มิวเซียมสยาม ร่วมมือกับเครือข่าย จัดพื้นที่เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการจัดการขยะ

มิวเซียมสยาม จัดพื้นที่การเรียนรู้เรื่องขยะ

ก่อนการระบาดใหญ่ กระแสการรักษาสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นที่กล่าวถึงในระดับมหาภาค ประชาชนเริ่มสังเกตเห็นผลกระทบสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างชัดเจน รวมถึงการนำเสนอของสื่อต่างๆ ที่นำเรื่องราวปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมออกมาตีแผ่เพื่อสร้างการรับรู้มากขึ้น

หนึ่งในประเด็นที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ ปัญหาขยะพลาสติกและเรื่องการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่หลายภาคส่วนพยายามทุ่มเทงบประมาณ เพื่อรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้มาตั้งแต่ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขยะที่เกิดขึ้นในปัจจุบันยังคงเป็นปัญหาในหลายพื้นที่

หลายภาคส่วนพยายามสื่อสารว่า การแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืน คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค การลด การใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดปริมาณขยะ และยืดอายุการใช้งานพลาสติกให้นานขึ้น และดูเหมือนว่า ความพยายามดังกล่าวจะได้รับการร่วมมือมากขึ้นในช่วงปี 2019 ซึ่งสะท้อนจากภาพของบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่หลายรายในประเทศให้ความสำคัญกับการลดการใช้พลาสติกมากขึ้น และคำนึงถึงกระบวนการผลิตเพื่อนำบรรจุภัณฑ์กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น

ในปี 2020 วันคุ้มครองโลก (Earth Day) ครบรอบ 50 ปี นับเป็นโอกาสดีที่จะขยายเรื่องการจัดการขยะออกไปให้กว้างขึ้น และวสร้างการรับรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนทุกคน เพื่อความยั่งยืนด้านการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ

มิวเซียมสยาม, การจัดการเรียนรู้, การแยกขยะ, การรีไซเคิล

มิวเซียมสยาม หนึ่งหน่วยงานที่ส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับชาวไทย ร่วมมือกับเครือข่ายองค์การรักษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Earth Day Network จัดพื้นที่ภายในมิวเซียมสยามเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการจัดการขยะ และโครงการขยะบทที่ 2 เพราะมิวเซียมสยามเป็นแหล่งเรียนรู้สาธารณะให้กับประชาชนชาวไทย ดังนั้น เรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งหนึ่งที่เราทุกคนต้องเรียนรู้ และร่วมกันแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม จึงเป็นหน้าที่ขององค์กรที่ให้ความรู้อย่างเราในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ความรู้เรื่องนี้

ปัจจุบัน เราเห็นกันอยู่แล้วว่า ผู้คนทั่วโลกสนใจเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดใช้พลาสติกที่ใช้แบบครั้งเดียวทิ้ง การหันมาใช้กระบอกน้ำเพื่อลดการใช้ขวดพลาสติก แต่สิ่งที่หนึ่งที่เรามองเห็นคือ ผู้คนยังไม่รู้วิธีการจัดการขยะอย่างถูกวิธี และ ไม่รู้ว่าขยะที่หลายคนมองว่าไร้คุณค่านั้น แท้จริงแล้ว สามารถนำไปสร้างเป็นผลิตภัณฑ์หรือสินค้าใหม่ๆ ที่เกิดประโยชน์ได้ หากมีการจัดการที่ถูกวิธี คุณราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ กล่าว

มิวเซียมสยาม, การจัดการเรียนรู้, การแยกขยะ, การรีไซเคิล

มิวเซียมสยาม จึงได้จัดทำโครงการขยะบทที่ 2 นี้ขึ้นมา ร่วมรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อมโลกไปกับ Earth Day Network ในโอกาสครบรอบปีที่ 50 โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเผยแพร่ความรู้และสร้างความตระหนักรู้ให้กับสังคมไทยเรื่องวิธีการจัดการขยะอย่างถูกวิธี และเห็นคุณค่าในการต่อยอดการใช้ประโยชน์จากขยะ

นอกจากนี้ มิวเซียมสยามยังร่วมมือกับภาคีเครือข่ายอีก 11 แห่ง ประกอบด้วย SCG, Precious Plastic, วัดจากแดง, บริษัท Toll Way, SIAM SERPENTARIUM และเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ไทย อีก 7 แห่ง (เดอะศาลายา ไทยโซน, พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน,พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ) ในการร่วมมือฟื้นชีวิตขยะให้มีค่าอีกครั้ง

ทั้งนี้ โครงการขยะบทที่ 2 ถือว่าเป็นโครงการที่สอดคล้องกับแนวคิดของมิวเซียมสยามที่ว่า “ให้ทุกการเรียนรู้สนุกกว่าที่คิด” คือการจัดพื้นที่ให้ความรู้ด้านการคัดแยกขยะผ่านรูปแบบ “ถังขยะความรู้” จัดตั้งไว้รอบๆ บริเวณของมิวเซียมสยาม ดังนั้น การแยกขยะก่อนทิ้งจะกลายเป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป เพราะนอกจากผู้เข้าชมจะมีส่วนร่วมกับเราในการคัดแยกและบริจาคขยะที่ไม่ใช้แล้ว ยังได้ความรู้และสามารถนำกลับไปทำที่บ้านของตัวเองได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการ “Learning by Doing” ไปพร้อมๆ กัน และรักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศเราร่วมกันอีกด้วย

มิวเซียมสยาม, การจัดการเรียนรู้, การแยกขยะ, การรีไซเคิล

มิวเซียมสยามนำเสนอการเรียนรู้เรื่องการจัดการขยะอย่างไร

การส่งต่อความรู้เรื่องการจัดการขยะ ครั้งนี้มิวเซียมสยามไม่ได้จัดแสดงในรูปแบบนิทรรศการ แต่จัดพื้นที่โดยรอบมิวเซียมสยามให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้การจัดการขยะ

เราได้จัดตั้งถังขยะ ซึ่งเรียกว่า “ถังขยะความรู้” ตามจุดต่างๆ ของมิวเซียมสยาม จุดละ 3 ถัง คือ ถังขยะสีเขียวที่ทิ้งขยะได้ทั่วไป ถังขยะสีน้ำเงินทิ้งขวดพลาสติก และถังขยะสีเหลืองทิ้งกระป๋องและขวดแก้ว โดยแต่ละถังเราได้สอดแทรกวิธีการจัดการขยะคือ ให้คนที่ทิ้งขยะทราบว่า ถังสีไหน ต้องทิ้งขยะประเภทอะไร และมีวิธีการจัดการก่อนทิ้งขยะลงถังอย่างไร เช่น ต้องเทน้ำออกจากขวดก่อน แยกฝาและขวดออกจากกัน เพราะพลาสติกต่างชนิดกัน ก็นำไปสร้างประโยชน์ที่แตกต่างกัน เป็นต้น คุณราเมศกล่าวและเสริมว่า

มิวเซียมสยาม, การจัดการเรียนรู้, การแยกขยะ, การรีไซเคิล

นอกจากนี้ เรายังขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดวิกฤตการณ์ขยะที่จะเกิดขึ้นหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 นี้ ไม่ว่าจะเป็นขวดเจลแอลกอฮอล์ หรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกต่างๆ โดยเราขอเชิญชวนทุกคนคัดแยกขยะประเภทขวดและฝาพลาสติก และกระดาษใบเสร็จต่างๆ นำมาบริจาคที่กล่องรับบริจาคของเราได้

หลังจากที่เราได้ขยะที่ประชาชนมาบริจาคมิวเซียมสยามขอรวบรวมนำไปส่งต่อให้เครือข่ายที่องค์กรความร่วมมือที่จะนำขยะไปพัฒนาต่อยอดใช้ประโยชน์ต่อไป วัดจากแดงจะนำขยะประเภทขวดพลาสติกไปแปรรูปเป็นเส้นใยและทำจีวรพระ กลุ่ม Precious Plastic จะจัดการฝาพลาสติกไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและสามารถนำไปใช้ต่อได้ เช่น กระถางต้นไม้ ที่รองแก้ว และตะกร้าใส่ผลไม้ เป็นต้น บริษัท Toll Way นำสลิปกระดาษและใบเสร็จ ไปสร้างเป็นสมุดเล่มใหม่ส่งมอบให้กับเด็กๆ ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป

มิวเซียมสยาม, การจัดการเรียนรู้, การแยกขยะ, การรีไซเคิล

ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการขยะบทที่ 2

ที่มาของคำว่าขยะบทที่ 2 มาจากแนวคิดที่พวกเรามองเห็นร่วมกันว่า ขยะที่ทุกคนทิ้ง แท้จริงแล้วสามารถนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ต้องรู้วิธีการจัดการขยะที่ถูกต้อง และมิวเซียมสยามในฐานะแหล่งการเรียนรู้สาธารณะ จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ความรู้และสร้างความตระหนักรู้ให้กับสังคมไทยในเรื่องนี้

โครงการขยะบทที่ 2 ทางมิวเซียมสยามทำหน้าที่เป็นพื้นที่การเรียนรู้ โดยให้ความรู้เรื่องของการจัดการขยะเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ โดยมีการจัดทำถังขยะความรู้เพื่อให้ความรู้เรื่องการคัดแยกและจัดการขยะแต่ละประเภท การรณรงค์ให้ทุกคนลดการใช้วัสดุ บรรจุภัณฑ์แบบครั้งเดียว และเชิญชวนทุกคนร่วมบริจาคขยะเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อภายใต้แนวคิด You bring I give โดยการรับบริจาคขยะประเภทฝา ขวดพลาสติก และกระดาษสลิปใบเสร็จ เพื่อส่งต่อให้องค์กรเครือข่ายที่จะต่อยอดและใช้ประโยชน์จากขยะ ได้แก่ Precious Plastic วัดจากแดง และ บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง ในการนำขยะมาแปรรูปให้เกิดประโยชน์ เช่น ของใช้ในบ้าน จีวรพระ และสมุดเขียนบันทึก เป็นต้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการสร้างมูลค่าขยะให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจหมุนเวียน และเรายังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมการลดการใช้แบบครั้งเดียว ภายใต้แบรนด์ Muse Shop กับคอลเล็กชันใหม่ที่มีชื่อว่า มี.มา.เอง เพื่อเอาใจกลุ่มรักสิ่งแวดล้อมด้วย

เป้าหมายของโครงการนี้ก็คือ เผยแพร่ความรู้และสร้างความตระหนักรู้ให้กับคนไทยได้เรียนรู้การจัดการขยะอย่างถูกวิธี และลดจำนวนขยะที่มีโอกาสทำลายสิ่งแวดล้อม และร่วมกันนำขยะมาบริจาคสร้าง บทที่ 2 ของขยะในการต่อยอดให้เกิดประโยชน์เป็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีคุณค่าช่วยสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับประเทศต่อไป

มิวเซียมสยาม, การจัดการเรียนรู้, การแยกขยะ, การรีไซเคิล

ข้อมูลการเข้าเยี่ยมชมมิวเซียมสยาม ติดตามได้ที่ https://www.museumsiam.org/

ขอขอบคุณ คุณราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: เมื่อคลื่นลมพัดพาขยะขึ้นฝั่ง ความร่วมมือจึงเกิดขึ้น

เรื่องแนะนำ

ท่องเที่ยวตามรอยหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ไทยเบฟ เปิดเส้นทางแห่งศรัทธา “โครงการท่องเที่ยวโดยชุมชน ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” ๑๕๐ ปี ชาตกาล และการได้รับยกย่องเชิดชูจากยูเนสโก้ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และมูลนิธิสิริวัฒนภักดี เตรียมเปิดเส้นทางแห่งศรัทธาสายธรรมมะ ภายใต้ชื่อ “โครงการท่องเที่ยวโดยชุมชนตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” พร้อมหมุดหมายเป็นที่แรกที่จังหวัดลพบุรี เพื่อถวายเป็นอาจาริยบูชาแด่องค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เนื่องในโอกาสที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือองค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศยกย่องเชิดชู หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกสาขาสันติภาพ ในวาระปี พ.ศ. 2563 – พ.ศ. 2664 และเนื่องในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๕๐ ปี ชาตกาล โดยถือเป็นพระอริยสงฆ์รูปที่สามของประเทศไทยที่ได้รับการยกย่อง นับตั้งแต่สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส และท่านพุทธทาสภิกขุ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต คือหนึ่งในพระวิปัสสนาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ของเมืองไทย พระอาจารย์ใหญ่แห่งกองทัพธรรม เป็นผู้มีปฏิปทาสันโดษ มักน้อย แสวงหาความวิเวก และตั้งมั่นอยู่บนความเพียรตั้งแต่วันแรกของการบรรพชา – อุปสมบท จวบจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต […]

ทีมงานส่งความรู้ สร้างความสุข ลงพื้นที่มอบความสุขให้น้องๆ ที่โรงเรียนวัดสิงห์

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 ทีมงานบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมเครือข่ายพันธมิตร ได้ออกพื้นที่เพื่อสร้างกิจกกรรมให้กับน้องๆ ที่โรงเรียนวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท โดยงานนี้ได้ คุณหมอก้อง สรวิชญ์ สุบุญ มาเป็นแขกรับเชิญพิเศษ และร่วมพูดคุยในหัวข้อ “อ่านกันวันละ 15 นาทียังไงให้ได้ประโยชน์สูงที่สุด” นอกจากนั้น น้องๆ ยังได้รับไอศกรีมที่ทางทีมงานเตรียมมาแจกสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ทางคณะผู้จัดงานเชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยปลูกจิตสำนึกรักการอ่านให้แก่เยาวชนต่อไป

30 ปี มูลนิธิชัยพัฒนา ก้าวสู่ชัยชนะแห่งการพัฒนา

มูลนิธิชัยพัฒนา จัดงาน “30 ปี ชัยชนะแห่งการพัฒนา” เพื่อน้อมรำลึกถึง พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้ง มูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นต่อพสกนิกรชาวไทย เนื่องจากพระองค์ทรงหวังพระราชหฤทัยให้เป็นเครื่องมือในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรด้วยความรวดเร็วการว่าการพัฒนา หรือการช่วยเหลือผ่านระบบราชการ มูลนิธิชัยพัฒนาก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2531 ดำเนินงานทั้งในด้านการพัฒนา และการช่วยเหลือราษฎร ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน ก่อให้เกิดโครงการและกิจกรรมต่างๆ ในช่วงตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา จึงเป็นที่มาของการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อนำผลงานของมูลนิธิฯ เผยแพร่และสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทั่วไปได้รู้จักมูลนิธิฯ อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ในการนี้ มูลนิธิฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานในวันพุธที่ 30 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00 น. ภายในงานประกอบด้วยการจัดแสดงนิทรรศการ ซึ่งผู้ร่วมงานมีโอกาสได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นการจัดแสดงเพื่องานนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ เหล่าศิลปินรุ่นใหม่หลายท่านได้รับเชิญให้สร้างผลงานศิลปะและนำมาจัดงานในครั้งนี้ด้วย ศิลปินแต่ละท่านได้รับโจทย์ที่แตกต่างกัน โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา […]

เป้ อารักษ์ ส่งต่อแรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือให้กับน้องๆ โรงเรียนวัดเทพนิมิตร

ใครจะคิดว่าศิลปินมาดเซอร์อย่างหนุ่ม เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ ที่เก่งทั้งเรื่องแต่งเพลง ร้องเพลง รวมถึงเล่นเครื่องดนตรีได้อย่างหลากหลาย ก็มีมุมรักการอ่านจนถึงขั้นติดหนังสือกับเขาเหมือนกัน โดยเมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคมหนุ่มเป้ได้มาแชร์ประสบการณ์ดีๆ และส่งต่อแรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือให้กับน้องๆ โรงเรียนวัดเทพนิมัตร จังหวัดภูเก็ต ในโครงการ The Happy Read ส่งความรู้สร้างความสุข โครงการดีๆ จากทางบริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด มหาชน และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ครั้งนี้สุดฯ ขอพาทุกคนล่องใต้ไปจังหวัดภูเก็ตกัน เพราะทางโครงการ The Happy Read มีกิจกรรมดีๆ ที่ช่วยส่งเสริมการอ่านให้กับน้องๆ นักเรียนโรงเรียนวัดเทพนิมิตรเพียบ เริ่มต้นความสนุกด้วยเสียงกีต้าร์ที่บรรเลงโดยศิลปินมากความสามารถอย่างหนุ่มเป้ อารักษ์ อีกทั้งยังได้ผู้ฟังเป็นน้องๆ นักเรียนที่น่ารักช่วยกันร้อง ช่วยกันปรบมือ เรียกว่าแฮปปี้ทั้งคนเล่นคนฟังเลยทีเดียว หลังจากที่ฟังเพลงกันพอหอมปากหอมคอแล้ว น้องๆ ก็เป็นฝ่ายพาหนุ่มเป้ไปเยี่ยมชมห้องสมุดของโรงเรียนเทพนิมิตรบ้าง เมื่อเดินมาถึงห้องสมุดน้องๆ ที่นั่งรออยู่ในห้องต่างพากันตื่นเต้น ขอเก็บภาพหนุ่มเป้เป็นที่ระลึกกันไปหลายช็อต จากนั้นก็เริ่มเข้าสู่ช่วงพูดคุยถึงแรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือ ซึ่งใครจะไปรู้ว่าหนุ่มเป้ ที่ภายนอกดูเป็นหนุ่มเซอร์ นิสัยติสท์ จริงๆ […]