ครั้งหนึ่ง สหรัฐอเมริกาเคยทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ในอวกาศ เพราะเหตุใด?

ครั้งหนึ่ง สหรัฐอเมริกาเคยทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ในอวกาศ เพราะเหตุใด?

ผลจากโครงการทดลอง Starfish Prime ในปี 1962 ของสหรัฐอเมริกา คือคำเตือนของสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นหากสนามแม่เหล็กโลกระเบิดอีกครั้งเนื่องจากปริมาณของกัมมันตภาพรังสีที่มากเกินไป

มันเป็นบรรยากาศที่มืดครึ้มเมื่อพ่อของ Greg Spriggs พาครอบครัวของเขาไปที่จุดสูงสุดบนหมู่เกาะมิดเวย์อะทอลล์  (Midway Atoll) เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 1962 ในคืนนั้นไกลไปอีกพันกิโลเมตร กองทัพสหรัฐฯ ได้กำหนดวันที่ในการปล่อยจรวดสู่อวกาศเพื่อทดสอบการการระเบิดของระเบิดปรมาณู (Fusion bomb)

ผู้ชมที่กำลังเฝ้ามองการระเบิดในฮาวายต่างหาตำแหน่งถ่ายภาพที่ดีที่สุดหลังจากได้รับฟังการนับถอยหลังที่ออกอากาศทางวิทยุคลื่นสั้น ช่างภาพเล็งเลนส์กล้องไปที่ขอบฟ้าและอภิปรายถึงการตั้งค่ากล้องที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพการระเบิดของเทอร์โมนิวเคลียร์ในอวกาศ ปรากฎว่าระเบิดซึ่งเป็นระเบิดขนาด 1.4 เมกะตัน ซึ่งทรงพลังกว่าระเบิดที่ฮิโรชิมาถึง 500 เท่า ได้เกิดระเบิดขึ้น “เมื่ออาวุธนิวเคลียร์นั้นดับลง ท้องฟ้าทั้งขอบฟ้าที่ดูมืดมิดก็สว่างไสวไปทุกทิศทุกทาง ดูเหมือนตอนเที่ยงเลยครับ” Spriggs กล่าว

การทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ โครงการ Starfish Prime ทำให้เกิดระเบิดที่ระดับความสูงราว 402 กิโลเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับระดับความสูงที่สถานีอวกาศนานาชาติโคจรอยู่ในปัจจุบัน กินเวลานานถึง 15 นาทีหลังจากการระเบิดครั้งแรก อนุภาคที่มีประจุจากการระเบิดชนกับโมเลกุลในชั้นบรรยากาศของโลก ทำให้เกิดแสงออโรราเทียมที่สามารถมองเห็นได้ไกลถึงนิวซีแลนด์

ช่วงสงครามเย็นที่กำลังเดือดระอุ

หนึ่งปีก่อน หรือในปี 1961 สถานการณ์การเจรจาระหว่างประเทศเพื่อห้ามการทดสอบนิวเคลียร์นั้นย่ำแย่ หลังจากไม่มีการทดสอบมาเป็นเวลาสามปี สหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกาต่างแยกตัวออกจากการพักการทดสอบ โดยที่โซเวียตทำการทดลองระเบิด 31 ครั้ง รวมถึงซาร์บอมบา (ชื่อเล่นที่ใช้เรียกระเบิดไฮโดรเจน AN602 ของสหภาพโซเวียต) ซึ่งเป็นระเบิดนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยจุดชนวน ได้ทำการปล่อยในเดือนตุลาคม 1961 ประมาณ 13,000 ฟุตเหนือเกาะในอาร์กติกเซอร์เคิล

การแข่งขันทางอวกาศได้เข้าสู่ช่วงเริ่มต้น กองทัพสหรัฐฯ เองก็ไม่หวั่นกับการส่งสิ่งต่างๆ ขึ้นไปบนอวกาศเพื่อทำการทดลอง โดยกระทรวงกลาโหมอยู่ในระหว่างโครงการเพื่อนำเข็มทองแดง 500 ล้านเข็มขึ้นสู่วงโคจร ในความพยายามในการสะท้อนคลื่นวิทยุและช่วยการสื่อสารทางไกล การขนส่งอวกาศมีแม้กระทั่งแผนการจุดชนวนระเบิดบนดวงจันทร์ แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวไปในที่สุด

นักวิทยาศาสตร์และบุคลากรทางทหารต่างกระตือรือร้นที่จะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากการระเบิดของนิวเคลียร์ถูกจุดขึ้นในอวกาศ โดยเฉพาะสิ่งที่อยากรู้คือ มันจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกับสนามแม่เหล็กของโลก เมื่อสองปีก่อน Explorer 1 ดาวเทียมดวงแรกของอเมริกาได้ค้นพบโดยบังเอิญว่าโลกถูกล้อมรอบด้วยวงกลมคล้ายโดนัทของรังสีที่รุนแรงซึ่งยึดไว้กับสนามแม่เหล็กของมัน ต่อมาพวกเขาได้ตั้งชื่อมันว่า Van Allen ตามชื่อ James Van Allen นักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยไอโอวาที่ค้นพบแถบรังสีนี้

David Sibeck นักวิทยาศาสตร์จากภารกิจ Van Allen Space Probes ของ NASA กล่าวว่า “อย่างที่ Van Allen กล่าวตอนที่เขาค้นพบแถบรังสี พื้นที่ไม่ว่าง และพื้นที่มีกัมมันตภาพรังสี “การค้นพบของ Van Allen นั้นน่ากังวลเพราะว่ายานอวกาศหรือนักบินอวกาศในอนาคตที่เราส่งไปนั้นจะต้องสัมผัสกับรังสีนี้ และนั่นเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงในตอนนั้น” ก่อนการทดสอบ นักวิทยาศาสตร์คิดว่าโครงการ Starfish Prime จะส่งผลกระทบแถบรังสีของโลกนี้ในระดับที่น้อยที่สุด ในระหว่างการแถลงข่าวในเดือนพฤษภาคม 1962 ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดีกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำเสียงที่ถากถางว่า “ผมรู้ว่าแถบรังสีแวนอัลเลนมีปัญหาเกิดขึ้น แต่แวน อัลเลนก็ยังยืนกรานว่าแถบรังสีนี้จะไม่ส่งผลกระทบใดๆ” แต่แวน อัลเลนคิดผิด

(ฟังคลื่นเสียงที่พิสูจน์เรื่องทฤษฎีแถบรังสีของแวน อัลเลน ได้ที่นี่)

การส่งออกนิวเคลียร์

หลังจากล่าช้าไปสี่วันเพื่อรอสภาพอากาศที่สมบูรณ์แบบ โครงการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ Starfish Prime ได้เปิดตัวจรวด Thor จาก Johnston Atoll ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ห่างจากฮาวายไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 750 ไมล์ทะเล กองทัพยังได้ส่งขีปนาวุธขนาดเล็กจำนวน 27 ลูกที่บรรจุเครื่องมือวิทยาศาสตร์ไปพร้อมกันเพื่อวัดผลกระทบจากระเบิด เครื่องบินและเรือเข้าประจำตำแหน่งเพื่อบันทึกผลการทดสอบ พลุได้ถูกจุดขึ้นมาเพื่อหวังจะไล่นกที่อยู่บริเวณนั้นเพื่อป้องกันอันตรายจากแสงที่อาจส่งผลกระทบต่อเหล่านก

นักวิทยาศาสตร์รู้อยู่แล้วว่าระเบิดนิวเคลียร์ในอวกาศมีผลกระทบแตกต่างจากบนพื้นดินอย่างมาก Spriggs กล่าว “ไม่มีเมฆรูปเห็ด (Mushroom cloud เป็นเมฆที่มีลักษณะรูปทรงคล้ายเห็ด เกิดจากควัน ไฟ หรือเถ้าถ่าน เกิดเนื่องจากแรงระเบิดอย่างมหาศาล) หรือ Double flash” ผู้คนที่อยู่บนพื้นจะไม่รู้สึกถึงแรงกระแทกหรือได้ยินเสียงใดๆ มีเพียงแสงสว่างที่เกิดจากลูกบอลพลาสมา ซึ่งดูเหมือนว่าจะสามารถเปลี่ยนสีได้ เมื่ออนุภาคที่มีประจุจากการระเบิดถูกผลักลงสู่ชั้นบรรยากาศด้วยสนามแม่เหล็กของโลก ผลกระทบนี้ทำให้เกิดแสงออโรร่าเทียมที่มีสีสันต่างออกไป และนี่คือสาเหตุที่บางครั้งเรียกว่า “ระเบิดสีรุ้ง”

เนื่องจากสนามแม่เหล็กของโลกจับรังสีไอออไนซ์จากการทดสอบ Starfish Prime จึงได้สร้างแถบรังสีเทียมขึ้นมาใหม่ซึ่งแข็งแรงและใช้งานได้ยาวนานกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้ “แถบรังสีปลาดาว” ที่คาดไม่ถึงน่าจะคงอยู่อย่างน้อย 10 ปี “มันเป็นเรื่องน่าสงสัยทำไมมันถึงอันตรายได้ขนาดนี้ มันจะอยู่ได้นานขนาดไหน กี่ดาวเทียมที่ต้องเกิดความเสียหายและอีกกี่ชีวิตที่จะต้องตาย” ซิเบคกล่าว

ผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม การทดสอบได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญบางประการเกี่ยวกับการแผ่รังสีรอบโลก ระเบิดปล่อยตัวติดตามไอโซโทปพิเศษที่เรียกว่าแคดเมียม-190 จุดประสงค์เดิมคือเพื่อติดตามผลเสียจากการทดสอบ แต่ก็กลายเป็นแหล่งข้อมูลที่มีค่าสำหรับการทำความเข้าใจรูปแบบสภาพอากาศในบรรยากาศชั้นบนได้เช่นกัน

การทดสอบยังช่วยให้สหรัฐฯ เข้าใจวิธีตรวจจับการระเบิดของนิวเคลียร์ในอวกาศ และสร้างระบบใหม่ซึ่งต่อมาเรียกว่า Vela Hotel เพื่อเป็นการช่วยตรวจสอบโดยประเทศอื่นๆ ความก้าวหน้าดังกล่าวช่วยให้สนธิสัญญาห้ามทดลองนิวเคลียร์ในอวกาศได้ก้าวใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น

แต่มันก็ยังมีแหล่งกำเนิดรังสีอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในอวกาศอีกเช่นกัน Sibeck กล่าวว่า มีโอกาสน้อยมากที่เปลวไฟจากดวงอาทิตย์ในช่วงเวลาที่เหมาะสมสามารถกระทบกับดาวเคราะห์ด้วยปริมาณรังสีที่ใกล้เคียงกันได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นเลย

“ถ้ามันเกิดขึ้นจริงมันคงจะต้องเป็นเหตุการณ์ที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ฉันเกิดมาเลยแหละ” เขากล่าว “แต่มีพายุ (สนามแม่เหล็กโลก) ที่ขนาดใหญ่ขนาดนั้นนะ เรารับรู้ได้จากแสงออร่าที่ละติจูดกลางหรือต่ำในยามรุ่งอรุณบวกกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย

พายุแม่เหล็กโลกที่ใหญ่ที่สุดที่เคยบันทึกไว้ เรียกว่าเหตุการณ์คาร์ริงตัน พัดถล่มโลกในปี 1859 ทำให้เกิดแสงออโรร่าเหนือออสเตรเลีย และทำให้เกิดไฟฟ้าช็อตแก่เจ้าหน้าที่โทรเลขในอเมริกา หากเกิดพายุที่คล้ายกันในวันนี้ ผลที่ตามมาจะร้ายแรงยิ่งกว่าสายโทรเลขที่พังเสียอีก

“หลายๆ อย่างขึ้นอยู่กับชิปและพลังของคอมพิวเตอร์มากกว่าสิ่งที่เคยมีในปี 1859 สิ่งต่างๆ ในบ้าน สิ่งของในรถ การสื่อสารต่างๆ มันจะเลวร้ายกว่านี้มาก” Sibeck กล่าว

ในกรณีที่ไม่น่าเป็นไปได้ คือระเบิดนิวเคลียร์อีกลูกจะระเบิดในอวกาศ เจฟฟ์ รีฟส์ นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอส อาลามอส ในนิวเม็กซิโก กำลังทำงานเพื่อหาวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการกำจัดแถบรังสีที่ทำจากระเบิดนิวเคลียร์ ในการออกแบบของเขา เครื่องส่งสัญญาณที่ติดตั้งบนดาวเทียมจะกระทบกับรังสีที่ติดอยู่กับคลื่นวิทยุ AM แบบพิเศษ ซึ่งจะผลักอนุภาคที่มีประจุให้ต่ำลงสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งพวกมันจะถูกดูดซับหายไปอย่างไม่เป็นอันตราย

เรื่อง BRIAN GUTIERREZ

แปล สิรภัทร จิตต์ชื่น

โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม ประวัติของ อาวุธนิวเคลียร์ ยุทโธปกรณ์ที่เปลี่ยนโลกจนทุกวันนี้

เรื่องแนะนำ

รำลึกเหตุการณ์ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์

ย้อนรำลึกถึงอดีตสัญลักษณ์ของมหานครนิวยอร์ก "อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์" ก่อนถึงกาลอวสานจากก่อการร้ายเมื่อ 17 ปีก่อน เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์คือศูนย์กลางการเงิน, ห้างสรรพสินค้า, สำนักงาน ตลอดจนจุดชมวิวและแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เงาความยิ่งใหญ่ของเวิลด์เทรดทอดยาวทับเมือง ในขณะที่ความสูงก็สูงเสียจนมองจากมุมไหนของนิวยอร์กก็ยังคงเห็นเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในสายตา

กู้มรดกแดนน้ำแข็ง

เรื่อง เอ. อาร์. วิลเลียมส์ ภาพถ่าย เอริกา ลาร์เซน แหล่งโบราณคดีนูนัลเลก (Nunalleq) บนชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของอะแลสกาเก็บรักษาช่วงเวลาแห่งหายนะ โดยแช่แข็งเอาไว้ในกาลเวลา ผืนดินโคลนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเกลื่อนกล่นไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ประจำวันซึ่งชนพื้นเมืองเผ่ายูปิก (Yupik) เคยใช้ ทุกอย่างถูกทิ้งไว้ในสภาพเดิม ขณะเกิดการบุกโจมตีอย่างดุเดือดเมื่อเกือบสี่ศตวรรษมาแล้ว รอบอาณาบริเวณของสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสิ่งปลูกสร้างด้วยดินและหญ้าหรือบ้านดิน (sod house) ขนาดใหญ่ ปรากฏร่องรอยของไฟที่จุดรมผู้อยู่อาศัยราว 50 คนให้ออกมา คนเหล่านี้อาศัยอยู่ที่นี่เมื่อไม่ได้ออกไปล่าสัตว์ ตกปลา หรือเก็บพืชผลดูเหมือนไม่มีใครรอดชีวิต โครงกระดูกของผู้หญิง เด็ก และคนชราพบอยู่รวมกัน ทุกคนคว่ำหน้าอยู่ในโคลน บ่งบอกว่าคงถูก จับและสังหาร โศกนาฏกรรมจากอดีตอันไกลโพ้นกลายเป็นคุณูปการต่อวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ดังเช่นที่มักเกิดกับแวดวงโบราณคดี ที่นูนัลเลก นักโบราณคดีขุดพบศิลปวัตถุกว่า 2,500 ชิ้นในสภาพที่ไม่บุบสลาย ตั้งแต่เครื่องใช้ในการกินไปจนถึงข้าวของชิ้นพิเศษอย่างหน้ากากไม้ที่ใช้ในพิธีกรรม เข็มสักทำจากงาช้าง และเข็มขัดที่ร้อยจากฟันของกวางคาริบู สิ่งของเหล่านี้ได้รับการรักษาสภาพไว้อย่างดีจนน่าแปลกใจ จากการถูกแช่แข็งอยู่ในพื้นดินมาตั้งแต่ราวปี 1660 เศษตะกร้าและเสื่อยังคงรักษาลวดลายสานอันละเอียดลออไว้ได้ และเมื่อแหวกมัดหญ้าเปื้อนโคลนออก คุณจะเห็นใบหญ้าเรียวสีเขียวสดถูกเก็บรักษาไว้ข้างใน “หญ้าพวกนี้ตัดมาตั้งแต่สมัยเชกสเปียร์ยังมีชีวิตเชียวนะครับ” ริก คเนกต์ หัวหน้านักโบราณคดี พูดอย่างตื่นเต้น คเนกต์ทำงานประจำอยู่ที่มหาวิทยาลัยแอเบอร์ดีนในสกอตแลนด์ เขามองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างการทำลายล้างที่นูนัลเลกกับนิทานเก่าแก่ซึ่งชาวยูปิกในปัจจุบันยังจำกันได้ มุขปาฐะเป็นขนบที่เก็บรักษาความทรงจำของช่วงเวลาที่นักประวัติศาสตร์เรียกว่า […]

สำรวจโลก : นาฏลีลาเก่าแก่กลับมารุ่งเรือง

เรื่อง กูลนาซ ข่าน แม้ศิลปะการร่ายรำจะถือเป็นภาษาเก่าแก่ที่สุดภาษาหนึ่งในโลก ทว่าหลายครั้งความสำคัญเชิงวัฒนธรรมของมันกลับเลือนหายไป กระนั้น ปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกคือ ศิลปะการร่ายรำหรือนาฏศิลป์บางอย่างกำลังฟื้นคืนชีพ ขณะที่บางอย่างได้รับดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัย ตัวอย่างเช่นเมื่อปี 2011 บียอนเซนำระบำพื้นเมือง ของเอธิโอเปียที่เรียกว่า เอสคิสตา (Eskista) มาใช้ ในมิวสิกวิดีโอเพลง “Run the World (Girls)” บางครั้งการกลับมาของการร่ายรำเก่าแก่บางอย่างก็เปลี่ยนแนวทางปฏิบัติเรื่องเพศไปอย่างกลับตาลปัตร เช่น ระบำมอร์ริส (morris dance) อายุเก่าแก่ 500 ปีของอังกฤษที่เคยเป็นการละเล่นในหมู่ผู้ชาย กลับกลายเป็นที่นิยมในหมู่หญิงล้วน ขณะที่ผู้ชายในตุรกีสามารถโชว์ลีลาระบำหน้าท้อง เช่นที่เคยทำในยุคจักรวรรดิออตโตมัน ในอดีต ศิลปะการร่ายรำเคยกลับมารุ่งเรือง เช่นในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา การเต้นรำได้รับความนิยมขึ้นอีกครั้ง เมื่ออำนาจในการควบคุมชีวิตทางโลกของศาสนจักรอ่อนแรงลง แม้แต่การเต้นรำจังหวะวอลต์ซซึ่งทุกวันนี้ถือว่าเป็นการ เต้นรำแบบคลาสสิก ก็เคยถูกสั่งห้ามมาแล้ว เพราะ ถูกมองว่าส่งเสริมการถูกเนื้อต้องตัวระหว่างเพศ   อ่านเพิ่มเติม : ศิลปะเกาหลีเหนือที่เป็นมากกว่าโฆษณาชวนเชื่อ, นาฏยโนรา จิตวิญญาณแห่งแดนใต้

ปลากัดไทย … มัจฉานักสู้ผู้ล้ำค่าสง่างาม

เสียงฮือฮาดังกระหึ่ม เมื่อ ปลากัดไทย กำลังพองตัวว่ายวนดูเชิงชั้นคู่ต่อสู้… กระโดงและครีบหางสีน้ำเงินแกมแดงโบกสะบัดพัดพลิ้วไปมาอย่างมีชั้นเชิงอ่อนช้อยงดงาม ฉับพลัน มันก็ถูกจู่โจมด้วยคมฟันอันแหลมกริบเข้าที่ใต้ลำตัว มันตอบโต้ เข้าที่แพนหางของฝ่ายตรงข้ามเช่นเดียวกัน ทั้งคู่ต่างพันตู รุกรับด้วยคมเขี้ยวและเชิงชั้นอย่างทรหดอดทน เนิ่นนานอีกหลายนาที ปลากัดอีกตัวก็ว่ายหนีเตลิด ไม่ยอมเข้าต่อกร มันว่ายหนีไปรอบแบบไม่ยอมเข้าใกล้ ปลากัดไทย อีกตัวจึงเป็นผู้ชนะไปตามกติกา ด้วยอาการพองตัวอย่างลำพองไม่ผิดกับชัยชนะของมนุษย์แต่อย่างใด… นี่คือบทบาทแห่งสายเลือดมรดกตกทอดของ “ปลากัด” มัจฉานักสู้ผู้ล้ำค่าสง่างาม อีกเอกลักษณ์หนึ่งอันทรงคุณค่าของความเป็นไทย ไม่มีชาติใดเสมอเหมือน ปลากัดมีลักษณะพิเศษ คือ มีสัญชาติญาณเป็นปลานักสู้ตลอดชีวิตของมัน มีวิญญาณทรหด อดทน กัดได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญให้คนนำมันมากัดแข่งกัน กลายเป็นเกมกีฬาที่คนไทยนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณ ประวัติศาสตร์ของปลากัดไทย สมัยก่อนในชนบทเมื่อชาวบ้านเสร็จจากงานเพาะปลูก มักจะหอบหิ้วเอาปลากัดมากัดแข่งขันกันเป็นงานอดิเรก และเป็นความเพลิดเพลินถือเป็นกีฬาพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งของสยามประเทศที่นิยมกันอย่างแพร่หลายสืบมา เสน่ห์ของปลากัดที่นอกจากจะมีลีลาการต่อสู้ที่ดุเดือดเร้าใจและทรหดอดทนแล้ว จากบันทึกของมิสเตอร์ เอช. เอ็ม. สมิท  ที่ปรึกษาด้านสัตว์น้ำในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งได้ชมการกัดปลามามากกว่า 100 ครั้ง บันทึกไว้ว่า… การกัดปลาของคนไทยไม่ใช่เรื่องโหดร้าย ป่าเถื่อน สยดสยองเหมือนดังที่เข้าใจกัน แต่เป็นการต่อสู้ที่เร้าใจ เต็มไปด้วยศิลปะ และความงาม ในลีลาการเคลื่อนไหวที่สง่างาม คล่องแคล่ว […]