“ คน/ความรัก/ สุนัข ” - National Geographic Thailand

“ คน/ความรัก/ สุนัข ”

คน/ความรัก/สุนัข

ตั้งแต่เด็กจนโต แม้ผมจะไม่เคยมีสุนัขในครอบครองสักตัวเดียว แต่การที่ผมไม่เคยเลี้ยงสุนัขไม่ได้หมายความว่า ผมรังเกียจรังงอนสุนัขแต่อย่างใด

ก่อนจะพบเจอคนกลุ่มหนึ่งนั้น สุนัขในสายตาผมเป็นสิ่งมีชีวิตร่วมโลก บางตัวน่ารัก บางตัวไม่น่ารัก หรือค่อนไปทาง น่ารังเกียจ ผมจึงมีทั้งชอบและไม่ชอบ หากเจอสุนัขจรจัดสักตัว ผมไม่รู้สึกเป็นห่วงว่ามันจะใช้ชีวิตอย่างไร กินอิ่ม หรือป่วยไข้ ไม่สบายหรือเปล่า ผมคิดแต่เพียงว่ามันคงดิ้นรนใช้ชีวิตต่อไปได้

แต่ในช่วงเกิดอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 ผมพบคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งทำให้ความคิดของผมเปลี่ยนไป คนเหล่านี้รักและห่วงใยในสวัสดิภาพของสุนัขอย่างลึกซึ้งจนผมคาดไม่ถึง พวกเขาต่อสู้ให้สิ่งมีชีวิตที่หลายคนเรียกว่าเพื่อนอย่างเต็มที่ หากพวกมันตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เช่นกำลังจะกลายเป็นเมนูอาหารเปิบพิสดาร

พวกเขาทำให้ผมรู้ซึ้งถึงมิตรภาพระหว่างคนกับสัตว์ การช่วยเหลือที่ไม่หวังผลตอบแทนใดๆ แต่ขณะเดียวกันโลกก็มีสองด้านเสมอ เมื่อมีผู้สร้างก็ย่อมต้องมีผู้ทำลาย มีคนช่วยก็มีคนทารุณ ผมได้เห็นโลกกว้างขึ้น ได้รู้เห็นการกระทำบางอย่างที่ไม่เคยคิดอีกเช่นกันว่า คนเราจะทำรุนแรงได้ถึงเพียงนั้น

ความคิดที่แตกต่างกันนั้น บางทีก็ยากที่จะบอกว่าใครผิดใครถูก เพราะหลายครั้งเป็นเรื่องของวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ในท้องถิ่น สุดท้ายผมคงทำได้แต่เพียงกระตุ้นจิตสำนึกด้านบวกของคน อย่างน้อยสังคมคงดีขึ้น หากมนุษย์มีความรับผิดชอบและมีเมตตาแก่สิ่งมีชีวิตมากขึ้น

เรื่องและภาพ  กนกศักดิ์ ดวงละออ

รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2012

โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

 

สุนัข, คนรักสุนัข

 

สุนัข, คนรักสุนัข

 

สุนัช

 

คนรักสุนัข

 

สุนัข, คนรักสุนัข

 

สุนัข

 

สัตว์แพทย์

 

คนรักสุนัข

 

สุนัข

 

สุนัข

 


อ่านเพิ่มเติม ออกตัวไปแล้วและไปลับ บอกลากีฬาแข่ง สุนัขเกรย์ฮาวนด์

สุนัขเกรย์ฮาวนด์

เรื่องแนะนำ

อาชา เกิดมาเพื่อแข่ง

อาชา เกิดมาเพื่อแข่ง ความเงียบสงบยามเช้าถูกทำลายลงด้วยเสียงเกือกม้าอะลูมิเนียมกระทบกับพื้นปูนดังไปทั่วบริเวณคอกม้า เสียงนาฬิกาปลุกดังออกมาจากกระท่อมเล็ก ๆ ที่สร้างด้วยปีกไม้ หลังคามุงสังกะสี แสงจากหลอดไฟรอบบริเวณค่อย ๆ สว่างขึ้นทีละดวงเสมือนเป็นสัญญาณการเริ่มต้นวันใหม่ของทุกชีวิตในคอกม้าแข่งแห่งนี้ ม้าแข่งเป็นม้าที่มีรูปร่างสมส่วนแข็งแรงและมีท่วงท่าสง่างามจนได้รับการยกย่องว่าเป็นราชาแห่งม้า แต่กว่าที่ม้าแข่งจะพร้อมสำหรับการแข่งขัน พวกมันต้องถูกฝึกอย่างหนักไม่ต่างกับนักกีฬาอาชีพเลยทีเดียว ที่คอกม้าแห่งนี้ ม้าแข่งจะเริ่มกิจวัตรประจำวันด้วยการตรวจร่างกายจากผู้ฝึกม้า ต่อด้วยการออกกำลังกายยามเช้า และอาบนํ้าชำระร่างกายก่อนให้อาหาร หลังอาหารเช้า ผู้ดูแลม้าจะทำความสะอาดคอกม้า และเตรียมม้าให้พร้อมสำหรับการฝึกรอบบ่าย สัปดาห์ละหกวันที่ม้าแข่งต้องฝึกฝนร่างกายและฝีเท้าอย่างหนักเพื่อให้พร้อมที่สุด สำหรับวันแข่งขันที่จะมาถึง วันแข่งขันอาจเริ่มต้นไม่ต่างจากวันอื่น ๆ มากนัก เว้นแต่ในวันนั้นจะไม่มีการนำม้าไปฝึกวิ่งในช่วงเช้า หลังอาหารเช้า ม้าที่ได้รับการคัดเลือกให้ลงแข่งขันจะถูกจูงขึ้นรถหกล้อที่จอดรออยู่ด้านหน้าคอกม้า หลังจากผู้ฝึกม้าตรวจสอบความเรียบร้อยและให้สัญญาณว่าทุกอย่างพร้อม ม้าแข่งจึงออกเดินทางสู่สนามแข่งม้า เมื่อถึงสนามแข่งขัน ม้าทุกตัวจะถูกนำไปยังคอกพักม้า กรรมการสนามจะตรวจม้าดูความสมบูรณ์และความพร้อมของม้าแต่ละตัวก่อนลงแข่งขัน หากผ่านการตรวจ กรรมการจะแจ้งหมายเลขและรอบแข่งแก่เจ้าของคอกม้า ช่วงเวลาของการรอคอยก่อนถูกเรียกลงสนามนั้นเป็นช่วงน่าเบื่อที่สุดของผู้ดูแลม้า บางคนฆ่าเวลาด้วยการนอนหลับพักผ่อน บางคนอ่านหนังสือหรือสูบบุหรี่ บ้างจับเข่าคุยกันเรื่องม้ากับเพื่อนร่วมวงการ เสียงกรรมการสนามประกาศชื่อและหมายเลขม้าดังผ่านลำโพงเก่า ๆ เพื่อให้ผู้ฝึกและผู้ดูแลม้าเตรียมม้าให้พร้อมเพื่อเข้าแข่งในรอบต่อไป หลังจากกรรมการสนามตรวจม้าและเครื่องม้าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนลงสนาม จ๊อกกี้จะถูกเรียกขึ้นม้าและพาม้าออกไปยังจุดสตาร์ต จากนั้นกรรมการผู้คุมจุดสตาร์ตจะให้สัญญาณห้านาทีก่อนเวลาปล่อยตัวเพื่อให้จ๊อกกี้ตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อมีการให้สัญญาณว่าเหลือเวลาอีกหนึ่งนาทีบรรยากาศในจุดสตาร์ตจะกลับเข้าสู่ความเงียบสงบ แววตาของม้าและจ๊อกกี้บ่งบอกถึงสมาธิและความมุ่งมั่น เมื่อประตูเหล็กเปิดออก จ๊อกกี้ควบม้าทะยานออกจากซอง เสียงดังกึกก้องไปทั้งจุดสตาร์ต ฝุ่นดินและทรายคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ม้าและจ๊อกกี้มุ่งหน้าเพื่อคว้าชัยชนะในสนามแข่งขัน และเช่นเดียวกับกีฬาที่มีความเร็วเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งหลาย การบาดเจ็บจากการแข่งขันย่อมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในการแข่งม้า […]

Gloomy Rainbow

เรื่องและภาพ นิธิรุจน์ สุทธิเมธีโรจน์ (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) ในประเทศที่ให้เกียรติกับเสรีภาพของมนุษย์ กลุ่มคนรักเพศเดียวกันได้รับการยอมรับมานานแล้ว แต่ในประเทศที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานอย่างเมียนมา ชาวรักเพศเดียวกันยังมีชีวิตที่มืดมนทั้งในแง่ของสังคมและกฎหมาย ไม่ได้รับการยอมรับตั้งแต่ระดับครอบครัว ไม่ได้รับความเท่าเทียมกันทางสังคม ถูกซุบซิบ นินทา ถูกย่ำยีทางวาจา และถูกจ้องมองในที่สาธารณะ  ในแง่อาชีพการงานก็ถูกจำกัดอยู่ไม่กี่อาชีพ เช่น ช่างทำผม ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า หมอนวด ไปจนกระทั่งให้บริการทางเพศ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำงานในออฟฟิศ เป็นเจ้าของกิจการส่วนตัว มีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้  พวกเขายังต้องไขว่คว้าการเป็นที่ยอมรับและสิทธิเสรีภาพเฉกเช่นคนทั่วไป “ริกกี้” เป็นชายรักเพศเดียวกันและเป็นตัวแทนที่สะท้อนถึงความรู้สึก ความขมขื่น ความสุข และความใฝ่ฝันของชาวรักเพศเดียวกันในประเทศอย่างเมียนมา  

GHAT DIARY – ชีวิตและท่าน้ำ (ริมฝั่งแม่น้ำคงคาในอินเดีย)

“ต่อเมื่อเรารู้จักความตาย เราจึงรู้จักที่จะใช้ชีวิตอย่างแท้จริง” –Tuesday with Morrie อินเดีย ชื่อนี้อาจทำให้ใครหลายคนมีทั้งคำถามและนิยามมากมายเกิดขึ้นในใจ แต่สำหรับผม นอกจากภาพหลายภาพที่ผุดขึ้นในความคิดแล้ว ยังมีคำขู่ของผู้สันทัดกรณีและผู้ที่เดินทางไปเยือนอินเดียมาก่อน นั่นคือเรื่องราวการผจญภัยในดินแดนภารตะ หลังจากฟังเรื่องราวเหล่านั้น ผมเกิดคำถามและความอยากรู้มากมาย หนึ่งในนั้นคือเรื่องราวว่าด้วย วิถีริมน้ำ เพราะจุดหมาย ปลายทางของผมในครั้งนี้คือเมืองแห่งสายน้ำนาม พาราณสี หรือวาราณสี เมืองหลวงของแคว้นกาสีในครั้งพุทธกาล เมืองนี้มีแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์จากสรวงสวรรค์ไหลผ่าน พร้อมประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 4,000 ปี และนี่คือการเดินทางครั้งแรกของหนุ่มจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา สู่ลุ่มแม่น้ำคงคา ผมตื่นก่อนที่แสงตะวันจะทำหน้าที่อย่างเช่นวันวาน และเริ่มออกเดินไปตามเส้นทางเลียบแม่น้ำคงคา หรือ กังกามาตา ของชาวอินเดีย และผมก็พบว่าเมืองนี้ยังคงเป็นเมืองที่รุ่มรวยมนตร์เสน่ห์แห่งสถาปัตยกรรมเก่าแก่และงดงามไม่แพ้ที่อื่ืนใดในโลก ผมเดินลัดเลาะมาถึง Ghat (ออกเสียงว่า “กาต” หรือ “แกต”) ซึ่งมีความหมายว่า ทางลงสู่แม่น้ำหรือท่าน้ำ สำหรับชาวฮินดู ผู้เลื่อมใสศรัทธาและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดจะพากันมาอาบน้ำชำระร่างกายในแม่น้ำคงคา โดยสืบทอดความเชื่อต่อกันมานานนับพันๆ ปีว่า หากได้อาบน้ำ ในแม่น้ำคงคาบาปจะหมดสิ้นไป ในวันหนึ่งๆ จึงมีผู้คนจากทั่วสารทิศเดินทางมาอาบน้ำล้างบาปกันเต็มท่าน้ำไปหมด การตายในแม่น้ำคงคาจะเป็นการปลดปล่อยดวงวิญญาณจากวัฏสงสาร คือสุภาษิตที่บ่งบอกถึงความเชื่อที่ฝังรากลึกผ่านกาลเวลานานแสนนาน จึงทำให้พิธีเผาศพเป็นไปอย่างเรียบง่ายบนกองฟืน เมื่อมีคนตายก็จะใช้ผ้าห่อศพแล้วแบกไปยังริมฝั่งแม่น้ำคงคา ผู้ชายจะห่อด้วยผ้าขาว ส่วนผู้หญิงจะห่อผ้าหลากสี ถึงช่วงเวลาพลบค่ำผู้คนที่มาร่วมพิธี […]

จักรยาน … ทาง… ชีวิต

จักรยาน … ทาง… ชีวิต จักรยาน อยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน ดังเช่นที่เจ้าพระยามหิธร (ลออ ไกรฤกษ์) เล่าไว้เมื่อครั้งอบรมนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่สำเร็จการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2483 ว่า ”สมัยหนึ่งราว ร.ศ. 117-118 ในกรุงเทพฯ เล่นรถจักรยานกันมาก จนถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงและเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ซึ่งเป็นคนอ้วนใหญ่ก็ยังถีบรถจักรยาน การเป็นดังนี้จะไม่สนุกใหญ่อย่างไร…” จากคำกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่า ในสมัยก่อนจักรยานได้รับความนิยมอย่างมาก จนเมื่อมีการนำรถจักรยานยนต์และรถยนต์เข้ามามากขึ้น และสร้างระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ ทำให้จักรยานมีบทบาทน้อยลงเรื่อยมา ทางเลือกของคนใช้จักรยานมีหลากหลายตามการใช้งาน ตั้งแต่การปั่นออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ถึงขนาดที่บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ลงทุนสร้างสนามสุวรรณภูมิ (Suvanabhumi Cycle Track) หรือที่เรียกกันติดปากว่า ”ทางเขียว„ เพื่อให้นักปั่นจักรยานมีพื้นที่ปั่นมากขึ้น ไปจนถึงการปั่นเพื่อเดินทางในเมือง ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะปัญหานํ้ามันแพงและรถติด เมื่อมีคนปั่นเพิ่มขึ้น ทางจักรยานก็เพิ่มตามถนนหลายสายได้รับการปรับปรุงให้เหมาะกับจักรยาน โรงงานผลิตจักรยานหลายโรงเริ่มผลิตจักรยานพับได้ เพื่อตอบสนองกระแสการใช้จักรยานกับระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ เช่น รถไฟและรถไฟฟ้า วิถีชีวิตของคนในปัจจุบันเริ่มหวนกลับมาใช้จักรยานมากขึ้น ทุกบ้านเริ่มมีจักรยานอย่างน้อยหนึ่งคัน เราเห็นพนักงานส่งเอกสารในชุดนักปั่นตามตรอกซอกซอยในเมืองหลวง เห็นกลุ่มอาสาสมัครปั่นจักรยานช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน แม้แต่พระสงฆ์ยังใช้จักรยานในการบิณฑบาตและเผยแผ่ศาสนา ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า จักรยานให้คุณค่า มากกว่า […]