อมรินทร์กรุ๊ป-ไทยเบฟเวอเรจ จัดโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข ปี 3” สร้างพลังรักการอ่านให้เด็กไทย

อมรินทร์กรุ๊ป-ไทยเบฟเวอเรจ จัดโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข ปี 3” สร้างพลังรักการอ่านให้เด็กไทย

อมรินทร์กรุ๊ป จับมือ ไทยเบฟเวอเรจ
แถลงข่าวโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข ปี 3”
เดินหน้าจุดพลังรักการอ่านให้เด็กไทยครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ

จากความมุ่งมั่นในการสร้างนิสัยรักการอ่านให้กับเด็กไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการศึกษา ผ่านโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” โดยได้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2561 ตั้งเป้าจะนำโครงการเข้าโรงเรียนให้ครบ 77 จังหวัด ภายใน 3 ปี

โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการลงพื้นที่มอบหนังสือพร้อมชั้นวางและจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ให้กับโรงเรียนทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา รวม 109 โรงเรียน ในพื้นที่ 60 จังหวัด ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย มอบหนังสือรวมแล้วกว่า 113,000 เล่ม เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและติดตามผลลัพธ์ของโครงการอย่างจริงจัง ซึ่งมีผลการศึกษาของนักเรียนที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

คุณระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ (ขวา) กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ คุณประวิช สุขุม (ขวา) ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เล่าถึงโครงการส่งความรู้สร้างความสุขให้กับ คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ (กลาง) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินชมหนังสือพร้อมชั้นวางของทางโครงการที่ได้ส่งมอบให้กับโรงเรียน

จนเข้าสู่ปีที่ 3 บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายหนังสือชั้นนำของเมืองไทยในนาม “ร้านนายอินทร์” ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จับมือร่วมกันจัดแถลงข่าวโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุขปี 3” เดินหน้าตามเป้าหมายขยายการเข้าถึงโครงการไปยังเด็กไทยให้ครบ 77 จังหวัด มอบชั้นวางพร้อมหนังสือ และกิจกรรมอ่านวันละ 15 นาที ไปทั่วประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ผนึกกำลังเพื่อร่วมกันสร้างรากฐานแห่งการอ่านที่ดีสู่การพัฒนาการศึกษาของเด็กไทยต่อไป

คุณระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงโครงการว่า “ จากความร่วมมือกันทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี จนเข้าสู่ปีที่ 3 ยังคงมีความมุ่งมั่นร่วมกัน ที่จะส่งเสริมให้เยาวชน รักและเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะเชื่อว่าการอ่าน เป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้ และการพัฒนาของเด็ก สามารถสร้างมหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้ ดังที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมืองบอสตัน เคยนำมาใช้พัฒนาเด็กนักเรียน โดยเริ่มต้นจาก ให้ครูอ่านหนังสือให้นักเรียนฟังทุกวัน และต่อมาให้นักเรียนเลือกอ่านหนังสือที่ตนสนใจทุกวัน วันละ 15 นาที วิธีการดังกล่าวทำให้พฤติกรรมของเด็กในโรงเรียนเปลี่ยนไป จากสถานการณ์โรงเรียนที่กำลังจะถูกปิดตัวลง กลายมาเป็นโรงเรียนที่ติดอันดับคะแนนการอ่านได้สูงที่สุดในบอสตัน

คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินชมผลงานจากการอ่านส่วนหนึ่งของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการในปีที่ผ่านมา
07 คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหารจากอมรินทร์กรุ๊ป และ ไทยเบฟเวอเรจ พร้อมด้วยคณะอาจารย์จากโรงเรียนวัดทุ่งสว่าง

ต่อมาในประเทศญี่ปุ่น โรงเรียนกว่า 3,500 แห่ง ก็ได้นำแนวคิดให้เด็กอ่านหนังสือวันละ 15 นาทีมาใช้ ซึ่งจากรายงานเหล่านี้ แนวทางปฏิบัตินี้ได้รับการยอมรับ และถูกนำมาปฏิบัติในอีกหลายโรงเรียนหลายประเทศ จนเกิดเป็นผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้นตามมาอีกด้วย จึงเป็นแรงบันดาลใจและจุดเริ่มต้นของการทำโครงการนี้ ซึ่งผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่เกิดขึ้นจากโครงการก็ได้เกิดประสิทธิภาพตามที่ตั้งเป้าหมายไว้เป็นอย่างดี

จากการติดตามผลการเรียนของนักเรียนที่เข้าร่วมชมรมรักการอ่าน ในปีที่ 1 พบว่า มีจำนวนนักเรียนที่ผลการเรียนดีขึ้น 64 % จากนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 7,632 คน และในปีที่ 2 มีจำนวนนักเรียนที่ผลการเรียนดีขึ้น 72 % จากนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 7,582 คน ซึ่งถือเป็นการเติบโตด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างต่อเนื่องจากการดำเนินโครงการอย่างเห็นได้ชัดเจน เป็นแรงขับเคลื่อนโครงการในปี 3 ในการช่วยผลักดันการสร้างรากฐานแห่งการอ่านให้แก่เยาวชนไทย สู่การพัฒนาด้านการศึกษาต่อไป”

09 คุณระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวผลความสำเร็จของโครงการ และการก้าวสู่ปีที่ 3
10 คุณประวิช สุขุม ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการสนับสนุนและร่วมผลักดันโครงการ
11-12 คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงความสำคัญของการอ่านและประโยชน์ของโครงการ

ด้าน คุณประวิช สุขุม ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้สนับสนุนหลักของโครงการ กล่าวถึงการสนับสนุนโครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ปี 3 ว่า“ตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา ไทยเบฟยังคงมีความมุ่งมั่น และตระหนักถึงความสำคัญ เรื่องการส่งเสริมด้านการศึกษาให้กับเยาวชน ผ่านโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ที่ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง จากผลการดำเนินงาน ที่สร้างสรรค์กิจกรรมการอ่านกว่า 109 แห่งทั่วประเทศ จะเห็นได้ว่าเยาวชนแต่ละโรงเรียนให้ความสนใจในโครงการอย่างมาก และสมัครเข้าร่วมชมรมรักการอ่านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เยาวชนมีความกระตือรือร้นที่อยากอ่านหนังสือมากขึ้น ส่งผลทำให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ทางไทยเบฟมีความยินดีเป็นยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ ขอขอบคุณ กระทรวงศึกษาธิการ อมรินทร์กรุ๊ปและเครือข่ายพันมิตรทุกภาคส่วน เราพร้อมที่จะเดินหน้าขับเคลื่อน โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” ต่อเนื่องเป็นปี 3 ที่จะร่วมส่งเสริมเยาวชนไทยให้ได้มีหนังสือที่มีคุณภาพดี ปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน เพราะการอ่านคือรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของเยาวชน อันจะเป็นวิถีที่ยั่งยืนของการพัฒนาตนเอง และสังคมต่อไป
และนอกจากนี้ ทางไทยเบฟ ยังได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมด้านการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน อาทิ โครงการคอนเน็กซ์ อีดี (Connext ED) โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) โครงการจัดตั้งธุรกิจจำลอง โครงการครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และอีกหลายโครงการด้วยกัน”

11-12 คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงความสำคัญของการอ่านและประโยชน์ของโครงการ
จากซ้าย 1. มณเฑียร ศิริพงศ์ปรีดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) 2. ม.ล.ลือศักดิ์ จักรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด 3. คุณระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) 4. คุณประวิช สุขุม ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) 5. คุณวิรัช เมฆสัมพันธ์ รองผู้อำนวยการส่วนสนับสนุนงาน สำนักกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
จากซ้าย 1. คุณภาค เส็งพานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานจัดจำหน่ายหนังสือเล่มและนิตยสาร บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด 2. คุณวิรัช เมฆสัมพันธ์ รองผู้อำนวยการส่วนสนับสนุนงาน สำนักกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) 3. มณเฑียร ศิริพงศ์ปรีดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

คุณณัฏพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงความสำคัญของการอ่านว่า “จากการดำเนินงานของโครงการ “ส่งความ สร้างความสุข” ที่ทางหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันจัดขึ้น ทางกระทรวงศึกษาธิการมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการให้การสนับสนุนการดำเนินงานโครงการ ที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนไทย เพราะมีความเชื่อมั่นว่า “การอ่าน” เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะสามารถนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาได้ การปลูกฝังนิสัยรักการอ่านในเด็กและเยาวชน จึงเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนให้เกิดอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าสามารถพัฒนาให้กลายเป็นทักษะที่นำไปสู่การเรียนรู้จนเกิดศักยภาพที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อในชีวิตประจำได้เป็นอย่างดี

รวมถึงสามารถพัฒนาให้เยาวชน เติบโตไปเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพต่อสังคมไทยได้ในอนาคต การปลูกฝังเริ่มได้ง่ายๆ จากการทำกิจกรรมภายในครอบครัว โดยพ่อแม่ผู้ปกครอง และเชื่อมโยงต่อมายังโรงเรียน อันเป็นศูนย์รวมหลักที่เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาทักษะการอ่านให้สามารถนำไปใช้เพื่อการศึกษาเรียนรู้ ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการเองได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและสนับสนุนส่งเสริมให้โรงเรียนปลูกฝังนิสัยรักการอ่านในโรงเรียนและสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง

การดำเนินโครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” แสดงเห็นถึงความร่วมมือ และความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันพัฒนา เสริมสร้างรากฐานการอ่านให้เด็กและเยาวชนไทย ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่มีวัตถุประสงค์ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดี และเห็นควรให้ภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ความร่วมมือ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การพัฒนา ปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้เกิดขึ้น จนกลายเป็นประโยชน์ที่ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ และการศึกษาให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป

ตัวอย่างหนังสือพร้อมชั้นวางที่มอบให้กับโรงเรียนในโครงการส่งความรู้สร้างความสุข
การจัดแสดงผลงานส่วนหนึ่งจากการอ่านของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ

ภายในงานแถลงข่าวโครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ปี 3 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ (ชั้น2) กระทรวงศึกษาธิการในครั้งนี้ ได้มีการจัดแสดงตัวอย่างหนังสือสำหรับใช้เพื่อมอบให้กับโรงเรียนในโครงการ ซึ่งประกอบไปด้วยหนังสือต่างๆ เช่น พระราชนิพนธ์พระราชนิพนธ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สื่อการเรียนการสอน หนังสือนิทาน หนังสือความรู้ทั่วไป การ์ตูนเสริมความรู้ การ์ตูนประวัติศาสตร์ ฯลฯ รวมไปถึงหนังสือสองภาษา นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลงานของนักเรียนในโครงการซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ และการอ่าน รวมไปถึงความประทับใจจากโครงการส่งความรู้สร้างความสุขปี 1 และ 2 อีกด้วย

สำหรับโครงการส่งความรู้สร้างความสุข ปี 3 ได้มีแผนการดำเนินงานในระยะยาว ซึ่งในปีนี้ได้มีแผนขยายพื้นที่เพื่อมอบโอกาสให้กับโรงเรียนเพิ่มขึ้น โดยจะส่งมอบหนังสือ 51,000 เล่มให้ 51 โรงเรียน จาก 17 จังหวัด เพื่อส่งมอบหนังสือให้ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศภายในปี 2564 โดยยังคงสนับสนุนและติดตามอย่างต่อเนื่องในการให้โรงเรียนจัดกิจกรรม “อ่านกันวันละ 15 นาที” จัดตั้งชมรม “รักการอ่าน” ให้มีกิจกรรมจดบันทึกคะแนนในสมุดบันทึกรักการอ่าน รวมถึงจัดกิจกรรม “พลังนิทานกระตุ้นพลังสร้างสรรค์” ผ่านช่องทางออนไลน์ และการประกวดเด็กสุขสร้างสรรค์ เพื่อวัดผล ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาต่อยอดของนักเรียนในโครงการ และจัดให้มีการเก็บสถิติวัดผลการเข้าใช้ห้องสมุด-ยืมคืนหนังสือ เพื่อมอบเกียรติบัตรให้กับนักเรียนที่เข้าห้องสมุด-ยืมคืนหนังสือมากที่สุดโรงเรียนละ 5 รางวัล โดยกิจกรรมทั้งหมด โครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ปี3 จะมีการจัดสรรบุคลากรลงพื้นที่และผ่านออนไลน์ ในการให้คำปรึกษาและช่วยเหลือครูผู้ดูแลชมรมเพื่อให้โครงการเกิดประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย

โครงการส่งความรู้ สร้างความสุข ไม่ได้เป็นเพียงโครงการที่ส่งมอบหนังสือ แต่มีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งในการคิดแนวทางที่ดีและวัดผลได้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรักการอ่านและพัฒนากระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยปณิธาน และความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของ อมรินทร์กรุ๊ป และไทยเบฟเวอเรจ รวมถึงเหล่าพันธมิตร ซึ่งเชื่อว่า นิสัยรักการอ่านคือพื้นฐานของการเรียนรู้ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดข่าวสาร ประมวลภาพกิจกรรมจากโครงการส่งความรู้ สร้างความสุข บทความและเคล็ดลับดีดีเกี่ยวกับการอ่าน ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ The Happy Read

****************************************************
สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ศรีวิมล อังศุสิงห์ (เจน) 083-088-9710

เรื่องแนะนำ

Geo Information : พลังแผ่นดิน

พระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทรธิราช บรมนาถบพิตร พระบารมีปกแผ่ไพศาล ประชาไทยได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขใต้ร่มพระบริบาล นำสยามรัฐสีมาให้มีความรุ่งเรืองสถาพร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดทำหนังสือ “พลังแผ่นดิน” เล่มนี้ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยความจงรักภักดีเป็นล้นพ้น   หนังสือ “พลังแผ่นดิน” ผู้จัดทำ : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน : 240 หน้า สามารถเปิดอ่านได้ที่นี่ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์   

River Festival 2018 เทศกาลสายน้ำวัฒนธรรมไทย ครั้งที่ 4

River Festival 2018 เชื่อมโยงวิถีแห่งศิลป์ วิถีแห่งวัฒนธรรมสายน้ำเจ้าพระยา River Festival 2018 เทศกาลสายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย ครั้งที่ 4 จัดขึ่้นภายใต้แนวคิด “สุข แสง ศิลป์ 9 ท่าน้ำร่วมสมัย” โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 พฤศจิกายน 2561 และได้มีพิธีเปิดอย่างยิงใหญ่เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ เอเชียทีคเดอะริเวอร์ฟร้อนท์ โครงการ RiverFestival 2018 นับเป็นอภิมหาโครงการส่งท้ายปีกับการสานต่อความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของเทศกาลวัฒนธรรมร่วมสมัย และมหกรรมลอยกระทงริมโค้งน้ำที่ยาวที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวทั้งทางบก และทางน้ำ สู่ชุมชน และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ จัดขึ้นพร้อมกันทั้งเก้าท่าน้ำ โดยในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากคุณอิทธิพล คุณปลื้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน พร้อมด้วยคุณกมลนัย ชัยเฉนียน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวนการใหญ่ บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  ในนามประธานการจัดงาน และองค์กรภาคีทุกภาคส่วน ร่วมในงานพิธีเปิดเทศกาลดังกล่าว โดยความพิเศษในปีนี้ ก็คือการเชื่อมโยงจุดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยของ Bangkok Art Biennale 2018 ที่มีชิ้นงานศิลปะกว่า […]

ท่องเที่ยวตามรอยหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ไทยเบฟ เปิดเส้นทางแห่งศรัทธา “โครงการท่องเที่ยวโดยชุมชน ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” ๑๕๐ ปี ชาตกาล และการได้รับยกย่องเชิดชูจากยูเนสโก้ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และมูลนิธิสิริวัฒนภักดี เตรียมเปิดเส้นทางแห่งศรัทธาสายธรรมมะ ภายใต้ชื่อ “โครงการท่องเที่ยวโดยชุมชนตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” พร้อมหมุดหมายเป็นที่แรกที่จังหวัดลพบุรี เพื่อถวายเป็นอาจาริยบูชาแด่องค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เนื่องในโอกาสที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือองค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศยกย่องเชิดชู หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกสาขาสันติภาพ ในวาระปี พ.ศ. 2563 – พ.ศ. 2664 และเนื่องในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๕๐ ปี ชาตกาล โดยถือเป็นพระอริยสงฆ์รูปที่สามของประเทศไทยที่ได้รับการยกย่อง นับตั้งแต่สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส และท่านพุทธทาสภิกขุ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต คือหนึ่งในพระวิปัสสนาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ของเมืองไทย พระอาจารย์ใหญ่แห่งกองทัพธรรม เป็นผู้มีปฏิปทาสันโดษ มักน้อย แสวงหาความวิเวก และตั้งมั่นอยู่บนความเพียรตั้งแต่วันแรกของการบรรพชา – อุปสมบท จวบจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต […]

หนังสือท่องเที่ยว 8 เล่มที่ดีเยี่ยมสำหรับนักเดินทาง

หนังสือท่องเที่ยว เหล่านี้จะพาคุณท่องไปยังฝรั่งเศส อินเดีย อังกฤษ และประเทศอื่น ๆ ที่ไกลออกไป โดย เจนนิเฟอร์ บาร์เกอร์ หนังสือท่องเที่ยว หรือสร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวอยู่ในอันดับของขวัญที่ดีที่สุดในช่วงเทศกาล นวนิยายที่น่าสนใจหรือ หรือชีวประวัติอันแหลมคมและมากประสบการณ์สามารถพานักอ่านไปยัง (โอมาน) ที่ห่างไกล สู่ (อุทยานแห่งชาติ) ที่คุ้นเคย นอกจากนี้หนังสือ (หรือรายการ) ดี ๆ อาจแนะนำเคล็ดลับให้นำไปใช้ได้ในวันหยุดครั้งต่อไปเพื่อช่วยนำทางสู่วัฒนธรรมใหม่ ๆ หรือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวดี ๆ ในช่วงลาพักร้อน บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ส่งความรู้สร้างความสุข” เป็นอีกหนึ่งโครงการดี ๆ ของความร่วมมือระหว่าง บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด  รวมไปถึงหน่วยมหาชนงานภาครัฐ คือ กระทรวงศึกษาธิการ และ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่านถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน นี่คือหนังสือ 8 เล่มที่เพิ่งเผยแพร่และจะเติมเต็มไฟในการท่องเที่ยว โดยมีตั้งแต่เรื่องการทำอาหารนานาชาติสำหรับเด็ก ไปจนถึงปัญหาทางศาสนาและการเมืองในพม่าสมัยใหม่   นิยาย Celestial Bodies, […]