สิ่งที่ผู้ลี้ภัยนำติดตัวไปด้วย - National Geographic Thailand

สิ่งที่ผู้ลี้ภัยนำติดตัวไปด้วย

สิ่งที่ผู้ลี้ภัยนำติดตัวไปด้วย

เมื่อสงครามหวนคืนกลับมาชาวเซาท์ซูดานหลายแสนคนจําต้องพลัดที่นาคาที่อยู่อีกคราโดยมีเพียงสมบัติติดตัวแค่เพียงที่พอหยิบฉวยได้

ในวันแรกของเธอที่นิคมบิดีบิดีของชาวเซาท์ซูดานในยูกันดา ซึ่งเป็นบ้านของผู้ลี้ภัยเกือบ 300,000 คน ช่างภาพ โนรา โลเร็กเข้าหาผู้หญิงคนหนึ่งแล้วถามเธอว่านำอะไรติดตัวมาจากบ้านบ้าง “แค่เสื้อผ้าไม่กี่ชุดที่ห่อมากับผ้าปูที่นอนค่ะ” หญิงผู้นั้นตอบ

เมื่อปี 2011 เซาท์ซูดานกลายเป็นประเทศใหม่ล่าสุดของโลก ทว่าไม่นานหลังจากนั้น ในปี 2013 กลับดิ่งลงสู่สงครามกลางเมืองเมื่อข้อตกลงสันติภาพล้มพังพาบในปี 2016คลื่นผู้ลี้ภัยก็ไหลบ่าข้ามพรมแดนเข้าสู่ยูกันดาที่ซึ่งพวกเขาได้รับอนุญาตให้ทำงานเพาะปลูกและเด็ก ๆ สามารถไปโรงเรียนได้ สำหรับหลายคน นี่เป็นครั้งที่สอง สาม หรือสี่ ที่พวกเขาต้องหนีจากบ้านเกิดเมืองนอน

เมื่อโลเร็กตระเวนถามเกี่ยวกับผ้าปูที่นอน ผู้คนในบิดีบิดีก็ดึงเอา มีลาญา ผืนผ้าปักลวดลายรูปนก ดอกไม้ และลายอื่น ๆ ที่งามวิจิตร พวกผู้หญิงเรียนรู้วิธีทำจากแม่และย่ายาย ผ้านี้ใช้คลุมเตียง แขวนผนัง และมักรวมอยู่ในสินสอดสำหรับผู้ลี้ภัยจำนวนมาก มีลาญาเหล่านี้คือสิ่งเดียวที่นำติดตัวมาได้จากบ้าน และเป็นหนทางหาเลี้ยงชีพเล็ก ๆ น้อย ๆ

โรส จอน วัย 38 ปี รวมกลุ่มผู้หญิงในบิดีบิดีเพื่อทำงานเย็บปักถักร้อยและขายมีลาญา “งานนี้ทำให้พวกเรามีเวลาได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดและสร้างรายได้ค่ะ” เธอบอกโลเร็ก ผู้หญิง 60 คนช่วยกันทำมีลาญาได้สัปดาห์ละสองผืนจนกระทั่งผ้าเริ่มขาดแคลน

พวกผู้หญิงในนิคมเลี้ยงดูลูก ๆ ของตนเอง และมักรับเลี้ยงลูก ๆ ของคนอื่นด้วย หลายครอบครัวสามีถ้าไม่ถูกฆ่าตายก็เลือกอยู่ในเซาท์ซูดานเพื่อต่อสู้หรือปกป้องที่ดินทำกินของตนเอง หลังความพยายามจากทั้งสองฝ่ายในการแสวงหาสันติภาพประสบความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า การได้กลับบ้านอีกครั้งกลายเป็นความหวังอันเลือนรางสำหรับผู้อพยพ แม่คนหนึ่งบอกโลเร็กว่า “เราเลือกอยู่ที่นี่เองเพราะไม่มีทางกลับไปได้ถ้าไม่มีสันติภาพ”

ภาพถ่าย โนรา โลเร็ก

วิโอลา คีเด วัย 22 ปี (กลาง) เดินเท้าจากบ้านในเซาท์ซูดานมายังพรมแดนยูกันดา โดยนำมีลาญาติดตัวมาด้วยตลอดการเดินทางรอนแรมนานสองสัปดาห์ เธอไม่รู้ว่าพ่อแม่และบรรดาน้องชายหนีรอดมาได้หรือไม่
แอนเจลินา นียาคุม วัย 27 ปี และบุตรสาว
เอสเทอร์ มิเนลลา วัย 46 ปี
เกรซ โมเนีย วัย 13 ปี ถ่ายภาพคู่กับมีลาญาของแม่บุญธรรม
แอนเจลินา นียานูบา วัย 25 ปี และลูกสองคน
โรส จอน กับลูกๆ หลานสาว และหลานชาย รวมกลุ่มผู้หญิงในบิดีบิดี เพื่อทำมีลาญาและรับจ้างก่ออิฐเพื่อแลกกับรายได้เล็กๆ น้อยๆ

 

อ่านเพิ่มเติม

สำรวจความสุข : ผู้ลี้ภัย

เรื่องแนะนำ

ในเนเธอร์แลนด์ คุกที่ว่างเปล่า กลายเป็นบ้านสำหรับผู้ลี้ภัย

เรื่อง เมโลดี โรเวล ภาพถ่าย มุฮัมหมัด มูเฮเซน Associated Press ขณะที่อัตราอาชญากรรมในประเทศและประชากรในเรือนจำลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนเรือนจำนับสิบแห่งต้องปิดตัวลงพร้อมกัน  ดังนั้น  เมื่อจำนวนผู้อพยพเริ่มสูงขึ้น  โดยปีที่แล้วเพียงปีเดียวมีผู้อพยพมากกว่า 50,000 รายเดินทางเข้าสู่เนเธอร์แลนด์ และหน่วยงานรับผู้ลี้ภัยกลางหรือซีโอเอ (Central Agency for the Reception of Asylum Seekers; COA)  ก็มองเห็นทางออก ช่างภาพ มุฮัมมัด มูเฮเซน เจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์สองสมัย  และหัวหน้าช่างภาพของ AP ประจำภูมิภาคตะวันออกกลางได้อุทิศเวลาในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาถ่ายภาพวิกฤติผู้อพยพ  “คำถามที่มักผุดขึ้นในหัวของผมคือ จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้” เขากล่าว “การเดินทางไม่ได้หยุดลง เมื่อพวกเขาเดินทางเข้าประเทศ” ฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว มูเฮเซนเริ่มได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับการนำเรือนจำมาเป็นที่พักของผู้อพยพ “ผมยังไม่เข้าใจดีนัก” เขาบอก “ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะ รู้สึก เหมือนอยู่ในที่คุมขัง” เขาใช้เวลาหกเดือนในการขออนุญาตเข้าไปถ่ายรูปในเรือนจำแห่งหนึ่ง  สุดท้ายแล้ว มูเฮเซนใช้เวลา 40 วันในการเยี่ยมเยือน คุกเนเธอแลนด์ สามแห่ง เพื่อทำความรู้จักผู้อยู่อาศัยในนั้นและถ่ายภาพชีวิตของพวกเขา “เรากำลังพูดถึงคนหลายสิบเชื้อชาติ” เขากล่าว […]

ปราการมองไม่เห็นที่แบ่งเขาแบ่งเรา

เราถูกกำหนดมาตั้งแต่ลืมตาดูโลกให้แบ่งแยกระหว่างเรากับคนอื่นและเอนเอียงเข้าข้างกลุ่มของตัวเอง วิทยาศาสตร์มีทางออกให้กับเรื่องนี้หรือไม่

ภาพถ่ายโบราณเผยความสวยงามของเจ้าสาวจากทั่วโลก

ชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตาคือสัญลักษณ์สากล แต่ชุดภาพถ่ายเก่าของเจ้าสาวจากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลกนี้จะแสดงให้เห็นว่าสีขาวไม่จำเป็นเสมอไปในพิธีแต่งงาน