WIN WIN WAR Thailand Season 4 ค้นหานักธุรกิจแบ่งปันรุ่นใหม่ - National Geographic Thailand

WIN WIN WAR Thailand Season 4 ค้นหานักธุรกิจแบ่งปันรุ่นใหม่

WIN WIN WAR Thailand รายการเรียลิตี้ค้นหาเจ้าของธุรกิจแบ่งปันที่กลับมาในซีซันที่ 4 พร้อมกับรายการใหม่ WIN WIN WAR OTOP Junior ที่ชวนเยาวชนไทยอายุ 9-14 ปี มาสร้างทักษะธุรกิจนอกห้องเรียน

หลังผ่านการค้นหาผู้ประกอบการธุรกิจยั่งยืน (Social Enterprise) และได้มีโอกาสผลักดันทุกศักยภาพของผู้เข้าร่วมรายการให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมกับการเอื้อประโยชน์ต่อสังคมมาเป็นเวลา 3 ซีซันแล้ว ในปีนี้ รายการ WIN WIN WAR Thailand เปิดโอกาสครั้งใหม่นี้อีกครั้ง

นอกจากเงินรางวัล 2,000,000 บาทที่จะได้รับสำหรับตำแหน่งสุดยอดนักธุรกิจแบ่งปันแล้ว ระหว่างทางตลอดรายการ คือบทเรียน ความรู้ คำแนะนำ และการแบ่งปันประสบการณ์จากกรรมผู้ทรงคุณวุฒิมากความสามารถ เพื่อดึงศักยภาพของแต่ละธุรกิจออกมาให้ได้มากที่สุด

 

WIN WIN WAR Thailand

 

ธุรกิจเพื่อสังคม กับปลายทางที่ความยั่งยืนโดยรวมของสังคม

นิยามของ “ธุรกิจแบ่งปัน” เป็นแนวคิดหลักของรายการ เพราะธุรกิจยั่งยืนเหล่านี้เองจะช่วยสร้างรายได้ไปพร้อมกับการเอื้อประโยชน์ต่อสังคมในแง่มุมที่หลากหลาย ทั้งหัวเรื่องการแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางสังคม หรือปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้กลไกด้านธุรกิจในการแก้ปัญหา ไปพร้อมกับการส่งเสริมธุรกิจและและส่งเสริมโลกใบนี้ที่จะเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน

“เรื่องของการทำงานด้านเศรษฐกิจฐานราก โดยใช้วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชน” คุณต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการผู้จัดการ C asean เริ่มต้นเล่าถึงวัตถุประสงค์และแนวความคิดหลักของรายการ 

win win war thailand

“เพราะอยากให้การทำธุรกิจเพื่อสังคมเหล่านี้ในวงกว้างมากขึ้น เลยคิดกันต่อว่า ถ้าเราสามารถเปิดโอกาสให้ใครก็ได้ที่มีความคิด และมีธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง หรือแค่อยากมีไอเดียทำธุรกิจที่ดีต่อสังคม สามารถพัฒนาต่อเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมได้ ก็น่าจะเป็นการขยายผลให้กลไกเหล่านี้ทำงานได้ดีขึ้น จึงเป็นที่มาของรูปแบบรายการโทรทัศน์ที่เฟ้นหาสุดยอดนักธุรกิจแบ่งปัน”

 

เปิดโอกาสในวงกว้างผ่านรายการโทรทัศน์

เมื่อคิดถึงรายการโทรทัศน์​ ทางทีมงานจึงคิดถึง คุณกิติกร เพ็ญโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Heliconia H Group ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของรายการเรียลิตี้ชื่อดังระดับประเทศ และได้เชิญมาเป็นที่ปรึกษาของรายการนี้

win win war thailand

“ชื่อของรายการคือ WIN WIN WAR เป็นการต่อสู้กันซึ่งต้อง WIN ที่ธุรกิจจะต้องมีไอเดียดี มีโอกาสในการเติบโต ในขณะเดียวกัน WIN ตัวที่สอง คือ WIN ต่อสังคมในมุมต่างๆ เพราะฉะนั้นคอนเซ็ปต์ก็มีความชัดเจนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นรายการนี้จะไม่เหมือนรายการธุรกิจอื่นๆ คือ ธุรกิจดีแล้ว ก็ต้องดีต่อสังคมด้วย”

โดย WAR เกิดมาจาก W – Willingness ความมุ่งมั่น, A – Ability ความสามารถ และ R – Readiness ความพร้อม นั่นคือแบบทดสอบที่ทางรายการจัดให้กับผู้แข่งขัน ผ่านการนำเสนอรายละเอียดธุรกิจทั้งหมด 2 รอบ เพื่อค้นหาผู้ชนะตำแหน่งสุดยอดนักธุรกิจแบ่งปัน

 

ทางด้าน คุณเจรมัย พิทักษ์วงศ์ กรรมการ Amarin Group และกรรมการผู้ตัดสินในรายการ ก็ได้บอกเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมากับทั้ง 3 ซีซัน ทั้งความสำเร็จ และก้าวต่อไปที่รายการกำลังมองหาสุดยอดนักธุรกิจคนใหม่ในซีซันใหม่นี้

“ในฐานะที่เป็นบรรณาธิการ ได้เห็นอะไรมาเยอะและเจอคนมาเยอะ เชื่อไหมครับว่าตอนตัดสิน เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากผู้เข้าแข่งขันเต็มไปหมด หรือบางข้อมูลเป็นข้อมูลที่ทีมงานเตรียมเป็นข้อมูลแบ็คอัพเพื่อเสริมความรู้ของกรรมการ”

win win war thailand

“จะบอกว่ารายการนี้ดีใน 3 มุม ดูสนุก ส่วนนี้ยกความดีให้โปรดิวเซอร์, มีสาระ ถ้าคุณไม่ได้เชียร์ใครเป็นพิเศษ แนะนำให้ดูทุกตอน มีหลากหลายแบ็คกราวด์มาก เราได้ความรู้ในเชิงธุรกิจ จุดยืนเรื่องความยั่งยืน ความมุ่งมั่นของแต่ละคน เป้าหมาย แต่ที่สำคัญคือ ได้เห็นกรรมการให้คำแนะนำที่มาจากธุรกิจในโลกจริง”

“และถ้าตัดความเป็นรายการหรือการแข่งขันออกไป อันนี้คือโครงการสนับสนุนธุรกิจยั่งยืนของทาง C asean เราอยากสนับสนุนคนที่ลุกขึ้นมาทำธุรกิจเพื่อชุมชน เพื่อความยั่งยืน และส่งคืนประโยชน์ให้กับสังคม”

รายการในซีซันใหม่นี้ได้ทำการรวบรวมผู้ทำธุรกิจ ทั้งสตาร์ทอัป หรือคนที่มีใจรักในการทำธุรกิจแต่ยังไม่มีทุนเข้ามาสมัคร เพื่อส่งเสริมและพัฒนา และนอกจากผู้ใหญ่แล้ว ปีนี้ยังมีการเปิดตัวรายการใหม่ WIN WIN WAR OTOP Junior เปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 9-14 ปี ใช้ความรู้ในห้องเรียน ผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างเป็นสินค้าหรือบริการที่เอื้อประโยชน์ให้สังคม

 

WIN WIN WAR OTOP Junior ทักษะนอกห้องเรียนที่หาได้ในรายการนี้เท่านั้น

“รายการใหม่นี้ เราเปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนที่ทำผลิตภัณฑ์จำหน่ายในชุมชนเข้ามาประกวด นั่นหมายความว่าเราจะส่งเสริมเด็กเหล่านี้ โรงเรียน และครูที่คอยดูแลโครงการ เพื่อพัฒนาให้เด็กรู้เรื่องธุรกิจ และนำธุรกิจที่เขาคิดขึ้นมาเข้ามานำเสนอในรายการ” คุณกิติกรแนะนำรายการใหม่

“เราหยิบจุดเรื่อง ทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ มาเป็นจุดที่เราคิดว่าผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ควรจะต้องเรียนรู้” คุณต้องใจเล่า “แต่จะทำอย่างไรให้เห็นผลอย่างชัดเจนว่ามีทักษะเหล่านี้ได้ดีจริง เราจึงหยิบเรื่องของผลิตภัณฑ์โรงเรียนขึ้นมา การที่เด็กนักเรียนและครูทำโครงการเหล่านี้ควรจะมีผลที่ชัดเจน ด้วยการนำวิชาต่างๆ ในห้องเรียนมาประยุกต์ใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ แล้วก็ต้องทำให้ธุรกิจตรงนี้อยู่ได้ มีการทำบัญชีธุรกิจ เพื่อให้ในที่สุด เด็กๆ ได้ลองทำจริง มีทักษะด้านอาชีพจริง และอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน”

ทางด้านคุณเจรมัยเสริมในเรื่องทักษะทางธุรกิจเพื่อสังคมกับเยาวชน “รายการหรือโครงการตรงนี้ทำให้เห็นตัวอย่างของการเอาหลายวิชามาใช้ในชีวิตจริง หรือสหวิชาชีพ โดยไม่ต้องรอว่าต้องเป็นคนทำงานก่อน เวทีแบบนี้ทำให้เขาลองได้ในโรงเรียน มีครูส่งเข้ามาลองของกับคนทั้งประเทศ ผมก็คิดว่ามันเป็นการเรียนรู้แบบสมัยใหม่ และทำให้ครูเห็นว่า นี่คือหนึ่งในวิธีการสอนนักเรียนให้รู้จักชีวิต ไม่ใช่แค่กับวิชาในห้องเรียน”

 

win win war thailand

ตำแหน่งสุดยอดนักธุรกิจแบ่งปัน WIN WIN WAR Thailand Season 4 รับเงินรางวัล 2,000,000 บาท และได้รับการสนับสนุนจากทีมที่ปรึกษาเพื่อให้ความฝันในการทำธุรกิจแบ่งปันเป็นความจริง และสุดยอดนักธุรกิจแบ่งปัน WIN WIN WAR OTOP Junior จะได้รับรางวัลทุนการศึกษา และโอกาสดูงานด้านนวัตกรรมอย่างยั่งยืนที่ประเทศสิงคโปร์

สำหรับรายละเอียดและเกณฑ์การแข่งขันของรายการ WIN WIN WAR Thailand และ WIN WIN WAR OTOP Junior สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : WIN WIN WAR Thailand หรือสอบถามได้ที่ LINE OA: @winwinwarthailand หรือ http://bit.ly/3xCSa6N และโทรศัพท์ 0-2785-9977

 

 


อ่านเพิ่มเติม งาน Thailand Sustainability Expo 2020 (TSX2020)

เรื่องแนะนำ

แพนเค้ก เขมนิจ จุดประกายรักการอ่านให้น้องๆ โรงเรียนสาธิตชุมชน การเรียนรู้สมเด็จย่า

อ่านสร้างสุขกับ แพนเค้ก เขมนิจ และน้องๆ โรงเรียนสาธิตชุมชน การเรียนรู้สมเด็จย่า ขึ้นชื่อว่าเป็นดาราใจบุญของวงการบันเทิงในบ้านเราไปแล้ว สำหรับนางเอกสาวสวย แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ ซึ่งล่าสุดเธอก็ได้ร่วมเป็นหนึ่งในทูตนักอ่านของโครงการ The Happy Read ส่งความรู้สร้างความสุข โครงการที่ช่วยส่งเสริมให้เด็กไทยหันมาสนใจในการอ่านหนังสือมากขึ้น อีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ทางบริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด มหาชน และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมมือกันจัดขึ้น สำหรับกิจกรรมอ่านสร้างสุขของเราในครั้งนี้ขึ้นเขาไปจัดกิจกรรมให้กับน้องๆ นักเรียนกันไกลถึงโรงเรียนสาธิตชุมชน การเรียนรู้สมเด็จย่า อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับนักแสดงสาวสวยมากความสามารถอย่างสาวแพนเค้ก ที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่านหนังสือและได้เตรียมเทคนิคดีๆ ในการอ่านหนังสือมาฝากน้องๆ กันด้วย เริ่มต้นกิจกรรมด้วยการแสดงโชว์ร้องเพลงและเล่นเครื่องดนตรีท้องถิ่นประกอบการละเล่นกระทบไม้ไผ่จากน้องๆ นักเรียน นอกจากจะเป็นภาพที่หาดูได้ยากแล้ว ยังสร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินเป็นอย่างยิ่ง สาวแพนเค้กไม่รอช้าขอร่วมแจมความสนุกด้วย โดยมีน้องๆ นักเรียนเป็นคนสอนจังหวะก้าวขาที่ถูกต้อง แม้ตอนแรกนางเอกสาวจะดูกลัวๆ แต่ในที่สุดก็จับจังหวะได้และสนุกไปกับการละเล่นนี้ จัดเป็นช่วงที่เรียกรอยยิ้มจากผู้ชมไปได้ไม่น้อย หลังจากเดินชมธรรมชาติกันมาเรื่อยๆ จนมาถึงห้องสมุดบ้านดินแล้ว ขอบอกว่าสวยสมคำเล่าลือจริงๆ ทั้งบรรยากาศ วิวทิวทัศน์และรอยยิ้มของน้องๆ ที่รอต้อนรับทางทีมงานแบบเป็นกันเองสุดๆ […]

SACICT CONCEPT SHOWCASE โชว์ 40 คอลเล็กชั่น พลิกมุมมองงานคราฟต์ไทย

SACICT CONCEPT SHOWCASE โชว์ 40 คอลเล็กชั่น พลิกมุมมองงานคราฟต์ไทยให้ทันกระแสโลกธุรกิจ ในโครงการ SACICT CONCEPT 2020 เมื่อวันที่ 26 – 30 สิงหาคม ณ สามย่านมิตรทาวน์ ใครยังคิดว่างานศิลปหัตถกรรมไทยไม่ทันยุคจะต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อมาชม 40 คอลเล็กชั่นใหม่ จากครูช่างศิลปหัตถกรรม และผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมจากทั่วประเทศ 40 ราย ซึ่งได้รับคัดเลือกมาพัฒนาในโครงการ SACICT CONCEPT 2020 ริเริ่มโดย ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT โดยมุ่งพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตปัจจุบัน และตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศในระยะยาว เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้แก่ประชาชนได้อย่างยั่งยืน กว่าจะเป็น 40 ผลงานอย่างที่เห็น ได้มีการคัดเลือกผู้สมัครจากทั่วประเทศ ประกอบด้วยผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมจากหลากหลายสาขาความเชี่ยวชาญ อาทิ งานสิ่งทอ งานจักสาน งานไม้ งานเซรามิก งานโลหะ ฯลฯ มาร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบใหม่ ภายใต้การแนะนำจากที่ปรึกษาด้านการออกแบบจาก Mobella Design Team, Ease […]

ประมวลภาพบรรยากาศโครงการอบรมถ่ายภาพกับ Olympus season 2

เสร็จสิ้นกันไปแล้วกับโครงการอบรมการถ่ายภาพครั้งใหญ่ประจำปี ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากทั่วประเทศได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้เทคนิคและวิธีการถ่ายภาพจากช่างภาพมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญ มาชมบรรยากาศ Olympus Photography Workshop (อบรมถ่ายภาพพื้นฐาน) ที่จัดขึ้นเมื่อเมื่อวันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม 2560 กัน และบรรยากาศกิจกรรม Olympus One-Day Photography Workshop & Trip ที่จเปิดโอกาสให้น้องๆ นักศึกษาเข้าถ่ายภาพในชุมชนและเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ของจังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม 2560   อ่านเพิ่มเติม : ประมวลบรรยากาศการคัดเลือกภาพถ่ายโครงการ Olympus season 2

เยี่ยมบ้าน แกรนด์ไซโก้ เรือนเวลาอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น

Partner Content เยี่ยมบ้าน แกรนด์ไซโก้ เรือนเวลาอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น อะไรที่ทำให้นาฬิกาแบรนด์หนึ่งครองใจลูกค้าทั่วโลกมาอย่างยาวนาน? อะไรคือดีเอ็นเอหรือหัวใจของเรือนเวลา แกรนด์ไซโก้ (Grand Seiko)? นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำถามที่คณะสื่อมวลชนไทยได้ร่วมกันหาคำตอบ ด้วยการร่วมทริปเดินทางสู่บ้านของนาฬิกา แกรนด์ไซโก้ ที่ประเทศญี่ปุ่น “ความเที่ยงตรง (precision) ความงาม (aesthetics) ความชัดเจนหรือมองเห็นได้ง่าย (legibility) การสวมใส่ที่ให้ความรู้สึกเหนือคำบรรยาย และการเป็นเรือนเวลาอันเป็นที่รักอย่างยาวนานหรือคลาสสิก” คือคำบอกเล่าจากปากของ Mr. Kosugi นักออกแบบผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแกรนด์ไซโก้ นาฬิกาแกรนด์ไซโก้รุ่นแรกถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 1960 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นสุดยอดแห่งเรือนเวลา (“best of all watches”) ดังสะท้อนเห็นได้จากการเลือกสัญลักษณ์สิงโต ผู้เป็นราชันแห่งผืนป่า เป็นโลโก้ของแบรนด์ แม้แกรนด์ไซโก้จะเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ไซโก้ (ชาวญี่ปุ่นออกเสียง “เซโกะ” หรือ “เซโก้” ชื่อที่แปลว่า เที่ยงตรง) เรือนเวลาเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีของญี่ปุ่น ทว่าในปัจจุบัน แกรนด์ไซโก้ได้วางตำแหน่งของตนเองและทำการตลาดในฐานะ luxury brand นาฬิกาชั้นนำอย่างเป็นเอกเทศ เพื่อให้คณะสื่อมวลชนไทยได้สัมผัสและเข้าถึงจิตวิญญาณของแกรนด์ไซโก้ ทีมงานแกรนด์ไซโก้ทั้งในประเทศไทยและญี่ปุ่นจึงเปิดโอกาสให้คณะได้ไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาของไซโก้และแกรนด์ไซโก้ เช่น อาคาร Wako Department Store […]