ครั้งหนึ่ง สหรัฐอเมริกาเคยทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ในอวกาศ เพราะเหตุใด?

ครั้งหนึ่ง สหรัฐอเมริกาเคยทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ในอวกาศ เพราะเหตุใด?

ผลจากโครงการทดลอง Starfish Prime ในปี 1962 ของสหรัฐอเมริกา คือคำเตือนของสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นหากสนามแม่เหล็กโลกระเบิดอีกครั้งเนื่องจากปริมาณของกัมมันตภาพรังสีที่มากเกินไป

มันเป็นบรรยากาศที่มืดครึ้มเมื่อพ่อของ Greg Spriggs พาครอบครัวของเขาไปที่จุดสูงสุดบนหมู่เกาะมิดเวย์อะทอลล์  (Midway Atoll) เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 1962 ในคืนนั้นไกลไปอีกพันกิโลเมตร กองทัพสหรัฐฯ ได้กำหนดวันที่ในการปล่อยจรวดสู่อวกาศเพื่อทดสอบการการระเบิดของระเบิดปรมาณู (Fusion bomb)

ผู้ชมที่กำลังเฝ้ามองการระเบิดในฮาวายต่างหาตำแหน่งถ่ายภาพที่ดีที่สุดหลังจากได้รับฟังการนับถอยหลังที่ออกอากาศทางวิทยุคลื่นสั้น ช่างภาพเล็งเลนส์กล้องไปที่ขอบฟ้าและอภิปรายถึงการตั้งค่ากล้องที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพการระเบิดของเทอร์โมนิวเคลียร์ในอวกาศ ปรากฎว่าระเบิดซึ่งเป็นระเบิดขนาด 1.4 เมกะตัน ซึ่งทรงพลังกว่าระเบิดที่ฮิโรชิมาถึง 500 เท่า ได้เกิดระเบิดขึ้น “เมื่ออาวุธนิวเคลียร์นั้นดับลง ท้องฟ้าทั้งขอบฟ้าที่ดูมืดมิดก็สว่างไสวไปทุกทิศทุกทาง ดูเหมือนตอนเที่ยงเลยครับ” Spriggs กล่าว

การทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ โครงการ Starfish Prime ทำให้เกิดระเบิดที่ระดับความสูงราว 402 กิโลเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับระดับความสูงที่สถานีอวกาศนานาชาติโคจรอยู่ในปัจจุบัน กินเวลานานถึง 15 นาทีหลังจากการระเบิดครั้งแรก อนุภาคที่มีประจุจากการระเบิดชนกับโมเลกุลในชั้นบรรยากาศของโลก ทำให้เกิดแสงออโรราเทียมที่สามารถมองเห็นได้ไกลถึงนิวซีแลนด์

ช่วงสงครามเย็นที่กำลังเดือดระอุ

หนึ่งปีก่อน หรือในปี 1961 สถานการณ์การเจรจาระหว่างประเทศเพื่อห้ามการทดสอบนิวเคลียร์นั้นย่ำแย่ หลังจากไม่มีการทดสอบมาเป็นเวลาสามปี สหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกาต่างแยกตัวออกจากการพักการทดสอบ โดยที่โซเวียตทำการทดลองระเบิด 31 ครั้ง รวมถึงซาร์บอมบา (ชื่อเล่นที่ใช้เรียกระเบิดไฮโดรเจน AN602 ของสหภาพโซเวียต) ซึ่งเป็นระเบิดนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยจุดชนวน ได้ทำการปล่อยในเดือนตุลาคม 1961 ประมาณ 13,000 ฟุตเหนือเกาะในอาร์กติกเซอร์เคิล

การแข่งขันทางอวกาศได้เข้าสู่ช่วงเริ่มต้น กองทัพสหรัฐฯ เองก็ไม่หวั่นกับการส่งสิ่งต่างๆ ขึ้นไปบนอวกาศเพื่อทำการทดลอง โดยกระทรวงกลาโหมอยู่ในระหว่างโครงการเพื่อนำเข็มทองแดง 500 ล้านเข็มขึ้นสู่วงโคจร ในความพยายามในการสะท้อนคลื่นวิทยุและช่วยการสื่อสารทางไกล การขนส่งอวกาศมีแม้กระทั่งแผนการจุดชนวนระเบิดบนดวงจันทร์ แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวไปในที่สุด

นักวิทยาศาสตร์และบุคลากรทางทหารต่างกระตือรือร้นที่จะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากการระเบิดของนิวเคลียร์ถูกจุดขึ้นในอวกาศ โดยเฉพาะสิ่งที่อยากรู้คือ มันจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกับสนามแม่เหล็กของโลก เมื่อสองปีก่อน Explorer 1 ดาวเทียมดวงแรกของอเมริกาได้ค้นพบโดยบังเอิญว่าโลกถูกล้อมรอบด้วยวงกลมคล้ายโดนัทของรังสีที่รุนแรงซึ่งยึดไว้กับสนามแม่เหล็กของมัน ต่อมาพวกเขาได้ตั้งชื่อมันว่า Van Allen ตามชื่อ James Van Allen นักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยไอโอวาที่ค้นพบแถบรังสีนี้

David Sibeck นักวิทยาศาสตร์จากภารกิจ Van Allen Space Probes ของ NASA กล่าวว่า “อย่างที่ Van Allen กล่าวตอนที่เขาค้นพบแถบรังสี พื้นที่ไม่ว่าง และพื้นที่มีกัมมันตภาพรังสี “การค้นพบของ Van Allen นั้นน่ากังวลเพราะว่ายานอวกาศหรือนักบินอวกาศในอนาคตที่เราส่งไปนั้นจะต้องสัมผัสกับรังสีนี้ และนั่นเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงในตอนนั้น” ก่อนการทดสอบ นักวิทยาศาสตร์คิดว่าโครงการ Starfish Prime จะส่งผลกระทบแถบรังสีของโลกนี้ในระดับที่น้อยที่สุด ในระหว่างการแถลงข่าวในเดือนพฤษภาคม 1962 ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดีกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำเสียงที่ถากถางว่า “ผมรู้ว่าแถบรังสีแวนอัลเลนมีปัญหาเกิดขึ้น แต่แวน อัลเลนก็ยังยืนกรานว่าแถบรังสีนี้จะไม่ส่งผลกระทบใดๆ” แต่แวน อัลเลนคิดผิด

(ฟังคลื่นเสียงที่พิสูจน์เรื่องทฤษฎีแถบรังสีของแวน อัลเลน ได้ที่นี่)

การส่งออกนิวเคลียร์

หลังจากล่าช้าไปสี่วันเพื่อรอสภาพอากาศที่สมบูรณ์แบบ โครงการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ Starfish Prime ได้เปิดตัวจรวด Thor จาก Johnston Atoll ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ห่างจากฮาวายไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 750 ไมล์ทะเล กองทัพยังได้ส่งขีปนาวุธขนาดเล็กจำนวน 27 ลูกที่บรรจุเครื่องมือวิทยาศาสตร์ไปพร้อมกันเพื่อวัดผลกระทบจากระเบิด เครื่องบินและเรือเข้าประจำตำแหน่งเพื่อบันทึกผลการทดสอบ พลุได้ถูกจุดขึ้นมาเพื่อหวังจะไล่นกที่อยู่บริเวณนั้นเพื่อป้องกันอันตรายจากแสงที่อาจส่งผลกระทบต่อเหล่านก

นักวิทยาศาสตร์รู้อยู่แล้วว่าระเบิดนิวเคลียร์ในอวกาศมีผลกระทบแตกต่างจากบนพื้นดินอย่างมาก Spriggs กล่าว “ไม่มีเมฆรูปเห็ด (Mushroom cloud เป็นเมฆที่มีลักษณะรูปทรงคล้ายเห็ด เกิดจากควัน ไฟ หรือเถ้าถ่าน เกิดเนื่องจากแรงระเบิดอย่างมหาศาล) หรือ Double flash” ผู้คนที่อยู่บนพื้นจะไม่รู้สึกถึงแรงกระแทกหรือได้ยินเสียงใดๆ มีเพียงแสงสว่างที่เกิดจากลูกบอลพลาสมา ซึ่งดูเหมือนว่าจะสามารถเปลี่ยนสีได้ เมื่ออนุภาคที่มีประจุจากการระเบิดถูกผลักลงสู่ชั้นบรรยากาศด้วยสนามแม่เหล็กของโลก ผลกระทบนี้ทำให้เกิดแสงออโรร่าเทียมที่มีสีสันต่างออกไป และนี่คือสาเหตุที่บางครั้งเรียกว่า “ระเบิดสีรุ้ง”

เนื่องจากสนามแม่เหล็กของโลกจับรังสีไอออไนซ์จากการทดสอบ Starfish Prime จึงได้สร้างแถบรังสีเทียมขึ้นมาใหม่ซึ่งแข็งแรงและใช้งานได้ยาวนานกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้ “แถบรังสีปลาดาว” ที่คาดไม่ถึงน่าจะคงอยู่อย่างน้อย 10 ปี “มันเป็นเรื่องน่าสงสัยทำไมมันถึงอันตรายได้ขนาดนี้ มันจะอยู่ได้นานขนาดไหน กี่ดาวเทียมที่ต้องเกิดความเสียหายและอีกกี่ชีวิตที่จะต้องตาย” ซิเบคกล่าว

ผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม การทดสอบได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญบางประการเกี่ยวกับการแผ่รังสีรอบโลก ระเบิดปล่อยตัวติดตามไอโซโทปพิเศษที่เรียกว่าแคดเมียม-190 จุดประสงค์เดิมคือเพื่อติดตามผลเสียจากการทดสอบ แต่ก็กลายเป็นแหล่งข้อมูลที่มีค่าสำหรับการทำความเข้าใจรูปแบบสภาพอากาศในบรรยากาศชั้นบนได้เช่นกัน

การทดสอบยังช่วยให้สหรัฐฯ เข้าใจวิธีตรวจจับการระเบิดของนิวเคลียร์ในอวกาศ และสร้างระบบใหม่ซึ่งต่อมาเรียกว่า Vela Hotel เพื่อเป็นการช่วยตรวจสอบโดยประเทศอื่นๆ ความก้าวหน้าดังกล่าวช่วยให้สนธิสัญญาห้ามทดลองนิวเคลียร์ในอวกาศได้ก้าวใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น

แต่มันก็ยังมีแหล่งกำเนิดรังสีอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในอวกาศอีกเช่นกัน Sibeck กล่าวว่า มีโอกาสน้อยมากที่เปลวไฟจากดวงอาทิตย์ในช่วงเวลาที่เหมาะสมสามารถกระทบกับดาวเคราะห์ด้วยปริมาณรังสีที่ใกล้เคียงกันได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นเลย

“ถ้ามันเกิดขึ้นจริงมันคงจะต้องเป็นเหตุการณ์ที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ฉันเกิดมาเลยแหละ” เขากล่าว “แต่มีพายุ (สนามแม่เหล็กโลก) ที่ขนาดใหญ่ขนาดนั้นนะ เรารับรู้ได้จากแสงออร่าที่ละติจูดกลางหรือต่ำในยามรุ่งอรุณบวกกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย

พายุแม่เหล็กโลกที่ใหญ่ที่สุดที่เคยบันทึกไว้ เรียกว่าเหตุการณ์คาร์ริงตัน พัดถล่มโลกในปี 1859 ทำให้เกิดแสงออโรร่าเหนือออสเตรเลีย และทำให้เกิดไฟฟ้าช็อตแก่เจ้าหน้าที่โทรเลขในอเมริกา หากเกิดพายุที่คล้ายกันในวันนี้ ผลที่ตามมาจะร้ายแรงยิ่งกว่าสายโทรเลขที่พังเสียอีก

“หลายๆ อย่างขึ้นอยู่กับชิปและพลังของคอมพิวเตอร์มากกว่าสิ่งที่เคยมีในปี 1859 สิ่งต่างๆ ในบ้าน สิ่งของในรถ การสื่อสารต่างๆ มันจะเลวร้ายกว่านี้มาก” Sibeck กล่าว

ในกรณีที่ไม่น่าเป็นไปได้ คือระเบิดนิวเคลียร์อีกลูกจะระเบิดในอวกาศ เจฟฟ์ รีฟส์ นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอส อาลามอส ในนิวเม็กซิโก กำลังทำงานเพื่อหาวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการกำจัดแถบรังสีที่ทำจากระเบิดนิวเคลียร์ ในการออกแบบของเขา เครื่องส่งสัญญาณที่ติดตั้งบนดาวเทียมจะกระทบกับรังสีที่ติดอยู่กับคลื่นวิทยุ AM แบบพิเศษ ซึ่งจะผลักอนุภาคที่มีประจุให้ต่ำลงสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งพวกมันจะถูกดูดซับหายไปอย่างไม่เป็นอันตราย

เรื่อง BRIAN GUTIERREZ

แปล สิรภัทร จิตต์ชื่น

โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม ประวัติของ อาวุธนิวเคลียร์ ยุทโธปกรณ์ที่เปลี่ยนโลกจนทุกวันนี้

เรื่องแนะนำ

สำรวจด้านมืดจิตใจมนุษย์ ผ่านภาพวาดที่สยดสยองที่สุดในประวัติศาสตร์ศิลปะ

ภาพวาดชุด The Black Paintings ของฟรันซิสโก โกยา (Francisco Goya) จากผนังบ้านพักสุดท้ายในชีวิตของศิลปินคนสำคัญชาวสเปนของยุคจินตนิยม ยังคงเป็นหนึ่งในผลงานงานศิลปะที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยมีมา ภาพของยักษ์ไททันโครนัสจากเรื่องปกรณัมกรีกที่กำลังเขมือบลูกชายของตนเอง เป็นหนึ่งใน 14 ผลงานภาพวาดชุด The Black Paintings (ในภาษาสเปนเรียกว่า Pinturas negras) ถูกวาดขึ้นในช่วงเวลาสุดท้ายในชีวิตของ Francisco Goya ศิลปินคนสำคัญแห่งยุคจินตนิยม ภาพเหล่านี้สะท้อนความกลัวที่จะเสียสติของโกยา และความหวาดหวั่นในชะตากรรมของมนุษยชาติที่กำลังเผชิญหน้ากับความโหดร้ายของสงครามและการฆ่ากันเองของมนุษย์ ภาพวาดชุดนี้ถูกวาดขึ้นในสถานที่พำนักสุดท้ายของเขาในช่วงสงคราม ซึ่งตัวโกยาเองไม่เคยมีจุดประสงค์ในการเผยแพร่ภาพวาดเหล่านี้สู่สาธารณชน “บางคนไม่สามารถทนมองดูภาพเหล่านี้ได้เลย” เทเรซา เวกา (Teresa Vega) นักประวัติศาสตร์ศิลปะผู้นำทัวร์ของพิพิธภัณฑ์ปราโดในกรุงมาดริด ประเทศสเปน กล่าว เธอเป็นคนสุดท้ายที่ออกจากห้องพิพิธภัณฑ์ “มีลูกค้าของฉันจำนวนมากที่ไม่ชอบภาพวาดพวกนี้เลย แต่เมื่อพวกเขาเดินเข้ามาในห้อง พวกเขาจะแปลกใจอยู่เสมอ ฉันไม่คิดว่าฉันเคยเจอคนที่สีหน้าไม่เปลี่ยนเมื่อเห็นภาพ แม้แต่วัยรุ่นที่กำลังหาวก็ตื่นเต็มที่เมื่อเห็นภาพเหล่านี้” สิ่งที่คุณกำลังเห็นอยู่นี้คือภาพวาดของยักษ์ไททัน “โครนัส” หรือเรียกในภาษาโรมันว่าแซตเทิร์น จากปรกรณัมกรีกผ่านสายตาของจิตรกรชาวสเปนผู้โด่งดัง ตามปรกรณัมกรีกแล้ว หลังจากที่ไททันโครนัสแย่งชิงอำนาจมาจากบิดาของเขาได้สำเร็จ เขาได้รับคำทำนายว่า หนึ่งในลูกชายของโครนัสจะทำเช่นเดียวกับที่เขาทำกับบิดา และแย่งชิงอำนาจมาจากโครนัสในที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้คำทำนายเป็นจริง ทุกครั้งที่เทพีเรอาผู้เป็นชายาของโครนัสคลอดลูก โครนัสจะกินพวกเขาทั้งเป็น แต่โชคร้ายสำหรับโครนัส […]

ความพยายามก่อรัฐประหารในอเมริกา : เหตุการณ์ที่ตราตรึงในความทรงจำของคนทั้งโลก

เกิดเหตุการณ์จลาจล จากกลุ่มคนที่สนับสนุนทรัมป์ ความพยายามก่อรัฐประหารในอเมริกา ผู้ประท้วงบุกเข้ายึดเมืองหลวงของสหรัฐฯ 6 มกราคม 2021 เวลา 16:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงจาก ความพยายามก่อรัฐประหารในอเมริกา ข่าวรายงานสะพัดผ่านรายการโทรทัศน์หลายสถานี ชายคนหนึ่งถือโล่โปร่งใส พร้อมทุบลงไปที่หน้าต่างของศาลากลาง นั่นคือชาวอเมริกันชายสองคนในชุดดำที่กำลังปีนผ่านกระจกแตก เสียงไซเรนและรถฉุกเฉินดังก้อง รถที่มีสมาชิกสภาคองเกรสนั่งอยู่นั้นกำลังเร่งรีบออกจากอาคาร อาคารแห่งนี้เป็นของผู้คนอเมริกัน และเป็นดั่งศูนย์กลางของการปกครองของประเทศนี้ นี่จะเป็นเหตุการณ์ที่ฉันจะจดจำ เมื่อฉันได้ยินข่าวความพยายามลอบสังหาร และการโจมตีของผู้ก่อการร้าย วันที่ประธานาธิบดีสหรัฐ นิ่งเงียบนานกว่าสองชั่วโมง และสื่อสารกันโดยใช้ทวีตเตอร์ ขณะที่ผู้ประท้วงทั้งชายและหญิง ส่งเสียงเชียร์ การบุกโจมตีรัฐสภา ตำรวจเข้าปราบจลาจลกลุ่มคนที่เดินไปที่อาคารเพื่อให้การรับรองผลการเลือกตั้งดำเนินต่อไป ผู้เดินขบวนพร้อมถือธงที่มีรูปของทรัมป์ขนาบข้างนักข่าวฟ็อกซ์ พร้อมตะโกนว่า “ข่าวปลอม!” ในขณะที่นักข่าวกำลังบรรยายสิ่งที่เขาเห็นรอบตัวเขา? “ที่นี่คือสหรัฐอเมริกา” ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เวลา 16.15 น.  เสียงและภาพของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ชายในชุดสูทสีน้ำเงิน กล่าวอ้างถึงอับราฮัม ลินคอล์น ด้วยน้ำเสียงดูตึงเครียด ขณะที่เขาขอร้องให้อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งประชาชนให้ยุติความรุนแรงโดยกล่าวว่า “ที่นี่คือสหรัฐอเมริกา ผมขอเรียกร้องให้ผู้ประท้วงถอยกลับ และปล่อยให้งานของประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไป” […]

ประวัติศาสตร์แห่งความวุ่นวายของโอลิมปิกในช่วงวิกฤตโลก และอาถรรพ์ 40 ปี

จากการเลื่อนจัด กีฬาโอลิมปิก 2020 ที่โตเกียว บางคนชี้สาเหตุไปที่ “อาถรรพ์ 40 ปี” เพื่ออธิบายถึงประวัติศาสตร์ของความล่าช้า การคว่ำบาตร และความโกลาหลที่เคยเกิดขึ้นหลายครั้งของกีฬาโอลิมปิก มีการประกาศจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นว่า กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2020 จะเลื่อนไปจัดในปีหน้าเนื่องจากความกังวลในการระบาดของไวรัสโคโรนา นี่เป็นการหยุดชะงักใหญ่ครั้งแรกของกีฬาโอลิมปิกนับตั้งแต่ปี 1944 (ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2) อย่างไรก็ตาม งานกีฬาระดับโลกนี้คุ้นเคยกับภาวะความโกลาหลที่เคยเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการคว่ำบาตร, การห้ามเข้าร่วมแข่งขัน หรือแม้กระทั่งการปะทุของภูเขาไฟ ภูเขาไฟวิสุเวียสเกิดการปะทุจนต้องย้ายที่จัด ในปี 1904 กรุงโรม ประเทศอิตาลี เอาชนะเมืองอย่างเบอร์ลินและตูรินในการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก ปี 1908 แต่ช่วง 2 ปีในการเตรียมตัวจัดงาน ก็เกิดภัยพิบัติที่อิลาลี คือภูเขาไฟวิสุเวียสเกิดการปะทุ ทำให้เมืองที่อยู่ใกล้กับภูเขาไฟเกิดความเสียหาย และเมืองเนเปิลส์ (Naples) ตกอยู่ในภาวะอัมพาต ทำให้อิตาลีต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อฟื้นฟูจนต้องสละสิทธิการเป็นเจ้าภาพ แต่การปะทุของภูเขาไฟในครั้งนั้นไม่ทำให้กีฬาโอลิมปิกต้องยกเลิก เพราะคณะกรรมการโอลิมปิกสากลได้เปลี่ยนให้กรุงลอนดอนเป็นเจ้าภาพโดยให้เวลาเตรียมตัวเพียง 10 เดือนเท่านั้น สมาคมโอลิมปิกแห่งอังกฤษใช้เวลาดังกล่าวเร่งมืออย่างเต็มที่ แม้กระทั่งสร้างสนามกีฬาใหม่เพื่อรองรับการแข่งขันครั้งนี้โดยเฉพาะ ยุโรปเข้าสู่สงคราม ในช่วงที่สงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่มขึ้นในปี 1914 เบอร์ลินกำลังอยู่ในช่วงเตรียมตัวจัดกีฬาโอลิมปิกปี […]

“Bastille Day” เหตุการณ์ต้านอำนาจกษัตริย์ – จุดเริ่มต้นของการ ปฏิวัติฝรั่งเศส

14 กรกฎาคม คือวันที่ฝรั่งเศสเฉลิมฉลองวันครบรอบการ ปฏิวัติฝรั่งเศส วันที่นักปฏิวัติลุกขึ้นต่อต้านกษัตริย์และยึดหนึ่งในสัญลักษณ์ของสถาบันกษัตริย์ที่ทรงพลังที่สุดชิ้นหนึ่ง ชาวเมืองที่เต็มไปด้วยโทสะบุกโจมตีคุกบัสตีย์ (Bastille) ในกรุงปารีสเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1789 พวกเขาโจมตีหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ต้องห้ามมากที่สุดของราชาธิปไตย คุกถูกทำลายด้วยความโกรธแค้นของการปฏิวัติในอีกไม่กี่เดือนต่อมา แต่มรดกของคุกที่ถูกทำลายยังคงอยู่ นั่นคืองานเฉลิมฉลองทั่วฝรั่งเศสในวัน Bastille หรือ la Fête Nationale (วันหยุดประจำชาติ) วันครบรอบประจำปีของการ ปฏิวัติฝรั่งเศส คุกบัสตีย์สูงราวแปดหอคอย สร้างขึ้นในปี 1357 เพื่อปกป้องปารีสจากผู้รุกรานชาวอังกฤษในช่วงสงครามร้อยปี มีจุดประสงค์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับประตูด้านตะวันออกของเมือง ประตู Port Saint-Antoine Bastille ถูกรายล้อมด้วยคูน้ำและอาวุธเพื่อปกป้องเมือง เมื่อเวลาผันผ่าน จุดประสงค์ของมันก็ได้เปลี่ยนไป กลายเป็นคุกของรัฐและเป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังของการเข้าถึงราชวงศ์และการปราบปรามเสรีภาพในการพูดของชาวเมือง ในยุคก่อนการ ปฏิวัติฝรั่งเศส กษัตริย์มีอำนาจในการออกหนังสือ “lettres de cachet” ซึ่งเป็นพระราชกฤษฎีกาที่ส่งไพร่พลของพระองค์เข้าคุกโดยไม่มีการพิจารณาคดี ไม่มีวันปล่อย และไม่มีการอุทธรณ์ใดๆทั้งสิ้น พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ใช้อำนาจนี้ในทางที่ผิด จดหมายได้ถูกส่งให้กับผู้ไม่เห็นด้วยทางการเมือง หรือใช้จดหมายเพื่อลงโทษผู้กระทำการลามกอนาจาร คนจัดพิมพ์ข้อความเพื่อปลุกปั่นคนในเมือง และขุนนางที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ดังนั้นผู้ถูกคุมขังใน Bastille หลายคนจึงเป็นขุนนางหรือนักเขียน เช่น […]