ร่วมช่วยเหลือ เด็กในแอฟริกา กับยูนิเซฟ - National Geographic Thailand

ร่วมช่วยเหลือเด็กในแอฟริกากับยูนิเซฟ

ร่วมช่วยเหลือ เด็กในแอฟริกา กับยูนิเซฟ

จินตนาการถึงเด็กอายุ 2 – 3 ขวบ คุณคงนึกถึงภาพเจ้าตัวน้อยวิ่งไปมาอย่างซุกซน และเสียงโวยวายกรีดร้องอย่างสนุกสนานตามประสาเด็กที่กำลังเรียนรู้ แต่นั่นไม่ใช่ภาพที่เกิดขึ้นกับ เด็กในแอฟริกา เพราะเด็กน้อยเหล่านั้นมีสภาพผอมแห้ง ผิวหนังเหี่ยวย่นราวกับคนแก่ และไม่แม้แต่จะมีแรงนั่งหรือเปล่งเสียงตอบโต้บทสนทนาออกมา นั่นไม่ใช่เด็กในแบบที่เราคุ้นเคย แต่คือชีวิตที่กำลังจะล้มตายลงช้าๆ เพราะความอดอยาก นั่นคือภาพความเป็นจริงที่ โธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ได้สัมผัสมา และต้องการพรรณาให้คนไทยเข้าใจถึงวิกฤติด้านอาหารที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้

ขณะนี้ประชาชนหลายล้านคนในเซาท์ซูดาน, ไนจีเรีย, เอธิโอเปีย และโซมาเลียกำลังเผชิญกับการขาดแคลนอาหารครั้งใหญ่ อันเนื่องมาจากการสู้รบในสงครามกลางเมือง, การพลัดถิ่นฐาน ไปจนถึงภัยแล้งที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ในจำนวนนี้มีเด็กที่กำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤติด้านมนุษยธรรมอย่างรุนแรงนี้มากถึง 1.3 ล้านคน

เด็กในแอฟริกา
หนูน้อยวัยหนึ่งขวบเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งของเมืองเบตู ประเทศเซาท์ซูดาน
ภาพถ่ายโดย ยูนิเซฟ

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เด็กๆ เหล่านี้มีน้ำหนักตัวน้อยมาก พวกเขามีรูปร่างแคระแกร็นเมื่อเทียบกับเด็กวัยเดียวกันในประเทศอื่น จากภาวะทุพโภชนาการ และยูนิเซฟเองประมาณตัวเลขไว้ว่าทุกๆ 5 วินาทีจะมีผู้เสียชีวิตจากความหิวโหยนี้ หากยังไม่มีการลงมือทำอะไรสักอย่าง

ภาพที่เห็นคือตัวอย่างของอาหารบำบัดฉุกเฉินที่ยูนิเซฟใช้ช่วยชีวิตเด็กๆ ใน 4 ประเทศข้างต้น ภายในประกอบไปด้วยอาหารเหลวที่ร่างกายของเด็กสามารถดูดซึมได้ทันที ในหนึ่งถุงจะให้พลังงานราว 500 แคลอรี่ แต่กระบวนการรักษาเด็กที่ป่วยจากภาวะขาดแคลนอาหารนั้นต้องใช้เวลา 6 – 8 สัปดาห์ นั่นหมายความว่าในเด็กหนึ่งคนต้องใช้อาหารบำบัดฉุกเฉินราวคนละ 150 ถุง กว่าที่พวกเขาจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม

เด็กในแอฟริกา
หน้าตาของอาหารบำบัดฉุกเฉินที่ภายในประกอบไปด้วยถั่วลิสง นม กรดโฟลิค สังกะสี แมกนีเซียม วิตามินบีและอีที่ร่างกายของเด็กสามารถดูดซึมได้ง่าย

ทั้งนี้นอกเหนือจากอาหารบำบัดฉุกเฉินแล้ว ยูนิเซฟยังจัดส่งอุปกรณ์บำบัดน้ำให้สะอาด, สายวัดแขนเพื่อคัดกรองเด็กที่ป่วยด้วยภาวะขาดสารอาหาร ไปจนถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ อีกด้วยเพื่อช่วยเหลือ

ด้านคุณอานันท์ ปันยารชุน ทูตสันถวไมตรี องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เราไม่สามารถนิ่งดูดายกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแอฟริกาได้ เราไม่สามารถปล่อยให้เด็กคนใดต้องมาเสียชีวิตลงจากสิ่งที่เราป้องกันได้ และไม่จำเป็นว่าเด็กเหล่านั้นคือเด็กไทยหรือไม่ เพราะไม่ว่าพวกเขาจะเป็นคนชาติใด ไม่ว่าจะไกลแค่ไหน แต่เด็กทุกคนก็คือเด็ก คือเพื่อนร่วมโลกผู้บริสุทธิ์ ผู้ซึ่งควรได้เติบโตเป็นพลเมืองโลกที่สมบูรณ์แข็งแรง และพร้อมที่จะมาเติมเต็มให้โลกของเราเป็นโลกที่น่าอยู่และปลอดภัยสำหรับมนุษย์ทุกคน”

เด็กในแอฟริกา
ตัวอย่างการใช้สายวัดแขนเพื่อคัดกรองเด็กที่ป่วยด้วยโรคขาดสารอาหาร จะเห็นว่าในเด็กปกติวัย 1 ขวบ 8 เดือน มีท่อนแขนอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่แขนของเด็กๆ ในแอฟริกาที่กำลังเผชิญกับวิกฤตินั้นมีขนาดเล็กมาก (สีแดงคืออยู่ในวิกฤติ) โดยมีขนาดเทียบเท่ากับดินสอไม้หกแท่งเท่านั้น

โธมัส ดาร์วิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยกล่าวเสริมว่า นอกเหนือจากปัญหาการขาดแคลนเงินทุนแล้ว อีกหนึ่งอุปสรรคก็คือความยากในการเข้าถึงพื้นที่เนื่องจากยังคงมีความขัดแย้ง และการสู้รบ อย่างไรก็ดีขณะนี้เจ้าหน้าที่จากยูนิเซฟกำลังทำงานอย่างหนักในพื้นที่ เพื่อช่วยให้เด็กๆ รอดชีวิต เนื่องจากโลกทุกวันนี้เราทุกคนเชื่อมต่อถึงกัน และไม่มีพรมแดนอีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเด็น “เด็ก” ซึ่งพวกเขาจะเติบโตขึ้นเป็นประชากรรุ่นใหม่ของโลกในอนาคต

คุณเองก็มีส่วนช่วยเด็กๆ เหล่านี้ได้ ด้วยการบริจาคในโครงการ #น้ำใจไทยเพื่อเด็กในแอฟริกา เพียงพิมพ์ 100 แล้วส่ง SMS ไปที่ 4712225 เพื่อบริจาค 100 บาท หรือบริจาคออนไลน์ โดยกูเกิลคำว่า “น้ำใจไทยเพื่อเด็กในแอฟริกา” หรือเข้าไปดูรายละเอียดได้ ที่นี่ (โดยในการส่งข้อความหนึ่งครั้ง เด็กๆ จะได้รับอาหารบำบัดฉุกเฉินเพียงพอสำหรับ 2 วัน)

โครงการ #น้ำใจไทยเพื่อเด็กในแอฟริกา ครั้งนี้ตั้งเป้าระดมเงินบริจาคจำนวน 15 ล้านบาทจากประชาชนชาวไทย ซึ่งยูนิเซฟได้ตั้งเป้าหมายการระดมทุนจากทั่วโลกเป็นจำนวน 600 ล้านเหรียญสหรัฐ (19,000 ล้านบาท) ภายในปี 2561

ปัจจุบัน ได้รับทุนแล้วเพียงร้อยละ 37 ของการระดมทุนทั้งหมดที่ยูนิเซฟตั้งเป้าไว้ องค์การยูนิเซฟ ถือโอกาสนี้ ขอขอบคุณชาวไทยทุกคนที่ร่วมบริจาคเพื่อรักษาชีวิตและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับเด็กๆ และครอบครัวที่กำลังเดือดร้อน เพื่อให้พวกเขาได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

 

อ่านเพิ่มเติม

บ้านแสนสุขของผู้ลี้ภัยเซาท์ซูดาน

เรื่องแนะนำ

5 วิธีการสร้างนิสัยรักการอ่าน

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของความร่วมมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐคือ กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่านถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน ช่วงเวลาแห่งปีใหม่ หลายคนชอบตั้งเป้าหมายประจำปี โดยหนึ่งในสิบอันดับที่มีคนตั้งเป้าหมายมากที่สุด คือ การอ่านหนังสือให้ได้ตามจำนวนที่ตั้งใจไว้ หนังสือที่มีคุณภาพสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้อ่านหลายประการ เช่น เปิดทัศนคติและมุมมองใหม่ๆ เพิ่มความเชี่ยวชาญในสายอาชีพ และช่วยลดความขุ่นข้องหมองใจ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลจะเกิดขึ้นได้ ตัวของผู้อ่านจำเป็นต้องสร้างรูปแบบและนิสัยการอ่านให้กับตัวเอง นิสัยรักการอ่านเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังและบ่มเพาะ มีวิธีปฏิบัติหลายวิธีเพื่อการอ่านหนังสือ ในช่วงแรก เราควรมีความตั้งใจที่อยากปรับเปลี่ยน ปรับประยุกต์วิธีการที่เหมาะสมสำหรับตนเอง และเริ่มจากหนังสือที่ตนเองมีความสนใจ เหล่านี้ คือวิธีที่จะช่วยให้คุณสร้างนิสัยรักการอ่าน กำหนดเป้าหมาย การกำหนดเป้าหมายก่อนการเริ่มต้นเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยให้เรามีทิศทางที่ชัดเจน เช่น ภายในหนึ่งเดือนจะอ่านหนังสือให้จบหนึ่งเล่ม การพัฒนาและบ่มเพาะนิสัยการอ่านอาจไม่ต้องทำให้เป็นเรื่องเคร่งเครียดเหมือนเป้าหมายอื่นๆ การกำหนดเป้าหมายในการสร้างนิสัยรักการอ่านควรพิจารณาจากตารางในชีวิตประจำวันที่เราทำทุกวัน แต่ละคนมีปัจจัยในการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน ทำให้เป้าหมายของเราสนุกแล้วเราจะเพลิดเพลินใจเมื่อทำมันสำเร็จ สร้างรายการหนังสือในแต่ละเดือน ลองเลือกหนังสือที่คุณอยากอ่านมาทั้งหมด แล้วประเมินความเร็วในการอ่าน ความยาวของหนังสือ และเวลาในการอ่านแต่ละวัน จะช่วยให้คุณเลือกวางแผนได้ว่า ในหนึ่งปีคุณสามารถอ่านหนังสือได้ประมาณกี่เล่ม แล้วนำรายชื่อหนังสือเหล่านั้นมาลงตารางในแต่ละเดือน เป็นเป้าหมายระยะสั้น […]

เปิดแล้ว โอลิมปัส สโตร์ แฟล็กชิป แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โอลิมปัส จับมือ บิ๊ก คาเมร่า เปิดตัว โอลิมปัส สโตร์ แฟล็กชิป แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โอลิมปัส แบรนด์กล้องดิจิทัลชั้นนำ เดินหน้าลุยตลาดเพื่อรองรับการขยายตัวของผู้บริโภคในเมืองไทย ชูกลยุทธ์ “คอนซูเมอร์ เอ็กซ์พีเรียนซ์” โดยจับมือ บิ๊ก คาเมร่า ผู้จัดจำหน่ายกล้องดิจิทัลรายใหญ่ของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัว “โอลิมปัส สโตร์ บาย บิ๊ก คาเมร่า” (OLYMUS Store by BIG CAMERA) ซึ่งถือเป็นแฟล็กชิปสโตร์แบรนด์โอลิมปัสแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่บนชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  เพื่อเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักการถ่ายภาพ และยังเป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ใหม่ด้วยสินค้าและบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เอาใจคนเล่นกล้องในยุคปัจจุบัน นอกจากโซนจัดแสดงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของโอลิมปัสให้เลือกซื้อหาแล้ว ลูกค้ายังสามารถสัมผัสได้ถึงประสบการณ์ที่สะท้อนผ่านไลน์ผลิตภัณฑ์ของกล้องโอลิมปัส เช่น การใช้ชีวิตกลางแจ้ง และไลฟ์สไตล์แบบทันสมัยมีสไตล์ ตลอดจนส่วนจัดแสดงประวัติของกล้องโอลิมปัส และพื้นที่ที่จัดไว้สำหรับแสดงผลงานภาพถ่าย (gallery) ของช่างภาพทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น งานนี้ได้รับเกียรติจาก มร.มาร์ค ราแดท ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์กล้องถ่ายภาพ และอุปกรณ์อเล็กทรอนิกส์ […]

ความสนุกที่ซุกซ่อนอยู่ใน MONKEY

ขับขี่มอเตอร์ไซค์ไปด้วยความสนุกพร้อมกับการออกแบบโดดเด่นที่ไม่มีใครเหมือน เมื่อต้องเลือกมอเตอร์ไซค์คู่ใจไว้สักหนึ่งคัน แต่ละคนอาจมีเหตุผลมากมาย แต่คุณสมบัติมอเตอร์ไซค์หลายคนปรารถนา คงจะหนีไม่พ้นการให้สัมผัสในการขับขี่ที่แตกต่างจากมอเตอร์ไซค์ทั่วไป มีโครงสร้างที่มีเอกลักษณ์ ขับไปที่ใดก็เป็นจุดเด่นแตะตา และการขับขี่ที่ง่ายดายจนกลายเป็นเรื่องสนุก MONKEY คือรุ่นมอเตอร์ไซค์ที่มีคุณสมบัติเช่นนั้น ทำไมถึงกลายเป็นเรื่องสนุก อาจเป็นเพราะต้นกำเนิดของมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้เกิดขึ้น มาจาก “ความซุกซน” และ “ความคิดสร้างสรรค์” ของทีมวิศวกรจาก HONDA ย้อนไปในปี 1961 พวกเขาเล่นมีความคิดเล่นสนุก โดยการนำชิ้นส่วนเหลือใช้ในโรงงานมาประกอบเป็นมอเตอร์ไซค์คันจิ๋ว ติดตั้งเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ ขนาด 50 ซีซี ซี่งผลที่ได้คือมอเตอร์ไซค์ที่มีการออกแบบที่เรียบง่าย จากนั้น HONDA นำมอเตอร์ไซค์ไปให้เด็กๆ ได้ทดลองขี่เล่นที่สวนสนุกทามาเทค ในกรุงโตเกียว และตั้งชื่อรุ่นในตอนนั้นว่า HONDA Z50M ด้วยขนาดตัวอันเล็กจิ๋ว ทำให้ผู้ขับขี่ดูมีท่าทางที่ขี่คร่อมไปกับลิงน้อยท่าทางซุกซน จึงได้รับฉายาว่า “MONKEY” ซึ่งในตอนนั้นมันดูเหมือนรถของเล่นมากกว่านำมาขับขี่ได้จริง แต่พวกเขาไม่ได้หยุดเอาไว้แค่การเล่นสนุกเพียงแค่นั้น ในปี 1963 ก็ได้มีการปรับปรุงมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ด้วยการติดตั้งถังโครเมียมขนาดใหญ่ และนำมอเตอร์ไซค์ที่มีต้นกำเนิดจากความสนุกนี้ไปจำหน่ายที่สหรัฐอเมริกาและยุโรป ต่อมาในปี 1967 ก็ได้มีการผลิตและจำหน่าย MONKEY รุ่นแรกในญี่ปุ่น พร้อมกับการออกแบบถังน้ำมันและเบาะนั่งใหม่ นับตั้งแต่นั้นได้มีการพัฒนา MONKEY เรื่อยมาจนถึงปี […]

GISTDA ชวนร่วมงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ 2020

GISTDA ชวนเปิดมุมมอง “Space Frontier ค้นหาความรู้เหนือชั้นบรรยากาศ” ในมหกรรมวิทย์ 2020 จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา และขณะนี้ยังอยู่ในการเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาด ส่งผลให้มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติที่จัดขึ้นประจำทุกปีในเดือนสิงหาคมถูกเลื่อนออกไปเป็นเดือนพฤศจิกายน ในปีนี้ GISTDA ก็ไม่พลาดที่จะมาเชิญน้องๆ ร่วมเปิดมุมมองกับแนวคิดหลัก Space Frontier ค้นหาความรู้เหนือชั้นบรรยากาศ ที่จะทำให้น้องๆ รู้สึกเพลิดเพลินกับการเรียนรู้ด้านอวกาศในมิติต่างๆภายใน GISTDA Space Gateway กับอวกาศล้ำๆ ที่จะทำให้น้องๆ เกิดแรงบันดาลใจในการศึกษาด้านอวกาศกันมากยิ่งขึ้น ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี นายพีร์ ชูศรี รองผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า ปีนี้ GISTDA มาในตีม “Space Frontier ค้นหาความรู้เหนือชั้นบรรยากาศ” ซึ่งการออกแบบเนื้อหาและการตกแต่งจะมีความแตกต่างออกไปจากปีก่อนๆ โดยปีนี้ จัดนิทรรศการภายใต้แนวคิดล้ำสมัยเหมือนยก Space Gateway มาไว้ที่นี่กันเลยทีเดียว ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เยาวชนไทยเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ เพื่อจะนำไปสู่จินตนาการต่างๆ ได้อย่างเข้าใจ สามารถเห็นภาพการปฏิบัติภารกิจจริงๆ รวมถึงร่วมพูดคุยซักถามกับนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญด้านอวกาศแบบเป็นกันเอง ภายใน GISTDA […]