10 เรื่องน่ารู้ความสัมพันธ์เกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้

10 เรื่องน่ารู้ความสัมพันธ์เกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้

10 เรื่องน่ารู้ความสัมพันธ์เกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้

ภาพผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จอง-อุน และคณะเดินลงมาตามบันไดของ Panmun Hall ในเขตปลอดทหารฝั่งเกาหลีเหนือ (อาคารที่เห็นด้านหลังในภาพบน) ก่อนที่ผู้นำสูงสุดของเกาเหลีเหนือจะเดินต่อไปยังเส้นกำหนดเขตทหาร (Military Demarcation Line หรือ MDL) ที่ มุน แจ-อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยืนรออยู่อีกฝั่งในเขตเกาหลีใต้ เมื่อผู้นำทั้งสองสัมผัสมือกัน คิม จอง อุน ก็กลายเป็นผู้นำสูงสุดคนแรกของเกาหลีเหนือที่ข้ามพรมแดนเข้าสู่เขตแดนของเกาหลีใต้ นับตั้งแต่สงครามระหว่างสองเกาหลีสิ้นสุดลงอย่างไม่เป็นทางการเมื่อปี 1953 ไม่เพียงเท่านั้น หลังก้าวข้ามพรมแดนเข้าสู่เกาหลีใต้ คิม จอง-อุน ก็ยังเชื้อเชิญมุน แจ-อิน ให้ก้าวข้ามเส้นกำหนดเขตทหารเข้าสู่เกาหลีเหนือด้วยเช่นกัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ภาพเหตุการณ์สั้นๆ นี้จะกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ตราบนานเท่านาน

ความขัดแย้งเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้
ทหารเกาหลีใต้เฝ้าระวังผู้แทรกซึมจากเกาหลีหนือที่บริเวณเขตปลอดทหาร ความตึงเครียดที่ทวีขึ้นทำให้ทหารต้องเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา ภาพถ่ายโดย ไมเคิล ยามาชิตะ

กว่าจะมาถึงวันนี้ เรามาย้อนดูความเป็นมาของความขัดแย้งระหว่างสองเกาหลีที่ยืดเยื้อมาเกือบ 70 ปี ใน  “10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้”

1. เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังอยู่ในภาวะสงคราม (ในเชิงเทคนิค) หมายความว่า ทั้งสองประเทศยังไม่ได้ประกาศยุติสงครามระหว่างกันและไม่รับรองอำนาจอธิปไตยของกันและกัน เพียงแต่ลงนามในข้อตกลงสงบศึกหรือข้อตกลงหยุดยิง (Armistice หรือ Truce) เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ปี 1953 ที่ปันมุนจอม หลังทำสงครามห้ำหั่นกันนานสามปี (1950-1953) ผลสัมฤทธิ์ประการหนึ่งจากการประชุมสุดยอดของผู้นำทั้งสองในครั้งนี้น่าจะเป็นการปูทางไปสู่การประกาศสันติภาพ (อาจอยู่ในรูปแบบสนธิสัญญาสันติภาพหรือ Peace Treaty) ระหว่างกันอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการเจรจาและเตรียมการพอสมควรเนื่องจากมีมหาอำนาจทั้งสหรัฐฯ และจีน เข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะผู้สนับสนุนเบื้องหลังทั้งสองฝ่าย

เกาหลีเหนือ
รั้วลวดหนามสูง 3 เมตรซึ่งสร้างกั้นตลอดแนวพื้นที่ด้านใต้ของเขตปลอดทหาร เป็นสิ่งย้ำเตือนว่าสองเกาหลียังคงอยู่ในภาวะสงครามอย่างเป็นทางการ จึงต้องมีเครื่องกีดขวางไว้คุ้มครองเขตแดนของตน ป้ายคำขวัญปลุกใจให้รักชาติมีจุดประสงค์เพื่อทำลายขวัญของทหารฝ่ายเกาหลีเหนือ
ภาพถ่ายโดย ไมเคิล ยามาชิตะ

2.ข้อตกลงสงบศึกที่ทำขึ้นในปี 1953  ส่งผลให้เกิดแนวหยุดยิงยาว 238 กิโลเมตร มีกองทหารที่ผ่านการฝึกมาอย่างดีนับแสนๆ คนจากสองกองทัพที่อาจเรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดในโลกเผชิญหน้ากันอยู่ (ฝ่ายเกาหลีใต้มีทหารสหรัฐฯ ประจำการอยู่หลายหมื่นนาย ขณะที่เกาหลีเหนือมีกองทัพอันเกรียงไกรที่ว่ากันว่ามีกำลังพลมากกว่าล้านนาย)

3. ต้นตอของความขัดแย้งสืบย้อนไปถึงช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อฝ่ายพันธมิตรคือสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกาขับญี่ปุ่นออกจากเกาหลี และใช้เส้นขนานที่ 38 แบ่งคาบสมุทรเกาหลีออกเป็นสองส่วน วันที่ 25 มิถุนายน ปี 1950 เกาหลีเหนือส่งกองกำลังนำโดยกองทัพรถถังบุกโจมตีเกาหลีใต้แบบสายฟ้าแลบโดยมีโซเวียตหนุนหลัง นัยว่าเพื่อต้องการสถาปนาระบอบคอมมิวนิสต์ทั่วทั้งคาบสมุทร ต่อมาจีนซึ่งเพิ่งเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ก็เข้าร่วมสงครามในเดือนตุลาคม ฝ่ายเกาหลีใต้ได้รับความช่วยเหลือจากกองกำลังสหประชาชาติซึ่งกำลังพลส่วนใหญ่มาจากสหรัฐฯ สงครามดำเนินไปอย่างยืดเยื้อและถึงทางตันหลังผ่านไปสามปี คร่าชีวิตทหารไปเกือบเก้าแสนคน และพลเรือนอีกกว่าสองล้านคนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เกาหลีเหนือ
เชลยสงครามเกาหลีเหนือพักผ่อนด้วยการสูบบุหรี่ในค่ายกักกัน (ภาพถ่ายโดย ROBERT H. MOSIER, U.S. MARINE CORPS)

 

เรื่องแนะนำ

9 มัมมี่ที่ไม่ธรรมดา

วัฒนธรรมการทำมัมมี่หาใช่เกิดขึ้นแค่ในอียิปต์ และเหล่านี้คือตัวอย่างของมัมมี่อันโดดเด่นจากหลายประเทศทั่วโลก

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.