เทคนิคการสร้างบรรยากาศการอ่านหนังสือให้เรามีสมาธิกับการอ่านมากขึ้น

7 เทคนิคช่วยสร้างสมาธิในการอ่านหนังสือ

ผู้อ่านหลายท่านอาจเคยประสบปัญหาในการรวบรวมสมาธิเพื่ออ่านหนังสือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องที่เราไม่ถนัดหรือเราไม่ชอบเอาเสียเลย เรามักจะรู้สึกว่าการอ่านข้อมูลเหล่านั้นเป็นเรื่องยากมากขึ้น วันนี้ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ขอแนะนำเทคนิคดีๆ เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างบรรยากาศการอ่านให้เรามีสมาธิจดจ่อเพิ่มขึ้น

  1. อ่านในที่ที่เงียบและสงบ

สถานที่อ่านเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างสมาธิในการอ่านหนังสือได้เป็นอย่างดีเลยครับ การเลือกอ่านในที่ที่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาหรือเสียงดัง ส่งผลให้เรามีสิ่งเร้าจากภายนอกที่มากเกินไป ทั้งการเคลื่อนที่ของผู้คน เสียงที่เข้ามากระทบโสตประสาท ล้วนเป็นปัจจัยก่อกวนสมาธิและการทำความเข้าใจ ดังนั้น ถ้าอยากจะมีสมาธิในการอ่านควรเลือกมุมสงบๆ สักแห่งในบ้าน หรือห้องที่มีแสงสว่างเพียงพอ เป็นต้น

  1. อุปกรณ์การเขียนและจดบันทึกช่วยได้

รวบรวมสิ่งของสำหรับอ่านทบทวนให้ครบ เช่น กระดาษบันทึก ปากกาหลากสีสัน และปากกาไฮไลต์ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่คุณอาจจะต้องใช้เพื่อทำให้ตัวเองมีสมาธิจดจ่อและซึมซับกับข้อมูลต่างๆ ได้ นอกจากนี้อาจจะรวมไปถึงพวกขนมขบเคี้ยวอย่างเช่น ซีเรียลบาร์หรือถั่ว รวมไปถึงน้ำดื่มด้วย คุณควรวางสิ่งของเหล่านั้นให้หยิบได้ง่ายๆ เพื่อที่คุณจะได้ไม่เสียสมาธิ

  1. ถ้าเลือกอ่านหนังสือกับเพื่อน เลือกเพื่อนที่เอื้อต่อการอ่าน

ถ้าในกรณีที่คุณไม่อยากอ่านหนังสือคนเดียว เลือกเพื่อนๆ ที่คุณแน่ใจว่าเขาจะไม่ชวนคุณวอกแวก เพราะเพื่อนๆ ลักษณะนี้ไม่มีค่อยสร้างการรบกวน หรือชวนคุยในเวลาอ่านหนังสืออย่างแน่นอน ทำให้การอ่านของคุณมีประสิทธิภาพและยังได้ถามเพื่อนในประเด็นที่ไม่เข้าใจได้อีกด้วย

  1. อ่านหนังสือในท่าทางที่ไม่เอื้อต่อการนอนหลับ

จินตนาการถึงการนอนอ่านหนังสือบนเตียง และเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นๆ ดูนะครับ แค่คิดก็ง่วงแล้วใช่ไหมละครับ และเมื่อความง่วงเข้าครอบงำ สมาธิในการอ่านย่อมเกิดขึ้นได้ยากอย่างแน่นอน ดังนั้นเลือกสถานที่ และท่าทางที่เหมาะสมในการอ่านหนังสือกันนะครับ

  1. จัดการงานอื่นให้เสร็จก่อนแล้วจึงเริ่มอ่าน

หลายๆ ท่านอาจมีงานติดพันมาก่อนหน้าจะอ่านหนังสือ แนะนำว่าถ้าคุณยังไม่สามารถตัดกังวลจากภาระงานอื่นๆ ได้ ให้จัดการงานเหล่านั้นให้เสร็จก่อน เนื่องจากสมาธิของเราอาจถูกรบกวนด้วยความคิดของเราเอง และไม่สามารถสร้างความเข้าใจหรือจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อ่านได้

  1. พักสมองระหว่างอ่านเรื่องยาวๆ

การอ่านหนังสืออย่างหามรุ่งหามค่ำนั้น อาจมีสมาธิในการอ่านได้เพียงแค่ช่วงแรกๆ เท่านั้นแหละครับ และเมื่ออ่านไปสักประมาณ 1-2 ชั่วโมงติดต่อกัน สมองจะเริ่มล้า และสมาธิในการอ่านก็จะลดลง ถ้าหากยังฝืนอ่านไปจนจบได้ เมื่อมาคิดย้อนกลับอาจไม่เข้าใจเนื้อหาส่วนหลังๆ ดังนั้นควรพักสายตาจากหนังสือบ้างเป็นครั้งคราว อาจจะทุกๆ ชั่วโมง ลองเปลี่ยนอิริยาบถไปจิบน้ำ หรือเดินเปลี่ยนมุม ก็ถือเป็นการพักสายและสมองได้ครับ

  1. อ่านไปทำอย่างอื่นไปอาจไม่ใช่เรื่องที่ดี

หลายๆ คนที่รู้สึกว่าการอ่านหนังสือเป็นเรื่องน่าเบื่อ แล้วอาจใช้วิธีอ่านไปด้วยดูซีรีย์หรือดูหนังไปด้วย การทำอย่างนั้นจะทำให้การอ่านหนังสือนั้นไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เพราะสมาธิของเรามักถูกรบกวนด้วยสิ่งเร้าอย่างอื่น ซึ่งต้องแบ่งไปที่ซีรีย์ หรืออย่างอื่นที่เราทำไปพร้อมกัน แนะนำว่าถ้าหากอยากดูซีรีย์หรือหนังเรื่องอะไรก็ดูให้จบก่อนเริ่มอ่านหนังสือ เพื่อที่จบแล้วจะได้มีสมาธิในการอ่านหนังสืออย่างเต็มร้อย น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ข้อแนะนำทั้งหมดเป็นเพียงการแนะนำแบบกว้างๆ นะครับ บางท่านอาจมีเทคนิคส่วนตัว หรืออาจนำเพียงบางข้อที่เราเสนอไปปรับใช้ ลองดูนะครับ

 

เรื่องแนะนำ

การฟังเพลงขณะอ่านหนังสือ ส่งผลดีจริงหรือ

ผู้อ่านส่วนใหญ่เชื่อว่า การฟังเพลงขณะอ่านหนังสือช่วยสร้างความจดจ่อต่อการอ่านได้ดีขึ้น เสียงเพลงส่งผลทั้งทางบวกและทางลบต่อการเรียนรู้ ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลและประเภทของเพลง บางคนกล่าวว่า ถ้าตนเองอยู่ในภาวะเงียบเกินไปมักไม่เข้าใจเนื้อหาที่กำลังอ่าน แต่บางคนก็แสดงผลในทางตรงกันข้ามคือ ไม่สามารถจดจ่อกับเนื้อหาที่อ่านได้หากมีเสียงรบกวน บทเพลงนั้นมีผลต่อการอ่านเชิงวิเคราะห์และการรับรู้ รวมไปถึงพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน แล้วในเชิงวิทยาศาสตร์มองเรื่องนี้อย่างไร หลายครั้งเรามักพบเจอผู้คนสวมหูฟังไปด้วยขณะที่อ่านหนังสือในห้องสมุด หรือในสวนสาธารณะ ในช่วงทศวรรษ 1990 ทฤษฎีเพลงโมซาร์ต เป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวาง จากผลงานวิจัยของกอร์ดอน ชอว์ ที่เผยแพร่สู่สาธารณะ และในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนักศึกษาหลักสูตรหลังปริญญาเอกนาม Xiaodan Leng พบว่า รูปแบบสมองของผู้ที่กำลังเล่นเครื่องดนตรีแสดงผลคล้ายกับโน้ตเพลงคลาสสิก ถัดมาในปี 1993 นักวิทยาศาสตร์ทดลองทฤษฎีเพลงโมซาร์ตกับนักศึกษามหาวิทยาลัย ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า กลุ่มนักเรียนที่ฟัง “Sonata for Two Pianos in D Major” แสดงผลการทดสอบไอคิวในระดับสูงกว่าช่วงที่ไม่ได้รับฟังเพลง เมื่องานวิจัยชิ้นนี้เผยแพร่ออกไป จึงกลายเป็นความเชื่อมาถึงทุกวันนี้ว่า บทเพลงมีผลต่อการอ่านและการเรียนรู้ สิบปีต่อมา งานวิจัยหลายชิ้นตีพิมพ์เผยแพร่ผลการทดลองไปในทางตรงกันข้ามกับทฤษฎีเพลงโมซาร์ต และชี้จุดสังเกตถึงข้อจำกัดในการทดลองที่ผ่านมา เช่น การวัดไอคิวจากทักษะเพียงด้านเดียวอย่างการพับกระดาษ และการแก้ปริศนา พวกเขากล่าวว่า “ไม่มีข้อพิสูจน์หรือหลักฐานใดชี้ชัดว่า การฟังเพลงคลาสสิกส่งผลให้ผู้เรียนฉลาดขึ้น” บุคคลทั่วไปมีแนวโน้มตอบสนองการแก้ปัญหาได้ดีเมื่ออยู่ในภาวะอารมณ์เชิงบวก บทเพลงช่วยสร้างความผ่อนคลายให้กับผู้เรียนขณะอยู่ในกระบวนการเรียนรู้ และช่วยลดความกังวลในขณะที่แสดงความคิดเห็น งานวิจัยชิ้นหนึ่งรายงานว่า เสียงเพลงช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนโดปามีน […]

หนังสือที่แนะนำโดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ทราเวล

เรื่องราวมันเริ่มต้นขึ้นขณะพวกเราเดินทางอยู่ในเมืองโบราณ ประเทศเปรู กองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ทราเวล อภิปรายกันเกี่ยวกับนวนิยายเรื่อง The Lost City โดย Henry Shukman ซึ่งเป็นเรื่องราวการผจญภัยในเมืองประวัติศาสตร์ทางตอนเหนือของประเทศเปรู มื้อเที่ยงวันนั้นสร้างความประทับใจกับพวกเราเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้เราตระหนักได้ว่า พวกเราเดินทางผ่านเรื่องราวต่างๆ มาด้วยกันมากมาย พวกเรามักนัดพบกันทุกๆ หกสัปดาห์หรืออาจนานกว่านั้น การรวมกลุ่มแต่ละครั้งมีพนักงานของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ที่สนใจงานเขียน ตบเท้าเข้าร่วม เพื่อแบ่งปันเรื่องราวในหนังสือที่เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาออกเดินทางในทริปต่างๆ พวกเรา [พนักงานของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก] เดินทางรอนแรมไปหลายเมืองจากออสเตรเลีย สู่บราซิล ยูเครน และเวนิส โดยทั้งหมดเกิดจากจิตวิญญาณที่กระหายการเรียนรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้และทุกอย่างที่อยู่ในนั้น บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดี ๆ ของความร่วมมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือ กระทรวงศึกษาธิการ และ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน เหล่านี้ คือหนังสือบางเล่มที่พวกเราชื่นชอบในช่วง […]

โครงการ YSEALI จัดประชุมในไทยเรื่องความยั่งยืน เพื่อพัฒนาคนรุ่นใหม่อาเซียน

โครงการ YSEALI ที่ส่งเสริมความร่วมมือให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่จากประเทศในอาเซียน โดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้จัดการประชุมสุดยอดในเรื่อง การส่งเสริมความมีส่วนร่วมเพื่อความยั่งยืนในประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 กันยายน – 3 ตุลาคม 2562 คงไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึง ความสำคัญของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อโลกในปัจจุบัน ด้วยขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก เป็นแหล่งพลังสร้างสรรค์ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม และคุณภาพทางการศึกษาที่ทำหน้าที่เสมือนหนึ่งในแหล่งความรู้สำคัญของโลกด้วยมหาวิทยาลัยชั้นนำซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงบทบาทผู้นำการเมืองในเวทีโลก จึงไม่น่าแปลกใจที่ชาวโลกจำนวนมากมุ่งแสวงหาความร่วมมือทางด้านต่างๆ จากสหรัฐอเมริกา ทั้งด้านการศึกษา การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และแนวคิดเพื่อการพัฒนาโลกในด้านต่างๆ และเป็นเวลานานมาแล้วเช่นกันที่สหรัฐอเมริกาได้ก่อตั้งโครงการความร่วมมือด้านต่างๆ กับนานาประเทศ ทั้งในระดับประเทศและบุคคลทั่วไป เพื่อส่งเสริมการพัฒนาระหว่างกัน โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เป็นอีกภูมิภาคที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญ โครงการ YSEALI เป็นหนึ่งในโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกาที่ได้ให้ประชาชนจากอาเซียนเข้ามามีส่วนร่วม แลกเปลี่ยนแนวความคิดเพื่อการพัฒนาสังคม โครงการ YSEALI คืออะไร ชื่อโครงการ YSEALI ย่อมาจากชื่อเต็มว่า Young Southeast Asian Leaders Initiative ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2556 มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและสร้างเครือข่ายผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านโครงการ การมีส่วนร่วม และร่วมมือทางด้านการศึกษาและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาสังคมร่วมกัน […]

เรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจ สนับสนุนโดย THE ALL-NEW BMW X3 #bmwx3 #x3onmission

คุณสุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ หรือ “คุณเช็ค” หนึ่งในผู้บริหารของทีวีบูรพา และยังเป็นพิธีกรรายการ “คนค้นฅน” ที่ถ่ายเรื่องราวกิจกรรมของกลุ่มบุคคลที่ออกมาทำประโยชน์ต่อสาธารณชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ผู้ที่สนใจ ได้ก้าวออกมามีส่วนร่วมในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเห็นคุณค่าของเพื่อนมนุษย์ วิดีโอนี้ได้รับการสนับสนุนจาก THE ALL-NEW BMW X3 ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งโอกาสของบุคคล ผู้เปลี่ยนเมล็ดพันธุ์แห่งโอกาส สู่การกระจายจิตสำนึกแห่งหน้าที่เพื่อการเยียวยารักษาโลกจากผู้สร้างสารคดี โดยการถ่ายทอดเรื่องราวของสิ่งแวดล้อม สู่การก้าวเข้าสู่การร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ช่วยเหลือดูแลผืนป่า โดยคุณเช็คเชื่อว่า “คนที่เห็นโลก(ธรรม)มาพอประมาณมีหน้าที่ต้องแสดงโลกที่ชอบธรรม ให้คนรุ่นหลังได้เห็น การรักษาโลกที่สอดคล้องกับหลักธรรมคือหน้าที่ของชีวิต หน้าที่นั้นก็คือการซ่อมแซมโลกที่ชำรุดทรุดโทรมทั้งภายนอกและภายใน” จิตสำนึกที่ดีในการอยู่ร่วมกันในสังคม เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องร่วมกันสร้างขึ้น หวังว่าวิดีโอเรื่องนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่อยู่ร่วมกันอย่างเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อนมนุษย์ และสังคม รวมถึงนำความเชี่ยวชาญของตนเองมาร่วมสร้างสรรค์ให้โลกนี้น่าอยู่ต่อไป