กรีนพีซเปิดเผยผลการตรวจสอบขยะพลาสติกจากแบรนด์สินค้าในประเทศไทย - National Geographic Thailand

กรีนพีซเปิดเผยผลการตรวจสอบขยะพลาสติกจากแบรนด์สินค้าในประเทศไทย

กรีนพีซเปิดเผยผลการตรวจสอบขยะพลาสติกจากแบรนด์สินค้าในประเทศไทย

กรุงเทพฯ, 10 ตุลาคม 2561– กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เปิดเผยรายงานการตรวจสอบแบรนด์สินค้าจากขยะพลาสติก(Brand Audit) ที่เก็บได้จากบริเวณชายหาดวอนนภา จังหวัดชลบุรี เมื่อเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมา (1) ระบุโคคาโคล่า, เป๊ปซี่โค, ยาคูลท์, ยูนิลีเวอร์, และเนสท์เล่ คือผู้ผลิตแบรนด์ข้ามชาติ 5 อันดับแรก และดัชมิลล์, ซีพี กรุ๊ป,โอสถสภา, บริษัท เสริมสุข จำกัด และเครือสหพัฒน์คือผู้ผลิตแบรนด์ในประเทศ 5 อันดับแรก ที่พบจำนวนขยะพลาสติกมากที่สุด

การตรวจสอบแบรนด์ (Brand Audit) ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมทำความสะอาดพื้นที่ (Clean up) โดยแนวร่วม Break Free From Plastic (2) ที่เกิดขึ้นใน 239 จุด ใน 42 ประเทศ โดยครอบคลุมทั้ง 6 ทวีป มีอาสาสมัครราว 10,000 คนเข้าร่วม และเก็บขยะพลาสติกรวมกันทั้งหมด 187,851 ชิ้น (3) เพื่อระบุแบรนด์สินค้าจำนวนนับพันที่พึ่งพาพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งซึ่งกลายเป็นมลพิษพลาสติกที่ปนเปื้อนในทะเล มหาสมุทรและแหล่งน้ำต่างๆ ทั่วโลก

ในประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา มีการจัดกิจกรรมทำความสะอาดพื้นที่บริเวณหาดวอนนภา จังหวัดชลบุรี โดยมีอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรม 50 คน เก็บรวบรวมขยะพลาสติก 2,781 ชิ้นเพื่อทำการตรวจสอบแบรนด์ แบ่งได้เป็นแบรนด์ของผู้ผลิตข้ามชาติ (foreign brand) 817 ชิ้น แบรนด์ของผู้ผลิตในประเทศ (local brand) 1,606 ชิ้น และส่วนที่ไม่สามารถระบุที่มาของผู้ผลิต 358 ชิ้น โดยขยะพลาสติกถึงร้อยละ 91 เป็น บรรจุภัณฑ์อาหาร(food packaging)

นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า
“ผลการตรวจสอบแบรนด์จากขยะพลาสติกในประเทศไทยครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการผลิตและการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกครั้งเดียวทิ้งที่ล้นเกินและกลายเป็นมลพิษพลาสติกปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งเป็นปัญหาที่ต้องลงมือทำอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อกรกับวิกฤตมลพิษพลาสติก”

“การประกาศเจตนารมย์ของบริษัทต่างๆ ยังคงขึ้นอยู่กับการรีไซเคิล และความสามารถในการนำมารีไซเคิล ในขณะที่ยังมีการเดินหน้าใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งเพิ่มมากขึ้นต่อไป ปัญหาขยะพลาสติกเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การบริโภค จนถึงการจัดการของเสียภายหลังการบริโภค เราไม่สามารถหาทางออกจากวิกฤตมลพิษพลาสติกได้เลย หากมุ่งไปที่การเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างเดียวโดยละเลยการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (extended producer responsibility)”

ประเทศไทยใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งกันอย่างแพร่หลาย โดยที่คนไทยใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งถึง 70,000 ล้านถุงต่อปี(3) ไทยเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียที่รวมถึงจีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และศรีลังกา ที่มีส่วนสำคัญที่ก่อมลพิษพลาสติกในทะเลถึงร้อยละ 60 ของขยะพลาสติกที่ถูกปล่อยทั้งหมดลงทะเลทั่วโลก ในปี พ.ศ.2559 ปริมาณขยะทั้งหมดที่ไม่มีการจัดเก็บหรือกำจัดอย่างเหมาะสมมีประมาณ 2.83 ล้านตัน และมีสัดส่วนขยะพลาสติกร้อยละ 12 โดยที่ขยะพลาสติกที่ไม่มีการจัดการร้อยละ 15 หรือ 51,000 ตันต่อปี มีปลายทางอยู่ที่ทะเล

กรีนพีซเรียกร้องให้ภาคการผลิตสินค้า Fast Moving Consumer Goods (FMCG) และบริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นกับแนวทางปฏิบัติ 4 ประการดังต่อไปนี้

  • เปิดเผยข้อมูล “รอยเท้าพลาสติก(plastic footprint) (4)” โดยสาธารณชนสามารถเข้าถึงได้
  • มุ่งมั่นที่จะลดพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งโดยการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในแต่ละปี
  • ขจัดพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งที่เป็นปัญหาและไม่จำเป็นมากที่สุดภายปี 2562
  • ลงทุนกับระบบนำกลับมาใช้ซ้ำและระบบกระจายสินค้าแบบใหม่

 

หมายเหตุ

https://www.breakfreefromplastic.org/globalbrandauditreport2018/

 

สามารถดาวน์โหลดภาพถ่ายกิจกรรม Brand Audit ในประเทศไทยได้ที่ https://media.greenpeace.org/Share/nusfwmco1huj5appwk3bf334xnb8o8xw

 

 

เรื่องแนะนำ

พื้นที่ต้นน้ำ : พื้นที่แห่งคุณค่าของชีวิต

ในประเทศไทย วิถีชีวิตของผู้คนผูกพันกับสายน้ำมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงตามหลักภูมิศาสตร์ ประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิศาสตร์ที่เอื้อต่อความหลากหลายทางชีวภาพทั้งป่าไม้ แม่น้ำ ที่ราบลุ่ม และชายฝั่ง เป็นแหล่งก่อกำเนิดทรัพยากรมากมายในประเทศ แต่ในปัจจุบัน ด้วยหลากหลายปัจจัยทั้งจากมนุษย์เอง และการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศธรรมชาติ และท้ายที่สุดก็ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของเรา หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาลและเอกชน จึงก่อตั้งโครงการเกี่ยวกับการอนุรักษ์น้ำขึ้นมากมาย รวมไปถึงโครงการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำในพระราชดำริอีกหลายร้อยโครงการ เพื่อให้สายน้ำยังคงเป็นแหล่งสร้างชีวิตให้กับคนไทยต่อไป พื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทยนับเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อกระบวนการเกิดวงจรของสายน้ำ ในทางกลับกันพื้นที่ที่เสื่อมโทรมย่อมส่งผลต่อการดูดซับน้ำและกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน จึงเกิดเป็นความพยายามฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำให้มีประสิทธิภาพในการกักเก็บไว้ได้ เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่คนในพื้นที่ และผู้คนที่อยู่ปลายน้ำต่อไป เอสซีจี (SCG) เป็นหนึ่งองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ โครงการ “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที” เป็นแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่เอสซีจีน้อมนำมาเป็นแนวทางบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ โดยสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในชุมชนให้เข้าใจการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ตนเองอย่างแท้จริง ในพื้นที่ต้นน้ำได้ดำเนินการสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อคืนสมดุลให้กับระบบนิเวศ และส่งต่อน้ำไปยังกลางน้ำ หรือพื้นที่ราบอย่างเป็นระบบผ่านระบบแก้มลิงและกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามแห้งแล้งด้วยสระพวงเชิงเขา พร้อมทั้งฟื้นฟูและอนุรักษ์ระบบนิเวศชายฝั่งด้วยการสร้างบ้านปลา เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล ในปี 2562 นี้ เอสซีจียังคงขยายการสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่ต้นน้ำครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด มาใช้ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งมีความสอดคล้องกับแนวทางของโครงการ “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที” […]

“Trash to Treasure เพราะขยะก็มีค่า”

ประกวดผลงานศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ “Trash to Treasure เพราะขยะก็มีค่า” บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ขอเชิญนักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้าร่วม ประกวดผลงานศิลปะ “Trash to Treasure Art Contest: เพราะขยะก็มีค่า” สื่อถึงแนวคิด “เพราะขยะก็มีค่า” โดยการออกแบบต้องอิงหลักเกณฑ์ ใช้วัสดุเหลือ ได้แก่ ขวดน้ำพลาสติก ถุงพลาสติก กล่องลัง เป็นผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ ไม่เคยถูกเผยแพร่หรือได้รับรางวัลมาก่อน ผู้ที่สนในสามารถกรอกเอกสารการสมัคร online ที่ https://forms.gle/umAdsqFWKKY5J8dY8 ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 3 กันยายน 2564 ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 150,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ ทั้งนี้ผลงานของผู้ชนะจะจัดแสดงผลงานภายในงาน Thailand Sustainability Expo 2021 รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://bit.ly/3spwBCj และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ info@thailandsustainability.com

แสงซินโครตรอนเผยความลับคดีอัญมณีละเมิดลิขสิทธิ์

แสงซินโครตรอนเผยความลับคดีอัญมณีละเมิดลิขสิทธิ์ อัญมณี หรือรัตนชาติ มาจากแร่ธาตุที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ นำมาผ่านการเจียระไน ขัดมัน แกะสลัก และนำมาใช้เป็นเครื่องประดับ มีคุณสมบัติที่สำคัญคือ ความสวยงาม ความคงทนถาวร และความหายาก นอกจากนี้ คุณค่าและราคาของอัญมณีแต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและลักษณะจำเพาะของอัญมณี เช่น สี ความโปร่งแสง ความวาว การกระจายของแสง เป็นต้น ปัจจุบันมีผู้ประดิษฐ์คิดค้นวิธีสังเคราะห์อัญมณีปลอมให้เหมือนกับธรรมชาติมากที่สุดตั้งแต่ สี ความใส องค์ประกอบทางเคมี และโครงสร้างภายใน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด เพราะอัญมณีที่มาจากแหล่งแร่ธรรมชาตินั้น มีปริมาณลดลง หายาก อีกทั้งมีราคาแพง ปัจจุบันมีคดีเกี่ยวกับการการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ อยู่หลายคดี หนึ่งในนั้นคือคดีฟ้องร้องการละเมิดอนุสิทธิบัตรของบริษัทผู้ประดิษฐ์คิดค้นวัสดุอัญมณีสังเคราะห์ที่ทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิฉับพลัน สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงสนใจนำตัวอย่างอัญมณีสังเคราะห์ที่มีการฟ้องร้องส่งให้สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนช่วยตรวจสอบคุณสมบัติของวัสดุ เพื่อเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ประกอบการพิจารณาคดี “แสงซินโครตรอนเป็นแสงที่ใช้วิจัยและวิเคราะห์ด้านวัสดุ ซึ่งแสงซินโครตรอนเป็นแสงที่มีความพิเศษต่างจากแสงอื่นๆ เช่น มีความสว่างและความเข้มแสงสูงมาก สามารถวิเคราะห์องค์ประกอบของตัวอย่างได้ถึงระดับโมเลกุลหรืออะตอม” ดร.ณรงค์ จันทร์เล็ก นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสงของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าว ทีมนักวิจัยของสถาบันฯ ได้วิเคราะห์และทดสอบองค์ประกอบทางเคมีของธาตุภายในอัญมณีสังเคราะห์ที่ได้รับมาจากดีเอสไอ ด้วยเทคนิคการดูดกลืนรังสีเอ็กซ์ ร่วมกับเทคนิคอื่นๆ เพื่อหาลักษณะเฉพาะของอัญมณีสังคราะห์แต่ละประเภท จากการตรวจสอบพบว่า อัญมณีสังเคราะห์สังเคราะห์แต่ละประเภทที่ดีเอสไอได้รับการร้องเรียนนั้น […]

เชียร์ ฑิฆัมพร แบ่งปันความสุขในการอ่านกับน้องๆ โรงเรียนวัดบางคูวัด

พาไปส่องสาวเก่ง เชียร์ ฑิฆัมพร กับกิจกรรมอ่านสร้างสุข อีกหนึ่งสาวเก่งมากความสามารถ เชียร์ ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ ที่วันนี้จะมาส่งต่อความสุขและความสนุกของการอ่านหนังสือ กับโครงการ The Happy Read ส่งความรู้สร้างความสุข โครงการดีๆ จากทางบริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด มหาชน และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ให้แก่น้องๆ โรงเรียนวัดบางคูวัด จังหวัดปทุมธานี บรรยากาศการพูดคุยระหว่างนักแสดงสาวและน้องๆ นักเรียนโรงเรียนวัดบางคูวัดเป็นไปอย่างสนุกสนาน เริ่มจากสาวเชียร์ได้แชร์ประสบการณ์ในวัยเด็กเกี่ยวกับการอ่านหนังสือว่า เธอชอบใช้ชีวิตในแต่ละวันกับเรื่องสนุก แต่ก็ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับการอ่านหนังสือ เพราะความรู้ในหนังสือคืออาวุธสำคัญที่เราจะพกไปต่อสู้กับข้อสอบ อีกทั้งยังให้เคล็ดลับสำหรับคนที่อยากเริ่มอ่านหนังสือไว้ว่า “เคล็ดลับการอ่านของเชียร์ คือจะอ่านหนังสือเพียงวันละตอน แต่หลายเล่ม จะทำให้เราสนุก และอยากจะวนกลับมาอ่านตอนต่อไปของแต่ละเล่มไวๆ” เพิ่มความสนุกด้วยนิทานประกอบเพลงน่ารักๆ ของน้องเฟิร์ส ตัวแทนเด็กน้อยนักอ่านชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียนวัดบางคูวัด โดยหนังสือเรื่องที่น้องเฟิร์สเลือกนำมาอ่านให้เพื่อนๆ และสาวเชียร์ฟังในวันนี้คือเรื่อง คุณฟองนักแปรงฟัน นอกจากเนื้อเรื่องจะน่ารักเหมาะกับน้องๆ วัยเรียนแล้ว ยังมีท่อนสร้อยที่สาวเชียร์ชวนน้องๆ นักเรียนคนอื่นๆ ช่วยกันร้องและปรบมือตามจังหวะกันอย่างสนุกสนาน เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกันทั้งห้องสมุด […]