปลูกเพื่อให้คนชราและเด็กมีส่วนร่วมในการผลิตอาหาร มนุษย์อาจเรียนรู้ที่จะพึ่งพาพืชซึ่งถูกคัดเลือกและผสมผสานในช่วงต้นของการนำมาปลูก และในทางกลับกัน พืชเหล่านั้นอาจจำเป็นต้องพึ่งพามนุษย์ด้วยเช่นกัน เมื่อเกิดเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้น ทฤษฎีใหม่ๆ เกี่ยวกับกับวิธีการและเหตุผลที่การปฏิวัติเกษตรกรรมเริ่มต้นขึ้นก็ตามมา และได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่ามนุษย์จะถอยห่างจากการล่าสัตว์และการออกหาอาหารด้วยด้วยวิธีการและเหตุผลใดก็ตาม พวกเขาก็เริ่มตั้งรกรากมากขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลบางส่วนของสิ่งนี้เกิดจากการเพาะเลี้ยงพืชที่มากขึ้นเรื่อยๆ มีการคาดว่ามนุษย์อาจเริ่มรวบรวมพืชและเมล็ดพันธุ์ตั้งแต่ […]

ประวัติจักรยาน – การเกิดขึ้นของ จักรยาน เมื่อร้อยกว่าปีก่อน เปลี่ยนโลกไปอย่างไร

ประวัติจักรยาน – การประดิษฐ์จักรยานเมื่อปลายศตวรรษที่สิบเก้า มีความหมายมากกว่าการเดินทางรูปแบบใหม่ แต่คือวิถีชีวิตใหม่ด้วย ประวัติจักรยาน – ถ้าประวัติศาสตร์ไม่ซ้ำรอย  มันก็ต้องพ้องจองกันแน่  ด้วยความต้องการจักรยานที่พุ่งสูงขึ้น  และชาติต่างๆ กำลังเตรียมใช้เงินหลายพันล้านในการออกแบบเมืองใหญ่ของตัวเองอีกครั้งโดยมีเป้าหมายใหม่อยู่ที่การใช้จักรยานและการเดิน  นับเป็น โอกาสเหมาะในการรำลึกว่า  การปรากฏโฉมของจักรยานในช่วงปลายศตวรรษที่สิบเก้าเปลี่ยนแปลงโลกไปอย่างไร จักรยานเคยเป็นเทคโนโลยีที่สร้างความปั่นป่วนอย่างใหญ่หลวง เทียบง่ายๆ คือพอฟัดพอเหวี่ยงกับโทรศัพท์มือถือยุคปัจจุบัน  ในช่วงสองสามปีอันน่าตื่นเต้นของทศวรรษ 1890 จักรยานเป็น “ของมันต้องมี” อย่างยิ่ง  เพราะเป็นพาหนะขนส่งที่รวดเร็ว  ซื้อไหว  และเก๋ไก๋  ซึ่งใช้ปั่นพาเราไปทุกหนแห่งที่ อยากไปตอนไหนก็ได้ และฟรีด้วย เราหัดขี่จักรยานกันได้เกือบทุกคน  แล้วก็หัดกันเกือบทุกคน  สุลต่านแห่งแซนซิบาร์ปั่นจักรยานเป็นงานอดิเรก  ซาร์ของรัสเซียก็เหมือนกัน  เจ้าผู้ครองกรุงคาบูลยังซื้อจักรยานแจกสนมทั้งฮาเร็ม  แต่ผู้ที่ใช้จักรยานกันจริงๆ ในวิถีชีวิตก็คือชนชั้นกลางและกรรมาชีพทั่วโลก  เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มหาชนเคลื่อนที่ได้  ไปไหนมาไหนตามอำเภอใจได้เอง ไม่จำเป็นต้องมีม้าและรถม้าแพงๆ อีกต่อไป  มีการเรียกขานจักรยานว่าเป็น “ม้าชราของปวงชน”  ไม่เพียงแต่นํ้าหนักเบา ซื้อหาได้  และบำรุงรักษาง่าย  แต่ยังเป็นของที่วิ่งเร็วที่สุดบนท้องถนนอีกด้วย สังคมเปลี่ยนโฉมหน้าไปแล้ว  พวกผู้หญิงคึกคักกันเป็นพิเศษ  โยนกระโปรงยุควิกตอเรียสุดเทอะทะทิ้งไป  หันมาใส่กางเกงกับเสื้อผ้าที่ “เข้าท่า”  แล้วพากันลงถนน  “ฉันคิดว่าจักรยานช่วยปลดปล่อยผู้หญิงยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดในโลก”  ซูซาน บี.  […]