คนล้นเมือง ปัญหาประชากรล้นชุมชน และคนจนเมืองในฟิลิปปินส์ - National Geographic Thailand

คนล้นเมือง ปัญหาประชากรล้นชุมชน และคนจนเมืองในฟิลิปปินส์

คนล้นเมือง ปัญหาประชากรล้นชุมชน และคนจนเมืองในฟิลิปปินส์

เสียงบีบเเตรรถจี๊ปนีย์ ท่ามกลางการจราจรที่แออัดในกรุงมะนิลา อัลวิน โลบริกาโด ทำอาชีพยอสซี่บอย(คนขายบุหรี่) ตามสี่แยกไฟแดง กล่าวว่า “เวลาเร่งรีบในช่วงเช้าของกรุงมะนิลาเป็นเวลาทองในการขายบุหรี่ผู้คนชอบซื้อบุหรี่เวลารถติด ๆ” อัลวินวัย 48 ปี มาจากภูมิภาคบีโกล ทางใต้ของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ เขาย้ายเข้ามาอยู่ในสลัมบนพื้นที่ทิ้งขยะขนาดใหญ่ของเมืองเกซอนซิตี ซึ่งคนในพื้นที่แถวนั้นรู้จักกันในชื่อปายาตัสดั๊มไซต์

ตั้งแต่ปี 1994 อัลวินอาศัยอยู่กับครอบครัวซึ่งมีภรรยาและลูก ๆ อีก 8 คนในบ้านหลังเดียวกัน คริสตินา ภรรยาของอัลวิน ทำอาชีพรับจ้างซักผ้าและทำความสะอาด ทั้งคู่มีความเชื่อและศรัทธาในคำสอนของศาสนาคริสต์ ผมตั้งคำถามกับเมอา ลูกสาวคนโตวัย 20 ปี ซึ่งมีลูกสาววัยสองขวบชื่อ โจนา หลานคนเเรกของคุณตาอัลวินและคุณยายคริสตินาว่า “คุณไม่คิดจะคุมกำเนิดหรือวางเเผนครอบครัวบ้างหรือ” เธอตอบสั้น ๆ ว่า “เด็กทุกคนเป็นพรและพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า พวกเราไม่มีสิทธิ์ที่จะทำลายชีวิตเขาค่ะ”

ที่โรงพยาบาลโจเซฟาเบียร์ลาในกรุงมะนิลา แม่และเด็กแรกคลอดต้องแชร์เตียงกันอย่างแออัด ปัญหาประชากรล้น
ชุมชนในฟิลิปปินส์ ส่วนหนึ่งอาจมาจากความเชื่อในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่มองว่า การทำแท้งและการทำหมันขัดต่อหลักศาสนา
ที่เมืองบาเกียว เมืองใหญ่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะลูซอน บ้านเรือนสร้างกระจุกตัวอยู่บนเชิงเขา ที่นี่ก็ไม่ต่างจากเมืองหลวงมะนิลาที่ประสบปัญหาประชากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ครอบครัวทาเพลากาอาศัยอยู่ในสลัมและเป็นคนจนเมืองที่ประสบปัญหาความยากจนจากการมีลูกมาก

ปัจจุบัน ฟิลิปปินส์มีประชากร 101,802,706 คน โดยเฉลี่ยมีประชากร 66,140 คนต่อพื้นที่หนึ่งตารางกิโลเมตร และในบางพื้นที่ที่เป็นสลัมอาจมีประชากรหนาแน่นถึง 171,300 คนต่อตารางกิโลเมตร ลำพังกรุงมะนิลาเพียงเมืองเดียวก็มีประชากรมากถึง 25.3 ล้านคนปัญหานี้เป็นสาเหตุของปัญหาอื่น ๆ หลายด้าน เช่น การขาดการศึกษา บริการสาธารณสุขไม่เพียงพอ คนว่างงานและความยากจน

ปัญหาประชากรล้นและคนจนเมืองในฟิลิปปินส์เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหลักความเชื่อทางศาสนาอย่างชัดเจน ทั้งยังเชื่อมโยงไปถึงทุกชนชั้นในฟิลิปปินส์ ไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่มคนยากจนที่ไม่มีเงินซื้อยาคุมกำเนิดหรือทำหมัน แพทย์หญิงแอนเดรีย เมนโดซา แห่งแผนกกุมารเวชของโรงพยาบาลโจเซฟาเบียร์ลาบอกว่า ตอนนี้ตัวเธออายุ 29 ปี มีลูกแล้ว 3 คน แต่ก็ยังไม่สามารถวางแผนคุมกำเนิดได้เพราะขัดหลักศาสนา

แม่บ้านที่จับจองพื้นที่ภายในสุสานแห่งหนึ่งของกรุงมะนิลาเป็นที่อยู่อาศัย พักผ่อนหย่อนใจด้วยกิจกรรมยามว่างอย่างการล้อมวงเล่นไพ่
ที่โรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งของรัฐบาลเด็กนักเรียนภาคเช้ากำลังเลิกเรียน ที่นี่รองรับนักเรียนมากกว่า7,800 คนจนต้องแบ่งเวลาเรียนเป็นภาคเช้าและภาคบ่าย
เด็กชายวัยรุ่นสองคนล้างถุงพลาสติกเพื่อนำไปขายแลกกับรายได้เพียงน้อยนิด

เธอกล่าวอีกว่า แพทย์ที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผนครอบครัวบอกว่า เธอยังอายุน้อยเกินไปที่จะทำหมันหรือคุมกำเนิด “ในฟิลิปปินส์ คุณต้องอายุ 35 ปีขึ้นไปถึงจะมีการวางแผนครอบครัวค่ะ” คุณหมอเดินนำผมเข้าไปดูในวอร์ดเด็กแรกคลอด ”นี่แหละค่ะปัญหาหลัก ๆ ของเรา” ผมมองเห็นคุณแม่และทารกจำนวนมากนอนแชร์เตียงกันอยู่สี่คู่แปดชีวิต

ปัญหาประชากรล้นและคนจนเมืองในฟิลิปปินส์ยังสร้างผลกระทบระยะยาวต่อปัญหาการรุกลํ้าพื้นที่สาธารณะในเมืองใหญ่ต่าง ๆ ในสุสานกลางกรุงมะนิลาเหนือที่สร้างโดยรัฐบาล แต่ถูกรุกลํ้าโดยคนไร้บ้าน นิด้า เดลกุซแมน กับสามีและลูก ๆ อาศัยอยู่ในสุสานแห่งนี้มานานกว่า 40 ปีแล้ว สามีของเธอเป็นคนรับจ้างดูแลหลุมศพ คอยทำความสะอาด และซ่อมบำรุง เธอเล่าว่า แรกเริ่มเดิมทีคนที่อาศัยอยู่ในสุสานแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นคนดูแลสุสาน แต่ภายหลังมีกลุ่มคนเข้ามาอาศัยในสุสานมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเข้ามาจับจองพื้นที่หลุมศพเป็นบ้านของตัวเอง

บาสเกตบอลเป็นทั้งกิจกรรมผ่อนคลายและโอกาสในการได้รับการศึกษาของเด็กยากจนชาวฟิลิปปินส์
บาทหลวงทำพิธีรับศีลให้เด็กเกิดใหม่ ตามหลักศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกถือว่าเด็กคือบุตรของพระเจ้าจึงห้ามการทำแท้งหรือคุมกำเนิด

ปัญหาชุมชนแออัดเป็นปัญหาของประเทศกำลังพัฒนาอย่างฟิลิปปินส์ที่มักมีการพัฒนาในลักษณะเอกนคร หรือเมืองโตเดี่ยว เมืองและชนบทมีการพัฒนาความเจริญแตกต่างกันอย่างมาก ส่งผลให้เมืองใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนาเผชิญกับภาวะของการกลายเป็นเมืองเกินระดับ กล่าวคือมีประชากรมากเกินกว่าที่จะอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ระบบสังคมและเศรษฐกิจของเมือง เกิดกลุ่มคนที่มีรายได้ตํ่าจำนวนมากในเมือง มีความเหลื่อมลํ้าทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงปัญหาทางสังคมอื่น ๆ ตั้งแต่ปัญหาจราจร ปัญหาการขาดแคลนสาธารณูปโภค ปัญหาที่อยู่อาศัยไม่เพียงพอ ปัญหาสุขภาพจิตของคนในเมือง ไปจนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ

เรื่อง อธิวัฒน์ ศิลปเมธานนท์

รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2015 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม สุขเมื่อได้กลับบ้านของชาวฟิลิปปินส์ในวันคริสต์มาส

เรื่องแนะนำ

“ไตแลง” ยอดดอยแห่งความหวัง

“ ไตแลง ” ยอดดอยแห่งความหวัง ดอย ไตแลง เป็นฐานที่มั่นทางทหารของกองกำลังรัฐฉาน หรือ Shan State Army ที่นำโดยพันเอกเจ้ายอดศึก คำว่า ไตแลง แปลว่า “แสงสว่าง” หรือ “แสงสว่างของไทใหญ่” ความหมายนัยหนึ่งของ “แสงสว่าง” ทำให้ผมนึกถึง “ความหวัง” แน่นอนว่าความหวังหนึ่งนั้น คืออิสรภาพที่ปราศจาก การสู้รบ และอีกความหวังหนึ่งคือการเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กๆ บนดอยไตแลง ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เด็กเหล่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นผู้ประสบภัยจากสงคราม บางคนเป็นเด็กกำพร้า บางคนถูกส่งมาอยู่บนดอยไตแลงด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยจากพื้นที่ที่มีการสู้รบ แม้ว่าวันนี้กองกำลังรัฐฉานจะเจรจาและทำสัญญาหยุดยิงกับรัฐบาลพม่าแล้ว หรือแม้กระทั่งใน ค.ศ. 2015 ที่ประชาคมอาเซียนจะถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ความหวังเหล่านั้นจะเกิดขึ้นจริง และเราจะก้าวไปสู่ แสงสว่างนั้นได้พร้อมๆ กัน เรื่องและภาพ ตะวัน พงศ์แพทย์ รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2012 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม […]

ถ่ายภาพ ด้วยใจ

ถ่ายภาพ ด้วยใจ ในยุคที่เทคโนโลยีการสื่อสารก้าวหน้าอย่างในปัจจุบัน รวมไปถึงเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพด้วย การมีกล้องสักตัว หรือกดชัตเตอร์เพียงครั้งเดียว ทำให้เราสามารถเก็บภาพที่เห็นได้อย่างละเอียดและสวยงาม ทุกคนสามารถเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย เพียงเพราะพวกเราใช้และเข้าใจเทคโนโลยีนี้ไม่ต่างจากข้าวของอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน แต่หากพูดถึงการถ่ายภาพโดยผู้พิการทางสายตาหรือคนตาบอดนั้น หลายคนอาจนึกภาพไม่ออกว่า การทำในสิ่งที่สวนทางกัน ระหว่างการใช้สายตาที่ไม่สามารถมองเห็น กับการถ่ายทอดสิ่งที่สายตามองเห็นออกมาในรูปภาพถ่ายนั้นสามารถทำได้อย่างไร ผมจึงอยากนำเสนอเรื่องราวของ “การถ่ายภาพด้วยใจ จากผู้พิการทางสายตา” เพื่อเป็นการหยิบยื่นโอกาสและแบ่งปันความสุขแก่ผู้พิการ ทางสายตาให้สามารถใช้ภาพถ่ายเป็นเครื่องมือสื่อสารกับสังคม เรื่องและภาพ บุญเชษฐ ช่วงสุวนิช รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2012 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย                 อ่านเพิ่มเติม ภาพวาดอันน่าทึ่งจากศิลปินออทิสติก

รักลิง

เรื่องและภาพ สันติภาพ  อุโคตร (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) เมืองลพบุรีเป็นเมืองประวัติศาสตร์ มีลิงเป็นสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองมาเป็นเวลายาวนานและยังเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว  เนื่องจากจำนวนประชากรลิงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและขาดการจัดการที่ดีอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันลพบุรีต้องประสบปัญหาการคุกคามของลิงอย่างรุนแรงในพื้นที่ที่ใช้ร่วมกับคน เช่น ถูกลิงเข้ารื้อค้นหาอาหาร ทำลายทรัพย์สินของบ้านเรือนและร้านค้า ตลอดจนปริมาณอาหารเลี้ยงลิงที่ต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนประชากร  ยิ่งเมื่อลิงแบ่งฝูงแยกกลุ่ม มีอาณาเขตเป็นของตนเอง หากไม่ได้รับอาหารเพียงพอ ลิงเหล่านั้นก็ต้องดิ้นรนหาอาหาร ซึ่งมักใช้วิธีขโมยหรือแย่งอาหารจากคน  บ่อยครั้งที่ลิงบาดเจ็บเนื่องจากการแย่งอาหารกันเอง ถูกคนทำร้าย หรือด้วยความซุกซนจากการตกที่สูง ถูกไฟฟ้าช้อต หรือบาดเจ็บจากรถยนต์ ท่ามกลางปัญหาที่ยังไม่คลี่คลายนี้ ก็ยังมีคนรักสัตว์ผู้อุทิศนตนช่วยเหลือลิงอย่างน่ายกย่อง  ในขณะเดียวกันแผนแม่บทการบริหารจัดการปัญหาลิงในจังหวัดลพบุรีอย่างยั่งยืนก็เป็นความหวังในการก้าวข้ามปัญหาที่ยืดเยื้อมาหลายทศวรรษด้วย  

เนื้อร้าย …กับบทสุดท้ายของชีวิต

เนื้อร้าย …กับบทสุดท้ายของชีวิต เสียงนกเอี้ยงร้องเจื้อยแจ้วอยู่บนต้นไทรหน้าบ้าน แข่งกับเสียงไอยาวต่อเนื่องที่ดังแว่วอยู่เบื้องล่าง ร่างกายของชาย ผอมบางนั่งอยู่ในเปล คงมีเพียงรองเท้าแตะคู่เก่ากับกางเกงขาสั้นเป็นอาภรณ์คลุมกาย สายยางเล็กๆ ความยาวราว 6 นิ้วงอกออกมาจากหน้าท้อง โดยมีผ้ากอซสีขาวพันอยู่รอบโคนสาย เป็นเวลาร่วมครึ่งปีมาแล้วที่อาหารไม่ผ่านปากลงไปยังกระเพาะอาหาร หากถูกบดปั่นจนแหลกเหลวโดยมีสายยางทำหน้าที่เป็นท่อลำเลียงอาหารแทนหลอดอาหารที่มี “เนื้อร้าย” ปิดกั้นอยู่ สุราเข้มข้นเป็นสิ่งที่โปรดปราน และเรื่องราวความขัดแย้งในครอบครัวเป็นสาเหตุของการร่ำสุราอย่างยกกำลังสอง อาการเจ็บคอจนไม่สามารถกินข้าวได้ เกิดขึ้นประมาณกลางปี 2554 พร้อมๆกับที่ร่างกายอ่อนแรงลงเรื่อยๆ “คุณลุงมีเนื้อร้ายที่หลอดอาหาร เดี๋ยวผมนัดวันเจาะช่องท้องให้อาหารทางสายยางนะครับ” เป็นคำตอบของหมอ หลังจากที่ส่องกล้องตรวจลำคอและนำชิ้นเนื้อไปตรวจ ครอบครัวกลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้ง แม้จะรู้ดีว่าต้องมีคนหนึ่งจากไป ไม่ช้าก็เร็ว แต่ความหวังและกำลังใจของคนในครอบครัวไม่เคยเหือดหาย วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ผมอยู่บนรถเมล์ ป.2 สายหมอชิต-สุพรรณบุรี เป็นการเดินทางที่ทั้งยาวนานและเศร้าที่สุดในชีวิต ระยะทางร้อยกว่ากิโลเมตรเจิ่งนองด้วยน้ำตา เพราะผมต้องอยู่ในโลกที่ไม่มี “พ่อ” อีกต่อไป เรื่องและภาพ ชลิต สภาภักดิ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2012 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย   […]