แบ่งปันมุมมองใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมการอ่าน ไปกับ แพรว เฌอมาวีร์ - National Geographic Thailand

แบ่งปันมุมมองใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมการอ่าน ไปกับ แพรว เฌอมาวีร์

นอกจากความน่ารัก สดใสแล้ว แพรว เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค  ก็ยังมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการอ่านหนังสือมาแบ่งปันให้กับน้องๆ โรงเรียนวัดสะพานหิน จังหวัดตราด ในโครงการดีๆ The Happy Read ส่งความรู้สร้างความสุข

แพรว, เฌอมาวีร์, สุวรรณภาณุโชค, happyread, ส่งความรู้สร้างความสุข
แพรว เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค

สำหรับ The Happy Read ส่งความรู้สร้างความสุข นี้ เป็นโครงการที่ทางบริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด มหาชน และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมกันจัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยมีนิสัยรักการอ่าน

โดยจะมีกิจกรรมต่อเนื่องจากปี 2561 ไปจนถึงปี 2562 เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีจากการอ่านได้ ไม่ใช่เพียงการมอบหนังสือแล้วจบไปเป็นครั้งๆ แต่ยังมีกิจกรรมร่วมกับโรงเรียนในโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การติดตามผล การสร้างแรงบันดาลใจในการอ่านจากเหล่าคนดังซึ่งจะแวะเวียนกันไปเยี่ยมน้องๆ ในโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศไทย

สำหรับครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่มีดาราดังไปสร้างแรงบันดาลใจในการอ่านให้กับเด็กๆ ซึ่งเมื่อ แพรว เฌอมาวีร์ เดินทางถึงโรงเรียนวัดสะพานหิน จ.ตราด ก็เริ่มกิจกรรมด้วยการพูดคุยกับคุณครูของโรงเรียนวัดสะพานหิน ผู้ที่ช่วยส่งเสริมกิจกรรมรักการอ่านและปลูกฝังให้เด็กๆ ของที่นี่สนใจในการอ่านหนังสือมากขึ้น ซึ่งน้องๆ นักเรียนพากันตื่นเต้นที่ได้รู้ว่าวันนี้นักแสดงสาวดาวรุ่งชื่อดังจะมาแบ่งปันข้อคิดและมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับการอ่านหนังสือให้กับน้องๆ กันถึงที่โรงเรียน

สาวแพรวได้หยิบยกหนังสือนิทานและวรรณกรรมเยาวชนมาเป็นหัวข้อหลักของการพูดคุยในครั้งนี้ เพราะเป็นหนังสือที่น้องๆ จะเข้าถึงได้ง่าย อ่านแล้วสนุก และสามารถทำความเข้าใจได้ดีกว่า ซึ่งตัวสาวแพรวเองก็ชอบอ่านหนังสือแนวนี้มาตั้งแต่ตอนเด็ก  “สิ่งที่พี่แพรวได้รับคือ พี่แพรวได้พักผ่อนจากการทำงาน จากความเครียด ความเหนื่อยล้าต่างๆ การอ่านหนังสือของพี่แพรวบางทีมันเหมือนการดูหนังดูการ์ตูน เหมือนการวิ่งเล่น แต่เป็นการใช้สมองใช้จิตนาการของเรา วิ่งเล่นอยู่ในแผ่นกระดาษ” อีกทั้งยังแอบเล่าวีรกรรมตอนเด็กว่าเธอชอบซื้อหนังสือเกมเหมือนกับเด็กผู้ชาย เพราะจะได้รู้สูตรลับต่างๆ ก่อนคนอื่น และทำให้เล่นเกมชนะได้ง่าย

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของโครงการส่งความรู้สร้างความสุข ได้ทาง thehappyread.com  และ เฟซบุ๊ก  facebook.com/The-Happy-Read

เรื่องแนะนำ

จาก ตชด. สู่ครูใหญ่ผู้พัฒนาพื้นที่ชายขอบในจังหวัดเชียงราย

ในยุคที่ใครๆ ต่างวิ่งเข้าหาความทันสมัยของโลกที่หมุนเร็วด้วยเทคโนโลยีการสื่อสาร ยังมีอีกหนึ่งคนที่มีความสุขกับการทำงานในพื้นที่อันห่างไกลความเจริญอย่างบ้านห้วยส้าน อ.เมือง จ.เชียงราย จากจุดเริ่มต้นในการรับราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดนที่จังหวัดสุรินทร์ ร.ต.อ.ครรชิต พูนวิเชียร ได้เลือกที่จะไปทำหน้าที่ครูให้กับเด็กนักเรียนชาวลีซอและอาข่าในพื้นที่ชายขอบของจังหวัดเชียงรายมาจนถึงปัจจุบัน ในฐานะครูใหญ่ของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเทคนิคดุสิต จ.เชียงราย ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับทุกคนในพื้นที่ ร.ต.อ.ครรชิต จึงไม่ได้เป็นเพียงครูใหญ่ แต่เขาได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทุกครัวเรือน ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เริ่มจากนักเรียนที่เปรียบได้กับลูกหลาน นอกจากจะให้ความรู้ทางด้านวิชาการอย่างเต็มที่ เด็กทุกคนยังจะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง ปัจจัยหลักคือเรื่องอาหารที่ต้องเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโต ซึ่งเป็นโชคดีของเด็กๆ ที่พวกเขาได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีที่มอบทุนอาหารกลางวันให้กับทางโรงเรียนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่สำคัญไม่แพ้กันคือทักษะด้านวิชาชีพ นักเรียนทุกคนได้ร่วมกิจกรรมการเกษตรในโรงเรียน ซึ่งองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นได้ขยายไปถึงผู้ปกครองและคนในพื้นที่ด้วย ชุมชนจึงสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน…ณ จุดเริ่มต้นจนถึงทุกวันนี้ ครูใหญ่ของเราต้องผ่านอะไรมามากมาย และนี่คือบทสัมภาษณ์ที่พร้อมจะสร้างแรงบันดาลใจจาก ร.ต.อ.ครรชิต พูนวิเชียร ชีวิตก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร และอะไรที่ทำให้ตัดสินใจมาเป็นครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ตามพื้นถิ่นแล้วผมเป็นคนบุรีรัมย์ เข้ารับข้าราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ครั้งแรกเลยคือเป็นตำรวจสนามที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ แต่พอปฏิบัติหน้าที่ไปได้สักระยะ ทาง กก.ตชด.๒๑ ก็มีนโยบายจะสร้างโรงเรียน ตชด. ในหมู่บ้านที่เป็นจุดบอดโรงเรียนใน 2 อำเภอ และมีหนังสือเวียนไปตามกองร้อยสนามต่างๆ ในความรับผิดชอบว่าต้องการรับสมัครกำลังพลที่มีวุฒิทางการศึกษาและสมัครใจไปทำหน้าที่ครู เพื่อร่วมกันสร้างโรงเรียน ทำหน้าที่ครูผู้สอน พัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เพิ่มโอกาสทางการศึกษา […]

ลดปริมาณขยะพลาสติก ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค

10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีขยะพลาสติกประมาณปีละ 2 ล้านตัน นำกลับไปใช้ประโยชน์เพียง 0.5 ล้านตัน ส่วนที่เหลือ 1.5 ล้านตัน เป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

เช็กสัมภาระให้ดีก่อนขึ้นเครื่องบิน

เช็คให้ดีก่อนนำ สัมภาระขึ้นเครื่อง ทุกวันนี้ การเดินทางโดยเครื่องบินเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น แต่เนื่องจากการเดินทางทางอากาศยานนั้นมีความจำเป็นต้องรักษาความปลอดภัยด้านการบิน จึงมีการกำหนดให้ผู้โดยสารสามารถนำสัมภาระขึ้นเครื่องบินได้อย่างจำกัด เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง เรามาเช็กกันดูว่าอะไรที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้บ้าง หมายเหตุ *เซิร์ฟบอร์ด หรือวินด์เซิรฟ์ โดยปกติไม่อนุญาต ยกเว้นในกรณีผู้โดยสารเดินทางเข้าหรืออกจากประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์ สามารถนำเซิร์ฟบอร์ด หรือวินด์เซิรฟ์ 1 ชิ้นรวมเข้าในสิทธิ์สัมภาระ โดยผู้โดยสารที่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าว เป็นผู้โดยสารที่มีการแวะพัก (stopover) ที่กรุงเทพฯ **มาตรการจำกัดปริมาณของเหลว เจล และสเปรย์ขึ้นเครื่องบิน ของเหลว เจล และสเปรย์ทุกชนิด ต้องบรรจุในภาชนะที่มีความจุไม่เกิน 100 มิลลิลิตร สำหรับภาชนะที่เกิน 100 มิลลิลิตร แม้จะมีของเหลว เจล หรือสเปรย์ เพียงเล็กน้อย ก็ไม่สามารถนำขึ้นห้องโดยสารได้ ภาชนะทั้งหมดต้องใส่รวมไว้ในถุงพลาสติกใสซึ่งเปิด-ปิดผนึกได้ โดยถุงพลาสติกใสต้องมีขนาดไม่เกิน 1 ลิตร ของเหลวที่ได้รับการยกเว้น ได้แก่ นม และอาหารสำหรับเด็กทารกในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงยาที่มีเอกสารกำกับชัดเจน ของเหลว เจล และสเปรย์ ที่ซื้อจากร้านค้าปลอดอากร (duty free shop) […]

เยี่ยมบ้าน แกรนด์ไซโก้ เรือนเวลาอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น

Partner Content เยี่ยมบ้าน แกรนด์ไซโก้ เรือนเวลาอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น อะไรที่ทำให้นาฬิกาแบรนด์หนึ่งครองใจลูกค้าทั่วโลกมาอย่างยาวนาน? อะไรคือดีเอ็นเอหรือหัวใจของเรือนเวลา แกรนด์ไซโก้ (Grand Seiko)? นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำถามที่คณะสื่อมวลชนไทยได้ร่วมกันหาคำตอบ ด้วยการร่วมทริปเดินทางสู่บ้านของนาฬิกา แกรนด์ไซโก้ ที่ประเทศญี่ปุ่น “ความเที่ยงตรง (precision) ความงาม (aesthetics) ความชัดเจนหรือมองเห็นได้ง่าย (legibility) การสวมใส่ที่ให้ความรู้สึกเหนือคำบรรยาย และการเป็นเรือนเวลาอันเป็นที่รักอย่างยาวนานหรือคลาสสิก” คือคำบอกเล่าจากปากของ Mr. Kosugi นักออกแบบผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแกรนด์ไซโก้ นาฬิกาแกรนด์ไซโก้รุ่นแรกถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 1960 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นสุดยอดแห่งเรือนเวลา (“best of all watches”) ดังสะท้อนเห็นได้จากการเลือกสัญลักษณ์สิงโต ผู้เป็นราชันแห่งผืนป่า เป็นโลโก้ของแบรนด์ แม้แกรนด์ไซโก้จะเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ไซโก้ (ชาวญี่ปุ่นออกเสียง “เซโกะ” หรือ “เซโก้” ชื่อที่แปลว่า เที่ยงตรง) เรือนเวลาเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีของญี่ปุ่น ทว่าในปัจจุบัน แกรนด์ไซโก้ได้วางตำแหน่งของตนเองและทำการตลาดในฐานะ luxury brand นาฬิกาชั้นนำอย่างเป็นเอกเทศ เพื่อให้คณะสื่อมวลชนไทยได้สัมผัสและเข้าถึงจิตวิญญาณของแกรนด์ไซโก้ ทีมงานแกรนด์ไซโก้ทั้งในประเทศไทยและญี่ปุ่นจึงเปิดโอกาสให้คณะได้ไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาของไซโก้และแกรนด์ไซโก้ เช่น อาคาร Wako Department Store […]