Thailand Space Week 2019 เตรียมพบกับที่สุดของมหกรรมเทคโนโลยีด้านอวกาศของ ประเทศไทย - National Geographic Thailand

Thailand Space Week 2019 เตรียมพบกับที่สุดของมหกรรมเทคโนโลยีด้านอวกาศของ ประเทศไทย

เป็นเวลากว่าทศวรรษที่ประเทศไทยนำเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ มากมาย ทั้งการสำรวจและติดตามทรัพยากรภายในประเทศ การสื่อสาร การนำทาง และการเฝ้าระวังภัยพิบัติ จนเกิดเป็นโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและดาวเทียม เพื่อให้บริการข้อมูล และให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศทั้งในประเทศและระดับสากล

ในปี 2019 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า (GISTDA) ได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 19 จึงนับเป็นวาระอันดีที่ได้จัดมหกรรมเทคโนโลยีด้านอวกาศของประเทศไทยขึ้นเป็นครั้งแรก ในชื่องาน Thailand Space week 2019 ภายใต้แนวคิด “Space for Sustainable Society” หรือเทคโนโลยีอวกาศเพื่อความยั่งยืนของสังคม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 29 สิงหาคม 2562 ณ อิมแพคเมืองทองธานี กรุงเทพฯ โดยภายในงานจะประกอบไปด้วย 4 เสาหลักที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศ อันประกอบด้วย

  1. Geo-Infotech

การประชุมวิชาการเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศแห่งชาติ เป็นเวทีสำหรับการเสนอและเผยแพร่ผลงานวิจัยของนักวิชาการ นักวิจัย นิสิตและนักศึกษา จากหน่วยงานของรัฐและเอกชน เป็นการแสดงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ การแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งสะสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ อันจะนำไปสูการเพิ่มคุณภาพชีวิต สร้างรายได้และสร้างงานแก่ประชาชนทุกระดับ เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

  1. Multi GNSS Asia

GNSS ย่อมาจากคำว่า Global Navigation Satellite System หรือระบบนำทางด้วยดาวเทียม เป็นคำมาตรฐานทั่วไปที่ใช้เรียกแทนคำว่า Satellite Navigation System (Sat Nav) ทำหน้าที่ให้ข้อมูลพิกัดบนผิวโลกโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวรับสัญญาณเพื่อคำนวณและแสดงพิกัดตำแหน่ง ณ จุดที่ตัวรับสัญญาณตั้งอยู่ ส่วน GPS ที่ทุกคนรู้จักว่าเป็นระบบนำทางนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบ GNSS ซึ่งดาวเทียมต่าง ๆ ในระบบ GNSS ประกอบด้วย

  1. GPS ย่อมาจาก Global Positioning System ซึ่งเป็นดาวเทียมระบบแรกของโลกที่ออกแบบโดยประเทศสหรัฐอเมริกา มีดาวเทียมทั่วโลกทั้งหมด 28 ดวง
  2. GLONASS เป็นระบบดาวเทียมของประเทศรัสเซียมีดาวเทียมทั่วโลกทั้งหมด 24 ดวง
  3. Galileo เป็นระบบดาวเทียมของสหภาพยุโรป ซึ่งทั้งระบบจะมีดาวเทียมทั่วโลกทั้งหมด 30 ดวง ภายในปี 2020

โดยภายในงาน Thailand Space Week 2019 จัดให้มีการนำเสนอแนวโน้มของเทคโนโลยีระบบนำทางด้วยดาวเทียมในยุคปัจจุบันจากผู้ประกอบการรายใหญ่ทั่วโลก การนำเสนองานวิจัยเกี่ยวกับระบบนำทางด้วยดาวเทียมจากเยาวชน และการประยุกต์เทคโนโลยีระบบนำทางด้วยดาวเทียมเพื่อใช้สำหรับการรับบมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติและวางแผนอพยพ

  1. Aerospace Industry

การปรากฏตัวผู้บริหารระดับสูงของ Airbus ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมการบินและอากาศยานระดับโลก ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ ได้รับทราบถึงวิสัยทัศน์ของ Airbus ต่อภูมิภาคเอเชีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศไทย แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงศักยภาพด้านเศรษฐกิจที่โดดเด่นของไทยในภูมิภาค นำไปสู่ความร่วมมือเพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านอากาศยานของไทยทั้งด้านการฝึกอบรมบุคลากรและการพัฒนาเทคโนโลยีชิ้นส่วนเครื่องบินในอนาคตซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญหลักของ Airbus รวมไปถึงความตกลงระหว่างประเทศไทยกับ Airbus ที่จะร่วมมือพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศในไทย

  1. Space Youth Forum

เยาวชนรุ่นใหม่เป็นกำลังสำคัญที่จะพัฒนาประเทศชาติต่อไป จิสด้าจึงเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมในการจัดงานครั้งนี้ โดยมีการจัดประกวดสื่อภูมิสารสนเทศ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีการค้นคว้าข้อมูล และใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการผลิตสื่อออกมาเป็นผลงานที่จะนำมาแสดงภายในงาน การประกวดไอเดีย “การทดลองในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง” ระดับอุดมศึกษา ซึ่งจะเป็นเวทีที่ให้เยาวชนไทยได้โชว์พลังความคิดสร้างสรรค์ให้นานาชาติได้รับรู้ อีกทั้ง ค่ายเยาวชนที่จะสนับสนุนเยาวชนไทยที่มีศักยภาพมีโอกาสไปศึกษาดูงานที่สถานีวิจัยด้านอวกาศชั้นนำของโลกอย่าง NASA และในส่วนนี้ยังเป็นเวทีสัมมนาของเยาวชนที่สนใจด้าน Space ซึ่งจากความฝันเล็กๆ ของเด็กกลุ่มหนึ่งที่อยากให้อวกาศเป็นสิ่งที่คนไทยสามารถเข้าถึงและเข้าใจจนตอนนี้ เยาวชนกลุ่มนี้ได้เป็นที่รู้จักของคนไทยทั่วประเทศ

งานThailand Space Week 2019 ครั้งนี้ นับเป็นการรวมกลุ่มคนในสาขาเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศจากทั่วทุกมุมโลก ตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย อาจารย์ ผู้ประกอบการ ไปจนถึงเยาวชนที่มีความสนใจในด้านนี้ นับเป็นพื้นที่ที่จะเติมเต็มโอกาสในการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศไทยให้เทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น และเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยให้เป็นที่ประจักษ์ถึงความพร้อมในการพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศในอนาคต

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 033-048-091 ต่อ 101 ถึง 111

เรื่องแนะนำ

เคล็ดลับการเรียนภาษาผ่านการอ่านหนังสือ

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของความร่วมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน เมื่อเรากำลังอยู่ในช่วงที่ฝึกฝนหรือเรียนภาษาต่างประเทศสักภาษา เรามักให้ความสำคัญกับการพูด เราควรให้ความสำคัญกับการเลียนแบบเจ้าของภาษา เนื่องจากเราต้องการพูดภาษาที่เรากำลังเรียนอยู่ให้รวดเร็วที่สุด และมองข้ามความสำคัญในการเรียนภาษาโดยการอ่านไป เนื่องจากหลายคนมองว่าเป็นวิธีที่น่าเบื่อและช้า ซ้ำยังดูเป็นวิชาการมากเกินไป และอาจขัดกับความต้องการของคนส่วนใหญ่ที่เรียนภาษาเพื่อนำไปพูดในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม แนวความคิดที่คนส่วนใหญ่เชื่อถือนี้มักขัดกับหลักการเรียนภาษาที่ถูกต้อง นั่นคือ ถ้าหากคุณอยากพูดภาษาใดภาษาหนึ่งอย่างถูกต้อง คุณต้องอ่านภาษานั้นให้มากๆ ด้วย เนื่องจากการเรียนภาษานั้นเปรียบเสมือนการเชื่อมโยงจุด โดยมีทักษะการฟังเป็นจุดหนึ่ง ความเข้าใจบริบทเป็นจุดหนึ่ง การเลียนแบบเจ้าของภาษาเป็นจุดหนึ่ง และ “การอ่าน” ก็เป็นหนึ่งในจุดที่สำคัญ ดังนั้นหากคุณต้องการเรียนภาษาใหม่ให้ได้อย่างรวดเร็ว คุณก็ควรที่เริ่มอ่านหนังสือด้วยเช่นกัน เหตุผลที่การอ่านหนังสือเป็นวิธีที่ดีในการเรียนภาษา ในการเรียนภาษา เป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องรู้เรื่องของกฎหรือไวยากรณ์ หรือแม้กระทั่งสไตล์ของภาษา ภาษาที่เราได้ยินเจ้าของภาษาพูดอย่างเป็นธรรมชาตินั้น แท้จริงแล้วมีไวยากรณ์ซ่อนอยู่ด้วยเสมอ แม้ว่าพวกเขาดูเหมือนจะไม่ใส่ใจก็ตาม และด้วยการอ่านนี้เองจะช่วยทำให้เรามองเห็นภาพของไวยากรณ์ในภาษาได้ชัดเจนขึ้น และเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการวิเคราะห์โครงสร้างของภาษา เหตุผลหนึ่งคือ เราจะจดจำภาษาได้มากกว่าหากผ่านการมองเห็น และการอ่านจะทำให้มองเห็นตัวภาษา รวมทั้งช่วยในการเชื่อมโยงตัวคำศัพท์กับภาพในสมองได้ดียิ่งขึ้น เช่น […]

Thailand Corporate Sustainability Symposium: แลกเปลี่ยนและเรียนรู้เรื่องความยั่งยืนจากผู้นำ

แนวคิด "การพัฒนาเพื่อความยั่งยืน" เป็นแนวคิดที่หลายองค์กรให้ความสนใจมากขึ้น แม้ว่าไอเดียเรื่องความยั่งยืนจะเกิดขึ้นมานานแล้ว

Gastronomy : การท่องเที่ยวเชิงอาหาร

ท่องไปในเส้นทางสายอาหารและการกินแห่งดินแดนอาเซียนผ่าน การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การส่งผ่านวัฒนธรรมการกิน ถือเป็นเครื่องมือของการพัฒนาระบบอาหารท้องถิ่นของภูมิภาคและโลกอย่างยั่งยืน ซึ่งมีความสำคัญต่ออนาคตของมนุษยชาติ เพราะปฏิบัติการทางอาหารจะนำไปสู่การแสวงหาทางออกใหม่ให้กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยทำให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่น และยังเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี ครั้งนี้ ประเทศไทยรับบทบาทเป็นผู้ประสานงานหลักในการสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงอาหารแห่งอาเซียน เพื่อทำให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอาหารอย่างเป็นระบบ และส่งเสริมการประกอบอาชีพของชุมชนท้องถิ่น อันนำไปสู่การสร้างสรรค์การท่องเที่ยวเชิงอาหารในแนวทางแห่งความยั่งยืนสืบไป Gastronomy tourism goes far beyond just what is “on the plate” การท่องเที่ยวเชิงอาหารคืออะไร ความหมายของการท่องเที่ยวเชิงอาหารมีคุณค่ามากกว่าแค่การดื่มกินอาหารเด็ดเมนูดังตามแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังครอบคลุมไปถึงการผลิต (เช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เยี่ยมชมแหล่งผลิตแบบพื้นถิ่น) ไปจนถึงขั้นหลังการบริโภค (เช่น การผลิตสินค้าที่ระลึกเพิ่มมูลค่า หรือแม้แต่การจัดการเศษอาหารเหลือทิ้ง) ด้วยความต่อเนื่องนี้จะเป็นโอกาสอันดีให้นักท่องเที่ยวได้เติมเต็มประสบการณ์และสัมผัสกิจกรรมท่องเที่ยวอันหลากหลายที่เกี่ยวเนื่องมาจากอาหาร ซึ่งจะยังประโยชน์ให้เกิดกับสังคมเศรษฐกิจของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 4 เสาหลักของการท่องเที่ยวเชิงอาหาร Farming System การเดินทางเริ่มต้นจากแหล่งกำเนิดอาหาร แปลงผัก สวนผลไม้ บ้านไร่ หรือท้องนา ในแนวทางเกษตรปลอดภัย สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของอาหารต่อสุขภาพและการกินดีมีสุข Story of Food คุณค่าของเรื่องราวเบื้องหลังที่ทำให้คุณค่าของอาหารแต่ละจานโดดเด่นและเป็นที่จดจำ อาหารหนึ่งจานรวบรวมเรื่องราวมรดกภูมิปัญญา ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมการกิน […]

เชิญนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรม สืบสานงานศิลป์ ถิ่นหนังใหญ่วัดขนอน ที่ราชบุรี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานราชบุรี ร่วมกับ วัดขนอน จังหวัดราชบุรี ขอเชิญนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรม “สืบสานงานศิลป์ ถิ่นหนังใหญ่วัดขนอน” ภายใต้โครงการ “Thailand Festival Experience @ ภาคกลาง” เพื่อร่วมอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดราชบุรี พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และเปิดประสบการณ์ใหม่ด้านการท่องเที่ยวจากการทำกิจกรรม DIY. การจัดกิจกรรมสืบสานงานศิลป์ ถิ่นหนังใหญ่วัดขนอน จัดขึ้นทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม – 30 เมษายน 2565 ณ วัดขนอน อ.โพธาราม จังหวัดราชบุรี นักท่องเที่ยวสามารถร่วมกิจกรรมได้ฟรี ดังนี้ 1. ชมการแสดงหนังใหญ่ ทุกวันเสาร์ เวลา 10.00 น. และ วันอาทิตย์ เวลา 11.00 น. 2. กิจกรรม DIY – กิจกรรมตอกหนังใหญ่และระบายสี – กิจกรรมเพ้นท์ผ้าบาติก […]