“อาศัย” โรงแรมแบรนด์ใหม่ ตามไลฟ์สไตล์มิลเลนเนียล

“อาศัย” โรงแรมแบรนด์ใหม่ ตามไลฟ์สไตล์มิลเลนเนียล

ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเกมรุกเจาะตลาดมิลเลนเนียลที่กำลังโต เปิดตัว ‘อาศัย’ (ASAI) แบรนด์กลุ่มโรงแรมใหม่เน้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์เที่ยวกินแบบคนท้องถิ่นแท้ๆ ตามเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วโลก ชูจุดเด่นอยู่ที่การออกแบบโรงแรมแนวร่วมสมัย ใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการให้บริการด้านการโรงแรม แต่ยังคงมาตรฐานและคุณภาพระดับแบรนด์ดุสิต ให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนอย่างจริงจัง รวมทั้งเชื่อมต่อเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน โดยคาดว่าโรงแรมแรกภายใต้แบรนด์อาศัยที่ตลาดนัดสวนจตุจักร จะพร้อมเปิดให้บริการในไตรมาสแรกของปี 2562

ดีไซน์ของห้องซูพีเรียร์โรงแรมอาศัย ที่นำเสนอเตียงนอนคุณภาพสูงและฝักบัวอาบน้ำแรงดันสูง

“เราเชื่อมั่นว่า แบรนด์อาศัยจะเป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้เพิ่มให้กับกลุ่มดุสิตธานี ด้วยตำแหน่งทางการตลาดของแบรนด์ ที่มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์แบบมิลเลนเนียล ซึ่งเป็นคนชื่นชอบการเดินทาง ใช้ชีวิตแบบไม่ยึดติดกับกรอบแบบเดิมๆ และเสาะหาประสบการณ์เที่ยวแบบคนในท้องถิ่น” นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว

โรงแรมอาศัย ให้ความสำคัญกับที่พื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ที่แขกผู้เข้าพักจะสามารถมีมุมพักผ่อน พูดคุย เล่นเกม หรือทำงานได้เต็มที่

ด้านนายศิรเดช โทณวณิก กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาศัย โฮลดิ้งส์ จำกัด เล่าถึงที่มาของการพัฒนาแบรนด์อาศัยว่า “เรานำแรงบันดาลใจจากการอยู่ร่วมกับชุมชนและการสร้างความยั่งยืนมาสร้างโรงแรมแบรนด์ใหม่ที่นำจุดแข็งของเครือดุสิตที่มีประสบการณ์บริหารธุรกิจโรงแรมมากว่า 70 ปีมาต่อยอดเป็นโรงแรมแนวคิดใหม่ที่จะมาตอบโจทย์ของกลุ่มนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสและเข้าถึงการเที่ยวแบบคนท้องที่ในแต่ละเมืองที่ไปเยือน อีกทั้งคนกลุ่มนี้ยังคำนึงถึงความคุ้มค่าของราคากับคุณภาพอย่างมากด้วย”

ดีไซน์ของบาร์ โรงแรมอาศัย

โรงแรมอาศัยแห่งแรกจะตั้งอยู่บนทำเลใจกลางตลาดนัดสวนจตุจักร แหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดี คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ประมาณช่วงไตรมาส 1 ปี 2562 นอกจากโรงแรมอาศัย จตุจักรแล้ว อาศัย โฮลดิ้งส์ จะดำเนินการบริหารกลุ่มโรงแรมแบรนด์อาศัย อีก 5 แห่ง ประกอบด้วย โรงแรมอาศัย 3 แห่งในประเทศฟิลิปปินส์ และอีก 1 แห่งในประเทศเมียนมา รวมถึงโรงแรมอาศัยในย่านสาทร กรุงเทพฯซึ่งทั้งหมดนี้คาดว่าจะให้บริการได้ในปี 2562

ทั้งนี้ อาศัย โฮลดิ้งส์ ยังมีแผนจะขยายจำนวนโรงแรมอาศัยเพิ่มเป็น 10 แห่งภายในปี 2561 นี้ โดยเล็งที่จะขยายไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศญี่ปุ่น ภายใต้รูปแบบบริษัทร่วมทุนและสัญญารับจ้างบริหารงาน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dusit.com

 

เรื่องแนะนำ

พื้นที่ต้นน้ำ : พื้นที่แห่งคุณค่าของชีวิต

ในประเทศไทย วิถีชีวิตของผู้คนผูกพันกับสายน้ำมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงตามหลักภูมิศาสตร์ ประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิศาสตร์ที่เอื้อต่อความหลากหลายทางชีวภาพทั้งป่าไม้ แม่น้ำ ที่ราบลุ่ม และชายฝั่ง เป็นแหล่งก่อกำเนิดทรัพยากรมากมายในประเทศ แต่ในปัจจุบัน ด้วยหลากหลายปัจจัยทั้งจากมนุษย์เอง และการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศธรรมชาติ และท้ายที่สุดก็ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของเรา หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาลและเอกชน จึงก่อตั้งโครงการเกี่ยวกับการอนุรักษ์น้ำขึ้นมากมาย รวมไปถึงโครงการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำในพระราชดำริอีกหลายร้อยโครงการ เพื่อให้สายน้ำยังคงเป็นแหล่งสร้างชีวิตให้กับคนไทยต่อไป พื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทยนับเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อกระบวนการเกิดวงจรของสายน้ำ ในทางกลับกันพื้นที่ที่เสื่อมโทรมย่อมส่งผลต่อการดูดซับน้ำและกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน จึงเกิดเป็นความพยายามฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำให้มีประสิทธิภาพในการกักเก็บไว้ได้ เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่คนในพื้นที่ และผู้คนที่อยู่ปลายน้ำต่อไป เอสซีจี (SCG) เป็นหนึ่งองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ โครงการ “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที” เป็นแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่เอสซีจีน้อมนำมาเป็นแนวทางบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ โดยสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในชุมชนให้เข้าใจการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ตนเองอย่างแท้จริง ในพื้นที่ต้นน้ำได้ดำเนินการสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อคืนสมดุลให้กับระบบนิเวศ และส่งต่อน้ำไปยังกลางน้ำ หรือพื้นที่ราบอย่างเป็นระบบผ่านระบบแก้มลิงและกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามแห้งแล้งด้วยสระพวงเชิงเขา พร้อมทั้งฟื้นฟูและอนุรักษ์ระบบนิเวศชายฝั่งด้วยการสร้างบ้านปลา เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล ในปี 2562 นี้ เอสซีจียังคงขยายการสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่ต้นน้ำครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด มาใช้ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งมีความสอดคล้องกับแนวทางของโครงการ “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที” […]

เที่ยวสกลนคร ดินแดนแห่งธรรมมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม

พาเที่ยวจังหวัดสกลนคร เมืองรองแห่งภาคอีสานที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว ธรรมชาติ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่น่าสนใจไม่แพ้จังหวัดใหญ่ ในบรรดา 20 จังหวัดของภาคอีสาน มีเพียงไม่กี่จังหวัดเท่านั้นที่มีชื่อเสียงในฐานะปลายทางของนักเที่ยว มีหลายจังหวัดที่ถูกจัดลำดับความสำคัญว่าเป็น เมืองรอง คือจังหวัดที่เป็นเพียงแค่ทางผ่านไปสู่จังหวัดใหญ่ๆ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากกว่า แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเมืองรองเหล่านี้ไม่มีเรื่องราวหรือกิจกรรมให้เราได้เปิดประสบการณ์ด้วยตัวเอง สกลนครเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในแถบภาคอีสานตอนบน ถูกขนาบข้างด้วยจังหวัดที่เป็นเมืองหลัก ไม่ว่าจะเป็นอุดรธานี หนองคาย นครพนม ซึ่งดูมีจำนวนผู้ไปเยือนมากกว่า หรือแค่มาเยี่ยมชมความตื่นตาตื่นใจของหนองหาร ทะเลสาบน้ำจืด อันเป็นพื้นที่มีชื่อเสียง แล้วก็จากไป ถึงแม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่ความจริงแล้ว สกลนครมีสิ่งที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวผู้ที่กำลังมองหาการเดินทางที่ให้ประสบการณ์ใหม่ ซึ่งผมได้รับคำเชิญจากสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนคร ให้ออกไปสัมผัสเสน่ห์ของสกลนครด้วยตัวเอง ดินแดนแห่งธรรมมะ “สกลนครเป็นเมือง 3 ธรรม คือธรรมมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม” คุณชนม์บันลือ วรรธนพันธุ์ ผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนคร กล่าวประโยคนี้กับผมและคณะสื่อมวลชนที่ได้รับเชิญมาให้ถ่ายทอดเรื่องราวของสกลนครที่ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร อันเป็นสถานที่แห่งแรกซึ่งผมได้มาเยือน วัดแห่งนี้ได้ประดิษฐานหลวงพ่อองค์แสน วัดคู่บ้านคู่เมืองประจำจังหวัดสกลนคร ที่ผู้มาเยือนต้องแวะมาสักการะเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเดินทางไปยังที่ต่างๆ บรรยากาศโดยรอบมีคนพื้นถิ่นที่แวะเวียนเข้ามาทำบุญ พึ่งพาความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อฯ เพื่อเสริมดวงให้ชีวิตราบรื่น เส้นทางสายธรรมมะแห่งต่อไปของสกลนครคือ วัดป่าสุธาวาส แม้จะชื่อว่าเป็นวัดป่าแต่ก็ตั้งอยู่ในเมือง จึงเดินทางมาได้อย่างสะดวก วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงขึ้นมาจากการเป็นที่ละสังขารของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระเกจิอาจารย์ระดับตำนานของเมืองไทย […]

โอริส “Aquis Date Relief” นาฬิกาสำหรับนักประดาน้ำคุณภาพสูง

โอริส และนักว่ายน้ำระยะไกล Ernst Brommeis ร่วมพันธมิตรกันในการรณรงค์ให้ผู้คนเกิดความตระหนักถึงสถานการณ์น้ำของโลก โอริส และนักว่ายน้ำระยะไกล เอิร์นส บรอมเมส์ (Ernst Brommeis) กำลังดำเนินงานตามวิถีทางของตนเพื่อเพิ่มการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของน้ำ ด้วยการเปิดตัวนาฬิการุ่น Oris Aquis Date Relief นาฬิกาสำหรับนักประดาน้ำคุณภาพสูง เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ โอริสได้มีโครงการรณรงค์เพื่อการป้องกันและอนุรักษ์มหาสมุทรของโลก ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งในพันธกิจที่จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น แต่เราก็ยังคงมองเห็นถึงสัญญาณต่างๆ ว่ายังคงมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องลงมือทำ ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกับกลุ่มลูกค้าของเรา ตัวแทนค้าปลีก และสื่อมวลชนที่เป็นพันธมิตรของเรา ตามความต้องการ ที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เป็นนัยสำคัญของสถานการณ์เรื่องน้ำของโลก ในเส้นทางที่สำคัญนี้ เรามีความภูมิใจที่จะแนะนำ Oris Aquis Date Relief หนึ่งในนาฬิกาคอลเล็คชั่น Aquis สำหรับนักประดาน้ำประสิทธิภาพสูง และเป็นนาฬิการุ่นใหม่จากความร่วมมือกับนักว่ายน้ำระยะไกล และเป็นทูตสันถวไมตรีในเรื่องน้ำของโอริส Ernst Bromeis Ernst ได้สวมใส่นาฬิการุ่น Oris Aquis Date Relief ในปฏิบัติการที่ทะเลสาปไบคาล ร่วมกับนักถ่ายภาพ Maurice Haas เพื่อเตรียมการล่วงหน้าสำหรับการว่ายน้ำในโครงการ ‘เดอะ บลู มิราเคิล […]

มาสนุกกับการคำนวณค่าคาร์บอนกันเถอะ

คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญที่สุด โดยปกติแล้วก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ช่วยทำให้โลกอบอุ่นขึ้น แต่จากกิจกรรมของมนุษย์ในปัจจุบันทั้งการขยายตัวของยุคอุตสาหกรรม การใช้พลังงานฟอสซิลที่เพิ่มมากขึ้น ได้ปลดปล่อยปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศในปริมาณมากเกินไปจนทำให้เกิดภาวะโลกร้อนตามมา ในกระบวนการสังเคราะห์แสง ต้นไม้จะนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาใช้ในการสร้างอาหารและเพิ่มผลผลิตมวลชีวภาพ โดยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกเปลี่ยนมาเป็นคาร์บอน (C) ในเนื้อไม้ ซึ่งเนื้อไม้ทั่วๆ ไป มีค่าคาร์บอนอยู่ประมาณร้อยละ 50 ดังนั้นต้นไม้และป่าไม้มีคุณสมบัติที่ดีคือ สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ก่อนที่จะลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยาการ การวัดการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ ทำให้เรารู้ว่าคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศมาเก็บไว้ปริมาณเท่าใด โดยที่การสร้างเนื้อไม้ขึ้นมา 1 ตัน จะสามารถดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 1.81 ตันและยังปล่อยก๊าซออกซิเจนประมาณ 1.32 ตัน เร็วๆ นี้ สถาบันลูกโลกสีเขียวได้เผยแพร่สูตรคำนวณปริมาณการกักเก็บคาร์บอนและค่าน้ำหนักแห้งอย่างง่ายในต้นไม้หลายชนิด เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องค่าคาร์บอนส่งเสริมการปลูกต้นไม้ การอนุรักษ์และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น ผู้สนใจสามารถเข้าเว็บไซต์ https:// www.greenglobeinstitute.com เลือกหัวข้อ องค์ความรู้ >คำนวณปริมาณการกักเก็บคาร์บอนและค่าน้ำหนักแห้ง   ต้นไม้ที่นำมาใช้ในการคำนวณมีให้เลือกทั้งหมด 6 ชนิด ป่า/พันธุ์พืช คือ (1) ตระกูลไผ่ ประกอบด้วย ไผ่ลวก ไผ่บงดำ ไผ่ข้าวหลาม ไผ่ไร่ และไผ่ผาก (2) ต้นไผ่ […]