ประกาศรางวัล “ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์” ครั้งที่15 - National Geographic Thailand

ประกาศรางวัล “ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์” ครั้งที่15

ประกาศรางวัล “ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์” ครั้งที่15

25 กันยายน 2561 – บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) จัดงานประกาศผลและมอบรางวัล “ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์” ครั้งที่15 ประจำปีพุทธศักราช 2561 ณ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่คุณชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานบริษัทเพื่อเชิดชูบุคคลหรือหน่วยงานที่เป็นแบบอย่างของการทำงานสร้างสรรค์และอุทิศตนเพื่อสังคม อันก่อให้เกิดการพัฒนาชีวิตของคนในสังคมต่อไป โดยมีคุณเมตตา อุทกะพันธุ์ประธานกรรมการ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธี

บุคคลที่ได้รับรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่15 ประจำปีพุทธศักราช 2561 ได้แก่มกุฏ อรฤดี ผู้ที่ได้เสนอแนวคิดแก่รัฐบาลให้ตั้งสถาบันหนังสือแห่งชาติด้วยหวังที่จะพัฒนาระบบหนังสือทั้งระบบ แม้แนวคิดนี้จะยังไม่เป็นรูปธรรมทั้งหมดแต่นับเป็นสิ่งที่น่าสนใจและเห็นถึงความตั้งใจที่จะผลักดันภาครัฐให้เห็นถึงความสำคัญของหนังสือ ดังที่คุณมกุฏเคยกล่าวไว้ว่า

“ประเทศไทยหากรัฐบาลไม่ใส่ใจเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการอ่าน การเรียนรู้ และสรรพวิชาที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนจัดการด้านความรู้ ความคิด ความเข้าใจในระบบหนังสือตั้งแต่ราก ให้หยั่งลึก ปักโคนมั่นคง ทั่วถึง และไม่คิดเพียงต่อยอดอย่างง่าย ๆ หรือหวังผลใกล้ ๆ ตื้น ๆ เร็ว ๆ เสียแต่วันนี้ อย่านับด้วยร้อยปีเลย จวบวารสิ้นโลก กระทั่งบังเกิดดาวมนุษยชาติดวงใหม่ เราก็ยังล้าหลังเรื่องหนังสือสืบไปชั่วนิรันดร์”

ในช่วงเดียวกันก็เป็นผู้สร้างหลักสูตร และเป็นผู้สอนวิชาบรรณาธิการศึกษาขึ้นในมหาวิทยาลัย  ตลอดถึงอีกหลายโครงการอันเกี่ยวโยงกับระบบหนังสือทั้งสิ้น เช่น โครงการระบบหนังสือหมุนเวียนในโรงเรียนและมัสยิด  โครงการห้องสมุดหนังสือดี โครงการสมุดบันทึกวัยเยาว์ โครงการบันทึกถวายในหลวงรัชกาลที่ ๙ โครงการฝึกฝนผู้ที่มีดวงตาพิการให้เขียนหนังสือ  งานวิจัยเรื่องภาพลวงตาของหนังสือและการอ่านในประเทศไทย  

สิ่งที่คุณมกุฏได้สร้างขึ้นนั้นนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมแล้ว ยังสามารถจุดประกายความคิดของบุคคลทุกช่วงอายุทุกเพศ ทุกวัย ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการอ่านและการเขียนซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และหันมาเห็นถึงความสำคัญของหนังสือกันอย่างจริงจัง แม้ในยามที่พายุโซเชียลมีเดียกำลังโหมกระหน่ำรุนแรง จนหลายคนกล่าวว่านี่คือยุคตะวันตกดินของวงการหนังสือ แต่สำหรับมกุฏ อรฤดี เขากล้าประกาศตัวเองว่าจะเป็นไดโนเสาร์ตัวสุดท้ายที่จะทำหนังสือกระดาษ

มิเพียงแต่ประกาศ แต่ได้ทุ่มเทพิสูจน์ตน พิสูจน์งานให้เห็น และด้วยจิตวิญญาณของนักเขียน ของบรรณาธิการที่รักหนังสือ รักผู้อ่าน และรักสื่อสิ่งพิมพ์กระดาษเหนือกว่าสิ่งใด คณะกรรมการตัดสินจึงได้ร่วมกันพิจารณาแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ให้มกุฏ อรฤดี เป็นผู้ได้รับรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ประจำปีพุทธศักราช 2561

 

เรื่องแนะนำ

เคล็ดลับการเรียนภาษาผ่านการอ่านหนังสือ

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของความร่วมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน เมื่อเรากำลังอยู่ในช่วงที่ฝึกฝนหรือเรียนภาษาต่างประเทศสักภาษา เรามักให้ความสำคัญกับการพูด เราควรให้ความสำคัญกับการเลียนแบบเจ้าของภาษา เนื่องจากเราต้องการพูดภาษาที่เรากำลังเรียนอยู่ให้รวดเร็วที่สุด และมองข้ามความสำคัญในการเรียนภาษาโดยการอ่านไป เนื่องจากหลายคนมองว่าเป็นวิธีที่น่าเบื่อและช้า ซ้ำยังดูเป็นวิชาการมากเกินไป และอาจขัดกับความต้องการของคนส่วนใหญ่ที่เรียนภาษาเพื่อนำไปพูดในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม แนวความคิดที่คนส่วนใหญ่เชื่อถือนี้มักขัดกับหลักการเรียนภาษาที่ถูกต้อง นั่นคือ ถ้าหากคุณอยากพูดภาษาใดภาษาหนึ่งอย่างถูกต้อง คุณต้องอ่านภาษานั้นให้มากๆ ด้วย เนื่องจากการเรียนภาษานั้นเปรียบเสมือนการเชื่อมโยงจุด โดยมีทักษะการฟังเป็นจุดหนึ่ง ความเข้าใจบริบทเป็นจุดหนึ่ง การเลียนแบบเจ้าของภาษาเป็นจุดหนึ่ง และ “การอ่าน” ก็เป็นหนึ่งในจุดที่สำคัญ ดังนั้นหากคุณต้องการเรียนภาษาใหม่ให้ได้อย่างรวดเร็ว คุณก็ควรที่เริ่มอ่านหนังสือด้วยเช่นกัน เหตุผลที่การอ่านหนังสือเป็นวิธีที่ดีในการเรียนภาษา ในการเรียนภาษา เป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องรู้เรื่องของกฎหรือไวยากรณ์ หรือแม้กระทั่งสไตล์ของภาษา ภาษาที่เราได้ยินเจ้าของภาษาพูดอย่างเป็นธรรมชาตินั้น แท้จริงแล้วมีไวยากรณ์ซ่อนอยู่ด้วยเสมอ แม้ว่าพวกเขาดูเหมือนจะไม่ใส่ใจก็ตาม และด้วยการอ่านนี้เองจะช่วยทำให้เรามองเห็นภาพของไวยากรณ์ในภาษาได้ชัดเจนขึ้น และเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการวิเคราะห์โครงสร้างของภาษา เหตุผลหนึ่งคือ เราจะจดจำภาษาได้มากกว่าหากผ่านการมองเห็น และการอ่านจะทำให้มองเห็นตัวภาษา รวมทั้งช่วยในการเชื่อมโยงตัวคำศัพท์กับภาพในสมองได้ดียิ่งขึ้น เช่น […]

ชีวิตติดชลธาร

แสงแดดยามเช้าตกกระทบผิวน้ำ ระยิบระยับตามระลอกคลื่น เรือหางยาวลอยอยู่ใกล้ๆ ดงต้นจาก ชีวิตสองฝั่งริมแม่น้ำบางปะกงกำลังเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เรื่อง ฉัตรดนัย สุขทองสา ภาพถ่าย นันทิยา บุษบงค์ วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวไทยอาศัยและใช้ประโยชน์จากสายน้ำมายาวนาน จนถึงปัจจุบันนี้ การดำเนินชีวิตของมนุษย์ก็ไม่สามารถขาดปัจจัยเรื่องน้ำไปได้ ดังนั้น การบริหารทรัพยากรน้ำจึงเป็นเรื่องแรกๆ ที่ผู้นำต้องพิจารณาเพื่อรองรับการพัฒนา เมื่อความเจริญของเมืองเติบโตมากยิ่งขึ้น การดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคมก็เปลี่ยนแปลงตาม เมื่อครั้งอดีต การทำการเกษตรส่วนใหญ่จะเป็นการทำเกษตรในครัวเรือน คือทำนาปลูกข้าวเพื่อบริโภคให้เพียงพอกับสมาชิกในครอบครัว ส่วนที่เหลือก็แบ่งขายกันต่อไป ต่างจากปัจจุบันที่เน้นการทำเกษตรเพื่อส่งขายตลาด ปริมาณของผลผลิตจึงเป็นแรงผลักดันให้ชาวบ้านเปลี่ยนการทำเกษตรแบบดั้งเดิม มาเป็นการทำเกษตรเพื่อการจำหน่าย เพิ่มพื้นที่เพาะปลูก และพึ่งพาเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อป้อนผลผลิตเข้าสู่ท้องตลาด นั่นหมายถึงการใช้น้ำเพื่อการเกษตรเพิ่มขึ้นตามไปด้วย พื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงเป็นพื้นที่ที่หลายหน่วยงานเข้ามาทำการศึกษาการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น เนื่องจากลุ่มน้ำบางปะกงมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและประชากรที่อยู่โดยรอบ ตามรายงานของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปี 2550 ระบุว่า ผลจากการรุกตัวของน้ำเค็ม ทำให้พื้นที่ชลประทานบางแห่งในจังหวัดฉะเชิงเทราได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำจืดเพื่อผลิตน้ำประปาในช่วงหน้าแล้ง จากปัญหาดังกล่าว หน่วยงานทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งผู้แทนชุมชนในพื้นที่ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา โดยได้ติดตั้งอุปกรณ์วัดคุณภาพน้ำเพื่อวัดค่าความเค็มตามจุดต่างๆ ตลอดลำน้ำบางปะกง และกำหนดค่าความเค็มที่สามารถสูบน้ำได้ตามความเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ในกิจกรรมแต่ละประเภท ที่แตกต่างกันไป เช่น น้ำเพื่อทำการเกษตรกำหนดค่าความเค็มที่ 2 กรัมต่อลิตร ส่วนน้ำเพื่ออุตสาหกรรมและอุปโภคบริโภคอยู่ที่ 1 และ 0.5 กรัมต่อลิตร […]

ความสำเร็จของงานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020

 “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020” ยกระดับศิลปินไทย โชว์ผลงานศิลปะร่วมสมัยสู่สากล สร้างแรงบันดาลใจเยาวชนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้ทั่วโลก ชมงานแบบไร้พรมแดน ประสบความสำเร็จ มีผู้เข้าชมมากที่สุด จาก 8 Biennale ทั่วโลก ใน ปี 2020 ประกาศความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020” (Bangkok Art Biennale) กับความยิ่งใหญ่ระดับโลก ที่เนรมิตกรุงเทพฯ สู่เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลก ต่อเนื่องตลอด 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2563 – วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564  ยกระดับศิลปินไทยได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยสู่สายตาระดับโลก โดยมีหัวเรือใหญ่อย่าง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผสานความร่วมมือครั้งสำคัญจากภาครัฐและเอกชน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB), วัน แบงค็อก, […]

ประมวลภาพงาน Explorers Fair 2018

ก่อนที่เราจะไปสัมผัสกับงาน Explorers Fair 2019 กองบรรณาธิการ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย รวบรวมภาพบรรยากาศงาน Explorers Fair 2018 มาให้ชม เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องเตรียมตัวพบกับควทามยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ ในปีนี้ งาน Explorers Fair จัดขึ้นในวันที่ 7-11 สิงหาคม 2562 ณ hall 105 ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการไบเทค บางนา ภายใต้แนวคิด “Outdoor Expedition” รวบรวมร้านค้าสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภท ตั้งแต่บนภูเขาจนถึงใต้น้ำ และยังได้พบกับกิจกรรมบนเวทีกลาง ทั้งงานประกาศรางวัลภาพถ่ายในโครงการ #SeaYouTomorrow ทะเลวันพรุ่งนี้อยู่ในมือคุณ งานประกาศผลรางวัล Explorers Award 2019 และรับฟังการพูดคุยกับเหล่านักอนุรักษ์ บล็อกเกอร์ และนักเดินทางชื่อดังของเมืองไทย ที่จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์ และปลุกเร้าพลังในการออกเดินทางในตัวคุณ เหล่านี้คือภาพบรรยากาศบางส่วนจากปีที่แล้ว  ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมต่างๆ ได้ทางแฟนเพจ National Geographic Thailand และ ngthai.com สนใจจองบูธ โทร 06-1469-8866 หรือ […]