การอ่านหนังสือช่วยพัฒนาสมองอย่างไร

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของความร่วมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน

ในแต่ละวัน เราอ่านหนังสือมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือผ่านอินเตอร์เน็ต สื่อสังคมออนไลน์ หรือแม้กระทั่งหนังสือกระดาษหลากหลายแนว หนังสือพิมพ์ นิตยสารต่างๆ หลายคนเลือกให้การอ่านหนังสือเป็นงานอดิเรกสุดรักที่ขาดไม่ได้ในชีวิต และเป็นที่ยอมรับกันมาอย่างยาวนานว่าการอ่านหนังสือมีประโยชน์ต่อการสร้างสติปัญญาและช่วยพัฒนาสมอง ซึ่งเราจะเห็นได้จากกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่เด็กจนโตล้วนมีการอ่านหนังสือเป็นวิธีการสำคัญ หรือแม้กระทั่งการอ่านหนังสือแนวบันเทิงคดีก็ล้วนมีส่วนช่วยส่งเสริมจินตนาการทั้งสิ้น

โดยผู้ที่อ่านหนังสือ จะมีการพัฒนาในสมองส่วนกลีบท้ายทอย (Occipital Lope) ซึ่งเป็นส่วนประมวลผลกลางของการสร้างภาพในสมองที่มากขึ้น ซึ่งหมายความว่าผู้ที่เป็นนักอ่านสามารถประมวลความคิดเป็นภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีลักษณะสมองที่สามารถแปลและเพิ่มจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ รวมไปถึงมีความสามารถในการสร้างภาพอนาคตในสมองเพื่อใช้สำหรับการสินใจในสิ่งต่างๆ ได้ดี ในส่วนของสมองกลีบข้าง (Parietal Lobe) ก็มีการพัฒนาที่ดีเช่นกัน โดยสมองส่วนนี้มีหน้าที่เปลี่ยนตัวอักษรเป็นคำ และเปลี่ยนคำให้เป็นความคิดในสมอง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเขียนและการอ่านเพื่อทำความเข้าใจ

อ่านหนังสือ, พัฒนาสมองนอกจากนี้ การอ่านหนังสือมีคุณประโยชน์กับสมองในด้านต่างๆ ดังนี้

– การกระตุ้นทางจิตใจ (Mental Stimulation)

งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการกระตุ้นจิตใจช่วยลดภาวะความจำและสมองเสื่อมได้มากขึ้น ซึ่งสามารถทำได้โดยการใช้งานสมองอย่างต่อเนื่องโดยการต่อจิกซอว์ เล่นเกมปริศนา และแน่นอน การอ่านหนังสือ

– ลดความเครียด

มีหลายคนที่ใช้การอ่านหนังสือ โดยเฉพาะการอ่านนวนิยายเพื่อผ่อนคลายความเครียด โดยจากงานวิจัยเมื่อปี 2009 ค้นพบว่าการอ่านสามารถลดความเครียดได้มากถึงร้อยละ 68 ซึ่งมากกว่าการฟังเพลง ดื่มชา เล่นวิดีโอเกมหรือการเดินเล่น นักวิจัยให้รายละเอียดว่า ผู้เข้าร่วมงานวิจัยที่มีประสบการณ์การอ่านหนังสือเพียง 6 นาทีต่อวันจะมีอัตราการเต้นของหัวใจช้าลงและลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อ (Muscle Tension)

โดยเนื้อหาของหนังสือที่อ่านไม่ได้มีผลเป็นพิเศษ แค่เพียงได้อ่านหนังสือที่พาคุณหมกหมุ่นไปกับมัน และพาคุณออกจากความกังวล ความเครียด ไปสัมผัสจินตนาการของผู้แต่ง ซึ่งในระหว่างที่เราอ่าน สมองในส่วนร่องกลาง (Central Sulcus) ที่ทำหน้าที่ในการเคลื่อนไหวและทรงตัวของเราก็ได้รับการกระตุ้นไปด้วย นั่นหมายความว่าสมองทำให้เราได้เห็นภาพในหัวแจ่มชัดราวกับได้เคลื่อนไหวในโลกของหนังสือจริงๆ

อ่านหนังสือ, พัฒนาสมอง, สาวแว่น– เพิ่มทักษะการเข้าสังคม

แม้การอ่านหนังสือจะทำให้คุณได้ออกจากโลกแห่งความเป็นจริงบ้าง แต่ก็มีผลการวิจัยที่น่าสนใจว่าการอ่านช่วยเพิ่มทักษะทางสังคมซึ่งมีส่วนช่วยเมื่อคุณต้องเจรจาติดต่อกับผู้คน มีงานศึกษาหนึ่งพบว่าผู้ที่อ่านหนังสือเรื่องแต่ง (fiction) จะมีสิ่งที่เรียกว่า ทฤษฎีจิต (Theory of mind) คือความสามารถในการจำแนกสภาพจิต เช่นความเชื่อ ความตั้งใจ ความต้องการ การเล่นบทบาท (role-playing) ความรู้ ว่าเป็นของตนเองหรือของผู้อื่น และสามารถเข้าใจว่า คนอื่น ๆ มีความเชื่อ ความต้องการ และความตั้งใจ ที่ต่างจากของตน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นในสังคม และมีอีกงานศึกษาหนึ่งพบว่าผู้ที่อ่านนวนิยายจะมีคะแนนในการทดสอบวัดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากกว่าผู้ที่อ่านหนังสือที่ไม่ใช่เรื่องแต่ง non-fiction อีกด้วย

– พัฒนาความจำ

เมื่อเราอาจหนังสือ สิ่งที่สมองเราทำงานไม่ได้มีแค่การถอดรหัสคำที่อยู่บนหน้ากระดาษ เพราะในระหว่างที่เราอ่านหนังสือ สมองจะทำหน้าที่ทั้งประมวลผลภาพในหัว ภาษา และการเรียนรู้เชื่อมโยง (associative learning) ไปพร้อมกัน

มีงานศึกษาหนึ่งพบว่าการกระตุ้นทางจิตใจเช่นการอ่านหนังสือสามารถช่วยในเรื่องความจำและทักษะการคิด ซึ่งผู้เขียนงานวิจัยระบุว่าการอ่านหนังสือทุกวันสามารถลดการเสื่อมถอยทางสติปัญญาสำหรับผู้สูงอายุ (late-life cognitive decline) ด้วยอ่านหนังสือ, พัฒนาสมอง, สมอง

– พัฒนาการเชื่อมโยงและการทำงานของสมอง

มีงานศึกษาหนึ่งที่สรุปว่าความชอบในการอ่านนวนิยายอย่างยิ่ง สามารถเพิ่มสภาวะการพักเชื่อมต่อของสมอง (the brain’s resting state connectivity) และการทำงานโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอ่านนวนิยายจะช่วยพัฒนาการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นของผู้อ่าน และช่วยพัฒนาเรื่องของจินตนาการ ความเชื่อมโยงของสมอง แม้แต่ตอนที่เราเลิกอ่านไปแล้ว

ที่มา

7 Ways Reading Benefits Your Brain

เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ 5 ข้อที่การอ่านจะช่วยพัฒนาสมองของคุณ

เรื่องแนะนำ

การอ่านหนังสือช่วยพัฒนาสมองอย่างไร

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของความร่วมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน ในแต่ละวัน เราอ่านหนังสือมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือผ่านอินเตอร์เน็ต สื่อสังคมออนไลน์ หรือแม้กระทั่งหนังสือกระดาษหลากหลายแนว หนังสือพิมพ์ นิตยสารต่างๆ หลายคนเลือกให้การอ่านหนังสือเป็นงานอดิเรกสุดรักที่ขาดไม่ได้ในชีวิต และเป็นที่ยอมรับกันมาอย่างยาวนานว่าการอ่านหนังสือมีประโยชน์ต่อการสร้างสติปัญญาและช่วยพัฒนาสมอง ซึ่งเราจะเห็นได้จากกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่เด็กจนโตล้วนมีการอ่านหนังสือเป็นวิธีการสำคัญ หรือแม้กระทั่งการอ่านหนังสือแนวบันเทิงคดีก็ล้วนมีส่วนช่วยส่งเสริมจินตนาการทั้งสิ้น โดยผู้ที่อ่านหนังสือ จะมีการพัฒนาในสมองส่วนกลีบท้ายทอย (Occipital Lope) ซึ่งเป็นส่วนประมวลผลกลางของการสร้างภาพในสมองที่มากขึ้น ซึ่งหมายความว่าผู้ที่เป็นนักอ่านสามารถประมวลความคิดเป็นภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีลักษณะสมองที่สามารถแปลและเพิ่มจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ รวมไปถึงมีความสามารถในการสร้างภาพอนาคตในสมองเพื่อใช้สำหรับการสินใจในสิ่งต่างๆ ได้ดี ในส่วนของสมองกลีบข้าง (Parietal Lobe) ก็มีการพัฒนาที่ดีเช่นกัน โดยสมองส่วนนี้มีหน้าที่เปลี่ยนตัวอักษรเป็นคำ และเปลี่ยนคำให้เป็นความคิดในสมอง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเขียนและการอ่านเพื่อทำความเข้าใจ นอกจากนี้ การอ่านหนังสือมีคุณประโยชน์กับสมองในด้านต่างๆ ดังนี้ – การกระตุ้นทางจิตใจ (Mental Stimulation) งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการกระตุ้นจิตใจช่วยลดภาวะความจำและสมองเสื่อมได้มากขึ้น ซึ่งสามารถทำได้โดยการใช้งานสมองอย่างต่อเนื่องโดยการต่อจิกซอว์ เล่นเกมปริศนา […]

การรถไฟแห่งประเทศไทย รับมอบรถไฟ KIHA 183 จาก JR HOKKAIDO ให้บริการปี 2566

การรถไฟแห่งประเทศไทย รับมอบรถไฟ KIHA 183 จาก JR HOKKAIDO พร้อมให้บริการปี 2566 คาด สามารถใช้งานต่อได้อีก 50 ปี เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2564 เวลา 10.30 น. นายศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการซ่อมบำรุง รถจักรและล้อเลื่อน การรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นตัวแทนของนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เข้าร่วมรับขบวนรถไฟดีเซลราง KIHA 183 จำนวน 17 คัน ที่ได้รับมอบจากบริษัท Hokkaido Railway Company (JR HOKKAIDO) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว ณ ศูนย์ขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ (SRTO) ท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้บริหารการรถไฟฯ และคณะสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน และเข้าร่วมสังเกตการณ์ตรวจขบวนรถโดยสารทั้ง 17 คันอย่างใกล้ชิดก่อนนำมาปรับปรุงเปิดให้บริการ นายศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ […]

GISTDA ชวนร่วมงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ 2020

GISTDA ชวนเปิดมุมมอง “Space Frontier ค้นหาความรู้เหนือชั้นบรรยากาศ” ในมหกรรมวิทย์ 2020 จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา และขณะนี้ยังอยู่ในการเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาด ส่งผลให้มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติที่จัดขึ้นประจำทุกปีในเดือนสิงหาคมถูกเลื่อนออกไปเป็นเดือนพฤศจิกายน ในปีนี้ GISTDA ก็ไม่พลาดที่จะมาเชิญน้องๆ ร่วมเปิดมุมมองกับแนวคิดหลัก Space Frontier ค้นหาความรู้เหนือชั้นบรรยากาศ ที่จะทำให้น้องๆ รู้สึกเพลิดเพลินกับการเรียนรู้ด้านอวกาศในมิติต่างๆภายใน GISTDA Space Gateway กับอวกาศล้ำๆ ที่จะทำให้น้องๆ เกิดแรงบันดาลใจในการศึกษาด้านอวกาศกันมากยิ่งขึ้น ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี นายพีร์ ชูศรี รองผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า ปีนี้ GISTDA มาในตีม “Space Frontier ค้นหาความรู้เหนือชั้นบรรยากาศ” ซึ่งการออกแบบเนื้อหาและการตกแต่งจะมีความแตกต่างออกไปจากปีก่อนๆ โดยปีนี้ จัดนิทรรศการภายใต้แนวคิดล้ำสมัยเหมือนยก Space Gateway มาไว้ที่นี่กันเลยทีเดียว ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เยาวชนไทยเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ เพื่อจะนำไปสู่จินตนาการต่างๆ ได้อย่างเข้าใจ สามารถเห็นภาพการปฏิบัติภารกิจจริงๆ รวมถึงร่วมพูดคุยซักถามกับนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญด้านอวกาศแบบเป็นกันเอง ภายใน GISTDA […]

ซินโครตรอนยืนยันน้ำดื่มไทยปลอดภัยต่อการบริโภค

ซินโครตรอนยืนยันน้ำดื่มไทยปลอดภัยต่อการบริโภค พลาสติกเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิตของมนุษย์เรา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ หรือแม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว ล้วนมีส่วนประกอบที่เป็นพลาสติกทั้งนั้น ในปี 2555 มีรายงานปริมาณการผลิตพลาสติกทั่วโลกถึง 299 ล้านตัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นทุกปี ด้วยคุณสมบัติเรื่องความคงทนของพลาสติก นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า พลาสติกที่ผลิตขึ้นมาชิ้นแรกบนโลกยังไม่ย่อยสลายไปจนถึงทุกวันนี้ การศึกษาวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ รายงานว่า พลาสติกบางส่วนแตกสลายเป็นไมโครพลาสติก (ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 0.5 มิลลิเมตร) ซึ่งมีสาเหตุจากแสงอัลตราไวโอเลต และพบการแพร่กระจายไปบนผิวน้ำ ชายหาด และก้นทะเล ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตของสัตว์น้ำหลายชนิด เมื่อไมโครพลาสติกสะสมในท้องทะเลมากขึ้น สิ่งมีชีวิตทั้งขนาดเล็กและใหญ่จะกินอาหารที่ปนเปื้อนไมโครพลาสติกและสะสมไว้ในร่างกาย แล้วไมโครพลาสติกเหล่านั้นจะกลับเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร สุดท้ายก็มาถึงเราในฐานะผู้บริโภค “เมื่อไม่นานมานี้ นักวิทยาศาสตร์จากหลายประเทศให้ความสนใจเรื่องไมโครพลาสติกในน้ำดื่มกันอย่างมาก จากการสำรวจในสหรัฐอเมริกาพบว่า น้ำดื่มบรรจุขวดจำนวน 250 ตัวอย่างจาก 11 ยี่ห้อ ที่มีจำหน่ายใน 9 ประเทศ ปนเปื้อนไมโครพลาสติกร้อยละ 93 โดยมีค่าเฉลี่ยเฉลี่ย 11 อนุภาคต่อน้ำ 1 ลิตร” ดร.สมชาย ตันชรากรณ์ หัวหน้าทีมวิจัยเรื่องไมโคตรพลาสติกของสถาบันวิจัยแสงซินโคตรตรอน กล่าวและเสริมว่า “สำหรับประเทศไทย […]