กระทรวงการต่างประเทศเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปถอดถวาย ณ วัดจาการ์ตาธรรมจักรชยะ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย - National Geographic Thailand

กระทรวงการต่างประเทศเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปถอดถวาย ณ วัดจาการ์ตาธรรมจักรชยะ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 นายธานี ทองภักดี รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานในพิธีเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวาย ณ วัดจาการ์ตาธรรมจักรชยะ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย พร้อมด้วยนางณพนุช ทองภักดี ภริยา

โดยมี ดร. พระสุเขโม มหาเถระ เจ้าอาวาสวัดจาการ์ตาธรรมจักรชยะ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีผู้แทนฝ่ายไทย ได้แก่ นายทรงพล สุขจันทร์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา นางสาวภาสพร สังฆสุบรรณ์ เอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำอาเซียน นายพิชยพันธุ์ ชาญภูมิดล อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งผู้แทนประเทศไทย ทั้งนี้ มีคณะทูต ผู้แทนภาคเอกชนไทยในอินโดนีเซีย พุทธศาสนิกชนชาวไทยและชาวอินโดนีเซียเข้าร่วมพิธีกว่า 200 คน

กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญผ้าพระกฐินพระราชทานมาทอดถวายที่สาธารณรัฐอินโดนีเซียเป็นครั้งที่ 7 ในปีนี้ และเป็นครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นที่วัดจาการ์ตาธรรมจักรชยะ ซึ่งเป็นวัดพุทธเถรวาทวัดแรกในประเทศ และมีองค์พระประธานในพระอุโบสถที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเททองหล่อ เมื่อปี พ.ศ. 2528 ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ทั้งนี้ สามารถรวบรวมเงินบริจาคซึ่งประกอบด้วยเงินพระราชทานบำรุงวัดจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เงินโดยเสด็จพระราชกุศลของกระทรวงการต่างประเทศ และผู้มีจิตศรัทธา รวม 376,218 บาท (156,757,667 รูเปียห์)

วัดจาการ์ตาธรรมจักรชยะ (Vihara Jakarta Dhammacakka Jaya) ก่อตั้งโดยพระวิธูรธรรมาภรณ์ (สมบัติ ปวิตฺโต มหาเถระ) และได้รับการสนับสนุนการก่อสร้างจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งชาวไทยและชาวอินโดนีเซีย ได้แก่ ประธานาธิบดีซูฮาร์โต บริจาคเงิน 25 ล้านรูเปียห์ นาย Anton Haliman ประธาน PT. Agung Podomo ได้บริจาคที่ดินเพื่อเป็นที่ตั้งวัดในปัจจุบัน และยังได้รับการสนับสนุนจากพุทธสมาคมแห่งอินโดนีเซีย และองค์การชาวพุทธในอินโดนีเซียอื่นๆ วัดจาการ์ตาธรรมจักรชยะได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2525 โดยมีอธิบดีกรมประชาคมพุทธศาสนา และศาสนาฮินดู กระทรวงการกิจการศาสนาของอินโดนีเซียในขณะนั้น เข้าร่วมพิธีด้วย

องค์พระประธานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูป ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเททองหล่อ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2528 ที่วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ วัดจาการ์ตาธรรมจักรชยะเคยได้รับพระราชทานผ้าพระกฐินจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อปี 2555

เรื่องแนะนำ

บิ๊ก ทองภูมิ ร่วมแชร์ประโยชน์ของการอ่านกับน้องๆ โรงเรียนนาเกษมเจริญวิทยา

บิ๊ก ทองภูมิ สร้างความสุขและส่งต่อความรู้ให้กับน้องๆ บิ๊ก ทองภูมิ สิริพิพัฒน์ ดารานักนัแสดงมากความสามารถ นอกจากจะฝากผลงานที่มีชื่อเสียงไว้ในบทบาทพระเอกแล้ว บิ๊กยังชอบอ่านหนังสืออีกด้วย วันนี้เขาจะมาแชร์ประสบการณ์และเคล็ดลับการอ่านหนังสือฉบับเด็กวิศวะให้กับน้องๆ โรงเรียนนาเกษมเจริญวิทยา อำเภอศรีอุดม จัหงวัดอุบลราชธานี ในโครงการ The Happy Read ส่งความรู้สร้างความสุข โครงการดีๆ จากทางบริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด มหาชน ร่วมมือกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เมื่อบิ๊ก ทองภูมิ เดินทางมาถึงโรงเรียนนาเกษมเจริญวิทยา ก็ทักทายพูดคุยกับน้องๆ แบบพี่น้องเล่าสู่กันฟังตามไอเดียของหนุ่มบิ๊กที่อยากให้แลกเปลี่ยนความคิดกันจากรุ่นสู่รุ่นในแบบที่เป็นกันเอง จะได้เข้าใจและเข้าถึงกัน เริ่มจากการแชร์ประสบการณ์ในการอ่านหนังสือของหนุ่มบิ๊กเมื่อสมัยเด็ก ซึ่งหนุ่มบิ๊กเองเป็นคนที่ไม่สามารถจดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือเป็นเวลานานๆ ได้ มักจะใช้เวลาประมาณ 15 – 30 นาทีต่อการอ่านหนึ่งครั้ง นอกจากนั้นจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำกิจกรรมอื่นๆ มากกว่า และนี่ถือเป็นเทคนิคของหนุ่มบิ๊กในการอ่านหนังสือ เพราะถ้าจดจ่อมากเกินไปอาจจะทำให้สมองล้าได้ ยิ่งเป็นเด็กๆ แล้วยิ่งลำบาก เพราะฉะนั้นควรอ่านแต่พอดี และเล่นแต่พอดี ให้สมดุลกันจะช่วยให้เกิดผลดีต่อตัวเอง หลังจากที่แนะนำเคล็ดลับในการอ่านให้กับน้องๆ แล้ว บิ๊กยังได้เล่าถึงหนังสือเล่มแรกๆ […]

พื้นที่ต้นน้ำ : พื้นที่แห่งคุณค่าของชีวิต

ในประเทศไทย วิถีชีวิตของผู้คนผูกพันกับสายน้ำมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงตามหลักภูมิศาสตร์ ประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิศาสตร์ที่เอื้อต่อความหลากหลายทางชีวภาพทั้งป่าไม้ แม่น้ำ ที่ราบลุ่ม และชายฝั่ง เป็นแหล่งก่อกำเนิดทรัพยากรมากมายในประเทศ แต่ในปัจจุบัน ด้วยหลากหลายปัจจัยทั้งจากมนุษย์เอง และการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศธรรมชาติ และท้ายที่สุดก็ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของเรา หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาลและเอกชน จึงก่อตั้งโครงการเกี่ยวกับการอนุรักษ์น้ำขึ้นมากมาย รวมไปถึงโครงการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำในพระราชดำริอีกหลายร้อยโครงการ เพื่อให้สายน้ำยังคงเป็นแหล่งสร้างชีวิตให้กับคนไทยต่อไป พื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทยนับเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อกระบวนการเกิดวงจรของสายน้ำ ในทางกลับกันพื้นที่ที่เสื่อมโทรมย่อมส่งผลต่อการดูดซับน้ำและกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน จึงเกิดเป็นความพยายามฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำให้มีประสิทธิภาพในการกักเก็บไว้ได้ เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่คนในพื้นที่ และผู้คนที่อยู่ปลายน้ำต่อไป เอสซีจี (SCG) เป็นหนึ่งองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ โครงการ “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที” เป็นแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่เอสซีจีน้อมนำมาเป็นแนวทางบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ โดยสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในชุมชนให้เข้าใจการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ตนเองอย่างแท้จริง ในพื้นที่ต้นน้ำได้ดำเนินการสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อคืนสมดุลให้กับระบบนิเวศ และส่งต่อน้ำไปยังกลางน้ำ หรือพื้นที่ราบอย่างเป็นระบบผ่านระบบแก้มลิงและกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามแห้งแล้งด้วยสระพวงเชิงเขา พร้อมทั้งฟื้นฟูและอนุรักษ์ระบบนิเวศชายฝั่งด้วยการสร้างบ้านปลา เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล ในปี 2562 นี้ เอสซีจียังคงขยายการสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่ต้นน้ำครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด มาใช้ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งมีความสอดคล้องกับแนวทางของโครงการ “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที” […]

เชิญเที่ยวเทศกาลแห่งสายน้ำ 2 จังหวัด กรุงเทพ, ลำพูน

เพราะคนไทยมีความผูกพันกับสายน้ำมาอย่างยาวนาน การได้รื่นเริงในเทศกาลแห่งสายน้ำช่วงปลายปีจึงเป็นสิ่งที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรอคอย โดยในปีนี้ มี 2 เทศกาล ใน 2 จังหวัดที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมอันหลากหลาย แม่น้ำทุกสายต่างมีเรื่องราวให้เล่าขาน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสวยงามและเติมเต็มประสบการณ์ทางวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ทางไทยเบฟฯ มีความยินดีในการเป็นผู้สนับสนุน และเชิญชวนทุกท่านท่องเที่ยวเทศกาลแห่งสายน้ำ 2 เทศกาล 2 จังหวัดในปีนี้ ได้แก่งาน River Festival Thailand 2019 ที่กรุงเทพ วันที่ 9 – 11 พฤศจิกายน ณ 10 ท่าน้ำสำคัญแห่งกรุงมหานคร ได้แก่ วัดโพธิ์, วัดอรุณฯ, วัดระฆังฯ, วัดกัลยาฯ, วัดประยูรฯ, ท่ามหาราช, ยอดพิมาน ริเวอร์ วอล์ค, ล้ง1919, สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม และเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ และงาน River Festival Lamphun – Happy […]

5 วิธีการสร้างนิสัยรักการอ่าน

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของความร่วมมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐคือ กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่านถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน ช่วงเวลาแห่งปีใหม่ หลายคนชอบตั้งเป้าหมายประจำปี โดยหนึ่งในสิบอันดับที่มีคนตั้งเป้าหมายมากที่สุด คือ การอ่านหนังสือให้ได้ตามจำนวนที่ตั้งใจไว้ หนังสือที่มีคุณภาพสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้อ่านหลายประการ เช่น เปิดทัศนคติและมุมมองใหม่ๆ เพิ่มความเชี่ยวชาญในสายอาชีพ และช่วยลดความขุ่นข้องหมองใจ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลจะเกิดขึ้นได้ ตัวของผู้อ่านจำเป็นต้องสร้างรูปแบบและนิสัยการอ่านให้กับตัวเอง นิสัยรักการอ่านเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังและบ่มเพาะ มีวิธีปฏิบัติหลายวิธีเพื่อการอ่านหนังสือ ในช่วงแรก เราควรมีความตั้งใจที่อยากปรับเปลี่ยน ปรับประยุกต์วิธีการที่เหมาะสมสำหรับตนเอง และเริ่มจากหนังสือที่ตนเองมีความสนใจ เหล่านี้ คือวิธีที่จะช่วยให้คุณสร้างนิสัยรักการอ่าน กำหนดเป้าหมาย การกำหนดเป้าหมายก่อนการเริ่มต้นเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยให้เรามีทิศทางที่ชัดเจน เช่น ภายในหนึ่งเดือนจะอ่านหนังสือให้จบหนึ่งเล่ม การพัฒนาและบ่มเพาะนิสัยการอ่านอาจไม่ต้องทำให้เป็นเรื่องเคร่งเครียดเหมือนเป้าหมายอื่นๆ การกำหนดเป้าหมายในการสร้างนิสัยรักการอ่านควรพิจารณาจากตารางในชีวิตประจำวันที่เราทำทุกวัน แต่ละคนมีปัจจัยในการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน ทำให้เป้าหมายของเราสนุกแล้วเราจะเพลิดเพลินใจเมื่อทำมันสำเร็จ สร้างรายการหนังสือในแต่ละเดือน ลองเลือกหนังสือที่คุณอยากอ่านมาทั้งหมด แล้วประเมินความเร็วในการอ่าน ความยาวของหนังสือ และเวลาในการอ่านแต่ละวัน จะช่วยให้คุณเลือกวางแผนได้ว่า ในหนึ่งปีคุณสามารถอ่านหนังสือได้ประมาณกี่เล่ม แล้วนำรายชื่อหนังสือเหล่านั้นมาลงตารางในแต่ละเดือน เป็นเป้าหมายระยะสั้น […]