เยี่ยมบ้าน แกรนด์ไซโก้ เรือนเวลาอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น - National Geographic Thailand

เยี่ยมบ้าน แกรนด์ไซโก้ เรือนเวลาอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น

Partner Content

เยี่ยมบ้าน แกรนด์ไซโก้ เรือนเวลาอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น

อะไรที่ทำให้นาฬิกาแบรนด์หนึ่งครองใจลูกค้าทั่วโลกมาอย่างยาวนาน? อะไรคือดีเอ็นเอหรือหัวใจของเรือนเวลา แกรนด์ไซโก้ (Grand Seiko)?

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำถามที่คณะสื่อมวลชนไทยได้ร่วมกันหาคำตอบ ด้วยการร่วมทริปเดินทางสู่บ้านของนาฬิกา แกรนด์ไซโก้ ที่ประเทศญี่ปุ่น

“ความเที่ยงตรง (precision) ความงาม (aesthetics) ความชัดเจนหรือมองเห็นได้ง่าย (legibility) การสวมใส่ที่ให้ความรู้สึกเหนือคำบรรยาย และการเป็นเรือนเวลาอันเป็นที่รักอย่างยาวนานหรือคลาสสิก” คือคำบอกเล่าจากปากของ Mr. Kosugi นักออกแบบผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแกรนด์ไซโก้

แกรนด์ไซโก้
Mr. Kosugi นักออกแบบผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแกรนด์ไซโก้

นาฬิกาแกรนด์ไซโก้รุ่นแรกถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 1960 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นสุดยอดแห่งเรือนเวลา (“best of all watches”) ดังสะท้อนเห็นได้จากการเลือกสัญลักษณ์สิงโต ผู้เป็นราชันแห่งผืนป่า เป็นโลโก้ของแบรนด์

แม้แกรนด์ไซโก้จะเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ไซโก้ (ชาวญี่ปุ่นออกเสียง “เซโกะ” หรือ “เซโก้” ชื่อที่แปลว่า เที่ยงตรง) เรือนเวลาเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีของญี่ปุ่น ทว่าในปัจจุบัน แกรนด์ไซโก้ได้วางตำแหน่งของตนเองและทำการตลาดในฐานะ luxury brand นาฬิกาชั้นนำอย่างเป็นเอกเทศ

แกรนด์ไซโก้
นาฬิกาแกรนด์ไซโก้รุ่นแรก ปี 1960 (บนและล่าง) ภาพถ่ายที่พิพิธภัณฑ์ไซโก้ (The Seiko Museum)

เพื่อให้คณะสื่อมวลชนไทยได้สัมผัสและเข้าถึงจิตวิญญาณของแกรนด์ไซโก้ ทีมงานแกรนด์ไซโก้ทั้งในประเทศไทยและญี่ปุ่นจึงเปิดโอกาสให้คณะได้ไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาของไซโก้และแกรนด์ไซโก้ เช่น อาคาร Wako Department Store ซึ่งเป็นของไซโก้ และปัจจุบันถือเป็นสัญลักษณ์ของย่านกินซ่า อาคารเก่าแก่กว่า   80 ปีหลังนี้ไม่เพียงเป็นห้างสรรพสินค้าระดับหรูที่ขายนาฬิกาหลากหลายแบรนด์ แต่ยังเป็นศูนย์รวมคอลเล็กชั่นของนาฬิกาไซโก้และแกรนด์ไซโก้ นอกจากนี้ คณะยังได้เยี่ยมชมร้านนาฬิกา stand-alone ของแกรนด์ไซโก้อีกด้วย

แกรนด์ไซโก้
อาคาร Wako ด้านบนคือหอนาฬิกาไซโก้ ภายในคือห้างสรรพสินค้าจำหน่ายนาฬิกาหรูจากทั่วโลก รวมถึงคอลเลกชั่นนาฬิกาไซโก้และแกรนด์ไซโก้ อาคารประวัติศาสตร์หลังนี้มีอายุย้อนกลับไปในทศวรรษ 1930 ปัจจุบันเป็นสัญลักษณ์ของย่านกินซ่า ย่านช็อปปิ้งหรูหรากลางกรุงโตเกียว
แกรนด์ไซโก้
คอลเลกชั่นนาฬิกาไซโก้และแกรนด์ไซโก้ภายในห้าง Wako
แรกนด์ไซโก้
Grand Seiko Shop ในย่านกินซ่าของกรุงโตเกียว (บน) และคอลเล็กชั่นนาฬิกาแกรนด์ไซโก้ (ล่าง)

และเพื่อให้เข้าใจถึงเอกลักษณ์ของนาฬิกาแกรนด์ไซโก้ อันได้แก่ ศาสตร์และศิลป์ที่มาบรรจบกันอย่างลงตัวระหว่างนวัตกรรม เทคโนโลยีระดับเวิลด์คลาส และงานฝีมือชั้นสูงของญี่ปุ่น คณะจึงได้รับโอกาสที่หาได้ยากยิ่งในการเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตนาฬิกาแกรนด์ไซโก้ถึงสองแห่ง ได้แก่

โรงงาน Morioka Seiko ณ เมืองโมริโอกะ คือศูนย์รวมการผลิตกลไกของแกรนด์ไซโก้ ซึ่งแบ่งเป็นสองส่วนหลักๆ ได้แก่ การผลิตชิ้นส่วนด้วยเครื่องจักร และการประกอบกลไกด้วยมือ จุดเด่นที่สำคัญอีกประการของที่นี่คือ Shinzu-Ishi Watch Studio ซึ่งเป็นสตูดิโอที่ผลิตนาฬิกากลไกระดับโลกที่มีความแม่นยำสูงและดีไซน์สง่างาม ช่างฝีมือที่ทำงานในสตูดิโอแห่งนี้เป็นผู้ดูแลทั้งเรื่องดีไซน์ การผลิต การประกอบชิ้นส่วน ปรับแต่ง รวมไปถึงตรวจสอบกลไกต่างๆ ของนาฬิกา ที่นี่จึงเป็นแหล่งรวมของบรรดาช่างฝีมือที่คว้ารางวัลมาแล้วมากมายทั้งในระดับประเทศและสากล

แกรนด์ไซโก้
โรงงาน Morioka Seiko ณ เมืองโมริโอกะ คือศูนย์รวมการผลิตกลไกของแกรนด์ไซโก้ โรงงานตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้ร่มรื่น
แกรนด์ไซโก้
Shinzu-Ishi Watch Studio ซึ่งเป็นสตูดิโอที่ผลิตนาฬิกากลไกระดับโลกที่มีความแม่นยำสูงและดีไซน์สง่างาม เป็นส่วนหนึ่งของโรงงาน Morioka Seiko
แกรนด์ไซโก้
ช่างฝีมืออันดับหนึ่งของแกรนด์ไซโก้ขณะทำงานใน Shinzu-Ishi Watch Studio แกรนด์ไซโก้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรโดยเฉพาะช่างผู้ชำนาญการ โดยเน้นการถ่ายทอดทักษะจากรุ่นสู่รุ่น และส่งเสริมให้พัฒนาฝีมือด้วยการเข้าร่วมการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ

โรงงาน Seiko Epson Corporation ณ เมืองชิโอจิริ เป็นอีกที่หมายถึงที่คณะได้ไปเยี่ยมชม ที่นี่คือต้นกำเนิดนวัตกรรมสำคัญยิ่งของไซโก้ ได้แก่ นาฬิกาควอตซ์ และกลไกอันเป็นเอกลักษณ์ของแกรนด์ไซโก้และคิดค้นโดยไซโก้ เรียกว่า Spring Drive (ลักษณะเด่นคือการหมุนของเข็มนาฬิกาที่ลื่นไหลราวกับสายน้ำ ชมภาพเคลื่อนไหวความแตกต่างระหว่างระบบ mechanical และ Spring Drive ได้ที่นี่) โรงงานแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของ Shinshu Watch Studio อันเป็นจุดบรรจบระหว่างเทคโนโลยีเวิลด์คลาสกับงานหัตถศิลป์ชั้นครูของญี่ปุ่น จึงได้รับมอบหมายให้ประกอบกลไกชั้นสูงอย่าง Spring Drive และทำงานเชิงฝีมือ เช่น การขัดเงาแบบซารัตซึ (Zaratsu) สร้างขอบเรียบคมและพื้นผิวเงาราวกับกระจก (mirror effect) ไร้รอยต่อ รวมถึงพื้นผิวที่เรียกว่า hairline อันเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของแกรนด์ไซโก้

แกรนด์ไซโก้
โรงงาน Seiko Epson Corporation ณ เมืองชิโอจิริ
ช่างผู้ชำนาญของแกรนด์ไซโก้ ณ โรงงาน Seiko Epson ตรวจชิ้นงานการขัดเงาแบบซารัตซึ (Zaratsu) อันเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของแกรนด์ไซโก้
แกรนด์ไซโก้
ชิ้นส่วนนาฬิกาแกรนด์ไซโก้ที่มีนวัตกรรม Spring Drive
แกรนด์ไซโก้
เรือนเวลาแกรนด์ไซโก้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดรุ่นหนึ่งในปัจจุบัน จุดเด่นคือความงามอันลงตัวด้วยพื้นผิวหน้าปัด Snowflake ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติอันงดงามของญี่ปุ่น และนวัตกรรม Spring Drive ของแกรนด์ไซโก้

จุดหมายสุดท้ายที่คณะสื่อมวลชนไทยได้ไปเยี่ยมชม คือพิพิธภัณฑ์ไซโก้ (The Seiko Museum) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่เพียงบอกเล่าประวัติความเป็นมาของแบรนด์นาฬิกาอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น แต่ยังรวบรวมประวัติศาสตร์ของการบอกเวลา คอลเล็กชั่นนาฬิกาโบราณแบบต่างๆ จากทั่วโลกและของญี่ปุ่น ตลอดจนวิวัฒนาการของนาฬิกาผ่านยุคสมัย และเรือนเวลาปฏิวัติวงการรุ่นต่างๆ ของ Seiko และ Grand Seiko

แกรนด์ไซโก้
พิพิธภัณฑ์ไซโก้ก่อตั้งเมื่อปี 1981 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของไซโก้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://museum.seiko.co.jp
แกรนด์ไซโก้
หนึ่งในห้องจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ไซโก้ ด้านหน้าคือเรืองราวของ Kintaro Hattori ผู้ให้กำเนิดนาฬิกาไซโก้ จากจุดเริ่มต้นของร้านขายและซ่อมนาฬิกาเล็กๆ สู่เจ้าของฉายา “ราชาเรือนเวลาแห่งโลกตะวันออก” (Oriental King of Timepieces)
แกรนด์ไซโก้
ส่วนหนึ่งของคอลเล็กชั่นนาฬิกาโบราณของญี่ปุ่นและจากทั่วโลกภายในห้องจัดแสดงวิวัฒนาการของการบอกเวลา (Evolution of Time Keeping)
แกรนด์ไซโก้
“The Laurel” ปี 1913 คือนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของญี่ปุ่น ผลงานของไซโก้ กระทั่งถึงปี 1924 แบรนด์ SEIKO จึงเริ่มใช้เป็นครั้งแรก

เรื่องราวของแกรนด์ไซโก้คือเรื่องราวของความพยายามอันไม่เคยหยุดนิ่งที่จะสร้างสรรค์เรือนเวลาที่เที่ยงตรงงดงามไร้กาลเวลา และด้วยคุณภาพยอดเยี่ยมที่สุด หลอมรวมความเป็นเลิศทั้งทางเทคโนโลยี งานฝีมือชั้นครู ปรัชญาความงาม และการใส่ใจในทุกรายละเอียดของวัฒนธรรมญี่ปุ่น  สมดังปณิธานและวิสัยทัศน์ของ Kintaro Hattori ชายผู้ให้กำเนิดไซโก้เมื่อกว่าร้อยปีก่อนที่ว่า “Always one step ahead of the rest.” หรือ เราต้องก้าวล้ำหน้าคนอื่นหนึ่งก้าวเสมอ  พบเรื่องราวของแกรนด์ไซโก้ เรือนเวลารุ่นต่างๆ และสถานที่จัดจำหน่ายในประเทศไทย ได้ที่  https://www.grand-seiko.com/th-th

ส่วนหนึ่งของเรือนเวลา “แกรนด์ไซโก้” ปัจจุบันแบ่งเป็น 3 คอลเล็กชั่นหลัก ได้แก่ Heritage, Elegance และ Sport

เรื่องแนะนำ

30 ปี มูลนิธิชัยพัฒนา ก้าวสู่ชัยชนะแห่งการพัฒนา

มูลนิธิชัยพัฒนา จัดงาน “30 ปี ชัยชนะแห่งการพัฒนา” เพื่อน้อมรำลึกถึง พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้ง มูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นต่อพสกนิกรชาวไทย เนื่องจากพระองค์ทรงหวังพระราชหฤทัยให้เป็นเครื่องมือในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรด้วยความรวดเร็วการว่าการพัฒนา หรือการช่วยเหลือผ่านระบบราชการ มูลนิธิชัยพัฒนาก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2531 ดำเนินงานทั้งในด้านการพัฒนา และการช่วยเหลือราษฎร ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน ก่อให้เกิดโครงการและกิจกรรมต่างๆ ในช่วงตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา จึงเป็นที่มาของการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อนำผลงานของมูลนิธิฯ เผยแพร่และสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทั่วไปได้รู้จักมูลนิธิฯ อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ในการนี้ มูลนิธิฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานในวันพุธที่ 30 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00 น. ภายในงานประกอบด้วยการจัดแสดงนิทรรศการ ซึ่งผู้ร่วมงานมีโอกาสได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นการจัดแสดงเพื่องานนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ เหล่าศิลปินรุ่นใหม่หลายท่านได้รับเชิญให้สร้างผลงานศิลปะและนำมาจัดงานในครั้งนี้ด้วย ศิลปินแต่ละท่านได้รับโจทย์ที่แตกต่างกัน โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา […]

เปิดตัวกำแพงรูป LAIMO คาแร็กเตอร์สมเสร็จสุดน่ารักจากไต้หวัน เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวไต้หวันเปิดตัวภาพวาดบนกำแพงรูป LAIMO (ไหลโหม่) คาแร็กเตอร์สมเสร็จยอดฮิตกับสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไต้หวัน และเชิญชวนให้มาชม และสอบข้อมูลการท่องเที่ยวกันได้ เราเชื่อว่าแต่ละประเทศต่างมีคาแร็กเตอร์หรือตัวการ์ตูนสุดฮิตซึ่งเป็นที่นิยมของคนในประเทศ ถ้าเป็นประเทศญี่ปุ่น ก็คงจะเป็นโดราเอมอน แต่ถ้าพูดถึงเกาะไต้หวัน หนึ่งในคาแร็กเตอร์ที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็คงเป็นเจ้า ‘ไหลโหม่’ (LAI MO) คาแร็กเตอร์สมเสร็จหน้านิ่ง รูปร่างอ้วนกลม มาดยียวนนิดๆ โดดเด่นด้วยลักษณะนิสัยที่เหมือนมนุษย์ คือมีทั้งด้านสดใส แต่ที่มีมากไม่แพ้กันคือบุคลิกด้านลบ โดยคาแร็กเตอร์สมเสร็จตัวนี้สามารถแสดงออกถึงความขี้อิจฉา ขี้เกียจ ไม่ชอบสิ่งใดหรือรู้สึกอย่างไรก็แสดงออกมาตรงๆ ซึ่งทำให้ผู้ที่มีโอกาสรู้จักไหลโหม่ต่างชื่นชอบในบุคลิกที่แสดงออกมาได้ไม่เหมือนคาแร็กเตอร์อื่นๆ ที่เน้นแสดงออกถึงความสดใสน่ารักแต่เพียงอย่างเดียว ความดังของเจ้าไหลโหม่ทำให้มันได้มีโอกาสไปร่วมมือกับแบรนด์สินค้าชื่อดังต่างๆ ในประเทศบ้านเกิด ซึ่งไปถึงการโปรโมตท่องเที่ยวไต้หวันในประเทศต่างๆ หรือแม้แต่งานนอกประเทศอย่างการรถไฟของประเทศญี่ปุ่นก็เคยร่วมงานกันมาแล้ว ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ (Taiwan Tourism Bureau Bangkok) ได้จัดงานเปิดตัวภาพวาดบนกำแพงรูปไหลโหม่กับบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังทั่วเกาะไต้หวัน โดยในงานได้รับเกียรติจากคุณ Cherng ศิลปินชาวไต้หวันผู้ให้กำเนิดไหลโม่เดินทางมาเปิดตัวภาพวาดกำแพงนี้ด้วยตัวเอง คุณ Cherng เล่าถึงแรงบันดาลใจในการสร้างเจ้าไหลโหม่ขึ้นมาว่า ตัวสมเสร็จไม่ได้เป็นสัตว์ที่ทุกคนในไต้หวันรู้จักหรือคุ้นเคยมากนัก ส่วนตัวเขาเป็นที่ไม่ชอบสร้างสรรค์สิ่งที่ซ้ำกับคนอื่น จึงเลือกสมเสร็จมาทำเป็นคาแร็กเตอร์ไหลโหม่ และได้พูดถึงภาพวาดบนกำแพงนี้ว่า ในภาพได้รวบรวมทุกสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง รวมไปถึงเอกลักษณ์ของแต่ละเมืองในไต้หวันเอาไว้บนกับแพงนี้แล้ว ด้านเจ้าหน้าที่จากสำนักการท่องเที่ยวไต้หวันก็ได้เชิญชวนให้ทุกคนมาถ่ายรูปกับกำแพงสุดน่ารักนี้ ซึ่งอยู่ภายในสำนักงาน ณ อาคารจามจุรี สแควร์ […]

แพนเค้ก เขมนิจ จุดประกายรักการอ่านให้น้องๆ โรงเรียนสาธิตชุมชน การเรียนรู้สมเด็จย่า

อ่านสร้างสุขกับ แพนเค้ก เขมนิจ และน้องๆ โรงเรียนสาธิตชุมชน การเรียนรู้สมเด็จย่า ขึ้นชื่อว่าเป็นดาราใจบุญของวงการบันเทิงในบ้านเราไปแล้ว สำหรับนางเอกสาวสวย แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ ซึ่งล่าสุดเธอก็ได้ร่วมเป็นหนึ่งในทูตนักอ่านของโครงการ The Happy Read ส่งความรู้สร้างความสุข โครงการที่ช่วยส่งเสริมให้เด็กไทยหันมาสนใจในการอ่านหนังสือมากขึ้น อีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ทางบริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด มหาชน และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมมือกันจัดขึ้น สำหรับกิจกรรมอ่านสร้างสุขของเราในครั้งนี้ขึ้นเขาไปจัดกิจกรรมให้กับน้องๆ นักเรียนกันไกลถึงโรงเรียนสาธิตชุมชน การเรียนรู้สมเด็จย่า อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับนักแสดงสาวสวยมากความสามารถอย่างสาวแพนเค้ก ที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่านหนังสือและได้เตรียมเทคนิคดีๆ ในการอ่านหนังสือมาฝากน้องๆ กันด้วย เริ่มต้นกิจกรรมด้วยการแสดงโชว์ร้องเพลงและเล่นเครื่องดนตรีท้องถิ่นประกอบการละเล่นกระทบไม้ไผ่จากน้องๆ นักเรียน นอกจากจะเป็นภาพที่หาดูได้ยากแล้ว ยังสร้างความสนุกสนานและเพลิดเพลินเป็นอย่างยิ่ง สาวแพนเค้กไม่รอช้าขอร่วมแจมความสนุกด้วย โดยมีน้องๆ นักเรียนเป็นคนสอนจังหวะก้าวขาที่ถูกต้อง แม้ตอนแรกนางเอกสาวจะดูกลัวๆ แต่ในที่สุดก็จับจังหวะได้และสนุกไปกับการละเล่นนี้ จัดเป็นช่วงที่เรียกรอยยิ้มจากผู้ชมไปได้ไม่น้อย หลังจากเดินชมธรรมชาติกันมาเรื่อยๆ จนมาถึงห้องสมุดบ้านดินแล้ว ขอบอกว่าสวยสมคำเล่าลือจริงๆ ทั้งบรรยากาศ วิวทิวทัศน์และรอยยิ้มของน้องๆ ที่รอต้อนรับทางทีมงานแบบเป็นกันเองสุดๆ […]

โครงการ YSEALI จัดประชุมในไทยเรื่องความยั่งยืน เพื่อพัฒนาคนรุ่นใหม่อาเซียน

โครงการ YSEALI ที่ส่งเสริมความร่วมมือให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่จากประเทศในอาเซียน โดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้จัดการประชุมสุดยอดในเรื่อง การส่งเสริมความมีส่วนร่วมเพื่อความยั่งยืนในประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 กันยายน – 3 ตุลาคม 2562 คงไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึง ความสำคัญของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อโลกในปัจจุบัน ด้วยขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก เป็นแหล่งพลังสร้างสรรค์ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม และคุณภาพทางการศึกษาที่ทำหน้าที่เสมือนหนึ่งในแหล่งความรู้สำคัญของโลกด้วยมหาวิทยาลัยชั้นนำซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงบทบาทผู้นำการเมืองในเวทีโลก จึงไม่น่าแปลกใจที่ชาวโลกจำนวนมากมุ่งแสวงหาความร่วมมือทางด้านต่างๆ จากสหรัฐอเมริกา ทั้งด้านการศึกษา การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และแนวคิดเพื่อการพัฒนาโลกในด้านต่างๆ และเป็นเวลานานมาแล้วเช่นกันที่สหรัฐอเมริกาได้ก่อตั้งโครงการความร่วมมือด้านต่างๆ กับนานาประเทศ ทั้งในระดับประเทศและบุคคลทั่วไป เพื่อส่งเสริมการพัฒนาระหว่างกัน โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เป็นอีกภูมิภาคที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญ โครงการ YSEALI เป็นหนึ่งในโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกาที่ได้ให้ประชาชนจากอาเซียนเข้ามามีส่วนร่วม แลกเปลี่ยนแนวความคิดเพื่อการพัฒนาสังคม โครงการ YSEALI คืออะไร ชื่อโครงการ YSEALI ย่อมาจากชื่อเต็มว่า Young Southeast Asian Leaders Initiative ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2556 มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและสร้างเครือข่ายผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านโครงการ การมีส่วนร่วม และร่วมมือทางด้านการศึกษาและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาสังคมร่วมกัน […]