เชิญชม งานมหกรรมอวกาศระดับนานาชาติ ครั้งแรกในประเทศไทย - National Geographic Thailand

เชิญชม งานมหกรรมอวกาศระดับนานาชาติ ครั้งแรกในประเทศไทย

งานจัดแสดงเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมทางด้านอวกาศของประเทศไทย โดย GISTDA และความร่วมมือกับองค์นานาชาติ เริ่มต้นขึ้นแล้วที่เมืองทองธานี

เริ่มต้นอย่างเป็นทางการสำหรับงานมหกรรมอวกาศระดับนานาชาติ หรือ Thailand Space Week 2019 ที่จัดโดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มุ่งยกระดับการใช้อวกาศให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อต่อยอดสู่ความร่วมมือทางธุรกิจและอุตสาหกรรม การสร้างแรงบันดาลใจ และการสร้างอาชีพในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับอวกาศได้อย่างยั่งยืน

งานมหกรรมอวกาศในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เทคโนโลยีอวกาศก้าวหน้า สังคมพัฒนาอย่างยั่งยืน” ซึ่งได้รวบรวมการแสดงผลงานและข้อมูลทางด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศหลากหลายมาไว้ในงานนี้ โดยมีการจัดพิธีเปิดเมื่อวันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2562 ณ อิมแพค ฟอรั่ม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี

ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการจิสด้า

ภายในงานมีการจัดแสดงผลงาน 4 แท่งหลัก ที่เกี่ยวข้องกับอวกาศ ประกอบไปด้วย

แท่งที่ 1 เวทีสำหรับภาคอุตสาหกรรมและการบินอวกาศ หรือ Space Industry ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมและอากาศยาน ซึ่งได้มาแสดงผลงานและพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ ยกระดับขีดความสามารถของวงการอากาศยานไทย

แท่งที่ 2 เวทีสำหรับภาคีระบบดาวเทียมระบุตำแหน่งรายละเอียดสูงระดับภาคเอเชีย เพื่อนำเสนอ ต่อยอด และประยุกต์ใช้เทคโนโลยี GNSS หรือระบบดาวเทียมนำร่องโลก (Global Navigation Satellite System : GNSS) จากผู้ให้บริการและผู้ใช้งานระดับนานาชาติ และเปิดโอกาสให้คนทั่วไปได้สัมผัสและรู้จักกับเทคโนโลยีนี้ให้มากขึ้น

ผู้เข้าร่วมงานสัมนาจากประเทศต่างๆ

แท่งที่ 3 การประชุมวิชาการเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศแห่งชาติ หรือ Geo-infotech ซึ่งเป็นเวทีเผยแพร่งานวิจัยจากทั้งนักวิชาการและนิสิตนักศึกษา ได้แสดงความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

แท่งที่ 4 เป็นเวทีสำหรับเยาวชน ให้มีส่วนร่วมในงานครั้งนี้โดยการจัดประกวดสื่อภูมิสารสนเทศ, นำเสนอไอเดียการทดลองเหนือแรงโน้มถ่วง และแถลงข่าวทุนการศึกษา ค้นพบนักบินอวกาศไทย ปี 3 ที่สนับสนุนเยาวชนไทยที่มีศักยภาพให้มีโอกาสไปเรียนรู้ศึกษาดูงานที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา หรือ NASA โดยมีสมาชิกจากวง BNK48 เข้าร่วมกิจกรรมนี้ด้วย

สำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจ ภายในงานนี้มีการนำเสนอข้อมูลด้านภูมิสารสนเทศและอวกาศจาก GISTDA ที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันให้ได้รู้จัก ทั้งข้อมูลของ แบบจำลองส่วนประกอบของดาวเทียม การแสดงผลงานเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เช่น ระบบการเผยแพร่และบริการข้อมูลภาพดาวเทียม (MVOS) ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) การแนะนำแอปพลิเคชันให้บริการข้อมูลด้านภูมิสารสนเทศสำหรับประชาชนทั่วไป

นอกจากนี้ยังมีบูธจากหน่วยงานด้านอวกาศ ผู้ประกอบการด้านภูมิสารสนเทศทั้งจากประเทศและจากต่างประเทศเข้าร่วมแสดงผลงานหรือผลิตภัณฑ์ให้คนทั่วไปได้รู้จัก ทั้งระบบ GPS นวัตกรรมการพิมพ์ การทำการเกษตรโดยใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศ รวมไปถึงกิจกรรมการจำลองสภาวะอวกาศ จาก SPACE INSPIRIUM แหล่งเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศจาก GISTDA

รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการนำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศไปใช้ในการพัฒนาประเทศ โดยการประยุกต์ใช้ในสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด และการจัดงานในครั้งนี้ได้รวบรวม เสาหลักทางด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาไว้ด้วยกัน ซึ่งจะทำให้เรามองเห็นภาพและแนวทางการพัฒนาประเทศทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ด้าน ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า เป็นเวลากว่าทศวรรษที่ประเทศไทยได้นำเทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ มากมาย ทั้งการสำรวจทรัพยากรของประเทศ การติดตามสถานการณ์ และเฝ้าระวังภัยพิบัติ ตลอดจนการสื่อสาร การศึกษาวิจัย และการนำทาง เป็นต้น การจัดงานในครั้งนี้ จึงเป็นเหมือนเวทีที่จะแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าคนในแวดวงนี้เขาทำอะไรกัน มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของทุกคนบ้าง และให้ประชาชนได้รู้ว่าอวกาศสามารถสร้างประโยชน์และส่งต่อคุณค่าแก่สังคมได้อย่างไร

ดร.อานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้องค์ความรู้และกิจการด้านอวกาศของประเทศไทยเกิดการพัฒนา เราต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งเปรียบเทียบได้กับแผ่นดินไหวเมกะทรัสต์ (megathrust earthquake) ซี่งทำให้แผ่นเปลือกโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น การจัดงานในครั้งนี้คือการรวบรวมผู้ที่ทำงานด้านอวกาศของประเทศไทยและองค์กรระดับนานาชาติมาร่วมมือ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่ว่า ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีพลังอำนาจด้านอวกาศของโลกในอีก 20 ปีข้างหน้า

สำหรับท่านที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ โดยงานจะจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.30 น. ณ อิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการในแต่ละวันได้ที่: 06-3892-1999 หรือ 08-1651-9232 หรือทาง website ที่ http://tsw.gistda.or.th/

เรื่องแนะนำ

EXPLORERS FAIR 2019 งานสำหรับคนที่ชื่นชอบเอ๊าต์ดอร์ไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยว

EXPLORERS FAIR 2019 7-11 สิงหาคม 2019 Hall 105 ไบเทค บางนา มาที่เดียวครบ จบสำหรับคนที่ชื่นชอบเอ๊าดอร์ไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยว พาคุณท่องโลกกว้างกับจุดเด่นในงาน ภายใต้ธีมงาน Outdoor Expedition  Explorers Stage พื้นที่กิจกรรมหลักสำหรับจัดงานเสวนา หรือทำกิจกรรมเวิร์คชอป อาทิ การถ่ายภาพ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว และการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปตั้งแคมป์ในป่า โดยมีผู้เชี่ยวชายมาร่วมเปิดประสบการณ์ด้วยการเล่าถึงเทคนิค เคล็ดลับ ไปจนถึงแนะนำอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมมอบรางวัล Explorers Awards ให้แก่บุคคลและหน่วยงานในสาขาต่าง ๆ ที่ได้รับการยอมรับจากสังคมในวงกว้าง เพื่อเป็นเกียรติแก่นักสำรวจผู้สร้างแรงบันดาลใจ ทำงานด้วยความรักและศรัทธา มุ่งสร้างสรรค์ผลงานที่ส่งเสริมการแสวงหาและการเรียนรู้ไม่รู้จบ รวมถึงพื้นที่จัดแสดงผลงานของผู้ได้รับรางวัลอีกด้วย ได้แก่ ผศ.ดร. ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม, คุณศศิน เฉลิมลาภ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร, ดร.พิไล พูลสวัสดิ์ นักชีววิทยา/นักอนุรักษ์/นักรณรงค์, คุณวีรยา โอชะกุล หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ห้วยขาแข้ง, ม.ล. ปริญญากร […]

ทีมงานส่งความรู้ สร้างความสุข ลงพื้นที่มอบความสุขให้น้องๆ ที่โรงเรียนวัดสิงห์

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 ทีมงานบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมเครือข่ายพันธมิตร ได้ออกพื้นที่เพื่อสร้างกิจกกรรมให้กับน้องๆ ที่โรงเรียนวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท โดยงานนี้ได้ คุณหมอก้อง สรวิชญ์ สุบุญ มาเป็นแขกรับเชิญพิเศษ และร่วมพูดคุยในหัวข้อ “อ่านกันวันละ 15 นาทียังไงให้ได้ประโยชน์สูงที่สุด” นอกจากนั้น น้องๆ ยังได้รับไอศกรีมที่ทางทีมงานเตรียมมาแจกสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ทางคณะผู้จัดงานเชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยปลูกจิตสำนึกรักการอ่านให้แก่เยาวชนต่อไป

แสงซินโครตรอนเผยความลับคดีอัญมณีละเมิดลิขสิทธิ์

แสงซินโครตรอนเผยความลับคดีอัญมณีละเมิดลิขสิทธิ์ อัญมณี หรือรัตนชาติ มาจากแร่ธาตุที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ นำมาผ่านการเจียระไน ขัดมัน แกะสลัก และนำมาใช้เป็นเครื่องประดับ มีคุณสมบัติที่สำคัญคือ ความสวยงาม ความคงทนถาวร และความหายาก นอกจากนี้ คุณค่าและราคาของอัญมณีแต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและลักษณะจำเพาะของอัญมณี เช่น สี ความโปร่งแสง ความวาว การกระจายของแสง เป็นต้น ปัจจุบันมีผู้ประดิษฐ์คิดค้นวิธีสังเคราะห์อัญมณีปลอมให้เหมือนกับธรรมชาติมากที่สุดตั้งแต่ สี ความใส องค์ประกอบทางเคมี และโครงสร้างภายใน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด เพราะอัญมณีที่มาจากแหล่งแร่ธรรมชาตินั้น มีปริมาณลดลง หายาก อีกทั้งมีราคาแพง ปัจจุบันมีคดีเกี่ยวกับการการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ อยู่หลายคดี หนึ่งในนั้นคือคดีฟ้องร้องการละเมิดอนุสิทธิบัตรของบริษัทผู้ประดิษฐ์คิดค้นวัสดุอัญมณีสังเคราะห์ที่ทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิฉับพลัน สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงสนใจนำตัวอย่างอัญมณีสังเคราะห์ที่มีการฟ้องร้องส่งให้สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนช่วยตรวจสอบคุณสมบัติของวัสดุ เพื่อเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ประกอบการพิจารณาคดี “แสงซินโครตรอนเป็นแสงที่ใช้วิจัยและวิเคราะห์ด้านวัสดุ ซึ่งแสงซินโครตรอนเป็นแสงที่มีความพิเศษต่างจากแสงอื่นๆ เช่น มีความสว่างและความเข้มแสงสูงมาก สามารถวิเคราะห์องค์ประกอบของตัวอย่างได้ถึงระดับโมเลกุลหรืออะตอม” ดร.ณรงค์ จันทร์เล็ก นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสงของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าว ทีมนักวิจัยของสถาบันฯ ได้วิเคราะห์และทดสอบองค์ประกอบทางเคมีของธาตุภายในอัญมณีสังเคราะห์ที่ได้รับมาจากดีเอสไอ ด้วยเทคนิคการดูดกลืนรังสีเอ็กซ์ ร่วมกับเทคนิคอื่นๆ เพื่อหาลักษณะเฉพาะของอัญมณีสังคราะห์แต่ละประเภท จากการตรวจสอบพบว่า อัญมณีสังเคราะห์สังเคราะห์แต่ละประเภทที่ดีเอสไอได้รับการร้องเรียนนั้น […]

ความสนุกที่ซุกซ่อนอยู่ใน MONKEY

ขับขี่มอเตอร์ไซค์ไปด้วยความสนุกพร้อมกับการออกแบบโดดเด่นที่ไม่มีใครเหมือน เมื่อต้องเลือกมอเตอร์ไซค์คู่ใจไว้สักหนึ่งคัน แต่ละคนอาจมีเหตุผลมากมาย แต่คุณสมบัติมอเตอร์ไซค์หลายคนปรารถนา คงจะหนีไม่พ้นการให้สัมผัสในการขับขี่ที่แตกต่างจากมอเตอร์ไซค์ทั่วไป มีโครงสร้างที่มีเอกลักษณ์ ขับไปที่ใดก็เป็นจุดเด่นแตะตา และการขับขี่ที่ง่ายดายจนกลายเป็นเรื่องสนุก MONKEY คือรุ่นมอเตอร์ไซค์ที่มีคุณสมบัติเช่นนั้น ทำไมถึงกลายเป็นเรื่องสนุก อาจเป็นเพราะต้นกำเนิดของมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้เกิดขึ้น มาจาก “ความซุกซน” และ “ความคิดสร้างสรรค์” ของทีมวิศวกรจาก HONDA ย้อนไปในปี 1961 พวกเขาเล่นมีความคิดเล่นสนุก โดยการนำชิ้นส่วนเหลือใช้ในโรงงานมาประกอบเป็นมอเตอร์ไซค์คันจิ๋ว ติดตั้งเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ ขนาด 50 ซีซี ซี่งผลที่ได้คือมอเตอร์ไซค์ที่มีการออกแบบที่เรียบง่าย จากนั้น HONDA นำมอเตอร์ไซค์ไปให้เด็กๆ ได้ทดลองขี่เล่นที่สวนสนุกทามาเทค ในกรุงโตเกียว และตั้งชื่อรุ่นในตอนนั้นว่า HONDA Z50M ด้วยขนาดตัวอันเล็กจิ๋ว ทำให้ผู้ขับขี่ดูมีท่าทางที่ขี่คร่อมไปกับลิงน้อยท่าทางซุกซน จึงได้รับฉายาว่า “MONKEY” ซึ่งในตอนนั้นมันดูเหมือนรถของเล่นมากกว่านำมาขับขี่ได้จริง แต่พวกเขาไม่ได้หยุดเอาไว้แค่การเล่นสนุกเพียงแค่นั้น ในปี 1963 ก็ได้มีการปรับปรุงมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ด้วยการติดตั้งถังโครเมียมขนาดใหญ่ และนำมอเตอร์ไซค์ที่มีต้นกำเนิดจากความสนุกนี้ไปจำหน่ายที่สหรัฐอเมริกาและยุโรป ต่อมาในปี 1967 ก็ได้มีการผลิตและจำหน่าย MONKEY รุ่นแรกในญี่ปุ่น พร้อมกับการออกแบบถังน้ำมันและเบาะนั่งใหม่ นับตั้งแต่นั้นได้มีการพัฒนา MONKEY เรื่อยมาจนถึงปี […]