พรางสมุทร (การ พรางตัว ของสัตว์โลกใต้มหาสมุทร)

พรางสมุทร (การพรางตัวของสัตว์โลกใต้มหาสมุทร)

พรางสมุทร – การพรางตัวของสัตว์โลกใต้มหาสมุทร

ผมอยากเปรียบแนวปะการังเป็นเหมือนมหานครใหญ่สักแห่ง มหานครแสนสวยแห่งนี้เต็มไปด้วยสีสัน แต่ก็แฝงไปด้วยอันตรายรอบด้าน มหานครที่มีทั้งผู้ล่าและผู้ถูกล่า ทั้งสองฝ่ายต่างงัดเอากลยุทธ์ต่าง ๆ ออกมาชิงความได้เปรียบเพื่อความอยู่รอดของตัวเองใน “มหาสมุทรนคร”

ยุทธวิธีหนึ่งที่ทั้งผู้ล่าและผู้ถูกล่านิยมใช้กัน เป็นวิธี ที่น่าฉงนและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ การพรางตัวหรือที่ฝรั่งเรียกว่า Camouflage

เรื่องและภาพ ธนะวัฒน์ ลิขิตคีรีรัตน์
รางวัลชนะเลิศ โครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2012

โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

สัตว์โลกใต้ทะเล, ปะการัง, ดอกไม้ทะเล
สัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ตามกอปะการังหรือดอกไม้ทะเลมีวิธีพรางตัวให้กลมกลืนไปกับ “เจ้าบ้าน” หลากหลายวิธีแตกต่างกันไป เช่นกุ้งที่อาศัยอยู่บนดอกไม้ทะเลตัวนี้พรางกายจนโปร่งใส ทำให้สัตว์นักล่ามองเห็นได้ยาก
ปูปะการัง, ปะการัง, สัตว์โลกใต้ทะเล
ปูปะการังอ่อนตัวนี้ใช้เทคนิคการพรางตัวที่ลํ้าหน้าไปอีกขั้น กล่าวคือ เจ้าปูตัดกิ่งปะการังอ่อนที่เป็นบ้านของมันมาติดไว้บนกระดองและแบกไปด้วยทุกที่ ปูที่พรางตัวแบบนี้มีชื่อเรียกเก๋ๆว่าปูแต่งตัว หรือ decorated crab
ปลาใบไม้, พรางตัว
ปลาใบไม้เปลี่ยนสีสันของลำตัวให้เหมือนกับหญ้าทะเล หรือกอสาหร่ายที่อาศัยอยู่ เพื่อหวังตบตาสัตว์นักล่า
ปลากบขน, พรางตัว
(ภาพนี้และภาพถัดไป) ผู้ล่าใต้สมุทรงัดกลยุทธ์พรางตัวมาใช้เช่นกัน เช่น ปลากบขน หรือ hairy frog fish ที่มีระโยงระยางงอกออกมาจากลำตัวจนดูคล้ายก้อนหินที่มีสาหร่ายเกาะ เมื่อเหยื่อหลงกลว่ายเข้ามาใกล้ปลากบจะพุ่งเข้าชาร์จด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ

ปลากบขน, พรางตัว

 

ปลาอุบ, พรางตัว, สัตว์โลกใต้ทะเล
ส่วนนักล่าอย่างปลาอุบ หรือ stargazer ใช้วิธีฝังตัวลงในพื้นทราย โผล่ขึ้นมาแต่ส่วนตา รอคอยเวลาให้เหยื่อผ่านเข้ามาในระยะโจมตี
ปลาจิ้มฟันจระเข้, พรางตัว
ปลาจิ้มฟันจระเข้ (ornate ghost pipefish) หรือ harlequin ghost pipefish ที่มักอาศัยอยู่ใกล้ๆ ดาวขนนก ไม่เพียงพรางตัวให้มีรูปร่าง ลวดลาย และสีสันละม้ายดาวขนนก แต่ยังมีพฤติกรรมอย่างการว่ายนํ้าโดยเอาหัวปักลงและโบกหางจนดูเหมือนรยางค์ของดาวขนนกอีกด้วย
กุ้งดาวขนนก, พรางตัว
กุ้งดาวขนนก หรือ crinoid shrimp เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการพรางตัวให้เข้ากับเจ้าบ้าน กุ้งชนิดนี้เลียนแบบลวดลายและสีสันของดาวขนนกที่พวกมันอาศัยอยู่ได้อย่างกลมกลืนราวกับเป็นผู้เชี่ยวชาญแห่งศาสตร์ “การพรางสมุทร” (marine camouflage)
ลูกหมึก, ปลาหมึก, พรางตัว, สัตว์โลกใต้ทะเล
ลูกหมึกตัวจ้อยอาศัยการเปลี่ยนสีของเม็ดสีบนผิวหนังได้อย่างรวดเร็วในการพรางตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม ในกรณีนี้คือกอกัลปังหาสีแดงสด

อ่านเพิ่มเติม ดูออกหรือไม่ ภาพเหล่านี้มีสัตว์นักพรางตัวซ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง?

สัตว์นักพราง
นกฮูก Screech Eastern, Okefenokee Swamp, จอร์เจีย

เรื่องแนะนำ

ประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายที่ชุมชนเมงตาสุและโมงติสุ เมืองมัณฑะเลย์ : ร่องรอยเชลย ไทยสมัยอยุธยา

เรื่องและภาพ นภัทร อุทัยฉาย (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) ชุมนเมงตาสุและโมงติสุตั้งอยู่เลียบคลองชะเวตะชอง ทางทิศใต้ของตัวเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของเมียนมาระบุว่า บริเวณนี้เคยเป็นหนึ่งในถิ่นฐานของเชลยสงครามจากกรุงศรีอยุธยาและเชียงใหม่ซึ่งถูกกวาดต้อนมาเมื่อครั้งเสียกรุงฯ ครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310  เชลยศึกที่เคยอาศัยอยู่บริเวณนี้เป็นชนชั้นสูงฝ่ายชายและข้าราชบริพาร ได้จัดงานประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายตามแบบวัฒนธรรมของตนเองมาตั้งแต่รัชกาลของพระเจ้าปดุง กษัตริย์พม่า และสืบทอดต่อกันมาจวบจนปัจจุบัน  ทุกปีประเพณีก่อเจดีย์ทรายจะจัดขึ้นในช่วงวันขึ้นปีใหม่ (13 เมษายน) ในวันแรกของเทศกาล ชาวบ้านจะรื้อพระเจดีย์ทรายองค์เดิมที่สร้างเมื่อปีก่อน  วันที่สองจะช่วยกันนำทรายมาสร้างเจดีย์ที่สูงราวสามเมตรขึ้นใหม่ให้เสร็จภายในหนึ่งวัน  แล้วพักหนึ่งวัน ก่อนนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธี สวดมนต์ ถวายภัตตาหาร และจัดงานเฉลิมฉลองกันอย่างครื้นเครงในวันรุ่งขึ้น  ต่อมาเดือนพฤษภาคม ในช่วงวันวิสาขบูชา จะมีงานก่อพระเจดีย์ทรายขึ้นอีกครั้งที่ชุมชนโมงติสุ ซึ่งห่างจากชุมชนเมงตาสุไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร  งานทั้งสองแม้จะคล้ายคลึง แต่ก็มีความแตกต่าง  แม้ทุกวันนี้แทบไม่มีชาวชุมชนคนใดที่มีเทือกเถาเหล่ากอชาวโยเดียอย่างชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขารู้และเข้าใจดี คือ “เตโปงเซตี” และประเพณีก่อพระเจดีย์ทราย อันไม่ใช่ธรรมเนียมของชาวเมียนมาทั่วไป และเป็นวิถีของบรรพชนที่ต้องดำรงรักษาให้คงอยู่สืบไป    

แอ่งน้ำแห่งชีวิตในแอฟริกา

แผ่นดินสีขาวกว้างใหญ่คือคำแปลตรงตัวของชื่อ Etosha ที่ราบแอ่งกระทะ แอ่งน้ำ แห่งนี้เคยเป็นทะเลสาบเมื่อกว่า 100 ล้านปีก่อน เชื่อกันว่าเมื่อตอนทวีปเกิดการเคลื่อนตัวทำให้สายนํ้าเปลี่ยนเส้นทาง นํ้าที่เคยมีค่อย ๆ ระเหยไปจากทะเลสาบจึงกลายเป็นทะเลทราย ผืนแผ่นดินแห้งอุดมไปด้วยเกลือแร่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 4,800 ตาราง กิโลเมตร ทำหน้าที่เป็นโป่งดินขนาดใหญ่ให้สัตว์ป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหลักของประเทศนามิเบีย ในหน้าฝนสรรพสัตว์กระจายตัวไปทั่วพื้นที่ ทว่าในหน้าแล้งทุกชีวิตต่างมุ่งหน้าสู่สิ่งเดียวกัน แอ่งนํ้าที่กระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่อุทยานแห่งชาติกลายเป็นศูนย์กลางของหลากหลายชีวิต ตั้งแต่สัตว์กินหญ้าไปจนถึงผู้ล่าต่างอาศัยแอ่งนํ้าร่วมกัน เมื่อพื้นที่จำกัดการเผชิญหน้ากันย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยง ม้าลายลงดื่มนํ้าพร้อม ๆ กันทั้งฝูง พวกมันใช้เวลาและค่อย ๆ เดินเข้าสู่แอ่งนํ้าอย่างระมัดระวัง จังหวะการดื่มนํ้าอย่างสบายอารมณ์เป็นจังหวะที่อันตรายที่สุด เพราะอาจมีสัตว์ผู้ล่ารอซุ่มโจมตีอยู่ ถึงแม้ฉากนี้จะดูสงบนิ่งแต่หากตัวหนึ่งเริ่มตกใจที่เหลือก็พร้อมจะกระโจนหนีทันที เมื่ออาหารมารวมตัวกันที่แอ่งนํ้า สัตว์ผู้ล่าก็ตามมาด้วยเช่นกัน แอ่งนํ้า Salvadora มีพุ่มหญ้าสูงริมนํ้าเหมาะแก่การซุ่มล่า แม่สิงโตพาลูกทั้งหกมาหลบอยู่ที่พุ่มหญ้าริมนํ้ารอจังหวะเหมาะเพื่อหาอาหารเย็นให้ครอบครัว สำหรับยีราฟ ความสูงของคอทำให้การก้มดื่มนํ้าเป็นไปอย่างยากลำบาก และเมื่อก้มตัวลงแล้วหากโดนซุ่มโจมตีก็ไม่สามารถจะหนีได้อย่างรวดเร็ว ยีราฟจึงมาดื่มนํ้าไม่บ่อยนัก ถึงแม้จะระมัดระวังแค่ไหน นักล่าที่เชียวชาญก็ยังมีชัยได้ ซากยีราฟริมแอ่งนํ้านี้เป็นชัยชนะอีกครั้งของผู้ล่า สัตว์ป่าหนึ่งตัวที่ตายลงจะต่อชีวิตให้อีกหลายชีวิต ตั้งแต่ผู้ล่าไปจนถึงสัตว์กินซาก เรื่องและภาพ ชุตินันท์ โมรา รางวัลชมเชย โครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2015 โดยนิตยสาร […]

ไทยใหม่ ผู้บุกรุกบนแผ่นดินเกิด

ไทยใหม่ ผู้บุกรุกบนแผ่นดินเกิด วิถีชีวิตที่เร่ร่อนและอิสระในมหาสมุทรมาแต่ครั้งอดีต อาจเป็นที่มาของคติในการใช้ชีวิตที่ว่า “ไม่มีใครสามารถเป็นเจ้าของธรรมชาติ ทุกคนล้วนมีสิทธิทำกินในผืนน้ำและแผ่นดิน” ทำให้ชาวอูรักลาโว้ยไม่ยึดติดในทรัพย์สิน และไม่เคยคิดยึดครองจับจองอาณาเขต แม้เวลาจะผ่านมานับร้อยปีแล้วที่ชาวอูรักลาโว้ยรอนแรมฝ่าคลื่นลมมาจากดินแดนชื่อว่า ซาตั๊ก หรือเกาะลันตาในปัจจุบัน จนมาถึงหาดสีขาวทอดยาวทางตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต กลับไม่ได้ทำให้ชาวทะเลกลุ่มนี้มีที่ยืนที่มั่นคง เมื่อแผ่นดินบนหาดราไวย์ถูก “คลื่นยักษ์” ที่มาในรูปของธุรกิจท่องเที่ยวถาโถมเข้าใส่จนที่ดินมีราคาค่างวดยิ่งกว่าทองคำ การจับจองด้วยกระดาษตีตรา ทำให้ผู้บุกเบิกกลายเป็นผู้บุกรุกในทันที ซ้ำร้ายผืนทะเลที่เคยหากินอย่างอิสระก็ถูกประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล จากที่เคยออกหาปลาได้อย่างเสรี มาวันนี้ “พรานทะเล” กลับถูกจำกัดพื้นที่จนเหลือเพียงน้อยนิด ไม่เพียงพื้นที่ในเชิงภูมิศาสตร์เท่านั้น หากยังรวมถึงพื้นที่เชิงวัฒนธรรมซึ่งบ่งบอกอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์ที่ค่อยๆ เลือนรางราวร่องรอย บนผืนทรายที่คลื่นซัดกลบ วันที่กระแสโลกวิ่งลิ่วไปข้างหน้าอย่างไม่มีทีท่าจะหยุดรอใคร ชื่อ “ไทยใหม่” อาจเป็นสัญญาณแห่งความหวังที่สังคมจะยอมรับการมีตัวตน หรือหมายถึงการเลือนหายไปของวิถีชาติพันธุ์คนแห่งทะเล เรื่องและภาพ อำนาจ เกตุชื่น รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2012 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย                   อ่านเพิ่มเติม […]

คนล้นเมือง ปัญหาประชากรล้นชุมชน และคนจนเมืองในฟิลิปปินส์

คนล้นเมือง ปัญหาประชากรล้นชุมชน และคนจนเมืองในฟิลิปปินส์ เสียงบีบเเตรรถจี๊ปนีย์ ท่ามกลางการจราจรที่แออัดในกรุงมะนิลา อัลวิน โลบริกาโด ทำอาชีพยอสซี่บอย(คนขายบุหรี่) ตามสี่แยกไฟแดง กล่าวว่า “เวลาเร่งรีบในช่วงเช้าของกรุงมะนิลาเป็นเวลาทองในการขายบุหรี่ผู้คนชอบซื้อบุหรี่เวลารถติด ๆ” อัลวินวัย 48 ปี มาจากภูมิภาคบีโกล ทางใต้ของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ เขาย้ายเข้ามาอยู่ในสลัมบนพื้นที่ทิ้งขยะขนาดใหญ่ของเมืองเกซอนซิตี ซึ่งคนในพื้นที่แถวนั้นรู้จักกันในชื่อปายาตัสดั๊มไซต์ ตั้งแต่ปี 1994 อัลวินอาศัยอยู่กับครอบครัวซึ่งมีภรรยาและลูก ๆ อีก 8 คนในบ้านหลังเดียวกัน คริสตินา ภรรยาของอัลวิน ทำอาชีพรับจ้างซักผ้าและทำความสะอาด ทั้งคู่มีความเชื่อและศรัทธาในคำสอนของศาสนาคริสต์ ผมตั้งคำถามกับเมอา ลูกสาวคนโตวัย 20 ปี ซึ่งมีลูกสาววัยสองขวบชื่อ โจนา หลานคนเเรกของคุณตาอัลวินและคุณยายคริสตินาว่า “คุณไม่คิดจะคุมกำเนิดหรือวางเเผนครอบครัวบ้างหรือ” เธอตอบสั้น ๆ ว่า “เด็กทุกคนเป็นพรและพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า พวกเราไม่มีสิทธิ์ที่จะทำลายชีวิตเขาค่ะ” ปัจจุบัน ฟิลิปปินส์มีประชากร 101,802,706 คน โดยเฉลี่ยมีประชากร 66,140 คนต่อพื้นที่หนึ่งตารางกิโลเมตร และในบางพื้นที่ที่เป็นสลัมอาจมีประชากรหนาแน่นถึง 171,300 คนต่อตารางกิโลเมตร ลำพังกรุงมะนิลาเพียงเมืองเดียวก็มีประชากรมากถึง […]