ค่ายมวยศิษย์ครูจงอาง - National Geographic Thailand

ค่ายมวยศิษย์ครูจงอาง

เรื่องและภาพ นิสากร ปิตุยะ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7)

ค่ายมวยศิษย์ครูจงอางเป็นค่ายมวยสำหรับเด็กๆ ที่เกิดจากความตั้งใจของ นายประเสริฐ จิระพรรักษ หรือ จงอางน้อย สิงห์คงคา อดีตนักมวยเก่า แห่งสำนักวัดเทพธิดาราม ผู้ต้องการสร้างผลผลิตที่ดีให้กับสังคม  เขานำความรู้ความสามารถที่ตนมี นั่นก็คือศิลปะการต่อสู้มวยไทย มาถ่ายทอดให้กับเยาวชนที่สนใจ โดยไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ

บนพื้นที่เล็กๆ ราว 4×6 เมตร หน้าบ้านของครูจงอางถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นสนามฝึกแข้งของลูกศิษย์ตัวน้อย  นอกจากที่นี่จะมีครูแล้ว ยังมี “แม่” ที่คอยหาข้าวหาปลา ดูแลความเรียบร้อยและความสะอาดให้เด็กๆ อย่างเต็มใจ ซึ่งก็คือภรรยาของครูจงอางนั่นเอง  ที่นี่จึงไม่ได้เป็นแค่เพียงค่ายสอนมวย แต่ยังเป็นบ้านที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความเอาใจใส่ ความปรารถนาดีที่มีต่อเด็กๆ และสังคมรอบข้าง

ประเสริฐ จิระพรรักษ์ หรือ จงอางค์น้อย สิงห์คงคา อดีตนักมวยเก่า แห่งสำนักวัดเทพธิดาราม ปัจจุบันมีอาชีพเป็นครูสอนมวย
พื้นที่เล็กๆ หน้าบ้านขนาด 4×6 เมตร ถูกนำมาใช้เป็นสนามฝึกแข้งของเด็กๆ ด้วยพื้นที่อันจำกัด เด็กๆ ในค่าย
อุปกรณ์ในการฝึกซ้อมค่อนข้างน้อย แต่เด็กๆ จะพลัดกันใช้อุปกรณ์ พลัดกันซ้อม โดยไม่เป็นอุปสรรคใดๆ
เด็กๆ ในค่ายต่างฝึกซ้อมกันอย่างตั้งใจ และมุ่งมั่นทุกครั้งที่ฝึกซ้อม
เมื่อนวดกันเสร็จเรียบร้อย เด็กๆ ก็จะใช้พื้นที่เล็กๆ ข้างหน้าบ้านเป็นสนามเด็กเล่น เพื่อรอทานอาหารเย็น
ฟ้าแม่ลำไย หรือแม่ลำไยของเด็กๆ จะคอยจัดเตรียมเสบียงอาหารไว้ให้เด็กๆ ในค่าย และคุณครูจงอาง
พื้นที่ 4×6 เมตร จากพื้นที่ฝึกซ้อม จากสนามเด็กเล่น กลายมาเป็นโต๊ะอาหาร แสนอร่อย
ความตั้งใจของครูจงอางค์ที่ทำค่ายมวยเพื่อถ่ายทอกวิชาความรู้ให้เด็กๆ จึงทำให้เกิดค่ายมวยที่เต็มไปด้วยความสุข
หลังจากฝึกซ้อมเรียบร้อยแล้ว ครูจงอางค์ และเด็กๆ จะนั่งรวมกัน และช่วยกันนวดเพื่อนๆ

 

เรื่องแนะนำ

ชีวิตกลาง หลุมดำ

ชีวิตกลาง หลุมดำ ท่ามกลางป่ายางพาราเนื้อที่กว่าร้อยไร่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช คือพื้นที่เล็กๆ แห่งการประกอบอาชีพ ผืนดินแห่ง การถักทอสายใยความสัมพันธ์ในครอบครัว และสังเวียนแห่งการต่อสู้ชีวิต ในวันที่ทิศทางของการใช้พลังงานเปลี่ยนแปลงไป เชื้อเพลิงชั้นยอดประจำครัวเรือนในอดีตอย่าง “ถ่านไม้” ได้รับความนิยมน้อยลง เมื่อเทียบกับหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่กลางผืนป่ายางพาราแห่งนี้ อุตสาหกรรมผลิตถ่านไม้ในครัวเรือนยังดำเนิน ไปอย่างไม่หยุดหย่อน ไม้หลายร้อยหลายพันชิ้นถูกขนส่งมาที่นี่ เพื่อเข้าเตาเผาและแปรรูปเป็นถ่านไม้ต่อไป วันแห่งความหนักหน่วง วันแห่งความทรหด หาใช่วันแห่งความท้อแท้และยาวนาน เพราะสมาชิกทุกคนที่นี่ทำในสิ่งที่ พวกเขา “เลือกที่จะทำ” แม้สภาพแวดล้อมและบรรยากาศอาจไม่เป็นใจนัก ผืนป่าที่ชื้นแฉะ ความร้อนระอุของเตาเผาถ่าน และฝุ่นละอองที่ปลิวว่อนรบกวนระบบทางเดินหายใจตลอดเวลา พื้นที่ตรงนี้จึงเป็นพื้นที่แห่งการสู้ชีวิตอย่างแท้จริง แต่ใครจะคิด ว่าพื้นนี้ยังแฝงไว้ด้วยความสุขบนพื้นฐานของหน่วยสังคมที่เล็กที่สุดนั่นคือครอบครัว ความอบอุ่นเล็กๆ ของครอบครัวในสถานที่อันทรหดเช่นนี้เป็นแรงขับให้พวกเขามีกำลังกายกำลังใจในการผลิตเชื้อเพลิงชั้นยอดให้คนที่ต้องการในปัจจุบันได้ใช้ต่อไป เรื่องและภาพ วิริทธิพล วิธานเดชสิทธิ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2012 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม อากาศเป็นพิษ ชีวิตถึงตาย  

เครื่องแบบชาวนา

ผลงานภาพ “เครื่องแบบชาวนา” มุ่งถ่ายทอดให้เห็นถึงการแต่งกายที่แตกต่างกันของ ชาวนา ในแต่ละพื้นที่การทำนาในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งเรายังคงพบเห็นการทำนาอยู่บ้าง ทว่าลดน้อยลงทุกที แม้ข้าวจะยังคงเป็นอาหารหลักของคนไทย แต่อาชีพ ชาวนา กลับหดหายไปทีละน้อย จนเกรงว่าอาจสูญหายไปในที่สุด ผมจึงตั้งใจที่จะถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับอาชีพเก่าแก่ที่อยู่คู่กับคนไทยและประเทศไทยมาช้านาน แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน “เครื่องแบบชาวนา” เกิดขึ้นจากการเห็น สังคมไทยในปัจจุบันที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากสังคมเกษตรกรรมไปสู่สังคมนอกภาคเกษตรกรรม พื้นที่เกษตรกรรมในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงที่เคยมีการทำนาอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นโรงงานอุตสาหกรรม หมู่บ้านจัดสรร และสนามกอล์ฟ บ้างซื้อขายเปลี่ยนมือเพื่อเก็งกำไร ส่งผลให้ชาวนาจำนวนไม่น้อยที่ประกอบอาชีพรับจ้างทำนาได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะเจ้าของพื้นที่นาส่วนใหญ่ซึ่งไม่ได้ประกอบอาชีพชาวนาแล้ว ตัดสินใจขายที่นาของตน เราอาจไม่สามารถระบุหรือบ่งบอกอาชีพชาวนาได้จากเครื่องแต่งกายภายนอกที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ วัฒนธรรมท้องถิ่นและรสนิยมส่วนบุคคล แต่สิ่งหนึ่งที่บอกได้คือสัญลักษณ์ของอาชีพโดยเฉพาะเครื่องไม้ เครื่องมืออย่างเคียวเกี่ยวข้าว ในภาพถ่ายเหล่านี้ เรายังเห็นวิวัฒนาการหรือความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การเกษตร เช่น เครื่องจักรทุ่นแรงอย่างรถไถและรถเกี่ยวข้าว ขณะที่ฉากหลังอาจบ่งบอกถึงวัฒนธรรมในท้องถิ่นและการพัฒนาในพื้นที่ เป็นต้น เรื่องและภาพ ร่มไทร สิทธิศิริ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2014 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย         […]

“ คน/ความรัก/ สุนัข ”

คน/ความรัก/สุนัข ตั้งแต่เด็กจนโต แม้ผมจะไม่เคยมีสุนัขในครอบครองสักตัวเดียว แต่การที่ผมไม่เคยเลี้ยงสุนัขไม่ได้หมายความว่า ผมรังเกียจรังงอนสุนัขแต่อย่างใด ก่อนจะพบเจอคนกลุ่มหนึ่งนั้น สุนัขในสายตาผมเป็นสิ่งมีชีวิตร่วมโลก บางตัวน่ารัก บางตัวไม่น่ารัก หรือค่อนไปทาง น่ารังเกียจ ผมจึงมีทั้งชอบและไม่ชอบ หากเจอสุนัขจรจัดสักตัว ผมไม่รู้สึกเป็นห่วงว่ามันจะใช้ชีวิตอย่างไร กินอิ่ม หรือป่วยไข้ ไม่สบายหรือเปล่า ผมคิดแต่เพียงว่ามันคงดิ้นรนใช้ชีวิตต่อไปได้ แต่ในช่วงเกิดอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 ผมพบคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งทำให้ความคิดของผมเปลี่ยนไป คนเหล่านี้รักและห่วงใยในสวัสดิภาพของสุนัขอย่างลึกซึ้งจนผมคาดไม่ถึง พวกเขาต่อสู้ให้สิ่งมีชีวิตที่หลายคนเรียกว่าเพื่อนอย่างเต็มที่ หากพวกมันตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เช่นกำลังจะกลายเป็นเมนูอาหารเปิบพิสดาร พวกเขาทำให้ผมรู้ซึ้งถึงมิตรภาพระหว่างคนกับสัตว์ การช่วยเหลือที่ไม่หวังผลตอบแทนใดๆ แต่ขณะเดียวกันโลกก็มีสองด้านเสมอ เมื่อมีผู้สร้างก็ย่อมต้องมีผู้ทำลาย มีคนช่วยก็มีคนทารุณ ผมได้เห็นโลกกว้างขึ้น ได้รู้เห็นการกระทำบางอย่างที่ไม่เคยคิดอีกเช่นกันว่า คนเราจะทำรุนแรงได้ถึงเพียงนั้น ความคิดที่แตกต่างกันนั้น บางทีก็ยากที่จะบอกว่าใครผิดใครถูก เพราะหลายครั้งเป็นเรื่องของวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ในท้องถิ่น สุดท้ายผมคงทำได้แต่เพียงกระตุ้นจิตสำนึกด้านบวกของคน อย่างน้อยสังคมคงดีขึ้น หากมนุษย์มีความรับผิดชอบและมีเมตตาแก่สิ่งมีชีวิตมากขึ้น เรื่องและภาพ  กนกศักดิ์ ดวงละออ รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2012 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย     […]

ช้างป่า ละอู : เมื่อป่าที่เคยเป็นบ้านหดหาย

ช้างป่า คือดัชนีทางชีวภาพของความสมบูรณ์ของผืนป่า ย้อนกลับไปเมื่อสี่สิบปีก่อน พรานป่าเล่าว่า การจะได้เจอ ช้างป่า สักตัวต้องเดินเข้าป่าลึกสามถึงสี่วัน แต่อดีตนายตำรวจพลร่มท่านหนึ่งในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ทุกวันนี้พื้นที่เกษตรกรรมที่ขยายตัวจนรุกล้ำพื้นที่ป่า เป็นหนึ่งแรงผลักดันให้ช้างออกจากป่ามาปรากฏตัวบ่อยครั้งขึ้น ป่าคือแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของช้างป่า แต่เมื่อพื้นที่ป่าที่เคยเป็นบ้านหายไป หรือถูกรุกล้ำจากการคมนาคม ช้างป่า จึงจำเป็นต้องหาแหล่งอาหารใหม่ หรือออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมใกล้ชายป่า ตามธรรมชาติ ช้างป่าจะหากินเป็นโขลงอยู่ในป่าชั้นใน มีเพียงช้างโทนเท่านั้นที่จะออกมาหากินบริเวณชายขอบ (เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: ช้างเศร้าสลดเมื่อเห็นเพื่อนร่วมสายพันธุ์จากไป) ในปี 2558 หลายพื้นที่ในประเทศไทยต้องประสบปัญหาภัยแล้ง รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมได้รับผลกระทบอย่างหนัก ชาวไร่ชาวสวนจึงจำเป็นต้องสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภค นอกจากนี้ แหล่งน้ำตามธรรมชาติในป่าก็เหือดแห้ง และไม่เพียงพอต่อประชากรช้างในป่า จึงเป็นแรงผลักให้ช้างป่าออกมาหากินยังพื้นที่เกษตรกรรม และแหล่งน้ำรอบๆ ชุมชน จนเกิดเป็นข้อพิพาทระหว่างคนกับช้าง เดือนกันยายน ปี 2559 ปริมาณน้ำฝนที่ลดลงเป็นสัญญาณว่า ภัยแล้งยังคงดำเนินต่อไป ดูเหมือนปัญหาความขัดแย้งเรื่องน้ำระหว่างคนกับช้างคงไม่จบสิ้นลงในเร็ววัน ตั้งแต่ปี 2555 – 2559 ผมลงพื้นที่และทราบข้อมูลว่า ช้างป่าทำให้คนเสียชีวิตสามราย พอมีคนตาย ช้างก็ตาย ปัญหาเกิดจากผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนให้อาหารช้างป่า จนเกิดการเรียนรู้และเปลี่ยนพฤติกรรม ทุกครั้งที่ช้างเห็นรถชะลอความเร็วแล้วไม่ได้รับอาหาร จึงเกิดความหงุดหงิดและเข้าปะทะกับคนในที่สุด ผมนึกถึงพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ […]