วิถี ควายชน ชีวิตของคนกับควาย - National Geographic Thailand

วิถี ควายชน ชีวิตของคนกับควาย

วิถี ควายชน ชีวิตของคนกับควาย

หลังจากจบบทสนทนากับผู้ใหญ่ท่านนึง ณ จังหวัดบ้านเกิดของข้าพเจ้า(สุราษฎร์ธานี)

” โอ้ย อย่าว่าแต่ควายชนเลยยย แค่ควายตัวเป็นๆเด็กๆสมัยใหม่ยังหาดูไม่ได้ ”

ประโยคข้างต้น จึงเป็นที่มาของสารคดีภาพชุดนี้

ด้วยหลายคนอาจมองเห็นเป็นการทารุณสัตว์ ความรุนแรง การพนัน และสิ่งไม่ดีต่างๆอีกทั้งหลาย แต่อยากให้ลองมองอีกด้านนึง ซึ่งอาจจะมีอะไรแอบแฝงไว้มากกว่านั้น ทำให้การชนควายเป็นมากกว่าการพนันชนควาย เกิดขึ้นเป็น ” ประเพณีชนควาย ” เกิดขึ้นมาให้ได้ศึกษา ณ อีกด้านหนึ่งของเกาะสมุย – และเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

ควายชน

1. ย้อนกลับไปเป็นเวลานานมาแล้ว ทั้งเกาะสมุย และเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งขึ้นชื่อของพันธ์มะพร้าว ทั่วทุกพื้นที่อุดมไปด้วยป่ามะพร้าว จึงจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานจากควาย เอามาเทียมเกวียนเป็นหลักในการออกไปเก็บเกี่ยวผลผลิต ด้วยต้องขึ้นเขา ลงห้วย เดินในที่ราบหรือบนหาดทรายตามแต่เจ้าของจะพาไป ควายที่นี่จึงตัวใหญ่และมีกล้ามเนื้อที่แตกต่างออกไปจากควายทั่วไปที่ไว้ใช้ ไถนา

มะพร้าวจะมีช่วงเวลาเก็บเกี่ยวประมาณ 5 – 6 ครั้งต่อปี เมื่อถึงยามว่างเว้นจากการเก็บเกี่ยวมะพร้าว ในช่วงนี้จากควายที่เคยออกกำลังอยู่เสมอ จะทำให้ควายอยู่นิ่งไม่เป็นต้องหาทางแสดงออก และจะยิ่งเป็นมากในช่วงเป็นสัด ควายจะแสดงออกโดยการขวิดคันดิน โคนมะพร้าว ขวิดเจ้าของหรือแม้กระทั่งขวิดกันเองเพื่อแสดงศักดิ์ดา เมื่อผู้คนพบเห็นจึงเกิดการเชียร์ และเกิดการพัฒนาต่อเนื่องเรื่อยๆมา จนเกิดเป็นประเพณีชนควาย

ขนำ

2. ก่อนเริ่มมีการชนควาย จะมีการประกบคู่ควาย พิจารณาควายแต่ละตัวตามลักษณะ เมื่อได้คู่แล้วเจ้าของควายจะนำควายมาเลี้ยงไว้ในบริเวณสนามที่ใช้ชนควาย ก่อนประมาณ 1 เดือน โดยมีทีมพี่เลี้ยงมาอยู่ดูแลประจำ ทำหน้าที่ดูแล เลี้ยงดู และคอยเฝ้าระวังภัยต่างๆ

ในบริเวณรอบๆสนามชนควาย จะมีการสร้างศาลาหลังเล็กๆ หรือภาษาใต้เรียกว่า ” ขนัม ” ไว้โดยรอบ สำหรับทีมพี่เลี้ยง ในแต่ละทีมก็จะประกอบไปด้วยหลายๆหน้าที่ แบ่งกันไป

ภาย ในบริเวณร้านหรือขนัม สิ่งที่เราพบได้คือชุดเครื่องนอนครบครัน สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ทีวี ดีวีดี โน็ตบุ้ค ลำโพงเครื่องเสียง และเครื่องใช้อื่นๆตามกำลัง

ขนำ, สุราษฎร์ธานี

3. หลักสำคัญของการนำควายไปอยู่ที่สนามก่อนเป็นเวลานานคือ ควายเป็นสัตว์จำพวกหนึ่งที่ค่อนข้างหวงถิ่น และควายหนุ่มจะเริ่มสร้างถิ่นของตัวเองขึ้นมา ในแต่ละวันเช้าสายพบ่ายเย็น เด็กเลี้ยงควายจะต้องทำการพาควายเดินวนรอบสนาม ในสนาม หรือที่เรียกว่า”ลูกใน” มีลักษณะเป็นบริเวณวงกลมมีสร้างด้วยการขึ้นหลักและนำไม้ไผ่ มาขัดกันให้เป็นรั้ว มีทางให้ควายเข้า-ออก โดยควายจะขี้เยี่ยวภายในบริเวณ ถือเป็นการสร้างถิ่น

บริเวณใกล้ๆร้านหรือขนัมที่พัก ก็จะมีการแบ่งส่วนสำหรับประกอบหุงหาอาหารกันในบริเวณนั้นเลย โดยจะมีอาหารสด เครื่องใช้จำพวกตู้เย็น น้ำดื่ม เครื่องทำน้ำร้อน อุปกรณ์ทำครัวตั้งไว้ ซึ่งถือว่าเป็นที่ส่วนกลางสำหรับทุกคน ที่เป็นอย่างนี้เพราะต้องมาอยู่เฝ้ากันเป็นเดือนๆ จะทิ้งไปไหนไกลๆโดยไม่มีคนเฝ้าแทบจะไม่ได้เลย

ควายชน

4. ก่อนเวลาพลบค่ำ พี่เลี้ยงก็จะพาควายกลับเข้ามาในคอก และทำการล้อมคอกอย่างมิดชิด โดยที่หลับนอนของพี่เลี้ยงโดยมากจะอยู่ติดกันกับคอก เพื่อป้องกันภัยใดๆก็ตาม หรือภัยที่เกิดจากฝ่ายตรงข้ามในยามวิกาล เช่นพวกการวางยา ปองร้าย หรือพิธีไสยเวทย์ต่างๆนานาตามความเชื่อแต่โบราณ

ควายชน

5. ในเวลารุ่งสาง พี่เลี้ยงจะทำการนำควายออกจากคอกออกมาเดินเพื่อออกกำลัง ลัดเลาะผ่านป่ามะพร้าวบ้าง บนถนนบ้าง บริเวณริมชายหาดบ้าง ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่รอบๆบริเวณสนามชนควายจะเอื้ออำนวย บ้างใช้ไม้มะพร้าวประมาณสองถึงสามท่อนตัดล่ามเชือกเทียมให้ควายลากเป็นการ ออกกำลังกล้ามเนื้อ บางวันอาจมีการนำควายตัวเมียมาทำการล่อ เพื่อให้ควายชนได้วิ่งไล่ ขึ้นอยู่กับการจัดตารางการฝึก

ควายชน

6. หลังจากเสร็จในช่วงสายๆ ก็จะทำการพาควายกลับยังที่พัก ลับเขา อาบน้ำ ให้อาหาร ซึ่งอาหารก็จะเป็นจำพวกหญ้าสด บริเวณยอดอ่อน โดยจะมีทีมคนดูแลที่มีหน้าที่ก็จะต้องออกไปตระเวณรอบเกาะหาตัดมาให้ทุกวัน หลังจากนั้นก็จะล่ามควายแล้วเด็กเลี้ยงควายก็จะพักผ่อน

ควายชน

7. คืนก่อนที่จะมีการชนควาย หมอควายจะทำการตั้งหิ้งบูชา ครูหมอควายภายในบริเวณร้านที่พัก บางพื้นที่อาจมีการทำขวัญควายในคืนนั้น หรือวันรุ่งขึ้นก่อนวันชน จะมีการทำขวัญควายหรือแต่งควายที่ชาวบ้านเรียกจะมีพิธีขั้นตอนดังนี้

เช้าตรู่จะมีการซื้อข้าวต้มมัดให้ควายกินจำนวน 9 ลูก อาจเป็นหลักความเชื่อในเรื่องของตามเชื่อ ของความเหนียวจากข้ามต้มมัดที่ทำมาจากข้าวเหนียว และอื่นตามความหมายประกอบกัน

ทำพิธีชุมนุมเทวดา ทำโดยปักหลักทั้งเก้าหลัก โยงสายสิน จุดธูปปักแต่ละหลักอันเชิญเทวดาทั้งแปดทิศมาสถิตย์

นำของเซ่น ซึ่งประกอบไปด้วย ดอกไม้ ธูปเทียน หมากพลู วางไว้บริเวณหลักควายจุดธูป ไหว้พระแม่ธรณี เจ้าที่เจ้าทาง

นำของเสี่ยงทายมาวาง ซึ่งในกระทงใบตองประกอบไปด้วย กล้วย อ้อย ข้าวตอก ดอกไม้ และหมากพลู ซึ่งนัยยะของการเสี่ยงทายคือ การที่ควายเลือกกินเครื่องเสี่ยงทาย ไม่ว่าจะสิ่งใดก็ตาม จะหมายความถึงการเสี่ยงทายว่าควายตัวนั้นๆจะเป็นผู้ชนะ

หลังเสร็จพิธีการเสี่ยงทาย การแต่งควายก็จะเริ่มขึ้น โดยมีการสวมพวงมาลัยบริเวณเข้าสองข้าง ผู้กสายสิญที่คอ และบริเวณเขากับที่หัวไขว้กัน มีการนำเงินมาเสียบซึ่งเป็นนัยยะของการชนะพนัน จากนั้นทำการปิดทอง เริ่มจากบริเวณหน้าผาก ไปยังเขา ไล่ไปจนถึงปลายเขา มีการนำผ้าข้าวม้าบ้างก็ผ้าขาวนำมาห่มคลุม

บางความเชื่อวันที่จะมี การชน เด็กเลี้ยงควายจะนำปัสสาวะของควายตัวเมียมาถูทาตามตัว และเสื้อผ้า ให้ควายชนได้กลิ่นสาป และเกิดอาการฮึกเหิม บริเวณขาหน้าทั้งสองฝั่งทาน้ำมันหอมไว้เมื่อตอนชนควายจะมุดหัว และจะได้สูดดมทำให้เกิดกำลังฮึด

ควายชน

8. ในวันแข่งขันประมาณบ่ายสามโมง จะทำการล้างควาย ถอดเครื่องแต่งตัวควาย และนำควายเข้าสนาม โดยการนำควายเข้าสนามจะต้องดูทิศของหลักปักควายในสนาม ซึ่งขึ้นกับวัน ในบริเวณสนามหรือลูกในจะมีผ้าขาวกั้นกลางแบ่งเป็นสองฝั่ง เพื่อกันไม่ให้ควายเห็นกันก่อนที่จะชน

จากนั้นก็จะฉีดน้ำอาบน้ำให้ ควายเรื่อยไปจนกว่าจะเวลา และสัญญาณเริ่มชนในเวลาประมาณห้าโมงครึ่ง ในเวลานี้ก็จะเริ่มมีผู้ให้ความสนใจเข้ามาในสนาม เพื่อมาสังเกตุอาการควายที่แสดงออกก่อนชน

ไกล้ได้เวลาชนภายในบริเวณ เราพบว่า มีความหลากหลายทางอายุของผู้ที่เข้าชม และไม่จำกัดเพศ และเชื้อชาติ ถ้ามองในอีกแง่นึงอาจเทียบได้คล้ายกับงานวัดที่มีการรวมพบปะ พูดคุย ทักทาย บอกเล่าข่าวสารของชาวบ้านทุกช่วงวัยและอายุ หากเรามองข้ามมุมมองของการพนันไป

ควายชน

9. ได้เวลาฤกษ์ยามแห่งการต่อสู้ เสียงนกหวีดดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายพร้อมเริ่ม เชือกล่ามถูกหั่นด้วยเคียว ม่านขาวถูกรูดออกสู่ด้านข้าง พลันเจ้าของวิ่งชักควายทั้งสองเข้าหากัน ดำท่าหลา และดำลูกหมู เข้าปะทะโรมรันกัน เสียงปะทะดังกึกก้องไปทั่วอาณาบริเวณเกือบจะกลบเสียงคนที่รอดูอยู่เกือบจะ ทั้งสนาม

แม่ไม้เชิงชนของควายอาจเปรียบได้คล้ายๆแม่ไม้มวยไทย “ แย็บ ฟัน ทอ ยก “ แต่ละตัวก็จะมีเอกลักษณ์ และการชิงไหวชิงพริบเป็นของตัวเอง กล่าวได้จากลักษณะเขา

หลังรู้แพ้ รู้ชนะ ควายตัวที่แพ้จะหันหลังวิ่งไปรอบๆสนาม คนที่อยู่ด้านนอกก็จะเปิดประตูที่เตรียมไว้สำหรับตัวที่แพ้ให้ออกไป โดยมีเด็กเลี้ยงควายที่อยู่ด้านในคอยกำกับให้วิ่งออกไปตามทาง และไปล้อมจับกันข้างนอกต่อไป

ควายชน

10. หลัง การชนผ่านพ้นไป ร่องรอยบาดแผลที่เกิดจากการต่อสู้ สามารถรักษาหายได้ภายในระยะเวลาอาทิตย์กว่าๆถึงสอง แต่ที่สำคัญคือกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของควาย ยิ่งใช้เวลาชนนานก็กล้ามเนื้อก็จะช้ำมากกว่า “ควายชนสิบนาทีพักสองเดือนก็เป็นปกติแล้ว”

ควายบางตัวอาจนำมาเพื่อชน เมื่อเสร็จสิ้นก็มีการขนย้ายกลับตามภูมิลำเนาเดิม เพื่อเจ้าของไว้ใช้ในการทำเกษตรกรรมต่อไป

เรื่องและภาพ วสวัตติ์ จันเรียง 

รางวัลชมเชย โครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2013 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม ออกตัวไปแล้วและไปลับ บอกลากีฬาแข่ง สุนัขเกรย์ฮาวนด์

สุนัขเกรย์ฮาวนด์

เรื่องแนะนำ

ถ่ายภาพ ด้วยใจ

ถ่ายภาพ ด้วยใจ ในยุคที่เทคโนโลยีการสื่อสารก้าวหน้าอย่างในปัจจุบัน รวมไปถึงเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพด้วย การมีกล้องสักตัว หรือกดชัตเตอร์เพียงครั้งเดียว ทำให้เราสามารถเก็บภาพที่เห็นได้อย่างละเอียดและสวยงาม ทุกคนสามารถเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย เพียงเพราะพวกเราใช้และเข้าใจเทคโนโลยีนี้ไม่ต่างจากข้าวของอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน แต่หากพูดถึงการถ่ายภาพโดยผู้พิการทางสายตาหรือคนตาบอดนั้น หลายคนอาจนึกภาพไม่ออกว่า การทำในสิ่งที่สวนทางกัน ระหว่างการใช้สายตาที่ไม่สามารถมองเห็น กับการถ่ายทอดสิ่งที่สายตามองเห็นออกมาในรูปภาพถ่ายนั้นสามารถทำได้อย่างไร ผมจึงอยากนำเสนอเรื่องราวของ “การถ่ายภาพด้วยใจ จากผู้พิการทางสายตา” เพื่อเป็นการหยิบยื่นโอกาสและแบ่งปันความสุขแก่ผู้พิการ ทางสายตาให้สามารถใช้ภาพถ่ายเป็นเครื่องมือสื่อสารกับสังคม เรื่องและภาพ บุญเชษฐ ช่วงสุวนิช รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2012 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย                 อ่านเพิ่มเติม ภาพวาดอันน่าทึ่งจากศิลปินออทิสติก

จักรยาน … ทาง… ชีวิต

จักรยาน … ทาง… ชีวิต จักรยาน อยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน ดังเช่นที่เจ้าพระยามหิธร (ลออ ไกรฤกษ์) เล่าไว้เมื่อครั้งอบรมนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่สำเร็จการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2483 ว่า ”สมัยหนึ่งราว ร.ศ. 117-118 ในกรุงเทพฯ เล่นรถจักรยานกันมาก จนถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงและเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ซึ่งเป็นคนอ้วนใหญ่ก็ยังถีบรถจักรยาน การเป็นดังนี้จะไม่สนุกใหญ่อย่างไร…” จากคำกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่า ในสมัยก่อนจักรยานได้รับความนิยมอย่างมาก จนเมื่อมีการนำรถจักรยานยนต์และรถยนต์เข้ามามากขึ้น และสร้างระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ ทำให้จักรยานมีบทบาทน้อยลงเรื่อยมา ทางเลือกของคนใช้จักรยานมีหลากหลายตามการใช้งาน ตั้งแต่การปั่นออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ถึงขนาดที่บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ลงทุนสร้างสนามสุวรรณภูมิ (Suvanabhumi Cycle Track) หรือที่เรียกกันติดปากว่า ”ทางเขียว„ เพื่อให้นักปั่นจักรยานมีพื้นที่ปั่นมากขึ้น ไปจนถึงการปั่นเพื่อเดินทางในเมือง ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะปัญหานํ้ามันแพงและรถติด เมื่อมีคนปั่นเพิ่มขึ้น ทางจักรยานก็เพิ่มตามถนนหลายสายได้รับการปรับปรุงให้เหมาะกับจักรยาน โรงงานผลิตจักรยานหลายโรงเริ่มผลิตจักรยานพับได้ เพื่อตอบสนองกระแสการใช้จักรยานกับระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ เช่น รถไฟและรถไฟฟ้า วิถีชีวิตของคนในปัจจุบันเริ่มหวนกลับมาใช้จักรยานมากขึ้น ทุกบ้านเริ่มมีจักรยานอย่างน้อยหนึ่งคัน เราเห็นพนักงานส่งเอกสารในชุดนักปั่นตามตรอกซอกซอยในเมืองหลวง เห็นกลุ่มอาสาสมัครปั่นจักรยานช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน แม้แต่พระสงฆ์ยังใช้จักรยานในการบิณฑบาตและเผยแผ่ศาสนา ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า จักรยานให้คุณค่า มากกว่า […]

อาชา เกิดมาเพื่อแข่ง

อาชา เกิดมาเพื่อแข่ง ความเงียบสงบยามเช้าถูกทำลายลงด้วยเสียงเกือกม้าอะลูมิเนียมกระทบกับพื้นปูนดังไปทั่วบริเวณคอกม้า เสียงนาฬิกาปลุกดังออกมาจากกระท่อมเล็ก ๆ ที่สร้างด้วยปีกไม้ หลังคามุงสังกะสี แสงจากหลอดไฟรอบบริเวณค่อย ๆ สว่างขึ้นทีละดวงเสมือนเป็นสัญญาณการเริ่มต้นวันใหม่ของทุกชีวิตในคอกม้าแข่งแห่งนี้ ม้าแข่งเป็นม้าที่มีรูปร่างสมส่วนแข็งแรงและมีท่วงท่าสง่างามจนได้รับการยกย่องว่าเป็นราชาแห่งม้า แต่กว่าที่ม้าแข่งจะพร้อมสำหรับการแข่งขัน พวกมันต้องถูกฝึกอย่างหนักไม่ต่างกับนักกีฬาอาชีพเลยทีเดียว ที่คอกม้าแห่งนี้ ม้าแข่งจะเริ่มกิจวัตรประจำวันด้วยการตรวจร่างกายจากผู้ฝึกม้า ต่อด้วยการออกกำลังกายยามเช้า และอาบนํ้าชำระร่างกายก่อนให้อาหาร หลังอาหารเช้า ผู้ดูแลม้าจะทำความสะอาดคอกม้า และเตรียมม้าให้พร้อมสำหรับการฝึกรอบบ่าย สัปดาห์ละหกวันที่ม้าแข่งต้องฝึกฝนร่างกายและฝีเท้าอย่างหนักเพื่อให้พร้อมที่สุด สำหรับวันแข่งขันที่จะมาถึง วันแข่งขันอาจเริ่มต้นไม่ต่างจากวันอื่น ๆ มากนัก เว้นแต่ในวันนั้นจะไม่มีการนำม้าไปฝึกวิ่งในช่วงเช้า หลังอาหารเช้า ม้าที่ได้รับการคัดเลือกให้ลงแข่งขันจะถูกจูงขึ้นรถหกล้อที่จอดรออยู่ด้านหน้าคอกม้า หลังจากผู้ฝึกม้าตรวจสอบความเรียบร้อยและให้สัญญาณว่าทุกอย่างพร้อม ม้าแข่งจึงออกเดินทางสู่สนามแข่งม้า เมื่อถึงสนามแข่งขัน ม้าทุกตัวจะถูกนำไปยังคอกพักม้า กรรมการสนามจะตรวจม้าดูความสมบูรณ์และความพร้อมของม้าแต่ละตัวก่อนลงแข่งขัน หากผ่านการตรวจ กรรมการจะแจ้งหมายเลขและรอบแข่งแก่เจ้าของคอกม้า ช่วงเวลาของการรอคอยก่อนถูกเรียกลงสนามนั้นเป็นช่วงน่าเบื่อที่สุดของผู้ดูแลม้า บางคนฆ่าเวลาด้วยการนอนหลับพักผ่อน บางคนอ่านหนังสือหรือสูบบุหรี่ บ้างจับเข่าคุยกันเรื่องม้ากับเพื่อนร่วมวงการ เสียงกรรมการสนามประกาศชื่อและหมายเลขม้าดังผ่านลำโพงเก่า ๆ เพื่อให้ผู้ฝึกและผู้ดูแลม้าเตรียมม้าให้พร้อมเพื่อเข้าแข่งในรอบต่อไป หลังจากกรรมการสนามตรวจม้าและเครื่องม้าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนลงสนาม จ๊อกกี้จะถูกเรียกขึ้นม้าและพาม้าออกไปยังจุดสตาร์ต จากนั้นกรรมการผู้คุมจุดสตาร์ตจะให้สัญญาณห้านาทีก่อนเวลาปล่อยตัวเพื่อให้จ๊อกกี้ตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อมีการให้สัญญาณว่าเหลือเวลาอีกหนึ่งนาทีบรรยากาศในจุดสตาร์ตจะกลับเข้าสู่ความเงียบสงบ แววตาของม้าและจ๊อกกี้บ่งบอกถึงสมาธิและความมุ่งมั่น เมื่อประตูเหล็กเปิดออก จ๊อกกี้ควบม้าทะยานออกจากซอง เสียงดังกึกก้องไปทั้งจุดสตาร์ต ฝุ่นดินและทรายคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ม้าและจ๊อกกี้มุ่งหน้าเพื่อคว้าชัยชนะในสนามแข่งขัน และเช่นเดียวกับกีฬาที่มีความเร็วเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งหลาย การบาดเจ็บจากการแข่งขันย่อมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในการแข่งม้า […]

ช้างป่า ละอู : เมื่อป่าที่เคยเป็นบ้านหดหาย

ช้างป่า คือดัชนีทางชีวภาพของความสมบูรณ์ของผืนป่า ย้อนกลับไปเมื่อสี่สิบปีก่อน พรานป่าเล่าว่า การจะได้เจอ ช้างป่า สักตัวต้องเดินเข้าป่าลึกสามถึงสี่วัน แต่อดีตนายตำรวจพลร่มท่านหนึ่งในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ทุกวันนี้พื้นที่เกษตรกรรมที่ขยายตัวจนรุกล้ำพื้นที่ป่า เป็นหนึ่งแรงผลักดันให้ช้างออกจากป่ามาปรากฏตัวบ่อยครั้งขึ้น ป่าคือแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของช้างป่า แต่เมื่อพื้นที่ป่าที่เคยเป็นบ้านหายไป หรือถูกรุกล้ำจากการคมนาคม ช้างป่า จึงจำเป็นต้องหาแหล่งอาหารใหม่ หรือออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมใกล้ชายป่า ตามธรรมชาติ ช้างป่าจะหากินเป็นโขลงอยู่ในป่าชั้นใน มีเพียงช้างโทนเท่านั้นที่จะออกมาหากินบริเวณชายขอบ (เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: ช้างเศร้าสลดเมื่อเห็นเพื่อนร่วมสายพันธุ์จากไป) ในปี 2558 หลายพื้นที่ในประเทศไทยต้องประสบปัญหาภัยแล้ง รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมได้รับผลกระทบอย่างหนัก ชาวไร่ชาวสวนจึงจำเป็นต้องสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภค นอกจากนี้ แหล่งน้ำตามธรรมชาติในป่าก็เหือดแห้ง และไม่เพียงพอต่อประชากรช้างในป่า จึงเป็นแรงผลักให้ช้างป่าออกมาหากินยังพื้นที่เกษตรกรรม และแหล่งน้ำรอบๆ ชุมชน จนเกิดเป็นข้อพิพาทระหว่างคนกับช้าง เดือนกันยายน ปี 2559 ปริมาณน้ำฝนที่ลดลงเป็นสัญญาณว่า ภัยแล้งยังคงดำเนินต่อไป ดูเหมือนปัญหาความขัดแย้งเรื่องน้ำระหว่างคนกับช้างคงไม่จบสิ้นลงในเร็ววัน ตั้งแต่ปี 2555 – 2559 ผมลงพื้นที่และทราบข้อมูลว่า ช้างป่าทำให้คนเสียชีวิตสามราย พอมีคนตาย ช้างก็ตาย ปัญหาเกิดจากผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนให้อาหารช้างป่า จนเกิดการเรียนรู้และเปลี่ยนพฤติกรรม ทุกครั้งที่ช้างเห็นรถชะลอความเร็วแล้วไม่ได้รับอาหาร จึงเกิดความหงุดหงิดและเข้าปะทะกับคนในที่สุด ผมนึกถึงพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ […]