โอริส "Aquis Date Relief" นาฬิกาสำหรับนักประดาน้ำคุณภาพสูง - National Geographic Thailand

โอริส “Aquis Date Relief” นาฬิกาสำหรับนักประดาน้ำคุณภาพสูง

โอริส และนักว่ายน้ำระยะไกล Ernst Brommeis ร่วมพันธมิตรกันในการรณรงค์ให้ผู้คนเกิดความตระหนักถึงสถานการณ์น้ำของโลก

โอริส และนักว่ายน้ำระยะไกล เอิร์นส บรอมเมส์ (Ernst Brommeis) กำลังดำเนินงานตามวิถีทางของตนเพื่อเพิ่มการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของน้ำ ด้วยการเปิดตัวนาฬิการุ่น Oris Aquis Date Relief นาฬิกาสำหรับนักประดาน้ำคุณภาพสูง

เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ โอริสได้มีโครงการรณรงค์เพื่อการป้องกันและอนุรักษ์มหาสมุทรของโลก ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งในพันธกิจที่จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น แต่เราก็ยังคงมองเห็นถึงสัญญาณต่างๆ ว่ายังคงมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องลงมือทำ ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกับกลุ่มลูกค้าของเรา ตัวแทนค้าปลีก และสื่อมวลชนที่เป็นพันธมิตรของเรา ตามความต้องการ ที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เป็นนัยสำคัญของสถานการณ์เรื่องน้ำของโลก

ในเส้นทางที่สำคัญนี้ เรามีความภูมิใจที่จะแนะนำ Oris Aquis Date Relief หนึ่งในนาฬิกาคอลเล็คชั่น Aquis สำหรับนักประดาน้ำประสิทธิภาพสูง และเป็นนาฬิการุ่นใหม่จากความร่วมมือกับนักว่ายน้ำระยะไกล และเป็นทูตสันถวไมตรีในเรื่องน้ำของโอริส Ernst Bromeis

Ernst ได้สวมใส่นาฬิการุ่น Oris Aquis Date Relief ในปฏิบัติการที่ทะเลสาปไบคาล ร่วมกับนักถ่ายภาพ Maurice Haas เพื่อเตรียมการล่วงหน้าสำหรับการว่ายน้ำในโครงการ ‘เดอะ บลู มิราเคิล (The Blue Miracle) ในปี 2019 ที่จะได้เห็นเขาว่ายน้ำข้ามทะเลสาบหลายแห่ง รวมถึงทะเลสาบไบคาล ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อเพิ่มการตระหนักรู้ในเรื่องสถานการณ์น้ำของโลก

นาฬิการุ่น Oris Aquis Date Relief ได้แรงบันดาลใจจากสีและความรู้สึกที่มีต่อน้ำ หน้าปัดสีเทาที่ทำให้นึกถึงสีของทะเลยามมีพายุ ในขณะที่มาตรเวลาแบบนูนบนวงแหวนขอบหน้าปัดสำหรับนักประดาน้ำซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชวนให้ระลึกถึงพื้นผิวของน้ำ ซึ่งเป็นเสมือนปัจจัยสำคัญพื้นฐานในทุกชีวิต

นาฬิกาเรือนนี้รังสรรค์ขึ้นอย่างเพียบพร้อมด้วยโครงสร้างที่งามสง่า และประสิทธิภาพการใช้งานที่ทรงคุณค่าของ Oris Aquis Date ตัวเรือนมีขนาด 43.50 มิลลิเมตร (1.713 นิ้ว) ทำด้วยสเตนเลสสตีล พร้อมด้วยวงแหวนบนขอบหน้าปัดสำหรับนักประดาน้ำแบบหมุนได้ทิศทางเดียว กันน้ำได้ถึงระดับ 30 บาร์ (300 เมตร) มีให้เลือกทั้งแบบสายรับเบอร์ และสายโลหะ กระจกแซฟไฟร์คริสตัลประกอบครอบบนหน้าปัดที่ตกแต่งด้วยขีดบอกเวลาแบบนูน พร้อมด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova® เช่นเดียวกับเข็มชั่วโมง และเข็มนาที

กลไกจักรกลสวิสระบบอัตโนมัติ ประกอบกับเข็มวินาทีสีแดงจากจุดศูนย์กลางตัวเรือน และหน้าต่างแสดงวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา

โอริส และเอิร์นสกำลังดำเนินการตามวิถีของตนเองผ่านโครงการนี้ เพื่อให้การศึกษากับผู้คนนับพันนับหมื่นถึงความจำเป็นในการอนุรักษ์น้ำของโลกก่อนที่มันจะสายเกินไป

ข้อมูลตัวเรือน

ตัวเรือน สเตนเลสสตีลแบบประกอบหลายชิ้น

ขนาด 43.50 มม. (1.713 นิ้ว)

หน้าปัด สีเทา

วัสดุเรืองแสง ขีดบอกเวลา และเข็มนาฬิกาเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova BG W9

กระจกฝาหน้า แซฟไฟร์คริสตัล โค้งรูปโดม เคลือบสารกันแสงสะท้อนด้านใน

ฝาหลัง สเตนเลสสตีลแบบขันสกรู พร้อมกระจกมิเนอรัลเปลือยให้เห็นกลไกภายใน

กลไกปรับตั้งเวลา มะยมนิรภัยทำด้วยสเตนเลสสตีล

สายนาฬิกา/สายโลหะ สายสเตนเลสสตีลแบบประกอบหลายชิ้น พร้อมเฟืองล็อคสายนิรภัยแบบบานพับและขยายความยาวสายได้; สายรับเบอร์สีเทา หรือ สีแดง พร้อมเฟืองล็อคสายนิรภัยแบบบานพับและขยายความยาวสายได้; หรือ สายหนังสีเทา พร้อมเฟืองล็อคสายนิรภัยแบบบานพับและขยายความยาวสายได้

การกันน้ำ 30 บาร์ (300 เมตร)

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรคาเดโร กรุ๊ป โทร. 02-163-0555

 

 

 

เรื่องแนะนำ

Gastronomy : การท่องเที่ยวเชิงอาหาร

ท่องไปในเส้นทางสายอาหารและการกินแห่งดินแดนอาเซียนผ่าน การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การส่งผ่านวัฒนธรรมการกิน ถือเป็นเครื่องมือของการพัฒนาระบบอาหารท้องถิ่นของภูมิภาคและโลกอย่างยั่งยืน ซึ่งมีความสำคัญต่ออนาคตของมนุษยชาติ เพราะปฏิบัติการทางอาหารจะนำไปสู่การแสวงหาทางออกใหม่ให้กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยทำให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่น และยังเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี ครั้งนี้ ประเทศไทยรับบทบาทเป็นผู้ประสานงานหลักในการสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงอาหารแห่งอาเซียน เพื่อทำให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอาหารอย่างเป็นระบบ และส่งเสริมการประกอบอาชีพของชุมชนท้องถิ่น อันนำไปสู่การสร้างสรรค์การท่องเที่ยวเชิงอาหารในแนวทางแห่งความยั่งยืนสืบไป Gastronomy tourism goes far beyond just what is “on the plate” การท่องเที่ยวเชิงอาหารคืออะไร ความหมายของการท่องเที่ยวเชิงอาหารมีคุณค่ามากกว่าแค่การดื่มกินอาหารเด็ดเมนูดังตามแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังครอบคลุมไปถึงการผลิต (เช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เยี่ยมชมแหล่งผลิตแบบพื้นถิ่น) ไปจนถึงขั้นหลังการบริโภค (เช่น การผลิตสินค้าที่ระลึกเพิ่มมูลค่า หรือแม้แต่การจัดการเศษอาหารเหลือทิ้ง) ด้วยความต่อเนื่องนี้จะเป็นโอกาสอันดีให้นักท่องเที่ยวได้เติมเต็มประสบการณ์และสัมผัสกิจกรรมท่องเที่ยวอันหลากหลายที่เกี่ยวเนื่องมาจากอาหาร ซึ่งจะยังประโยชน์ให้เกิดกับสังคมเศรษฐกิจของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 4 เสาหลักของการท่องเที่ยวเชิงอาหาร Farming System การเดินทางเริ่มต้นจากแหล่งกำเนิดอาหาร แปลงผัก สวนผลไม้ บ้านไร่ หรือท้องนา ในแนวทางเกษตรปลอดภัย สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของอาหารต่อสุขภาพและการกินดีมีสุข Story of Food คุณค่าของเรื่องราวเบื้องหลังที่ทำให้คุณค่าของอาหารแต่ละจานโดดเด่นและเป็นที่จดจำ อาหารหนึ่งจานรวบรวมเรื่องราวมรดกภูมิปัญญา ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมการกิน […]

สุโขทัย ที่น่าจะเป็น – เมืองมรดกโลกและเมืองสร้างสรรค์ อย่างไรที่ยั่งยืน

อพท. จับมือ ยูเนสโกและอิโคโมสสากล ชวนสุโขทัยถอดรหัสโต๊ะกลม การท่องเที่ยว มรดกวัฒนธรรมและเมืองสร้างสรรค์ ขบทิศทางแห่งความยั่งยืน

ลดปริมาณขยะพลาสติก ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค

10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีขยะพลาสติกประมาณปีละ 2 ล้านตัน นำกลับไปใช้ประโยชน์เพียง 0.5 ล้านตัน ส่วนที่เหลือ 1.5 ล้านตัน เป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง