Thailand Sustainability Expo 2021 (TSX) ตอกย้ำความสำเร็จต่อเนื่องปีที่ 2 - National Geographic Thailand

Thailand Sustainability Expo 2021 (TSX) ตอกย้ำความสำเร็จต่อเนื่องปีที่ 2

เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ สำหรับงาน “Thailand Sustainability Expo 2021 (TSX)”

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2021 พิธีเปิดงาน “Thailand Sustainability Expo 2021 (TSX)” ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ซึ่้งปีนี้ได้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในรูปแบบการจัดนิทรรศการออนไลน์แบบเสมือนจริง (Virtual Expo) ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability)

นอกจากเรื่องรูปแบบการจัดการบนสื่อออนไลน์ที่สามารถรองรับผู้เข้าชมงานได้มากขึ้นกว่าปีที่แล้ว ปีนี้ยังโดดเด่นด้วยจำนวนของภาคเครือข่ายด้านความยั่งยืนจำนวนมากที่สุด ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับการคัดเลือกเป็น Word Industry leader ในแต่ละสาขาอุตสาหกรรม Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI นำโดย
– บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
– บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
– บริษัทไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

สำหรับการจุดเด่นของงานในปีนี้ ผู้เข้าชมงานจะได้พบกับนวัตกรรมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมระดับโลก เสวนาจากวิทยากรและนักปฏิบัติตัวจริง และแหล่งช้อปสินค้าจากธุรกิจยั่งยืนมารวมไว้ในที่เดียว โดยมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 30 กันยายน 2564 – 10 ตุลาคม 2564 รวมทั้งหมด 11 วัน บนโลกออนไลน์ www.tsx2021.thailandsustainabilityexpo.com

เรียกได้ว่าเป็นพลังร่วมครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างองค์กรชั้นนำของประเทศไทย ที่มีการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน มาร่วมกันเนรมิตงานครั้งนี้ขึ้นมา เพื่อสร้างการรับรู้ต่อคนรุ่นใหม่ และประชาชนทั่วไปถึงความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่นำไปสู่การปฏิบัติที่ได้ผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล

ในพิธีเปิดงาน TSX 2021 ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานพิธีเปิด และเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้กล่าวใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า

…เมื่อหลายปีที่ผ่านมา เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เราเริ่มขาดแคลนทรัพยากร และเริ่มไม่เพียงพอ ส่งผลให้ทุกวันนี้ เราพูดถึงเรื่องพอเพียงมากขึ้น …ในขณะเดียวกัน เราทุกคนรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้ชัดเจนมากขึ้น เช่น ฤดูกาลฝนตกที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เราไม่สามารถคาดการณ์ปริมาณน้ำสำหรับการเพาะปลูกได้อย่างเดิม

ปีนี้ก็เช่นกัน ช่วงเดือนกันยายน ที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำมาก แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า เราจะมีน้ำใช้อย่างเพียงพอไปตลอดทั้งปี ดังนั้น เราจึงต้องเตรียมความพร้อมและปรับตัว สำหรับการรับมือกับสถานการณ์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างทันท่วงที ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นทั่วโลก เพื่อเปลี่ยนการตั้งรับเป็นการอยู่รอดอย่างยั่งยืน

หลังจากพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ผู้บริการระดับสูงของแต่ละบริษัทได้เปิดเวทีเสวนาในหัวข้อเกี่ยวกับ “Post-COVID” หรือสถานการณ์หลังการระบาดใหญ่ที่องค์กรธุรกิจต้องปรับตัวในสถานการณ์ที่มีความท้ายท้ายและมีความไม่แน่นอนสูง ดำเนินรายการโดยคุณสุทธิชัย หยุ่น 

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราได้ก้าวเข้าสู่การปรับตัวมาตั้งแต่การระบาดใหญ่ระลอกแรกแล้ว ผมมองว่า มนุษย์เรามีความสามารถเรื่องการปับตัวได้ตลอดเวลา และเราทำได้ดีมาโดยตลอด จะเห็นได้ว่า มนุษย์เราอยู่รอดจากเหตุการณ์ภัยธรรมชาติที่ร้ายแรงที่เคยเกิดขึ้นได้หลายครั้ง และเราก็ใช้ชีวิตในวิถีปกติใหม่มาระยะเวลสหนึ่งแล้ว

จนถึงตอนนี้ เราก็รู้ว่าวิถีการปรับตัวเป็นเรื่องปกติในชีวิตของเรา และผมได้พูดคุบกับผู้บริหารและเพื่อนร่วมงานในบริษัทว่า เราจะกลัมาแข็งแกร่งกว่าเดิม หรือ Stronger Than Ever เพื่อรองรับกับความท้าทายใหม่ที่เกิดขึ้น

 

ดร.กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร (จากซ้ายมือ คนที่ 3)

ดร.กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย และบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวถึงประเด็นเรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติที่กระทบต่อการทำธุรกิจ ว่า

เราได้เรียนรู้จากเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 2554 และการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ดังนั้น หน้าที่ของเราในฐานะผู้นำคือ เราจะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างไร วิกฤตเป็นตัวเร่งให้เราต้องพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้สูงขึ้น เพื่ออยู่ร่วมกับกับวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งส่วนธุรกิจและส่วนบุคคล

นอกจากนี้ วิกฤตยังผลักให้เกิดการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจที่รวเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากธุรกิจออฟไลน์ไปสู่ออนไลน์ โดยเห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้นในช่วงการระบาดใหญ่ ธุรกิจจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้เทคโนโลยีออนไลน์มากขึ้น

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง (ขวามือ)

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยว่า

ปัจจัยเรื่องการระบาดใหญ่ได้กระตุ้นให้ทุกองค์กรต้องใส่ใจเรื่องการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนมากขึ้น “เรื่องความยั่งยืนเป็นหลักคิดของการอยู่ร่วมกันทั้งเรื่องของการทำธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดย GC ก็ปรับตัวโดยให้ความสำคัญกับพนักงานในบริษัทเป็นอันดับแรก พนักงานต้องปลอดภัย อันดับต่อมาเราให้ความสำคัญกับพันธมิตรของเรา ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของเราต้องอยู่รอดและเติบโดไปพร้อมกับเรา เพราะถ้ากลุ่มเหล่านั้นไม่รอด ก็เหลือเราแค่คนเดียว เราก็ดำเนินธุรกิจต่อไปไม่ได้ ความสำคัญลำดับที่สามก็คือเรื่องสังคม โดยเราใช้เทคโนโลยีที่เราพัฒนาร่วมกับพันธมิตรของเรา เพื่อช่วยเหลือสังคม เราจึงต้องสร้างสมดุลของทุกส่วนให้อยู่รอด

คุณธีรพงศ์ จันศิริ

คุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แสดงความคิดเห็นในประเด็น ‘หลังการระบาดใหญ่ เราจะทำอย่างไรไม่ให้กลับไปเหมือนเดิม’ ว่า

เราพยายามรักษาห่วงโซ่อุปทานของเรามาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มต้นการระบาดใหญ่ทั้งเรื่องความปลอดภัยของพนักงาน และความปลอดภัยของอาหาร ซึ่งเราจะยังคงมาตรการเหล่านี้ต่อไป

อย่างที่ทุกท่านได้กล่าวว่า การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ได้เร่งการเปลี่ยนผ่านรูปแบบธุรกิจไปสู่เทคโนโลยีออนไลน์ บริษัทของเราก็ได้ปรับตัวเรื่องนี้เช่นกัน โดยในช่วงการระบาด เราค้นพบว่า เรามีประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้นจากเดิม โดยเราลดเวลาการทำงานในส่วนอื่นๆ จากภายนอก และคล่องตัวมากขึ้น ทำให้เรามีเวลาให้ความสนใจกับการผลิตในโรงงานมากขึ้น ผลลัพธ์คืองานที่เกิดขึ้นมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

มุมมองของเยาวชนต่อแนวคิดเรื่องความยั่งยืน

หลังจากจบการเสวนาของผู้บริหารระดับสูงทั้ง 4 ท่าน ทางผู้จัดงานได้เชิญตัวแทนเยาวชนคนรุ่นใหม่ร่วมพูดคุยในพิธีเปิดด้วย โดยคุณอเล็กซ์ เรนเดลล์ เป็นตัวแทนจากฝั่งของเยาวชนที่ได้เข้าร่วมงานแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องความยั่งยืนในครั้งนี้

ในบทบาทที่ผมได้ทำงานร่วมกับเด็กรุ่นใหม่ แนวโน้มของเด็กและเยาวชนในยุคปัจจุบันเริ่มเข้าใจคุณค่าและความหมายของความยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งต่างจากในยุคที่ผมเคยเป็นนักเรียน … ซึ่งในแต่ละช่วงวัยของเด็กจะมีการยอมรับร่วมกันในกิจกรรมทางสังคมบางอย่าง โดยเด็กยุคนี้ เขามองว่า การสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนเป็นเรื่องที่ดูทันสมัยและทำให้เขาเป็นที่ยอมรับในสังคม … ประกอบกับแนวโน้มความนิยมของโลกที่เบนสู่เรื่องความยั่งยืนมากขึ้น เยาวชนก็เริ่มมองเห็นว่า เรื่องของสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนสามารถนำมาปรกอบเป็นอาชีพได้ ไม่ได้เป็นแค่องค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร หรือเป็นมูลนิธิ ที่เคยรู้จักก่อนหน้านี้

อเล็กซ์กล่าวเสริมว่า “กิจกรรมที่เราจัดขึ้นให้กับเด็กได้ส่งผลให้เด็กเหล่านั้นกำหนดรูปร่างแนวความคิดเรื่องความยั่งยืนของตัวเองได้ เช่น เด็กจำนวน 5 จาก 8 คนในรุ่นที่หนึ่ง เลือกเข้าศึกษาในภาควิชาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความยั่งยืนในระดับมหาวิทยาลัย เราจะเห็นได้ว่า การปลูกฝังเรื่องความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเป็นภาคบังคับ แต่ผู้ใหญ่จำเป็นต้องแสดงให้เห็น ทำให้ดู และนำพาเด็กๆ เขาไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องความยั่งยืน …ซึ่งผลลัพธ์ก็จะทำให้เด็กๆ รู้สึกว่า วิถีความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิต และเรื่องความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

คุณอเล็กซ์ เรนเดลล์

ผลกระทบจากโรคติดเชื้อโควิด-19 “ทำให้องค์กรของผมเองต้องปรับตัวมากเช่นกัน เนื่องจากกิจกรรมของเราต้องพึ่งพาทั้งการเดินทางและรวมกลุ่ม ซึ่งขัดต่อมาตรการรัฐ ดังนั้น ผมเองก็ต้องปรับการนำเสนอกิจกรรมให้ยืดหยุ่น โดยใช้ช่องทางสื่อสารบนออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มเยาวชน อย่าง TikTok และ Twitter” อเล็กซ์กล่าว

นอกจากนี้ บทเรียนอย่างหนึ่งที่ได้เรียนรู้จากการระบาดใหญ่ระลอกล่าสุด “คือผมได้เดินทางไปจังหวัดตรัง และได้เห็นธรรมชาติที่สวยงามมาก และที่สำคัญ ได้พบเห็นฝูงพยูนรวมตัวกันในทะเลตรังกว่า 200 ตัว ซึ่งแทบจะเป็นภาพที่หาชมไม่ได้เลยในช่วงก่อนหน้านี้” อเล็กซ์กล่าวและเสริมว่า “แน่นอนว่า ธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ในทางกลับกัน ผมเห็นชาวบ้านยังมีอาหารกิน มีทรัพยากรเหลือเพียงพอที่จะส่งขายและมีรายได้ ซึ่งสะท้อนประโยคที่ว่า Good Health, Good Ocean และสะท้อนผ่านคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวบ้าน” โดยภาพที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความพยายามของหน่วยงานด้านอนุรักษ์ “แต่เกิดจากมนุษย์ไม่ได้สร้างกิจกรรมที่รบกวนธรรมชาติ

ภายในงานรูปแบบนิทรรศการออนไลน์แบบเสมือนจริง (Virtual Expo) ยังมีความน่าสนใจในส่วนอื่นๆ อีกมากมาย ที่รอให้ผู้เข้าชมงานได้ร่วมค้นหาแรงบันดาลใจในเรื่องความยั่งยืน เพื่อนำไปปรับใช้กับธุรกิจและการดำเนินชีวิต แล้วมาสร้างความ “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” ไปพร้อมกันที่ www.tsx2021.thailandsustainabilityexpo.com ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน – 10 ตุลาคม 2021

เรื่อง ณภัทรดนัย
ภาพถ่าย Thailand Sustainability Expo


 

เรื่องแนะนำ

หนังสือที่แนะนำโดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ทราเวล

เรื่องราวมันเริ่มต้นขึ้นขณะพวกเราเดินทางอยู่ในเมืองโบราณ ประเทศเปรู กองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ทราเวล อภิปรายกันเกี่ยวกับนวนิยายเรื่อง The Lost City โดย Henry Shukman ซึ่งเป็นเรื่องราวการผจญภัยในเมืองประวัติศาสตร์ทางตอนเหนือของประเทศเปรู มื้อเที่ยงวันนั้นสร้างความประทับใจกับพวกเราเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้เราตระหนักได้ว่า พวกเราเดินทางผ่านเรื่องราวต่างๆ มาด้วยกันมากมาย พวกเรามักนัดพบกันทุกๆ หกสัปดาห์หรืออาจนานกว่านั้น การรวมกลุ่มแต่ละครั้งมีพนักงานของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ที่สนใจงานเขียน ตบเท้าเข้าร่วม เพื่อแบ่งปันเรื่องราวในหนังสือที่เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาออกเดินทางในทริปต่างๆ พวกเรา [พนักงานของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก] เดินทางรอนแรมไปหลายเมืองจากออสเตรเลีย สู่บราซิล ยูเครน และเวนิส โดยทั้งหมดเกิดจากจิตวิญญาณที่กระหายการเรียนรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้และทุกอย่างที่อยู่ในนั้น บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดี ๆ ของความร่วมมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือ กระทรวงศึกษาธิการ และ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน เหล่านี้ คือหนังสือบางเล่มที่พวกเราชื่นชอบในช่วง […]

5 วิธีการสร้างนิสัยรักการอ่าน

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของความร่วมมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐคือ กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่านถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน ช่วงเวลาแห่งปีใหม่ หลายคนชอบตั้งเป้าหมายประจำปี โดยหนึ่งในสิบอันดับที่มีคนตั้งเป้าหมายมากที่สุด คือ การอ่านหนังสือให้ได้ตามจำนวนที่ตั้งใจไว้ หนังสือที่มีคุณภาพสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้อ่านหลายประการ เช่น เปิดทัศนคติและมุมมองใหม่ๆ เพิ่มความเชี่ยวชาญในสายอาชีพ และช่วยลดความขุ่นข้องหมองใจ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลจะเกิดขึ้นได้ ตัวของผู้อ่านจำเป็นต้องสร้างรูปแบบและนิสัยการอ่านให้กับตัวเอง นิสัยรักการอ่านเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังและบ่มเพาะ มีวิธีปฏิบัติหลายวิธีเพื่อการอ่านหนังสือ ในช่วงแรก เราควรมีความตั้งใจที่อยากปรับเปลี่ยน ปรับประยุกต์วิธีการที่เหมาะสมสำหรับตนเอง และเริ่มจากหนังสือที่ตนเองมีความสนใจ เหล่านี้ คือวิธีที่จะช่วยให้คุณสร้างนิสัยรักการอ่าน กำหนดเป้าหมาย การกำหนดเป้าหมายก่อนการเริ่มต้นเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยให้เรามีทิศทางที่ชัดเจน เช่น ภายในหนึ่งเดือนจะอ่านหนังสือให้จบหนึ่งเล่ม การพัฒนาและบ่มเพาะนิสัยการอ่านอาจไม่ต้องทำให้เป็นเรื่องเคร่งเครียดเหมือนเป้าหมายอื่นๆ การกำหนดเป้าหมายในการสร้างนิสัยรักการอ่านควรพิจารณาจากตารางในชีวิตประจำวันที่เราทำทุกวัน แต่ละคนมีปัจจัยในการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน ทำให้เป้าหมายของเราสนุกแล้วเราจะเพลิดเพลินใจเมื่อทำมันสำเร็จ สร้างรายการหนังสือในแต่ละเดือน ลองเลือกหนังสือที่คุณอยากอ่านมาทั้งหมด แล้วประเมินความเร็วในการอ่าน ความยาวของหนังสือ และเวลาในการอ่านแต่ละวัน จะช่วยให้คุณเลือกวางแผนได้ว่า ในหนึ่งปีคุณสามารถอ่านหนังสือได้ประมาณกี่เล่ม แล้วนำรายชื่อหนังสือเหล่านั้นมาลงตารางในแต่ละเดือน เป็นเป้าหมายระยะสั้น […]

เปิดตัวงาน บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 CHAOS : CALM โกลาหล : สงบสุข

เตรียมพบปรากฎการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ กับเทศกาลศิลปะร่วมสมัย นานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด CHAOS : CALM โกลาหล : สงบสุข พบกันตุลาคม 2565 ถึง กุมภาพันธ์ 2566 นี้ จากความสำเร็จของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ (Bangkok Art Biennale) ที่จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อปี 2018 และได้สร้างปรากฎการณ์ความยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต หรือ Beyond Bliss และจัดต่อเนื่องในปี 2020 ภายใต้แนวคิด ศิลป์สร้าง ทางสุข หรือ Escape Routes โดยมีหัวเรือใหญ่อย่าง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ผสานความร่วมมือครั้งสำคัญกับ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยการจัดงานมีกำหนดจัดขึ้นทุกๆ […]

จิสด้าผุด AstroLab สร้างงานวิจัยและนวัตกรรมอวกาศแบบครบวงจร

จิสด้า องค์กรด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ กำลังพัฒนาห้องปฏิบัติการด้านอวกาศ เพื่อวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านอวกาศในประเทศไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า จัดตั้ง “แอสโตรแล็บ” หรือ Astrodynamics Research Laboratory หรือ Astrolab เป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านอวกาศด้านกลศาสตร์วงโคจรของประเทศไทยแบบครบวงจร ตั้งอยู่ ณ อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ดร. สิทธิพร ชาญนำสิน นักวิจัยเชี่ยวชาญด้านกลศาสตร์วงโคจรของจิสด้า เปิดเผยว่า แล็บดังกล่าวมีภารกิจหลักเพื่อการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านอวกาศ โดยแบ่งการวิจัยที่สำคัญเป็น 4 ส่วน ส่วนแรกคือการวิจัยและพัฒนาด้านกลศาสตร์วงโคจรในอวกาศที่เน้นการพัฒนาอัลกอริทึมเพื่อเพิ่มความแม่นยำสำหรับการคำนวณวงโคจรของวัตถุในอวกาศ ได้แก่ การเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ ดาวเทียม ดาวเทียมที่สิ้นสุดภารกิจ จรวดนำส่งดาวเทียม หรืออุกาบาต เป็นต้น เทคนิคการเปลี่ยนวงโคจรดาวเทียม การควบคุมและคาดตำแหน่งวัตถุอวกาศกลับสู่โลก เหล่านี้ถือเป็นงานวิจัยที่สำคัญและมีความท้าทายอย่างมาก งานวิจัยในกลุ่มนี้จะถูกนำไปต่อยอดในงานวิจัยส่วนที่เหลือทั้งหมดและสามารถนำไปใช้ทางวิศวกรรมได้หลายด้าน อย่างเช่น การออกแบบและวิเคราะห์ภารกิจดาวเทียม เป็นต้น ผลงานที่ผ่านมาที่พอจะจำกันได้คือ การคาดการณ์ตำแหน่งและเวลากลับสู่โลกของสถานีอวกาศเทียนกง-1 เมื่อปี 2561 […]