"อีลอน มัสก์" ผู้ประกอบการที่อาจหาญที่สุดแห่งยุค - National Geographic Thailand

“อีลอน มัสก์” ผู้ประกอบการที่อาจหาญที่สุดแห่งยุค

“อีลอน มัสก์” ผู้ประกอบการที่อาจหาญที่สุดแห่งยุค

อีลอน มัสก์ คือหนึ่งในผู้ประกอบการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคเรา การหลอมรวมความฉลาดสุดขั้วแรงขับไม่วางวาย และความเชื่อแน่วแน่เข้าไปในไอเดียกล้าได้กล้าเสียของเขา หนังสือเล่มนี้คือภาพเบื้องหลังให้ได้เห็นอย่างใกล้ชิดชวนตะลึงว่าเทสลา สเปซเอกซ์ และโซลาร์ซิตีก่อตั้งขึ้นมาได้อย่างไร และอีลอนทำงานอย่างไรถึงนำพาความปรารถนาให้บรรลุผลได้ เขาคือบุคคลพิเศษไม่เหมือนใครที่กำลังเปลี่ยนโลก และหนังสือของแอชลีย์ แวนซ์ก็คือหลักฐานตอกย้ำว่าไอเดียพลิกเกมของอีลอนริเริ่ม ถือกำเนิด และตอนนี้เจริญงอกงามได้อย่างไร” – ดร.เจ. เครก เวนเทอร์ ผู้ลำดับจีโนมนุษย์คนแรกและผู้สร้างชีวิตสังเคราะห์

หนังสือน่าตื่นใจเล่มนี้จะทำให้คุณอยากเริ่มตั้งบริษัท สร้างยานอวกาศ และไปเยือนดาวอังคาร เสียอย่างเดียวก็คือสุดท้ายแล้วคุณจะระลึกได้ว่าคุณไม่ใช่ อีลอน มัสก์ – แอรอน เลวีย์ ซีอีโอแห่งบริษัทบ็อกซ์

อีลอน มัสก์ คือชายที่เหมือนนั่งอยู่ในใจผมเอง เขาคือผู้กล้าเสี่ยงที่ไม่หวั่นไหวไปกับความถดถอยและมุ่งมั่นจะสร้างความมั่นคงให้อนาคตอันสดใสของมนุษยชาติ งานเขียนชีวประวัติอันสุกสกาวของแอชลีย์ แวนซ์ เล่มนี้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตวันแสนพิเศษและจิตวิญญาณอิสระเสรีของมัสก์ออกมา” – ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้งเวอร์จินกรุ๊ป

 

จากรถยนต์ไฟฟ้า Tesla สู่อาณานิคมบนดาวอังคาร เรื่องราวชีวิตของผู้ประกอบการที่อาจหาญที่สุดในยุคของเรา “อีลอน มัสก์”หนังสือที่เป็น Best Book of the Year จากทุกโพล และมียอดขายมากกว่า 1.5 ล้านเล่ม

พบกันเร็วๆนี้ ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้แล้ววันนี้ ที่นี่ 

ราคา 315บาท


——————————–
ทดลองอ่านได้ ที่นี่ 

 

เรื่องแนะนำ

เชียร์ ฑิฆัมพร แบ่งปันความสุขในการอ่านกับน้องๆ โรงเรียนวัดบางคูวัด

พาไปส่องสาวเก่ง เชียร์ ฑิฆัมพร กับกิจกรรมอ่านสร้างสุข อีกหนึ่งสาวเก่งมากความสามารถ เชียร์ ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ ที่วันนี้จะมาส่งต่อความสุขและความสนุกของการอ่านหนังสือ กับโครงการ The Happy Read ส่งความรู้สร้างความสุข โครงการดีๆ จากทางบริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด มหาชน และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ให้แก่น้องๆ โรงเรียนวัดบางคูวัด จังหวัดปทุมธานี บรรยากาศการพูดคุยระหว่างนักแสดงสาวและน้องๆ นักเรียนโรงเรียนวัดบางคูวัดเป็นไปอย่างสนุกสนาน เริ่มจากสาวเชียร์ได้แชร์ประสบการณ์ในวัยเด็กเกี่ยวกับการอ่านหนังสือว่า เธอชอบใช้ชีวิตในแต่ละวันกับเรื่องสนุก แต่ก็ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับการอ่านหนังสือ เพราะความรู้ในหนังสือคืออาวุธสำคัญที่เราจะพกไปต่อสู้กับข้อสอบ อีกทั้งยังให้เคล็ดลับสำหรับคนที่อยากเริ่มอ่านหนังสือไว้ว่า “เคล็ดลับการอ่านของเชียร์ คือจะอ่านหนังสือเพียงวันละตอน แต่หลายเล่ม จะทำให้เราสนุก และอยากจะวนกลับมาอ่านตอนต่อไปของแต่ละเล่มไวๆ” เพิ่มความสนุกด้วยนิทานประกอบเพลงน่ารักๆ ของน้องเฟิร์ส ตัวแทนเด็กน้อยนักอ่านชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียนวัดบางคูวัด โดยหนังสือเรื่องที่น้องเฟิร์สเลือกนำมาอ่านให้เพื่อนๆ และสาวเชียร์ฟังในวันนี้คือเรื่อง คุณฟองนักแปรงฟัน นอกจากเนื้อเรื่องจะน่ารักเหมาะกับน้องๆ วัยเรียนแล้ว ยังมีท่อนสร้อยที่สาวเชียร์ชวนน้องๆ นักเรียนคนอื่นๆ ช่วยกันร้องและปรบมือตามจังหวะกันอย่างสนุกสนาน เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกันทั้งห้องสมุด […]

แบ่งปันมุมมองใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมการอ่าน ไปกับ แพรว เฌอมาวีร์

นอกจากความน่ารัก สดใสแล้ว แพรว เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค  ก็ยังมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการอ่านหนังสือมาแบ่งปันให้กับน้องๆ โรงเรียนวัดสะพานหิน จังหวัดตราด ในโครงการดีๆ The Happy Read ส่งความรู้สร้างความสุข สำหรับ The Happy Read ส่งความรู้สร้างความสุข นี้ เป็นโครงการที่ทางบริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด มหาชน และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกันจัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยมีนิสัยรักการอ่าน โดยจะมีกิจกรรมต่อเนื่องจากปี 2561 ไปจนถึงปี 2562 เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีจากการอ่านได้ ไม่ใช่เพียงการมอบหนังสือแล้วจบไปเป็นครั้งๆ แต่ยังมีกิจกรรมร่วมกับโรงเรียนในโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การติดตามผล การสร้างแรงบันดาลใจในการอ่านจากเหล่าคนดังซึ่งจะแวะเวียนกันไปเยี่ยมน้องๆ ในโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศไทย สำหรับครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่มีดาราดังไปสร้างแรงบันดาลใจในการอ่านให้กับเด็กๆ ซึ่งเมื่อ แพรว เฌอมาวีร์ เดินทางถึงโรงเรียนวัดสะพานหิน จ.ตราด ก็เริ่มกิจกรรมด้วยการพูดคุยกับคุณครูของโรงเรียนวัดสะพานหิน ผู้ที่ช่วยส่งเสริมกิจกรรมรักการอ่านและปลูกฝังให้เด็กๆ […]

เช็กสัมภาระให้ดีก่อนขึ้นเครื่องบิน

เช็คให้ดีก่อนนำ สัมภาระขึ้นเครื่อง ทุกวันนี้ การเดินทางโดยเครื่องบินเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น แต่เนื่องจากการเดินทางทางอากาศยานนั้นมีความจำเป็นต้องรักษาความปลอดภัยด้านการบิน จึงมีการกำหนดให้ผู้โดยสารสามารถนำสัมภาระขึ้นเครื่องบินได้อย่างจำกัด เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง เรามาเช็กกันดูว่าอะไรที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้บ้าง หมายเหตุ *เซิร์ฟบอร์ด หรือวินด์เซิรฟ์ โดยปกติไม่อนุญาต ยกเว้นในกรณีผู้โดยสารเดินทางเข้าหรืออกจากประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์ สามารถนำเซิร์ฟบอร์ด หรือวินด์เซิรฟ์ 1 ชิ้นรวมเข้าในสิทธิ์สัมภาระ โดยผู้โดยสารที่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าว เป็นผู้โดยสารที่มีการแวะพัก (stopover) ที่กรุงเทพฯ **มาตรการจำกัดปริมาณของเหลว เจล และสเปรย์ขึ้นเครื่องบิน ของเหลว เจล และสเปรย์ทุกชนิด ต้องบรรจุในภาชนะที่มีความจุไม่เกิน 100 มิลลิลิตร สำหรับภาชนะที่เกิน 100 มิลลิลิตร แม้จะมีของเหลว เจล หรือสเปรย์ เพียงเล็กน้อย ก็ไม่สามารถนำขึ้นห้องโดยสารได้ ภาชนะทั้งหมดต้องใส่รวมไว้ในถุงพลาสติกใสซึ่งเปิด-ปิดผนึกได้ โดยถุงพลาสติกใสต้องมีขนาดไม่เกิน 1 ลิตร ของเหลวที่ได้รับการยกเว้น ได้แก่ นม และอาหารสำหรับเด็กทารกในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงยาที่มีเอกสารกำกับชัดเจน ของเหลว เจล และสเปรย์ ที่ซื้อจากร้านค้าปลอดอากร (duty free shop) […]

Jurassic Plastic : ไดโนเสาร์จากของเล่นพลาสติก

บนข้อเท็จจริงที่ว่า พลาสติก ผลิตมาจากกระบวนการปิโตรเลียม ซึ่งนักเคมีค้นพบว่า น้ำมันเหลือทิ้งจากโรงกลั่นสามารถนำมาผลิตเป็นมอนอเมอร์ (monomer) เพื่อสร้างพอลิเมอร์ใหม่ๆ ทดแทนพอลิเมอร์จากธรรมชาติอย่างยางพารา ผลิตได้ง่ายกว่า ในต้นทุนราคาที่ต่ำกว่า ทำให้ในระยะเวลาเพียงร้อยกว่าปี พลาสติก กลายเป็นวัสดุที่ครองโลกได้อย่างรวดเร็ว และกลายเป็นขยะในช่วงเวลาเพียงพริบตา บนข้อเท็จจริงที่ว่า น้ำมันดิบ ต้นเรื่องของพลาสติก เกิดจากเศษซากของไดโนเสาร์ที่เคยยิ่งใหญ่และครองโลกในยุคดึกดำบรรพ์มานั้น แม้วันนี้จะสูญพันธุ์ไปสิ้น แต่เศษซากที่กลายเป็นพลังงานธรรมชาติให้โลกนั้นยังคงอยู่ เพียงแต่เศษซากส่วนหนึ่งของไดโนเสาร์ที่กลับมาครองโลกอีกครั้งเป็นรูปแบบพลาสติก พร้อมกับพลังทำลายล้างที่ต้องรอวันย่อยสลายถึง 450 ปี วันที่ไดโนเสาร์กลับมาครองโลกอีกครั้ง วันนี้ พลาสติกที่ผลิตขึ้นชิ้นแรกของโลกยังไม่ย่อยสลาย ความตระหนัก บวกกับความกังวลใจในข้อเท็จจริงดังกล่าว เกิดเป็นคำถามที่คละด้วยความวิตกของ ฮิโรชิ ฟูจิ ศิลปินชาวญี่ปุ่น ที่โลกผลิตพลาสติกออกมาอย่างมหาศาล เพียงช่วงเวลา 100 กว่าปี สิ่งของทุกอย่างทำมาจากพลาสติก และมนุษย์ต่างใช้พลาสติกเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ศิลปินกล่าวว่า ในปีที่เขาเกิดคือปี 1960 เป็นยุคที่เขายังไม่ได้รู้จักกับพลาสติก แต่พอเขาโตขึ้น ทุกคนก็หันมาใช้กันอย่างมากมาย ทำให้เกิดข้อคำถามที่ว่า หากเขาหยุดใช้พลาสติกจะเป็นอย่างไร คำถามเชิงทดลองเริ่มที่ครอบครัวของเขา ก่อนจะค้นพบว่ามันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อทุกคนบนโลกยังคงใช้กันอยู่ เช่นเดียวกับ “ของเล่น” ที่อยู่ในความทรงจำของเด็กๆ พลาสติกที่เคยเป็นที่รัก แต่มีอายุอันสั้นเพราะความเบื่อหน่าย หรือชำรุดตามสภาพ ฟูจิและภรรยาของเขาจึงเริ่มก่อตั้งตลาดแลกเปลี่ยนของเล่นขึ้นชื่อว่า คาเอโกะ บาซาร์ เริ่มต้นในปี […]