Thailand Corporate Sustainability Symposium แลกเปลี่ยน เรียนรู้เรื่องความยั่งยืนจากผู้นำ

Thailand Corporate Sustainability Symposium: แลกเปลี่ยนและเรียนรู้เรื่องความยั่งยืนจากผู้นำ

แนวคิด “การพัฒนาเพื่อความยั่งยืน” เป็นแนวคิดที่หลายองค์กรให้ความสนใจมากขึ้น แม้ว่าไอเดียเรื่องความยั่งยืนจะเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมยังไม่ชัดเจน ปัจจุบัน องค์กรทั้งในภาครัฐและเอกชนจึงสร้างแผนปฏิบัติงานเพื่อให้ทฤษฎีกลายเป็นรูปธรรมมากขึ้น

เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2558 ประเทศสมาชิกของสหประชาชาติได้รับรองวาระ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2573” ซึ่งจะบรรลุเป้าหมายภายในระยะเวลา 15 ปีประกอบด้วย 17 เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมี 169 เป้าหมายเฉพาะเจาะจง และ 230 ตัวชี้วัด เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนเน้นให้ความสำคัญกับการปรับสมดุลทั้ง 3 มิติของการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในรูปแบบบูรณาการและการมีส่วนร่วมเพื่อไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ในประเทศไทย ทั้งหน่วยงานรัฐบาลและภาคเอกชนต่างให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาองค์กรไปสู่ความยั่งยืน เนื่องจาก การบริหารจัดการองค์กรต่างต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อให้ได้ผลผลิตในด้านต่างๆ ออกมา ดังนั้นการเล็งคุณค่าของทรัพยากรจึงเป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานนำมาประยุกต์ใช้ในแผนงานบริหารจัดการองค์กร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกันที่จะมีทรัพยากรในโลกนี้ไว้ใช้อย่างยั่งยืน

Thailand Corporate Sustainability Symposium
Thailand Corporate Sustainability Symposium “Learning from the Leaders”

งาน Thailand Corporate Sustainability Symposium “Learning from the Leaders” เป็นงานประชุมสัมมนาที่ได้รับเกียรติจากผู้นำธุรกิจในเมืองไทยมาแบ่งปันประสบการณ์การบริหารจัดการ และความรู้เรื่องการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน โดยภายในงานมีทั้งการเสวนา การจัดเวิร์กช็อป และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ จากผู้นำของธุรกิจด้านต่างๆ ในเมืองไทยที่ได้ดำเนินงานเรื่องความยั่งยืนมาแล้ว ผ่านการจัดงานโดย C ASEAN ระหว่างวันที่ 27-28 มีนาคม 2562 ที่อาคาร CW Tower รัชดา

การประชุมสัมมนาในวันแรก ผู้นำผู้มีประสบการณ์เรื่องความยั่งยืนมาอย่างยาวนานทั้งสามบริษัท ได้แก่ คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ คุณชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทบ้านปู (BANPU) จำกัด มหาชน ให้แนวคิดเรื่องความยั่งยืนไว้ว่า

‘การให้’ เป็นสิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่ในวัฒนธรรมชาวตะวันออก เช่น คนไทย ต่างเข้าใจถึงสิ่งนี้เป็นอย่างดี โดยวัฒนธรรมการให้ของบ้านเรานั้นถูกปฏิบัติต่อกันมาด้วยความคุ้นชิน จนทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เราต่างมีความรู้สึกที่อยากจะแบ่งปันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งปันต่อเพื่อน ต่อครอบครัว ต่อชุมชน เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม แนวทางที่ได้ยินได้ฟังกันบ่อยก็คือเรื่อง “ขาดเติมให้เต็ม เต็มให้รู้จักพอ พอให้รู้แบ่ง แบ่งให้เป็นธรรม”

วันที่สองเป็นเวทีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องความยั่งยืนจากบริษัทต่างๆ ที่ได้ดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสู่ความยั่งยืนไปแล้ว โดยได้รับเกียรติจาก 10 องค์กรที่มีแผนพัฒนาความยั่งยืนภายในองค์กร เช่น ไทยเบฟเวอเรจ, กลุ่มมิตรผล, เอสซีจี, พีทีที โกลบอล เคมิคอล, เทสโก โลตัส และกลุ่มผลิตพลังงานบ้านปู เป็นต้น ซึ่งแต่ละองค์กรได้เน้นแนวทางการปฏิบัติเรื่องความยั่งยืนในด้านที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแต่ละองค์กรต่างให้ความสำคัญกับการเล็งเห็นคุณค่าของการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด การน้ำกลับมาใช้ใหม่ แผนการลดขยะที่เกิดจากขบวนการผลิต รวมไปถึงการมีมีจิตสำนึกสาธารณะต่อสังคมรอบสถานประกอบการ

จุดเริ่มต้นของการสัมมนาในครั้งนี้เป็นก้าวแรกของบุคคลในวงการธุรกิจยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย ที่ได้ระดมสมองเพื่อแสวงหาแนวทางความยั่งยืนในการทำธุรกิจ เพราะในโลกปัจจุบัน ความสำเร็จที่แท้จริงของธุรกิจหนึ่งอาจไม่ใช่ตัวเลขผลกำไรที่พุ่งทะยานเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการพัฒนาองค์กรและสังคมให้เติบโตไปด้วยความยั่งยืน อันจะส่งผลดีให้กับทุกฝ่ายในสังคมได้

เรื่องแนะนำ

บุฟเฟ่ต์บรันช์วันเสาร์ ที่ร้านอาหารเดอะสแควร์

บุฟเฟ่ต์บรันช์วันเสาร์ ร้านอาหารเดอะสแควร์ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟีนิกซ์ สีลม ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ตื่นสายกว่าปกติและได้ทานทั้งอาหารเช้าและซีฟู้ดในมื้อเดียวกัน พบกับบุฟเฟ่ต์มื้อสบายๆ ที่คุณไม่ต้องกังวลเรื่องรถติดในเย็นวันธรรมดา แล้วมาอิ่มอร่อยกันกับบุฟเฟ่ต์บรันซ์วันเสาร์ ที่ร้านเดอะสแควร์ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟีนิกซ์ สีลม ให้ทุกวันเสาร์ของคุณเป็นมากกว่าวันหยุดพักผ่อน ด้วยบุฟเฟ่ต์แสนอร่อยทั้งเมนูอาหารไทยและนานาชาติ เริ่มต้นมื้อบรันช์ด้วยเมนูอาหารเช้าจานโปรดที่ใครหลายๆคนชื่นชอบกับเมนู ”ไข่เบเนดิกต์” และไม่ว่าคุณจะมองหาเมนูสุดฮอตฮิตของเราอย่างกุ้งแม่น้ำเผาและหอยนางรมสดหรือจะเป็นซีฟู้ดออนไอซ์สดใหม่อย่าง หอยตลับ กุ้งแดง และหอยแมลงภู่ คุณก็สามารถเพลิดเพลินได้ไม่อั้น ยิ่งได้ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดของเราแล้วรับรองว่าแซ่บถึงใจ ห้ามพลาดกับซุ้มขนมจีน, ก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด, กุ้งอบวุ้นเส้น, กุ้งทอดซอสมะขามและส้มตำกุ้งสด นอกจากนี้ยังมีอาหารสไตล์อิตาเลียน พาสต้าในชีสพามีซานที่เชฟปรุงให้คุณใหม่ๆจานต่อจานและมีให้คุณเลือกได้ตามใจชอบทั้งซอสต้มยำกุ้งหรือคาโบนาร่า จะอร่อยให้ครบสูตรต้องปิดท้ายด้วยของหวาน ไอศกรีม เค้กและผลไม้ตามฤดูกาล ‘บุฟเฟ่ต์บรันซ์วันเสาร์’ เปิดให้บริการระหว่างเวลา 12.00 – 14.30 น. ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม – 27 เมษายน 2562 ราคาปกติ 1,299 บาทสุทธิ/ท่าน รวมเครื่องดื่มซอฟท์ดริ้งค์ไม่จำกัดหรือสำรองที่นั่งออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ลดสูงสุด 50% เหลือเพียงท่านละ 650 บาทสุทธิ/ท่าน สำหรับสมาชิกแอคคอร์พลัส […]

เปิดตัวหนังสือ ประชาธิปก พระบารมีปกเกล้า

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 125 ปี วันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ได้มีโอกาสไปร่วมงาม เปิดตัวหนังสือ “ประชาธิปก พระบารมีปกเกล้า” ซึ่งรายละเอียดเนื้อหาเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ไทย: พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้คือ การรวบรวมข้อมูลและรูปภาพที่หาชมได้ยากในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดในรัชสมัยของพระองค์ ตั้งแต่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระราชจริยวัตร พระราชนยิมของพระองค์ รวมถึงพระปรีชาสามารถในการปกครองประเทศ ให้รอดพ้นวิกฤตต่างๆ และยังได้ชมสภาพบ้านเมือง ภาพเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่หาชมได้ยาก ในหนังสือเล่มนี้ด้วย ในโอกาสการจัดพิมพ์หนังสือทรงคุณค่าเล่มนี้ ทางคณะผู้จัดทำได้รับเกียรติจากคุณสรวิช ภิรมย์ภักดี กรรมการ บริษัทพิพิทธภัณฑ์สิงห์ จำกัด เป็นผู้ให้ข้อมูลทั้งในส่วนของรายละเอียดเนื้อหาภายในเล่ม และภาพประกอบที่คุณสรวิชเก็บสะสมไว้เป็นการส่วนตัว เพื่อให้ประชาชนชาวไทยซึมซับ ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่ทรงสร้างคุณงามความดีต่อประเทศไทย “ภายในหนังสือเล่มนี้ ท่านผู้อ่านจะได้ชมภาพประกอบที่หลากหลาย คนที่ชอบดูภาพก็สามารถเปิดหนังสือไปได้เรื่อยๆ คล้ายกับกำลังดูอัลบัมรวบรวมรูปภาพ” คุณสรวิชเล่าให้เราฟังและเสริมว่า “หากอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถอ่านข้อความได้ง่ายๆ เป็นหนังสืออ่านง่ายสบายตา” คุณสรวิชเล่าว่า […]

เคล็ดลับการเรียนภาษาผ่านการอ่านหนังสือ

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของความร่วมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน เมื่อเรากำลังอยู่ในช่วงที่ฝึกฝนหรือเรียนภาษาต่างประเทศสักภาษา เรามักให้ความสำคัญกับการพูด เราควรให้ความสำคัญกับการเลียนแบบเจ้าของภาษา เนื่องจากเราต้องการพูดภาษาที่เรากำลังเรียนอยู่ให้รวดเร็วที่สุด และมองข้ามความสำคัญในการเรียนภาษาโดยการอ่านไป เนื่องจากหลายคนมองว่าเป็นวิธีที่น่าเบื่อและช้า ซ้ำยังดูเป็นวิชาการมากเกินไป และอาจขัดกับความต้องการของคนส่วนใหญ่ที่เรียนภาษาเพื่อนำไปพูดในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม แนวความคิดที่คนส่วนใหญ่เชื่อถือนี้มักขัดกับหลักการเรียนภาษาที่ถูกต้อง นั่นคือ ถ้าหากคุณอยากพูดภาษาใดภาษาหนึ่งอย่างถูกต้อง คุณต้องอ่านภาษานั้นให้มากๆ ด้วย เนื่องจากการเรียนภาษานั้นเปรียบเสมือนการเชื่อมโยงจุด โดยมีทักษะการฟังเป็นจุดหนึ่ง ความเข้าใจบริบทเป็นจุดหนึ่ง การเลียนแบบเจ้าของภาษาเป็นจุดหนึ่ง และ “การอ่าน” ก็เป็นหนึ่งในจุดที่สำคัญ ดังนั้นหากคุณต้องการเรียนภาษาใหม่ให้ได้อย่างรวดเร็ว คุณก็ควรที่เริ่มอ่านหนังสือด้วยเช่นกัน เหตุผลที่การอ่านหนังสือเป็นวิธีที่ดีในการเรียนภาษา ในการเรียนภาษา เป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องรู้เรื่องของกฎหรือไวยากรณ์ หรือแม้กระทั่งสไตล์ของภาษา ภาษาที่เราได้ยินเจ้าของภาษาพูดอย่างเป็นธรรมชาตินั้น แท้จริงแล้วมีไวยากรณ์ซ่อนอยู่ด้วยเสมอ แม้ว่าพวกเขาดูเหมือนจะไม่ใส่ใจก็ตาม และด้วยการอ่านนี้เองจะช่วยทำให้เรามองเห็นภาพของไวยากรณ์ในภาษาได้ชัดเจนขึ้น และเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการวิเคราะห์โครงสร้างของภาษา เหตุผลหนึ่งคือ เราจะจดจำภาษาได้มากกว่าหากผ่านการมองเห็น และการอ่านจะทำให้มองเห็นตัวภาษา รวมทั้งช่วยในการเชื่อมโยงตัวคำศัพท์กับภาพในสมองได้ดียิ่งขึ้น เช่น […]

‘โขนกลางแปลง’ ในเทศกาลบอลลูนนานาชาติที่เชียงราย

เรื่องราวของ สิงห์ปาร์ค เชียงราย กับการสืบสานและผลักดัน “โขนกลางแปลง” ศิลปะไทยหาชมยาก ให้คนรุ่นหลังและชาวต่างชาติได้รู้จักผ่านงานเทศกาลบอลลูนนานาชาติ