9,000 ตัน (จำนวนขยะในกรุงเทพมหานคร) - National Geographic Thailand

9,000 ตัน (จำนวนขยะในกรุงเทพมหานคร)

9,000 ตัน

ณ กรุงเทพมหานคร เมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งย่อมหมายถึงการใช้สอยและบริโภคสินค้ามากที่สุดด้วยเช่นกัน จนเป็นที่มาของขยะวันละ 9,000 ตัน ขยะเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้จัก แต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร

หลังจากข้าวของที่ซื้อมากลายสภาพเป็นสิ่งไร้ค่าที่รอวันทำลายทิ้ง ไม่ว่าจะด้วยการเผาหรือการฝัง หนทางในการจัดการกับขยะปริมาณมหาศาลของกรุงเทพมหานครนับวันมีแต่จะตีบตัน สวนทางกับตัวเลขปริมาณขยะที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี

ยิ่งผู้คนหลั่งไหลเข้ามาทำงานมากขึ้น และอนาคตที่ชาติอาเซียนกำลังขยับขยายสู่เออีซี ทำให้มหานครแห่งนี้ยิ่งต้องเร่งแก้ไขปัญหา ก่อนที่ทุกอย่างจะใหญ่โตจนเกินมือ เพราะการฝังกลบขยะและการเผานั้นเห็นชัดแล้วว่าส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียง จึงไม่ใช่วิธีที่ยั่งยืน

การแก้ไขที่ดีที่สุดคือการปลูกฝังให้เยาวชนและภาคประชาชนเริ่มแยกขยะและลดการใช้ตั้งแต่ระดับครัวเรือนเท่านั้น

เรื่องและภาพ อิศเรศ สงวนนาม
รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง โครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2013 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

แม้เวลาจะล่วงเลยเกินเที่ยงคืนแล้ว แต่คนงานแยกขยะของกรุงเทพมหานครไม่เพียงต้องทำงานแข่งกับเวลาตลอด 24 ชั่วโมง แต่ยังต้องรับมือกับขยะปริมาณมหาศาลไม่ตํ่ากว่าวันละ 8,500-9,000 ตัน
ที่โรงรีไซเคิลขยะแห่งหนึ่ง ขยะได้รับการแยกประเภท เช่น พลาสติก กระดาษ และโลหะ ก่อนส่งขายต่อไป
ขวดพลาสติกเกือบทุกรูปแบบในท้องตลาดปัจจุบัน สามารถนำกลับมาใช้ใหม่โดยผ่านกระบวนการรีไซเคิล (recycle) ในภาพนี้ขวดพลาสติกจำนวนนับไม่ถ้วนถูกบีบอัดเพื่อให้ง่ายต่อการขนส่ง
แม้จะเปิดทำการเพียงสัปดาห์ละสองวัน แต่ขยะจากตลาดนัดสวนจตุจักรก็มีปริมาณไม่ตํ่ากว่าวันละ 21 ตัน
บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยที่ห้างโมเดิร์นเทรดแห่งหนึ่งในเมืองกรุงคึกคักขึ้นทุกครั้งในช่วงสิ้นเดือน การบริโภค ที่เพิ่มขึ้นย่อมหมายถึงปริมาณขยะที่มากขึ้นตามไปด้วย
ผู้ประกอบการรับซื้อของเก่าซึ่งเป็นธุรกิจเล็กๆ ที่กระจายอยู่ตามชุมชนต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ คือกลไกหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขยะหลากหลายประเภทยังไม่ถือว่าเป็นขยะอย่างแท้จริง หากสามารถนำกลับมาใช้ ใหม่หรือที่เรียกว่า รียูส (reuse) โดยอาศัยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ในการประดิษฐ์ ทำให้ขยะแปรสภาพเป็นของใช้ได้อีกครั้ง
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจร คนงานเก็บขยะของกรุงเทพมหานครมักทำงานในช่วงที่คนกรุงส่วนใหญ่หลับใหล
อันตรายในอาชีพนี้มีสารพัด เช่น อุบัติเหตุจากของมีคมและสัมผัสกับสารเคมี ดังจะเห็นได้จากริ้วรอยบนมืออันหยาบกร้านคู่นี้

อ่านเพิ่มเติม ไทย: งดถุงพลาสติก แต่ก็นำเข้าขยะ – เพราะการงดแจกถุงพลาสติกอย่างเดียวอาจไม่พอ

งดแจกถุงพลาสติก

เรื่องแนะนำ

9,000 ตัน (จำนวนขยะในกรุงเทพมหานคร)

9,000 ตัน ณ กรุงเทพมหานคร เมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งย่อมหมายถึงการใช้สอยและบริโภคสินค้ามากที่สุดด้วยเช่นกัน จนเป็นที่มาของขยะวันละ 9,000 ตัน ขยะเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้จัก แต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร หลังจากข้าวของที่ซื้อมากลายสภาพเป็นสิ่งไร้ค่าที่รอวันทำลายทิ้ง ไม่ว่าจะด้วยการเผาหรือการฝัง หนทางในการจัดการกับขยะปริมาณมหาศาลของกรุงเทพมหานครนับวันมีแต่จะตีบตัน สวนทางกับตัวเลขปริมาณขยะที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ยิ่งผู้คนหลั่งไหลเข้ามาทำงานมากขึ้น และอนาคตที่ชาติอาเซียนกำลังขยับขยายสู่เออีซี ทำให้มหานครแห่งนี้ยิ่งต้องเร่งแก้ไขปัญหา ก่อนที่ทุกอย่างจะใหญ่โตจนเกินมือ เพราะการฝังกลบขยะและการเผานั้นเห็นชัดแล้วว่าส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียง จึงไม่ใช่วิธีที่ยั่งยืน การแก้ไขที่ดีที่สุดคือการปลูกฝังให้เยาวชนและภาคประชาชนเริ่มแยกขยะและลดการใช้ตั้งแต่ระดับครัวเรือนเท่านั้น เรื่องและภาพ อิศเรศ สงวนนาม รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง โครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2013 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม ไทย: งดถุงพลาสติก แต่ก็นำเข้าขยะ – เพราะการงดแจกถุงพลาสติกอย่างเดียวอาจไม่พอ

ปลาหมึก … สัตว์พิศวงแห่งท้องทะเล

ปลาหมึก … สัตว์พิศวงแห่งท้องทะเล เมื่อเทียบกับความน่าอัศจรรย์ของปลาหมึกแล้ว วงจรชีวิตของมันนั้นแสนสั้น ปลาหมึกตัวผู้จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่กี่เดือนหลังการสืบพันธุ์ และปลาหมึกตัวเมียจะกลายเป็นเหยื่อที่อ่อนแอให้กับเหล่านักล่าหลังสิ้นสุดหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของการเป็นแม่ ทั้งนี้การกระทำของมนุษย์ยังมีผลกระทบโดยตรงต่อจำนวนประชากรของปลาหมึกที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการจับปลาหมึกเป็นจำนวนมากเกินความจำเป็นเพื่อตอบสนองความต้องการในการบริโภค นอกเหนือจากเพื่อทำการค้า ยังมีการจับปลาหมึกเพื่อนำมาศึกษาหรือจัดแสดง ดังเช่นในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหลายแห่งที่จับพวกมันมาขังเอาไว้ในสภาพแวดล้อมที่จำกัดและผิดธรรมชาติ การเรียนรู้และศึกษาสัตว์โลกเป็นหน้าที่ของนักวิทยาศาสตร์ แต่กระนั้น มนุษย์ควรคำนึงถึงและหาหนทางเพื่อศึกษาสัตว์ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและถูกต้องตามธรรมชาติ ให้สัตว์ทุกชนิด ทุกสายพันธุ์ได้รับโอกาสในการเจริญเติบโตและใช้ชีวิตตามปกติของพวกมันเหมือนเช่นพวกเราทุกคน เรื่องและภาพ ธนากิจ สุวรรณยั่งยืน รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2015 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม หมึกสายวงฟ้า ตัวเล็กจิ๋วแต่พิษร้ายแรง

ความรัก ความตาย และชีวิตใหม่

เรื่องและภาพ มนูญ พงศ์พันธุ์พัฒน์ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) เทศกาลของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นอกจากวันคริสต์มาสที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีอยู่แล้ว ยังมีอีกเทศกาลที่สำคัญยิ่งกว่า นั่นคือ “สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์” ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน ของทุกปี  เทศกาลดังกล่าวเป็นการระลึกถึงการรับทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนชีพของพระเยซู เพื่อระลึกถึงความรักขั้นสูงสุดของพระองค์ในการเสียสละชีวิตตนเองเพื่อผู้อื่น รักและอภัยให้ศัตรูที่จับพระองค์ไปตรึงกางเขน  คริสตชนจะเตรียมตัวก่อนถึงสัปดาห์นี้ด้วยการถือศีล อดออม และอดอาหารเป็นเวลา 40 วัน เงินที่ได้จากการอดออมและอดอาหารจะนำไปบริจาค สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์เริ่มต้นจาก “วันอาทิตย์แห่ใบลาน” พิธีกรรมซึ่งจำลองเหตุการณ์สมัยคริสตกาลที่ชาวยิวนำใบลาน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับกษัตริย์ มาแห่ต้อนรับเมื่อพระเยซูเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม  สามวันถัดมาเป็น “วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์” มีพิธีรื้อฟื้นคำสัญญาแห่งการเป็นสงฆ์ของบาทหลวง พิธีเสกน้ำมันศักดิ์สิทธิ์เพื่อไว้ใช้ในพิธีต่าง ๆ พิธีระลึกถึงความรักของพระเยซูในคืนที่พระองค์ถูกจับไปทรมาน  และ“วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์” อันเป็นวันถือศีล อดออม และอดอาหารวันสุดท้าย  ส่วนวันสำคัญที่สุดคือ “วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์” เพราะเป็นวันที่พระเยซูกลับคืนชีพจากความตาย จะเริ่มด้วยพิธีเสกไฟและเทียนปัสกา สัญลักษณ์ของการกลับคืนชีพและหมายถึงพระเยซูผู้เป็นแสงสว่างในชีวิต  หลังจากนั้นจะเป็นพิธีเสกน้ำล้างบาป เพื่อใช้ในพิธีล้างบาปให้กับคริสตชนใหม่ และวันสุดท้าย “วันอาทิตย์ปัสกา” (Easter) เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง มีการนำไข่ต้ม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ถึงการฟื้นคืนชีพของพระเยซูและการเกิดใหม่ในพระเจ้าของมนุษย์ทุกคน มาตกแต่งทาสีและมอบให้กัน […]

พรางสมุทร (การพรางตัวของสัตว์โลกใต้มหาสมุทร)

พรางสมุทร – การพรางตัวของสัตว์โลกใต้มหาสมุทร ผมอยากเปรียบแนวปะการังเป็นเหมือนมหานครใหญ่สักแห่ง มหานครแสนสวยแห่งนี้เต็มไปด้วยสีสัน แต่ก็แฝงไปด้วยอันตรายรอบด้าน มหานครที่มีทั้งผู้ล่าและผู้ถูกล่า ทั้งสองฝ่ายต่างงัดเอากลยุทธ์ต่าง ๆ ออกมาชิงความได้เปรียบเพื่อความอยู่รอดของตัวเองใน “มหาสมุทรนคร” ยุทธวิธีหนึ่งที่ทั้งผู้ล่าและผู้ถูกล่านิยมใช้กัน เป็นวิธี ที่น่าฉงนและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ การพรางตัวหรือที่ฝรั่งเรียกว่า Camouflage เรื่องและภาพ ธนะวัฒน์ ลิขิตคีรีรัตน์ รางวัลชนะเลิศ โครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2012 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย   อ่านเพิ่มเติม ดูออกหรือไม่ ภาพเหล่านี้มีสัตว์นักพรางตัวซ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง?